[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 278 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.278 - ตอนที่ 278


278.


ในที่สุดก็เข้าสู่ปิดเทอมหน้าร้อน
วันแรกของปิดเทอมหน้าร้อนครั้งสุดท้ายของมัธยมปลาย เริ่มจากคอร์สปิดเทอมของโรงเรียนสอนพิเศษ

ปิดเทอมแท้ๆ ช่างเหงาหงอยไร้รสชาติเสียจริงๆ แต่ฉันเป็นนักเรียนเตรียมสอบ ช่วยไม่ได้นี่นา ความจริงแล้วปิดเทอมทั้งที วันแรกก็อยากขอตื่นสายๆ นอนกลิ้งอยู่บ้านมากกว่าอะนะ 
ในห้องเรียนของคอร์สฤดูร้อนมีนักเรียนเตรียมสอบนั่งกันอยู่หนาตาแต่แรก มีหน้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นในคอร์สปกติด้วย  เป็นพวกนักเรียนที่ลงแค่คอร์สฤดูร้อนนี่หรือเปล่านะ เอาล่ะ แล้วฉันจะนั่งตรงไหนดีน้า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากนั่งข้างคนที่ดูไม่มีพิษมีภัย ไม่เขย่าโต๊ะเก้าอี้ส่งเสียงรบกวน...

"ร้อนจังเลย~"
"ในรถไฟแอร์ไม่เย็นเลย เซ็งสุดๆ"
"แค่กรกฎายังร้อนขนาดนี้ ไม่รู้จะเอาชีวิตรอดผ่านสิงหาไปยังไงเลยนะเนี่ย"  

เสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมา ฉันจึงเหลียวกลับไปมองทางประตู แล้วก็เห็นพวกอุเมวากะคุงยกโขยงกันเข้ามาในห้องเรียน

"อ๊ะ คุณคิโชวอิน อรุณสวัสดิ์"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ"

เมื่อสังเกตเห็นฉัน อุเมวากะคุงก็ส่งเสียงร้องทัก พวกเด็กคนอื่นๆ ก็ทักทายอรุณสวัสดิ์กับฉันเช่นกัน

"คุณคิโชวอินก็มาทางนี้สิ มานั่งด้วยกันมา"
"ค่ะ"

อุเมวากะคุงออกปากชวน ฉันเลยเข้าไปรวมกลุ่มด้วย

"นั่งแถวไหนกันดี"
"เอาตรงใกล้ๆ แอร์"
"ใกล้เกินไปเดี๋ยวพอหายร้อนแล้วก็หนาวแทนหรอก"
"ไม่อยากนั่งหน้าเกินอ่ะ"

แต่จะนั่งหลังเกินไปก็ไม่ดีนะ ที่นั่งถูกจับจองเป็นกลุ่มๆ แล้ว พูดถึงที่นั่งที่ทุกคนจะนั่งด้วยกันได้ก็...

"เอาตรงโน้นเป็นไง นั่งด้วยกันได้ครบทุกคนด้วย"

พวกเราตกลงเลือกที่นั่งตรงกลางๆ ค่อนไปทางข้างหลังที่อุเมวากะคุงชี้นิ้วไป
พอได้ที่นั่งปุ๊บ คิตะมุระคุงวางกระเป๋าได้ก็ฟุบลงกับโต๊ะร้องว่า "ง่วงชะมัด~" 

"ปิดเทอมหน้าร้อนแท้ๆ ทำไมถึงต้องตื่นเวลาเดิมเปี๊ยบด้วยเล่า"
"เมื่อกี้ฉันเองก็คิดแบบเดียวกันเลยค่ะ"
 
พอฉันแสดงความเห็นด้วยกับคำบ่นของคิตะมุระคุง เขาก็สนองกลับมาว่า "จริงด้วยเน้อ~"

"พอลืมตาตื่นมาเวลาเดิมแล้วก็คิดว่า อา~ วันนี้วันหยุดนี่นา~ แล้วก็งีบต่อ ได้นอนต่อรอบสองเนี่ยสุขสุดยอดไปเลยนะ"
"ฉันก็ชอบนอนต่อรอบสองมากเลยค่ะ"

พอฉันพยักหน้ารับว่า "หนำซ้ำการได้หลับโดยไม่ต้องสนใจนาฬิกาปลุกเนี่ยเป็นช่วงเวลาแห่งความผาสุกจริงๆ นะคะ"  เขาก็ว่า

"แต่วันธรรมดาที่เผลอกดปลุกนาฬิกาปลุกโดยไม่รู้ตัวแล้วนอนเพลินนี่นรกชัดๆ เลยนะ"

น่ากลัวเหลือเกิน

"ไม่มีฟังค์ชั่น Snooze เหรอคะ"
"ก็มีอยู่หรอก แต่บางทีก็เผลอตัวปิดไปด้วยน่ะ ทั้งที่ไม่มีสติแต่กลับทำอะไรละเอียดๆ ได้เนี่ยน่ากลัวเนอะ"
"มหัศจรรย์ดีนะคะ"

ว่าแล้วคุณโมริยามะก็เสริมเข้ามา

"คุณคิโชวอินเนี่ย ดูท่าจะนอนในเตียงเจ้าหญิงแบบที่มีเพดานมีผ้าม่านห้อยลงมาเลยนะ"
"........."
"ไม่ปฎิเสธด้วยแฮะ"

ก็เตียงฉันมีเพดานมีผ้าม่านติดอยู่จริงๆ นี่นา แต่ก็รูดปิดเอาไว้ตลอดไม่ได้ใช้อะไรเลยนะ
คุณโมริยามะปรบมือร้องว่า "นอนบนเตียงที่มีผ้าม่านจริงๆ ด้วยล่า~!" 
 
"งั้นตอนเช้ามีคุณเมดยกน้ำชามาเสริ์ฟถึงเตียง แล้วจิบชารับอรุณหรือเปล่า"
"ไม่มีหรอกค่ะ"

เพิ่งแหกตาตื่น ใครมันจะมีอารมณ์มาจิบชาร้อนๆ กันเล่า ถ้ายังสลึมสลืออยู่ทั้งที่ถือถ้วยชาละก็มีหวังได้มือไม้อ่อนปล่อยถ้วยชาหกใส่เตียงกันมั่งละน่า

"เอ๋~ ไม่ใช่ว่าทานเบรคฟาสต์ที่คุณเมดยกมาเสริ์ฟบนเตียงหรอกเหรอ"
"ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ ไม่ใช่ภาพยนตร์ต่างประเทศนะคะ ถ้าทานอาหารบนเตียง ต่อให้ใช้ถาดสำหรับวางบนเตียงมันก็ยังยวบยาบ แถมยังมีเศษขนมปังร่วงเลอะเทอะบนเตียงด้วย"

อ๊ะ แต่ถึงเศษขนมปังจะไม่ร่วง แต่ตอนกลางคืนฉันก็นอนกลิ้งบนเตียงกินขนมกรุบกรอบอยู่นี่นา อาจจะมีเศษๆ ร่วงหล่นอยู่บ้างก็ได้...

"อ๋า~ เป็นงั้นจริงด้วยสินะ นั่นสิน้า ฉันเองตอนดูหนังก็คิดเหมือนกันว่าลุกขึ้นมากินบนโต๊ะให้เป็นเรื่องเป็นราวจะง่ายกว่ามั้ย แต่คิดว่าอย่างคุณคิโชวอินจะทำแบบนั้นก็ไม่แปลกหรอกนะ"
"ที่ทานอาหารบนเตียงก็มีแต่ตอนป่วยเท่านั้นเองค่ะ"
"ธรรมดาเกินคาดนะเนี่ย"
 
ก็ธรรมดาน่ะสิ อิมเมจของฉันในสายตาคุณโมริยามะนี่เป็นยังไงกันนะ เป็นคุณหนูที่นอนบนเตียงติดเพดานผ้าม่าน ตอนเช้าก็จิบชาที่คุณเมดรินให้ แล้วทานอาหารเช้าบนเตียงนอนหรือไง... ก็ไม่ปฎิเสธหรอกนะว่าเป็นคุณหนูจริงๆ แต่ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนั้นนะคะ

"ฉันไม่ค่อยชอบตอนเช้าๆ ลุกขึ้นมาไม่ค่อยไหวน่ะค่ะ"
"คุณคิโชวอินเป็นพวกความดันต่ำเหรอ"
"ถ้าจะให้พูดว่าทางไหน ก็คงทางนั้นแหละค่ะ"
"พอเข้าใจนะ ฉันก็เป็นพวกความดันต่ำเหมือนกัน~"

ความดันต่ำและกระเพาะที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนเป็นความใฝ่ฝันของสาวๆ นะคะ

"ง่วงจัง~ ง่วงจัง~"

คิตะซาวะคุงยังบ่นไม่เลิก

"หนวกหูน่า คิตะซาวะ"

อุเมวากะคุงเอาศอกสะกิดหัวคิตะซาวะคุงเบาๆ

"ไปทำอะไรมาถึงได้ง่วงขนาดนั้นน่ะ"
"เมื่อคืนเล่นเกมเพลินไปหน่อย..."
"ทำอะไรของนายน่ะ"
"แหม คือเผลอไปแตะต้องเกมเข้าระหว่างเปลี่ยนบรรยากาศท่องหนังสือแล้วก็หยุดไม่อยู่น่ะ"

ฉันรู้สึกถึงความเชื่อมโยงเป็นพวกเดียวกันกับคิตะซาวะคุงขึ้นมา พอเข้าใจนะ บางทีก็มีเวลาเล่นๆ พักเปลี่ยนอารมณ์แต่ดันเผลอตัวนานกว่าเวลาดูหนังสืออยู่เหมือนกันเนอะ
ส่วนอุเมวากะคุงตาใสปิ๊งหน้าตาสดใสตรงข้ามกับคิตะซาวะคุงเลย 
 
"อุเมวากะคุงไม่ง่วงเลยเหรอคะ"
"ตอนเช้าฉันออกไปเดินเล่นในช่วงใกล้รุ่งก่อนอากาศจะร้อนน่ะ พอมาถึงเวลานี้ก็ตาสว่างเต็มที่แล้วล่ะ"
"เดินเล่น?"
"กับเบียทริชน่ะ"
"อ้อ..."

ก็อุเมวากะคุงเป็นตาบ้าหมาที่ทุ่มเทความรักให้กับเบียทริช หมาแสนรักโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ นี่นา
เพื่อเบียทริชผู้เป็นที่รักแล้ว ถึงกับตื่นก่อนรุ่งสางทุกเช้าเลยเรอะ...

"แต่ถ้าตื่นเช้าขนาดนั้นจะไม่ง่วงเพราะนอนไม่พอเหรอคะ"
"ก็เลยนอนเร็วเป็นการชดเชยไงล่ะ" 

ทั้งที่ภายนอกดูเป็นกุ๊ยเจาะหูแท้ๆ แต่กลับเข้านอนก่อนจะเข้าสู่วันใหม่และตื่นแต่รุ่งสาง ช่างเป็นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีอะไรอย่างนี้ ทั้งหมดนี่ก็เพื่อเบียทริชแต่เพียงผู้เดียว 
 
"เบียทริชน่ะเป็นพันธุ์ขนยาว ตอนหน้าร้อนนี่ยิ่งขี้ร้อนหนักเข้าไปใหญ่ ลำบากเลยล่ะ บางทีระหว่างที่แปรงขนอยู่ พอเอาพัดพัดให้ก็ก็นอนแผ่หลาดูท่าทางสบายมากเลย แล้วก็น่ารักด้วยนะ ความจริงก็มีพัดลมอยู่ช แต่ดูเหมือนจะชอบให้ฉันเอาพัดพัดให้มากกว่า พอร้อนเมื่อไหร่เป็นต้องไปคาบพัดเอามาให้ทุกทีเลย แล้วก็ต้องพัดให้ทุกที แหม คุณหนูเอาแต่ใจตัวเองเนี่ยเหนื่อยจริงๆ เลยน้า"
 
ว่าแล้วอุเมวากะคุงก็ทำหน้าหยาดเยิ้มที่ดูไม่เห็นเหนื่อยตรงไหนซักนิด
แต่หมาที่มีขนยาวๆ คลุมทั้งตัวน่าจะอ่อนไหวกับความร้อนมากกว่ามนุษย์นะ จริงด้วย 

"กร้อนขนสั้นเฉพาะช่วงหน้าร้อนไม่ได้หรือคะ"

บางทีก็เคยเห็นอยู่นะ พวกหมาที่พอถึงหน้าร้อนก็ถูกกร้อนขนเกลี้ยงเหลือแต่ก้างอย่างกับโครงไก่ แต่ก็น่าจะเย็นดีนะ
ทว่าอุเมวากะคุงกลับทำหน้าตกตะลึงราวกับไม่อยากเชื่อถ้อยคำของฉัน

"พูดอะไรออกมาน่ะ เบียทริชเป็นเด็กที่เอาใจใส่รูปลักษณ์มาก ขนยาวสลวยที่ฉันเอาใจใส่ดูแลทุกวันคืนนี่ก็เป็นที่ภาคภูมิใจมากเลยนะ แล้วจะให้กร้อนขนเนี่ยเหรอ... ขืนทำแบบนั้นมีหวังเบียทันคงเจ็บปวดจนไม่กล้าก้าวออกไปข้างนอกแม้แต่ก้าวเดียวแน่ๆ เลย ในฐานะเด็กผู้หญิงเหมือนกัน คำพูดแบบนั้นของคุณคิโชวอินไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอ"
"ขอโทษนะคะ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นเลยค่ะ"

โดนอุเมวากะคุงมองด้วยสายตาแบบอีนี่เลวเหลือรับ ฉันเลยรีบลนลานขอโทษไป ต่างหูเงินรูปอุ้งเท้าที่ติดอยู่ที่หูอุเมวากะคุงส่งประกายวาววับ
ตามปรกติแล้วอุเมวากะคุงเป็นคนร่าเริงไม่โกรธใครง่ายๆ แต่พอมีอะไรเกี่ยวข้องกับเบียทริช หมาแสนรักแล้วก็เป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาได้เหมือนกัน ต้องระวังคำพูดคำจาแล้วสิ 
 
"อย่างคุณโมริยามะที่เป็นเด็กผู้หญิงเหมือนกันก็ยังตัดผมสั้นได้เลยนี่คะ ก็เลยคิดว่าพอถึงฤดูร้อน ถ้าเบียทริชจะตัดขนสั้นซักนิดจะเป็นยังไงน้า แค่ตัดให้สั้นลงหน่อย โปร่งๆ ลมผ่านได้ดีน่าจะเย็นสบายขึ้นไม่ใช่เหรอ แล้วก็ให้ความรู้สึกทอมบอยนิดๆ น่ารักออกนะคะ"
"อ๊ะ หมายความแบบนั้นเองเหรอ ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอโทษ คุณคิโชวอินที่เป็นเพื่อนเบียทริชคงไม่พูดอะไรโหดร้ายแบบนั้นอยู่แล้วล่ะเนอะ" 

ดีจริงๆ ที่ไม่เผลอหลุดปากพูดคำว่ากร้อนขนให้ล้านเลี่ยนออกไป...
เมื่ออุเมวากะคุงกลับมาอารมณ์เย็นเหมือนเดิมแล้ว ฉันเลยหันไปมองบริเวณใกล้ประตูเรื่อยๆ คอยสังเกตการณ์นักเรียนเตรียมสอบที่เดินเข้ามาในห้อง แล้วก็เห็นทาคากิคุงที่เหลียวซ้ายแลขวาท่าทางเลิกลั่กเดินเข้ามา
ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปหาทาคากิคุง
 
"สวัสดีค่ะ ทาคากิคุง"
"ฮึย...!"
 
ทั้งที่ส่งเสียงทักอย่างแจ่มใส แต่ไหงหวาดผวาทันทีที่เห็นหน้าฉันเลยละคะ ทั้งที่ฉันอุตส่าห์เข้าหาอย่างเป็นมิตรทุกครั้งนะ

"เด็กซุยรันเหมือนกัน มาสนิทสนมกันไว้เถอะนะคะ"
"คะ ครับ..."

ปากรับคำ แต่ไหงยกกระเป๋าขึ้นมากอดแนบอกถอยหลังกรูดๆ กันล่ะยะ

"ฉันนั่งอยู่ตรงโน้นกับพวกอุเมวากะคุงน่ะค่ะ ยังมีที่เหลือนะคะ ทาคากิคุงจะมานั่งด้วยกันไหม"
"ไม่ละครับ ผมขอนั่งที่หน้าสุดดีกว่า ขออนุญาตผ่านนะครับ!"
"แหม ขยันเรียนจังนะคะ"

ยึดพื้นที่แถวหน้าสุดเลยเหรอ ทาคากิคุงเองก็เป็นนักเรียนกลุ่มนอกที่ฝ่าฟันผ่านการสอบเข้าระดับมัธยมปลายมาได้นี่นะ จิตสำนึกต่างกันเลย

"พวกเราก็ต้องเอาความทุ่มเทที่มีต่อการศึกษาของพวกคุณนักเรียนกลุ่มนอกมาเป็นตัวอย่างบ้างแล้วสิ"
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ! นักเรียนกลุ่มในทุกท่านเองก็หัวดีมากเลยครับ!"
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ" 

เพราะงั้นถึงได้ต้องรับสมัครนักเรียนกลุ่มนอกยังไงเล่า คาบุรากิกับเอ็นโจเนี่ยตัวดึงคะแนนเฉลี่ยนักเรียนกลุ่มในขึ้นเลยนะ แต่พอดูคะแนนรายบุคคล จะเห็นได้ชัดเลยล่ะว่าเทียบกับนักเรียนกลุ่มนอกแล้ว นักเรียนกลุ่มในมีอัตราส่วนงี่เง่าเยอะมากกว่าจริงๆ

“อย่างรุ่นน้องที่ Pivoine วันนี้ก็กำลังไปดำน้ำเล่นเซิร์ฟกันอยู่ที่ต่างประเทศนะคะ ไม่มีกะใจจะเรียนหนังสือหนังหาซักนิดเลยล่ะ”
” Pivoine….”
“อย่างพวกคุณเซริกะก็เหมือนกัน”
“พวกคุณคาซามิ!?”

ทาคากิคุงร้องเสียงหลง

“พวกคุณเซริกะทำไมเหรอคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ! กรุณาอย่าใส่ใจเลยครับ!”
“งั้นเหรอ”

ขมับทาคากิคุงเริ่มมีเหงื่อผุดพราย

“อ้าว ทาคากิคุง เหงื่อซึมเลย เพิ่งเข้ามาจากข้างนอก คงร้อนสินะคะ”
“ไม่หรอกครับ อยู่ๆ ก็รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่เป็นไรเลยครับ!”
“เหรอ เอาพัดพัดให้ไหมคะ ใส่อยู่ในกระเป๋าพอดี”
“ฮึยยยยยยย! กรุณาอภัยให้กระผมด้วย!”

ทาคากิคุงยกกระเป๋าขึ้นบังใบหน้าราวกับป้องกัน ส่งเสียงกรีดร้องแล้วเผ่นหนีไป ท่าทางแบบนั้นมันอะไรกันยะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้ซักหน่อย
เอ๊า ช่างมันเถอะ ฉันกลับมายังที่นั่ง แล้วคุณโมริยามะก็ถามว่า “มีอะไรเหรอ” คงสงสัยที่เห็นฉันลุกจากที่นั่งไป

“เห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเลยจะชวนมานั่งที่เดียวกัน แต่เขาบอกอยากนั่งแถวหน้าสุดมากกว่าก็เลยโดนปฎิเสธมาน่ะค่ะ”
“งั้นเหรอ ดูจากทางนี้แล้วเหมือนอีกฝ่ายเผ่นหนีสุดแรงเกิดชัดๆ นึกว่าคุณคิโชวอินไปขู่เข็ญอะไรเขาเสียอีก”
“คุณโมริยามะเนี่ยเสียมารยาทจังนะคะ หนีเหนออะไรกันคิดไปเองน่ะค่ะ”
“เอ๋~”

คุณโมริยามะยังมองมาด้วยแววตาเคลือบแคลง ตายจริง เพราะทาคากิคุงแสดงท่าทีแปลกๆ แบบนั้น ฉันเลยโดนสงสัยว่าไปรังแกคนอื่นเขาเลย เดี๋ยวทีหลังต้องตักเตือนทาคากิคุงซักสองสามคำแล้วล่ะ

“ว่าแต่แถวหน้าสุดนี่ขยันจริงๆ เลยเนอะ”
“นั่นสินะคะ”
“แต่เป็นเด็กซุยรันไม่ใช่เหรอ ยังไงก็เลื่อนขั้นอัตโนมัติไปยังมหาลัยในสังกัดอยู่แล้วนี่นา ไม่เห็นต้องโหมท่องตำราขนาดนั้นก็สบายมากไม่ใช่เหรอ”

คิตะซาวะคุงแทรกเข้ามาในบทสนทนา

“ถึงจะเลื่อนขั้นเป็นการภายในไปยังระดับมหาวิทยาลัย แต่การเลือกคณะฯ ก็ขึ้นอยู่กับลำดับคะแนนนะคะ”
“อ้อ~ งั้นเหรอ ถึงจะเป็นมหาลัยในสังกัดก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเงื่อนไขใดๆ นี่นะ”

ถูกต้องแล้วละค่ะ ดังนั้นฉันถึงต้องตื่นเช้ามาเข้าเรียนทั้งที่อยู่ในช่วงปิดเทอมแบบนี้ไงละคะ

“ฉันเองก็อยากเข้าม.ซุยรันเหมือนกัน แต่ระดับสูงเกินไป คะแนนตอนนี้ดูท่าไม่น่าจะไหว”
“คิตะซาวะคุงจะเลือกม.ซุยรันด้วยเหรอคะ”
“ถ้าเข้าได้ก็อยากเข้านะ ม.ซุยรันน่ะหางานง่ายออก ในหมู่มหาลัยเอกชนด้วยกันแล้วถือว่าท็อปคลาสเลย”
“แบบนี้นี่เอง”
“แล้วพูดตามตรง เด็กซุยรันก็โคตรป๊อบเลยด้วย”

ช่างเป็นแรงบันดาลใจที่ไม่บริสุทธิ์อะไรอย่างนี้!

แต่เด็กซุยรันรุ่นปัจจุบันอย่างฉันขอยืนยันเอง คนป๊อบน่ะไปเรียนที่ไหนก็ป๊อบ คนไม่ป๊อบไปเรียนที่ไหนก็ไม่ป๊อบ คนที่พึ่งพาอาศัยแบรนด์ซุยรันมาตั้งแต่ชั้นประถมอย่างฉันเป็นคนพูดเอง รับรองไม่ผิดแน่

“แค่เรียนที่ซุยรันไม่ทำให้ป๊อบหรอกนะคะ”
“งั้นเหรอ แต่สาวๆ ที่สวมชุดเครื่องแบบซุยรันก็น่ารักดีนะ คุณคิโชวอินเองก็ออกจะป๊อบใช่ม้า พอฉันเล่าให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียนฟังว่ามีเพื่อนเป็นคุณหนูซุยรันก็อิจฉากันใหญ่เลยล่ะ”

เป็นคุณหนูซุยรันแล้วจะป๊อบเหรอ ไม่เคยได้สัมผัสอะไรแบบนั้นเลยนะ แล้วที่ตะกี้พูดผ่านๆ ว่าเป็นเพื่อนกันนี่ก็ขอบคุณนะคะ

“รู้งี้ตั้งใจเรียนเอาเป็นเอาตายตั้งแต่ตอนม.ต้นซะก็ดีหรอก ถ้าเข้าซุยรันได้ป่านนี้ก็สบายไปแล้วน้า~”
“ถ้าเข้าซุยรันมาก็ทำผมสีน้ำตาลแบบตอนนี้ไม่ได้หรอกนะคะ”
“เอ๋ เอาจริงดิ่”
“ก็จริงอะดิ่”

โรงเรียนเอกชนน่ะกฎระเบียบเข้มงวดมากนะคะ

“แต่ผมคุณคิโชวอินก็ดัดมาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“ไมใช่นะคะ นี่เป็นผมหยิกธรรมชาติ”
“เป็นไปไม่ได้เด็ดๆ”

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือดัดไว้อ่อนๆ พอโดนน้ำแล้วจะกลับเป็นทรงได้ แล้วก็ม้วนให้แน่นทุกวันน่ะ ความจริงก็ผิดกฎโรงเรียนเต็มๆ เลยนะ แต่ไม่มีใครกล้าตักเตือนนักเรียน Pivoine ด้วยเรื่องแบบนี้นี่นา

“ถึงจะเข้าชั้นม.ปลายของซุยยรันได้ ชีวิตก็คงไม่ได้สบายขนาดนั้นหรอกมั้งคะ”

“ง้านเหรอ อา แต่ว่าคุณคิโชวอินก็ยังมาเข้าโรงเรียนสอนพิเศษ ทาคากิคุง? คนนั้นก็ยังต้องนั่งเรียนแถวหน้าสุดเลยนี่นะ คงไม่ได้สบายเท่าไหร่มั้ง”

ใช่แล้วล่า ฉันมองแผ่นหลังของทาคากิคุงที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตั้งแต่ก่อนบทเรียนจะเริ่มอยู่ที่แถวหน้าสุด ฉันก็ควรจะต้องเอาอย่างบ้างแล้วล่ะ พอเหลือบมองไปข้างๆ ก็ต้องสะดุ้งเฮือก กะลังสงสัยอยู่พอดีว่าไหงเงียบๆ ที่แท้อุเมวากะคุงกับพวกคุณโมริยามะก็เปิดตำราเรียนอ่านหนังสืออยู่แล้วนี่นา! ที่มัวคุยสบายใจเฉิบอยู่นี่มีแต่ฉันกับคิตะซาวะคุงเท่านั้นเอง

"แย่แล้วละค่ะ คิตะซาวะคุง!" 

ฉันเขย่าๆ คิตะซาวะคุงที่ฟุบลงกับโต๊ะอย่างเกียจคร้านให้ตื่นขึ้น

"เอ๋ อะไรเหรอ หวา โดนตัดหน้าแล้วไง!" 

พวกเรารีบร้อนเปิดหนังสือเรียนออก ถึงจะเป็นมิตรสหาย แต่การต่อสู้เตะตัดแข้งตัดขาระหว่างพวกนักเรียนเตรียมสอบด้วยกันก็เริ่มขึ้นแล้ว! 

 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
วันเวลาแห่งการเตรียมสอบของคุณหนูเรย์กะเริ่มขึ้นแล้ว แล้วความโดขิๆ ของปิดเทอมหน้าร้อนล่ะเฮ้ย!? 

 




NEKOPOST.NET