[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 277 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.277 - ตอนที่ 277


277.


รสนิยมด้านไสยศาสตร์ของท่านฟุยุโกะนี่ชวนปวดหัวจริงๆ เล่นเอาซูชิเสียรสชาติหมดเลย  เรื่องหนังสือที่ทำขึ้นจากผิวหนังมนุษย์นี่มันใช่เรื่องที่ควรพูดถึงระหว่างมื้ออาหารเหรอเนี่ย แต่หัวข้อเรื่องแมลงของคาบุรากิที่นำมาก่อนก็พอกันอะนะ
 
พอมาถึงเรื่องสปริช่วลและเรื่องไสยศาสตร์แล้ว ท่านฟุยุโกะนี่ห้ามไม่อยู่จริงๆ เห็นทีต้องเตือนๆ กันหน่อยให้รู้จักเกรงสายตาคนอื่นบ้าง ถ้าอยู่ในยุคสมัยโน้น ฉันว่าท่านฟุุยุโกะมีหวังถูกจับเผากลางกองฟอนในการพิพากษาล่าแม่มดก่อนเพื่อนแหงๆ ...ในยามนั้นฉันก็คงถูกมองเป็นพวกเดียวกับท่านฟุยุโกะ เข้ารับการลงทัณฑ์ถูกเผาทั้งเป็นเช่นเดียวกัน ถ้าอยู่ในยุคโน้น... อืม เดี๋ยวไว้เตือนท่านฟุยุโกะให้เข้มงวดหน่อยดีกว่า

ด้วยความที่มีคาบุรากิและเอ็นโจที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของ Pivoine นั่งอยู่ ผู้คนจึงพากันมาชุมนุมยังที่นั่งของพวกเรา จนกลายเป็นศูนย์กลางของห้องสโมสรไปโดยปริยาย
ฉันเองก็พลอยโดนรอบข้างห้อมล้อม หัวเราะโฮะโฮะโฮะพลางพูดคุยถึงเรื่องการใช้เวลาในช่วงวันหยุดฤดูร้อน พร้อมกับคอยสังเกตการณ์ไม่ให้ท่านฟุยุโกะพูดอะไรแปลกๆ ออกไป เท่าที่ดูตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงน่ะนะ... ท่านฟุยุโกะออกจะเอี้ยมเฟี้ยม เวลามีคนเยอะๆ เลยหลุดไปทำหน้าที่ผู้ฟังเสียเป็นส่วนมาก แทบไม่ได้เป็นฝ่ายพูดก่อนเลย แบบนี้คงไม่เป็นไรมั้ง

"ท่านเรย์กะ"
 
พอหันหน้าไป ก็เห็นว่าคนที่ส่งเสียงทักมาคือรุ่นน้องผู้กลุ้มใจเรื่องปัสสาวะเป็นเลือดและผองเพื่อนนั่นเอง

"สวัสดีค่ะ หลังจากนั้นมาเป็นอย่างไรบ้างคะ"
"เรื่องนั้นแหละครับ ไม่ทราบว่าขอเวลาหน่อยได้ไหม"  
 
ดูเหมือนจะไม่อยากให้คนอื่นได้ยินเรื่องปัสสาวะเป็นเลือดเท่าไหร่สินะ

"ทุกท่านคะ ขอตัวซักครู่นะคะ"
 
ฉันขอตัวจากที่นั่งกลาง ย้ายไปยังจุดที่ไม่เป็นที่สะดุดตากับเหล่ารุ่นน้อง
 
"เป็นไงบ้างคะ"
"ไปมาแล้วครับ..."
 
รุ่นน้องงอแงแทบเป็นแทบตายเพราะกลัวไม่อยากไปตรวจที่แผนกทางเดินปัสสาวะ แต่เมื่อได้รับคำแนะนำจากคาบุรากิโดยตรง จะไม่ไปก็ไม่ได้ แต่เห็นว่าตกลงขอให้เพื่อนไปด้วยนะ
 
"เป็นไงบ้าง"
"ผลตรวจที่โรงพยาบาลไม่พบความผิดปกติ เป็นอันว่าให้ดูอาการไปก่อนครับ"
"แหม งั้นก็ดีแล้วนี่คะ!"
"ครับ"
 
รุ่นน้องเองก็ว่า "ค่อยโล่งใจหน่อยนะครับ" พลางผุดสีหน้าปลอดโปร่ง

"สาเหตุอาจจะมาจากความเครียดจากแรงกดดันที่ได้รับจากการสอบก็ได้นะคะ"
 
จะพูดให้ถูก น่าจะเป็นแรงกดดันจากคาบุรากิมากกว่าการสอบนะ
 
"ผมเองก็คิดแบบนั้น ตั้งแต่ประกาศผลสอบมายังไม่มีปัสสาวะเป็นเลือดอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียวนะครับ"
"ลำบากมามากเหมือนกันนะคะ..."
"ครับ..."
"ระยะนี้ผมเองก็ค่อยกลับมาหลับสนิท สุขภาพดีขึ้นมากแล้ว"
"ผมก็เลิกสะดุ้งผวาตอนกลางคืนแล้ว"
"พอเข้าใจนะ ฉันก็เลิกฝันร้ายไปเหมือนกัน"
 
นั่นสิเน้อ~ พวกเราพยักเพยิดให้กัน ยืนยันถึงความทุกข์ตรมในครั้งนั้น

"แต่ก็สอบเสร็จไปแล้ว จากนี้ไปก็เป็นปิดเทอมฤดูร้อนแล้วนี่"
 
รุ่นน้องคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแจ่มใสราวกับจะปรับอารมณ์

"นั่นสินะ!"
"เราเป็นอิสระจากการเรียนแล้ว ฤดูร้อนปีนี้ต้องสนุกให้ถึงใจกว่าเดิม"
"ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปพวกเราจะไปดำน้ำแล้วครับ ทางโน้นก็ดูท่าจะอากาศสดใส ไปถึงเมื่อไหร่ก็ดำได้เลยทันที"
"ก่อนจะดำน้ำต้องเล่นเซิร์ฟก่อนซี่"
"นายก็แค่อยากโชว์กระดานเซิร์ฟที่ซื้อมาใหม่สิท่า"
"ฉันสั่งทำพิเศษเลยนะ ออกมาเท่สุดๆ"
"พรุ่งนี้อย่าตื่นสายเชียวล่ะ ถ้ามาช้าจะทิ้งนายไว้ที่ญี่ปุ่นนี่แหละ"
 
พวกรุ่นน้องหยอกล้อกันอย่างครึกครื้น แต่ฉันไม่ยักกะมีอารมณ์ร่วมไปด้วย ทั้งที่เด็กเตรียมสอบอย่างฉันต้องดูหนังสือคร่ำเคร่งกับคอร์สปิดภาคเรียนฤดูร้อนเต็มอัตราแท้ๆ...

"นั่นสิเนอะ ท่านคาบุรากิก็บอกว่าให้รักษาระดับผลการสอบครั้งนี้ให้ได้เสมอต้นเสมอปลายด้วย ขอให้เอ็นจอยช่วงเวลาว่างๆ เพียงน้อยนิดก่อนจะถึงสอบกลางภาคของเทอมสองนะจ๊ะ"

เหล่ารุ่นน้องร้อง "อ๊ะ..." ทำหน้าซีเรียสเหมือนหวนระลึกถึงความเป็นจริงที่หลงลืมไปขึ้นมาได้
 
"...เอาหนังสือเรียนไปด้วยดีไหม"
"ไม่เอาน่า"
 
น้ำเสียงสลดเชียวนะ ใช่แล้ว นึกถึงฐานะความเป็นนักเรียนของตัวเองให้ออกเถอะ เคเคะเคะ
แล้วรุ่นน้องปัสสาวะเป็นเลือดก็ว่า "จริงด้วย" ราวกับจะเรียกสติ  
 
"แล้วเชื้อเอช.ไพโรไลของท่านเรย์กะเป็นอย่างไรบ้างครับ"
"ฉันก็ไม่มีเชื้อเอช.ไพโรไลอยู่แต่แรกแล้วค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง"
"ทำเป็นพูด ไปตรวจที่โรงพยาบาลให้แน่ใจดีกว่านะครับ"
"จริงด้วยครับ ไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นท่านไพโรไลอิน เรย์กะไปจริงๆ"
"หรือไม่งั้นก็เป็นท่านคิโชวอิน ไพโรไล"
"ไม่เอาน่า ตรงนี้ต้องเป็นไพโรไลอินซี่ ยังไงก็อยากจะคงชื่อท่านเรย์กะเอาไว้นะ"

ไอ้พวกนี้นี่...

"...อยากปัสสาวะเป็นเลือดอีกรอบหรือไงคะ"

หลังพูดด้วยเสียงต่ำๆ แล้ว ฉันก็รวบรวมพลังสายตาจ้องขมึง หัวเราะเยาะว่า "ครั้งหน้าเอาให้ปัสสาวะเป็นเลือดพร้อมหน้ากันเลยจะได้มั้ย" แล้วพวกรุ่นน้องก็ว่า "ต้องขออภัยอย่างยิ่งเลยครับ!" แล้วโค้งจนตัวตั้งฉากกับพื้น ขอขมาในทันที

"ถ้าเข้าใจก็แล้วไปนะคะ"

ฉันยิ้มเยื้อนหยิ่งๆ
แต่ดูเหมือนพวกนี้จะปีนเกลียวฉันจนเคยตัวไปแล้วนะ  ถึงจะทำเป็นขอโทษขอโพยตรงนี้ก็เถอะ เดี๋ยวก็ต้องกลับมาลามปามอีกแหงๆ ถ้าเกิดชื่อไพโลไรอินเกิดเรียกกันจนติดปากแล้วแพร่งพรายไปถึงหูนักเรียนทั่วไป ภาพพจน์อันหรูหราในซุยรันของฉันมีหวังด่างพร้อย ตรงนี้สงสัยต้องปรามให้หนักๆ หน่อย

"ถ้าครั้งหน้ามาเรียกฉันด้วยชื่อไพโรไลอินอีก จะถลกหนังพวกคุณออกมาทำปกหุ้มหนังสือเรียนเสียเลยนะคะ"

โอ๊ะ สงสัยแรงช็อคจากหนังสือเข้าเล่มหนังมนุษย์เมื่อครู่จะรุนแรงไปหน่อย เลยเผลอหลุดถ้อยคำโหดเหี้ยมพิสดารเกินกว่าที่คิดออกมาซะได้
เหล่ารุ่นน้องหน้าซีดเผือดถอยห่างจากฉันกรูดๆ ไม่ได้การล่ะ เลือกคำพูดผิดไปหน่อย

"ไม่เอาน่า ล้อเล่..."
"นะ น่ากลัวเหลือเกิน!"
"ถูกถลกหนังทั้งเป็น!"
"ถูกสูบเลือดสดๆ!"
"รอเดี๋ยว เดี๋ยวก่อน..."

ก่อนฉันจะทันได้แก้ตัวว่าล้อเล่น พวกรุ่นน้องก็ร้องหวา~! เผ่นหนีไปไกลลิบ
ผู้คนรอบข้างที่ได้ยินคำศัพท์น่าสยดสยองอย่างถลกหนังหรือสูบเลือดก็พากันเหลียวมามองว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ฉันเลยเผยรอยยิ้มน่ายำเกรงไม่แพ้เอ็นโจแล้วว่า

"เด็กพวกนั้นนี่ล้อเล่นกันแรงจริง แย่จริงเชียว โฮะโฮะโฮะโฮะโฮะ"

ฉันทำเป็นกลบเกลื่อนไป แต่จะกลบเกลื่อนได้ตลอดรอดฝั่งละเร้อ
ดูท่าว่าฉันจะโดนกล่าวหาว่าเป็นเอลิซาเบธ บาเทอรี่แห่งซุยรัน โดนพิพากษาว่าเป็นแม่มดก่อนท่านฟุยุโกะเสียล่ะมั้ง...
พอเดินลากขากลับมา คาบุรากิหูผีที่คงได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ก็ทำหน้าระอาบ่นว่า "นี่เธอทำอะไรของเธอน่ะ" จริงอย่างที่ท่านพูดนั่นแหละเจ้าค่ะ  

เวลาผ่านไป ฉันเองก็เตรียมตัวกลับบ้านเสียที

"คุณคิโชวอิน"

เอ็นโจกวักมือเรียกฉัน
ฉันถือข้าวของไว้ในมือเดินไปหาเอ็นโจ

"มีอะไรคะ"
"เรื่องเมื่อกี้น่ะนะ"

เอ็นโจชวนฉันให้ผละห่างจากวงผู้คน แล้วยกหน้าจอมือถือของตัวเองขึ้นให้ดู
 
"เมื่อกี้ผมเองก็ลองค้นหาดูบ้างนิดหน่อย ดูเหมือนจะมีพื้นที่ที่กำลังจะจัดงานตลาดอาซากาโอะกับตลาดโฮซึกิด้วยนะ ถึงจะขนาดเล็กหน่อยก็เถอะ"
"อุตส่าห์ไปค้นมาให้ด้วยหรือคะ"
 
เท่าที่ดูจากหน้าจอ ดูเหมือนจะมีหลายพื้นที่ทั้งใกล้ไกลที่กำลังจะจัดงานขึ้น

"ถ้าจะไม่ให้พลาดช่วงที่ดอกอาซากาโอะบานเต็มที่ ถึงจะไกลหน่อยก็น่าจะไปดูงานให้เร็วที่สุดนะ"
"นั่นสินะคะ"
 
เรื่องดอกอาซากาโอะบานน่ะช่างมันเถอะ ตามความรู้สึกตอนนี้แล้ว ฉันอยากไปกินอาหารกรูเม่ต์แผงลอยไวๆ มากกว่า

"แต่ที่คุณคิโชวอินสนใจตลาดอาซากาโอะนี่ก็ขรึมดีนะ"
"งั้นหรือคะ...?"
 
ส่วนมากคนที่ไปชมดอกอาซากาโอะหรือคนที่ไปจับจ่ายเล่นไม้กระถางพวกนี้ก็เป็นผู้สูงอายุทั้งนั้นน่ะนะ จะว่าขรึมก็ขรึมอยู่หรอก แต่ก็น่าจะมีวัยรุ่นที่ไปเที่ยวโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ร้านแผงลอยอย่างฉันอยู่บ้างเหมือนกันนี่นา
นึกว่าอย่างเอ็นโจจะมองวัตถุประสงค์ของฉันออกในทันทีเสียอีกนะนี่  อ้าว...หรือว่าเอ็นโจจะไม่รู้ว่าในงานแบบนี้จะมีแผงลอยไปออกร้านด้วย!?
 
"ท่านเอ็นโจเคยไปตลาดอาซากาโอะหรือตลาดโฮซึกิไหมคะ"
"ไม่นะ"
 
ว่าแล้วเชียว! ไม่รู้ถึงตัวตนของร้านแผงลอยในตลาดอาซากาโอะสินะ นี่เป็นข่าวดีจริงๆ
 
"คุณคิโชวอินเคยไปด้วยเหรอ"
"ฉันน่ะหรือคะ"
 
ในฐานะคิโชวอิน เรย์กะก็ไม่เคยหรอก  แต่ในชาติก่อนตอนสมัยเด็กก็จำได้ว่าเคยไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวน้า จำดอกอาซากาโอะหัวใจของงานไม่ได้เท่าไหร่ แต่เหมือนจะมีความทรงจำว่าได้ไปเล่นช้อนปลาทองกับน้องสาว แล้วก็ได้กินสายไหมด้วยนะ ตอนช้อนปลาทองเนี่ยเผลอติดกับดักปลารักเร่สีดำสะดุดตาที่ถูกปล่อยออกมาให้โดดเด่นตัดกับฝูงปลาทองสีแดง ไล่จับจนเสียสวิงไปตั้งหลายอัน... ที่แท้ปลารักเร่สีดำก็คือเพชฆาตที่ร้านตักปลาทองปล่อยออกมาฆ่าลูกค้านั่นเอง พวกเด็กๆ ผู้ไร้เดียงสาเอ๋ย หากไล่ตามรักเร่สีดำไป พวกเจ้าจะต้องหลั่งน้ำตา!
เอ้า เอาเป็นว่า
 
"ไม่เคยค่ะ"
 
เค้าเปล่าโกหกนะ ก็คิโชวอิน เรย์กะไม่เคยไปจริงๆ นี่นา

"งั้นเหรอ"
"ค่ะ"
 
ระหว่างที่เอ็นโจบอกเล่าข้อมูลเกี่ยวกับตลาดอาซากาโอะกับตลาดโฮซึกิให้ฉันฟังอยู่นั่นเอง คาบุรากิก็ถือกระเป๋าเดินเข้ามา พวกเราจึงทักทายสมาชิกที่ยังเหลืออยู่ในห้องสโมสรก่อนขอตัวอำลาออกมา
 
"มีพันธุ์อะไรที่อยากได้หรือเปล่า"
"ก็ไม่มีเป็นพิเศษนะคะ เพียงแต่ดอกอาซากาโอะสีแดงหรือสีฟ้าดอกใหญ่ๆ ที่กำลังเบ่งบานก็น่าจะดีเหมือนกัน"
"พูดเรื่องอะไรกัน"
"ตลาดอาซากาโอะน่ะ เห็นคุณคิโชวอินว่าอยากไป"
"หืม"
 
คาบุรากิดูไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่
 
"ถ้าเป็นช่วงนี้ ก็มีดอกอาซากาโอะส่งมาที่บ้านเยอะแยะอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ"
 
ก็ใช่อยู่หรอก แต่ดอกอาซากาโอะที่ส่งมาที่บ้านนี่มีแต่พวกที่ภูมิฐานประมาณว่าได้รางวัลในงานนิทรรศการ ไม่ก็เป็นสายพันธุ์ที่หาได้ยากทั้งนั้น ส่วนมากจะเป็นดอกอาซากาโอะคนละแบบกับที่ฉันวาดภาพไว้ทั้งนั้น ที่ฉันอยากเลี้ยงน่ะเป็นไม้กระถางที่เป็นไม้เลื้อยหน้าตาดาดๆ อย่างที่เด็กประถมปลูกเป็นการบ้านปิดเทอมต่างหาก ยังไงซะดอกอาซากาโอะที่คุณคนสวนดูแลก็ต้องภูมิฐานคนละชั้นกับนักเรียนประถมอยู่แล้วน่ะนะ

"ฉันอยากได้ดอกอาซากาโอะที่เลือกเองน่ะค่ะ"
"หืม"
 
ดูเหมือนคาบุรากิจะไม่สนใจในศิลปะการจัดสวน
 
"แต่ตลาดอาซากาโอะอาจจะเหมาะเป็นจุดเดทในฤดูร้อนก็ได้นะ ดูมีรสนิยมดีออก"
 
เอ็นโจ พูดอะไรไม่เข้าเรื่อง!
 
"เดทในฤดูร้อน...?"
 
อ๋า! คาบุรากิเกิดสนใจเลยไหมล่ะ!
 
"แบบนี้นี่เอง จะว่าไปก็ดูมีรสนิยมดี ไว้เดี๋ยวลองชวนดูดีกว่าว่าจะแวะไปหลังเลิกเรียนไหม"
 
เอ็นโจ~! ขืนสองคนนั้นมาเจอฉันกำลังโซ้ยยากิโซบะเต็มกระพุ้งแก้มอยู่จะทำยังไงเล่า!
จะว่าไป สาเหตุที่ทำให้ฉันกับวาคาบะจังมาสนิทกันได้ ก็เป็นเพราะวาคาบะจังมาเห็นตอนฉันกำลังงับปลาหมึกย่างอยู่หน้าร้านแผงลอยนี่นา หนำซ้ำยังอยู่ในสภาพที่น้ำจิ้มไหลย้อยลงมาเลอะชุดอีกต่างหาก แค่นึกก็อายจนอยากร้องกรี๊ด! ขอร้องล่ะนะวาคาบะจัง ช่วยลืมเรื่องตอนนั้นไปให้หมดๆ เถอะนะคะ!

"เหมือนจะเปิดถึงกลางคืนด้วยนะ"
"ถ้างั้นก็น่าจะไปทัน"
 
ถ้าพวกคาบุรากิจะไปตอนกลางคืน ฉันก็ไปตอนกลางวันดีกว่า ยังไงขึ้นรถไฟท้องถิ่นไปจนถึงที่ไกลๆ ที่พวกคาบุรากิจะไม่มีวันมาถึงเลยดีไหมนะ
 
ขณะกำลังหัวเสียที่แผนการลับๆ ท่องร้านแผงลอยถูกขัดจังหวะ รองหัวหน้าชมรมงานฝีมือก็ส่งเมล์อบอุ่นหัวใจมาชักชวนว่าสมาชิกชมรมทุกคนมารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมชมรมครั้งสุดท้ายของเทอมแรกแล้ว หัวหน้าจะไม่โผล่หน้ามาหน่อยหรือคะ ฉันจึงกล่าวคำอำลาคาบุรากิและเอ็นโจ แวะกลับมาที่ห้องสโมสรชั่วคราว ก่อนมุ่งหน้าไปยังห้องชมรมอย่างยินดี

"ท่านเรย์กะ กรุณามาด้วยสินะคะ"
"ต้องขอโทษด้วยนะคะ ยุ่งๆ แบบนี้"
"ไม่หรอกค่ะ ดีใจนะคะที่ชวนฉันมาด้วย"  

นี่เป็นหลักฐานว่าหัวหน้าชมรมแต่ชื่ออย่างฉันได้รับการยอมรับให้เป็นสมาชิกคนหนึ่งของชมรมงานฝีมือแล้วไงล่ะ น่าดีใจจริงๆ  ตอนแรกที่ชมรมนี่ฉันเองก็เป็นสมาชิกปลอมๆ ที่บุกมานั่งหน้าทนอยู่ตั้งนาน แต่ตอนนี้ก็ไต่เต้าขึ้นเป็นถึงหัวหน้าชมรมแล้ว ก็ถือว่ามาได้ไกลเหมือนกันนะคะ
การจัดทำชุดแต่งงานของตั้งโชว์ในงานเทศกาลโรงเรียนก็คืบหน้าไปได้ด้วยดี ครั้งนี้ได้มินามิคุงเทพนักปักมาเป็นกำลังสำคัญด้วย อาจจะวิจิตรงดงามยิ่งขึ้นกว่าเดิมก็ได้
 
"อยากเห็นตอนเสร็จเร็วๆ จังเลยนะคะ"
"ค่ะ เวดดิ้งดอลล์ฝีมือท่านเรย์กะที่จะนำมาประดับร่วมกันก็คงจะดึงดูดสายตาผู้คนได้มากมายอย่างแน่นอน"
"อ๊ะ..."
 
ซวยล่ะ... แทบไม่ได้แตะต้องเวดดิ้งดอลล์เลยนี่นา สงสัยฤดูร้อนปีนี้คงไม่มีเวลามาเที่ยวเล่นแน่เลย

"มาสร้างงานโรงเรียนที่แสนวิเศษกันเถอะนะคะ หัวหน้า"
"อุฮุฮุ"
 
ขากลับแวะร้านงานฝีมือก่อนดีกว่า
แต่ว่า ก่อนอื่น

"นี่เป็นของเหลือจากห้องสโมสร Pivoine ถ้าไม่รังเกียจก็เชิญเถอะนะคะ"
 
วันนี้หัวหน้าชมรมผู้ไร้ความสามารถก็ยังเที่ยวโปรยปรายสินบนเพื่อซื้อใจผู้คนอีกเช่นเคย
 
 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก! ใครจีบใครก็พยายามเข้านะ เหลืออีกเทอมเดียวเท่านั้น! ช่วยทำฝันเดทในชุดเครื่องแบบของท่านเรย์กะให้เป็นจริงด้วย!




NEKOPOST.NET