[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 275 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.275 - ตอนที่ 275


275.


ในวันพิธีปิดการศึกษาที่เลิกเร็วกว่าปรกติ คงมีนักเรียนหลายคนที่แวะร้านข้างทางกับเพื่อนๆ ขากลับจากโรงเรียน แต่โชคร้ายที่ฉันมีงานชุมนุมครั้งสุดท้ายประจำเทอมที่ห้องสโมสร Pivoine จึงไปไหนกับใครไม่ได้

"น่าเสียดายที่ท่านเรย์กะมาด้วยกันไม่ได้นะคะ..."
 
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ดูเหมือนพวกเซริกะจังก็จะแวะไปเที่ยวที่ไหนตอนขากลับเหมือนกัน วางแผนกันน่าสนุกเชียว
 
"ไปทานลันช์ในร้านที่ลงในนิตยสารที่เห็นวันก่อนไหม"
"ร้านเปิดใหม่ที่เขาว่ามีลันช์เพลทเก๋ๆ น่ะเหรอ"
"ใช่ๆ"
"ซุปใส่เครื่องเยอะๆ ก็ดูน่าอร่อยดีนะ"
"ก็ดีนะ งั้นทานลันช์กันที่ร้านนั้น แล้วไปดื่มชาหลังอาหารต่อที่ไหนดี"
"นั่นสิน้า..."
"ฉันอยากไปดูเสื้อผ้าฤดูร้อนน่ะ"
"ฉันด้วย งั้นหลังอาหารไปดูกันซักหน่อยไหม"

ดีจังน้า น่าสนุกจัง อยากไปด้วยจัง โรงเรียนเอกชนเนี่ยบ้านแต่ละคนอยู่ไกลกัน พอปิดเทอมแล้วก็ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่เลย

แต่ในฐานะบุตรสาวตระกูลคิโชวอินแล้ว จะให้เพิกเฉยต่อการสมาคมในหมู่ Pivoine ก็ไม่ได้เสียด้วย ที่สำคัญ วัตถุประสงค์ของ Pivoine ก็คือเพื่อเป็นสถานที่ให้เหล่าเด็กๆ ที่ฐานะทางบ้านและสังคมอยู่ในระดับเดียวกันได้สานต่อความสัมพันธ์และเรียนรู้มารยาททางสังคมนี่นะ เพราะงั้นถึงคาบุรากิคนนั้นจะพูดโน่นพูดนี่ไงยังไง สุดท้ายแล้วก็ต้องโผล่หน้ามาที่ห้องสโมสรอยู่ดี

แล้วสโมสรจะครึกครื้นแค่ไหน ก็เป็นตัววัดฝีมือและความดึงดูดผู้คนของประธานในปีนั้นๆ ด้วยละนะ  ฉันก็ต้องเข้าร่วมเพื่อเห็นแก่หน้าคาบุรากิด้วยในฐานะที่อยู่ชั้นปีเดียวกัน  ถ้าเกิดถูกใครหาว่า ยุคนั้นมัน... ก็จะเกี่ยวพันมาถึงพวกเราที่อยู่ชั้นปีเดียวกันด้วย เอาเถอะ ถึงฉันไม่ไป ยังไงซะรอบข้างจักรพรรดิก็มีผู้ชื่นชมบารมีแห่แหนกันมาชุมนุมอยู่รอบข้างไม่ห่างอยู่แล้วนี่นา ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก

ถ้าจะเที่ยวเล่นกันถึงเย็น ถึงจะไปกินข้าวเที่ยงด้วยไม่ได้ แต่หลังเสร็จสิ้นการรวมตัวของ Pivoine ฉันพอจะไปจอยด้วยได้นะ ไม่ชวนหน่อยเหรอ~ไม่ชวนหน่อยเหรอ~

ฉันเพ่งสมาธิส่งสัญญาณอย่างเงียบงัน ทว่าไม่มีใครทำท่าจะสังเกตเห็นเลย...

"อยากได้ปิ่นปักผมสำหรับฤดูร้อนให้เข้ากับชุดยูกาตะที่เพิ่งตัดมาใหม่จัง ขอแวะร้านหน่อยได้ไหม"
"ว้าว คุณรุเนะสั่งยูกาตะลายอะไรมาเหรอ ฉันก็ตัดชุดยูกาตะที่จะใส่ไปเที่ยวงานแสดงดอกไม้ไฟมาเหมือนกันนะ"
"เอ๋ งานแสดงดอกไม้ไฟ!?"
 
ฉันมีปฎิกริยากับคำว่างานแสดงดอกไม้ไฟของอายาเมะจัง

"คุณอายาเมะ จะไปงานแสดงดอกไม้ไฟหรือคะ"
"เอ๋ ค่ะ"
 
ดีจังน้า ดีจังน้า ฉันก็อยากใส่ชุดยูกาตะไปงานดอกไม้ไฟบ้างจัง!
 
"น่าสนุกจังนะ จะไปดูดอกไม้ไฟที่ไหนเหรอ"
 
ว่าแล้วอายาเมะจังก็ออกชื่องานแสดงดอกไม้ไฟครั้งยิ่งใหญ่มา งั้นเหรอ ที่นั่นฉันก็เคยทานดินเนอร์กับครอบครัวในโรงแรมไปพลางชมดอกไม้ไฟไปพลางเหมือนกันนะ จัดกันตระการตาทุกปีเลยล่ะ

ได้ชมดอกไม้ไฟจากในที่โล่งโปร่งสบายไม่ต้องไปเบียดเสียดยัดเยียดกับผู้คนก็สบายใจดี แต่ฉันว่าได้เดินปะปนไปกับคลื่นมนุษย์พลางชมดอกไม้ไฟนี่ก็สนุกดีนะ
ใส่ชุดยูกาตะเดินเที่ยวกับเพื่อน หาที่นั่งกินอาหารร้านแผงลอยพลางชมดอกไม้ไฟนี่ต่างหากถึงจะเป็นจิตวิญญาณการชมดอกไม้ไฟที่แท้จริงไม่ใช่เหรอ
พอไปเข้าจริงๆ ก็เจอคนเยอะจนต้องถอยกรูด เดินไปไหนอย่างใจอยากก็ไม่ได้ ทั้งร้อนทั้งเหนื่อยขาก็เจ็บจนแทบไม่ได้มองดอกไม้ไฟ  แต่ก็จะกลายเป็นความทรงจำดีๆ อีกแบบหนึ่งนะ
 
อยากไปจังเลย ลองชวนทุกคนไปดูดีไหมนะ ถึงขนาดสั่งตัดชุดยูกาตะมาแล้วนี่นา แสดงว่าตั้งใจจะไปอีเวนต์แบบนั้นกันใช่ไหมนะ
 
"พวกคุณรุเนะก็มีกำหนดการไปดูดอกไม้ไฟด้วยเหรอคะ"
"พวกเราน่ะหรือคะ"

พอลองถามดู ทุกคนก็ชักคึกคักคุยกันว่าจะไปงานดอกไม้ไฟงานนั้น อยากไปงานดอกไม้ไฟงานโน้น นั่นสิเนอะ อุตส่าห์สั่งตัดยูกาตะมาทั้งที ก็คงอยากหาโอกาสใส่บ่อยๆ เนอะ แต่เท่าที่ฟังมาก็เหมือนจะสัญญากันไว้แล้วนะว่าจะไปกับใครบ้าง อื~ม นี่ฉันถามช้าไปเหรอเนี่ย
แต่ยังไงซะพวกเซริกะจังคงไม่ลดตัวลงมาเป็นสามัญชนเดินกินของร้านแผงลอยไปพลางตามที่ฉันวาดฝันไว้ละมั้ง ขืนบอกไปคงตาถลนกันแหงๆ เลย เดินกินเนี่ยนะ!?
 
"อ๊ะ ท่านคาบุรากิกับท่านเอ็นโจล่ะ"
 
เมื่อไปยังหอประชุมใหญ่เพื่อเข้าร่วมพิธีปิดการศึกษา ก็พบเข้ากับคาบุรากิและเอ็นโจที่อาบแสงที่ส่องเข้ามาทางหลังคาจนดูเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม
 
สองคนนั้นก็เด่นสะดุดตาจริงๆ น่ะแหละนะ ขนาดยืนอยู่เฉยๆ เหมือนนักเรียนคนอื่นๆ รอบข้าง แต่ไม่รู้ทำไมถึงดูสว่างเรืองรองออกมา ไม่รู้พกเครื่องปั่นไฟติดตัวไว้หรือไง
 
"ก็ดีใจอยู่หรอกนะที่ได้ปิดเทอม แต่ไม่ได้เห็นหน้าทั้งสองท่านแล้วปวดใจเหลือเกินนะคะ"
"นั่นสิเนอะ จะไม่ได้เจอหน้าท่านคาบุรากิกับท่านเอ็นโจตั้งเดือนกว่าแน่ะ"

พวกเซริกะจังยกมือขึ้นกุมแก้มถอนหายใจ

"แต่ในจุดนี้ ถึงจะอยู่ระหว่างปิดเทอม ท่านเรย์กะก็คงมีโอกาสได้พบหน้าบ้างใช่ไหมคะ"

คิคุโนะจังเบนหัวเรื่องมาทางฉัน
ฉันปั้นหน้ายิ้มแย้มไร้พิษสงพึมพำว่า "ก็ไม่ทราบสินะคะ..."
 
"ทั้งสองท่านต่างก็มีธุระยุ่ง หากไม่มีกำหนดการเป็นพิเศษก็คงยากจะได้พบกระมังคะ"
 
ฉันตอบไป
ความจริงไม่อยากเจอหน้าเลยเหอะ เจอทีไรก็เล่นหาเหามาใส่หัวฉันซะทุกทีนี่นา  ท่านคาบุรากิน่ะ ปีนี้ต้องไปเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนที่โรงเรียนสอนพิเศษ ยุ่งทุกวันละน้า~
กระนั้นพวกคิคุโนะจังก็ยังไม่ยอมแพ้
 
"อ้าว ก็มีซัมเมอร์ปาร์ตี้ของ Pivoine อยู่ไม่ใช่หรือคะ!"
 
จริงด้วย
Pivoine มีงานอีเวนต์น้อยใหญ่จำพวกงานเลี้ยงน้ำชาจิปาถะอื่นๆ มากมาย แต่งานที่หรูหราตระการตาที่สุดก็คือซัมเมอร์ปาร์ตี้นี่ละนะ มีรุ่นพี่รุ่นน้องเข้าร่วมงานด้วย ถือเป็นงานปาร์ตี้ที่บรรดาสมาชิก Pivoine รวมถึงฉันเองด้วยเฝ้ารอคอยกันมากที่สุด แม้จะมีอะไรวุ่นวายหลายอย่าง แต่พอได้เข้าร่วมซัมเมอร์ปาร์ตี้ทีไร ก็รู้สึกว่าดีจังน้าที่ได้เป็นสมาชิก Pivoine

"ท่านเรย์กะได้เลือกชุดที่จะใส่ไปงานปีนี้หรือยังคะ"
"อื๋อ ยังเลยล่ะ ความจริงก็เตรียมไว้บ้าง แต่ยังตัดสินใจไม่ได้... ตั้งใจจะขอให้ท่านพี่เอสคอร์ทไปงาน ก็เลยจะจับคู่โทนสีให้เข้ากันน่ะค่ะ"
"วิเศษไปเลยนะคะ!"

พวกเซริกะจังพากันกรี๊ดกร๊าดกับซัมเมอร์ปาร์ตี้กันใหญ่ พอฉันเอียงคออย่างฉงน ก็เฉลยว่า  
 
"สำหรับเด็กซุยรันแล้ว ซัมเมอร์ปาร์ตี้ของ Pivoine นี่ถือเป็นความใฝ่ฝันเลยนะคะ"
 
เช่นนี้นี่เอง
พูดถึงซุยรันก็นึกถึง Pivoine พูดถึง Pivoine ก็นึกถึงซัมเมอร์ปาร์ตี้นี่นะ ตอนอ่านการ์ตูนฉันก็เคยนึกใฝ่ฝันอยู่เหมือนกัน

"จะเป็นโลกแบบไหนกันนะ เคยได้ฟังมาตั้งแต่สมัยประถมแล้ว แต่ก็ไม่เคยเห็นของจริงเลยนี่นา"
"เห็นว่ามีเต้นรำกันด้วยนะ วิเศษไปเลย"
"เต้นรำเหรอ... ถ้าได้เต้นรำกับท่านคาบุรากิหรือท่านเอ็นโจคงเหมือนฝันไปเลยนะ"
"แค่จินตนาการก็ใจเต้นตึกตักแล้วล่ะ อา แค่ครั้งเดียวก็ได้ อยากลองไปดูจัง"
 
พวกเซริกะจังเปิดสวิตช์เข้าโหมดเคลิบเคลิ้มไปเสียแล้ว จากนั้นแต่ละคนก็ดูท่าจะเริ่มบรรยายจินตนาการเตลิดว่าถ้าคาบุรากิหรือเอ็นโจชวนออกไปเต้นรำจะทำอย่างไร ฉันเลยห้ามไว้ก่อนเพราะเกรงสายตารอบข้าง ถ้าจะเพ้อก็ไปเพ้อที่แอบๆ กันดีกว่านะ
 
ในพิธีปิดการศึกษาที่เริ่มขึ้น หลังจากสุนทรพจน์ของผู้อำนวยการจบลง นายตัวสำรองที่ดำรงตำแหน่งประธานนักเรียนก็ขึ้นมายังโพเดียม ถึงจะไม่เท่าคาบุรากิหรือเอ็นโจ แต่นายตัวสำรองก็ถือว่าได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย พวกรุ่นน้องนี่ส่งเสียงกันแซ่ดเชียว พอเปิดเทอมใหม่เมื่อไหร่ก็ต้องเริ่มการเลือกตั้งประธานนักเรียนคนใหม่แล้ว ช่วงเดือนหนึ่งนี้นายตัวสำรองคงยุ่งอยู่กับการเตรียมการครั้งสุดท้าย ฉันเองก็ต้องมาโรงเรียนเพื่อเข้าเรียนเสริมแล้วก็ทำกิจกรรมชมรมเหมือนกัน คงได้เจอหน้ากันบ้างละมั้ง

พิธีในหอประชุมเสร็จสิ้น ในห้องเรียน หลังจากแจ้งหัวข้อควรระวังระหว่างปิดเทอมฤดูร้อนและแจกใบคะแนนแล้วก็เป็นอันสลายตัว
คะแนนกระเถิบขึ้นมาหน่อย...อุฮุฮุ
พวกเซริกะจังดูไปทานลันช์กันต่อข้างนอกตามที่คุยกันไว้เมื่อเช้า พวกเราจึงลากันตรงนี้
 
"ถ้าเช่นนั้น ลาก่อนนะคะ ท่านเรย์กะ"
"ลาก่อนค่ะ"
"ไว้จะติดต่อไปก่อนไปเที่ยวกันนะคะ"
"จ้ะ"

ทุกคนจะติดต่อมาก่อนหน้านั้นก็ได้ตามสบายเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ
ฉันกับซาโตมิคุงที่เป็นคณะกรรมการห้องช่วยกันแจกชีทเตรียมตัวสำหรับผู้ที่จะลงเรียนเสริมของซุยรัน เช็คชื่อเสร็จแล้วจึงเดินไปยังห้องสโมสร Pivoine
สมาชิกมากันแทบจะทุกคน ในห้องสโมสรจึงมีคนมากมาย แต่ทุกคนก็ยังเกรงใจเว้นที่บนโซฟาตัวโปรดที่ฉันนั่งเป็นประจำไว้ให้ ฉันจึงโปรยยิ้มทักทาย "สวัสดีค่ะ" ก่อนนั่งลงอย่างขอบคุณ โซฟาตัวนี้ตั้งอยู่ตรงริมห้องพอดีๆ นั่งแล้วสบายใจจัง

นี่ก็เป็นวันสุดท้ายของเทอมนี้ คาบุรากิผู้เป็นประธาน Pivoine จึงกล่าวคำทักทายสั้นๆ ก่อนที่ทุกคนจะเพลิดเพลินกับน้ำชาและขนม พูดคุยเรื่องสัพเพเหระตามปรกติ
พอดีเป็นช่วงเวลาเที่ยง วันนี้ที่สโมสรจึงมีการสั่งเคเทอริ่งจากร้านชื่อดัง เตรียมอาหารเบาๆ เอาไว้ด้วย ฉันลุกขึ้นลองมองหาอะไรกิน แล้วก็เห็นท่านโนเซ็น ซาราระ เข้าพอดี บนโต๊ะตรงหน้าท่านซาราระมีเอแคลร์ตั้งอยู่ โอ้ว เอแคลร์!
 
เอแคลร์ที่เสิร์ฟอยู่ใน Pivoine นี่ไม่ใช่ของบ้านๆ แบบที่มีช็อกโกแลตเคลือบหน้าบนแป้งชูเฉยๆ แต่เป็นเอแคลร์จากร้านเฉพาะทางที่ประดับประดาด้วยสีสันต่างๆ อย่างงดงาม
ฉันเองก็ชอบเอแคลร์ของร้านสะดวกซื้อ แต่เอแคลร์จากร้านเฉพาะทางด้านเอแคลร์เนี่ยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทางนี้ฉันก็ชอบมากๆ เหมือนกันนะ

"สวัสดีค่ะ ท่านซาราระ"
"สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ"

ฉันถูกเอแคลร์ยั่วยวนให้เดินล่องลอยเข้าไปใกล้ท่านซาราระ
เอแคลร์ที่ท่านซาราระรับประทานอยู่เคลือบหน้าด้วยครีมสีเขียวและโรยหน้าด้วยถั่วอัดแน่น พอลองถามรสชาติก็เห็นว่าเป็นรสพิสตาชิโอ ฉันจะเอารสอะไรดีน้า พูดถึงเอแคลร์แล้วที่แน่ๆ ก็ต้องช็อกโกแลตละนะ แต่ไหนๆ จะสั่งทั้งทีก็เอาเป็นเอแคลร์เบอรี่สีแดงแลดูสะดุดตาดีไหมน้า

ฉันเลยขอนั่งลงข้างท่านซาราระ แล้วสั่งชาฝรั่งกับเอแคลร์จากบริกร

"กำหนดการช่วงวันหยุดฤดูร้อนของท่านซาราระเป็นอย่างไรบ้างคะ"
"ฉันหนีร้อนไปบ้านพักตากอากาศของครอบครัวทุกปี ปีนี้ก็จะหนีความร้อนไปอ่านหนังสือสบายๆ เหมือนเดิมค่ะ"

สมเป็นสาวน้อยวรรณกรรมผู้โดดเดี่ยวทรนง ในห้องสโมสรก็มักจะนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ เสมอเลยนี่นะคะ

ฉันกินเอแคลร์หวานๆ ที่ได้รสเปรี้ยวของเบอร์รี่ช่วยชูรสอย่างเหมาะเจาะ พลางพูดคุยกับท่านซาราระเรื่องหนังสือที่เพิ่งอ่านเมื่อเร็วๆ นี้ รสนิยมเรื่องหนังสือของท่านซาราระนี่สูงส่งยากจะตามทัน ฉันชอบอ่านหนังสือก็จริง แต่ไม่นึกอุตสาหะขนาดอยากตามไปอ่านฉบับออริจินัลหรอกนะ

ในตอนนั้น ท่านฟุยุโกะก็ปรากฏตัวขึ้น ถามว่า "ขอร่วมวงด้วยได้ไหมคะ"

"แหม ท่านฟุยุโกะ เชิญนั่งสิคะ"

ท่านฟุยุโกะกล่าวขอบคุณแล้วนั่งลงข้างๆ ฉัน
ท่านฟุยุโกะผู้โปรดปรานไสยศาสตร์ดูจะชอบวรรณกรรมแนวจินตมายา และอ่านหนังสือแนวนั้นมาอย่างโชกโชนจนคุยกับท่านซาราระได้อย่างถูกคอ

"ที่ผ่านมาฉันมัวแต่ให้ความสำคัญกับทางยุโรป แต่ตั้งแต่เริ่มสนิทสนมกับท่านเรย์กะระยะนี้ ก็เริ่มจะหันมาสนใจทางด้านญี่ปุ่นบ้างแล้วนะคะ ยังมีโลกที่ไม่รู้จักอยู่อีกมากมายเหลือเกิน"
"ฉันเข้าใจนะคะ ท่านฟุยุโกะ ญี่ปุ่นเองก็มีหนังสือดีๆ อยู่มากเชียวค่ะ"
 
ท่านซาราระแสดงความเห็นด้วย แต่ที่ท่านฟุยุโกะพูดถึงน่ะคงไม่ใช่วรรณกรรมหรอก คงเป็นทางไสยศาสตร์มากกว่าละมั้ง
พอเหลือบมองดูก็เห็นว่าท่านฟุยุโกะจิบแต่น้ำชา
 
"ท่านฟุยุโกะรับแต่ชาอย่างเดียวจะดีหรือคะ เอแคลร์ที่พวกเราทานกันอยู่นี่ก็อร่อยดีนะคะ"
"นั่นสินะคะ... ก็ท้องว่างนิดหน่อยเหมือนกัน แต่ไม่รู้สึกอยากทานขนมน่ะค่ะ..."
 
นี่ก็เที่ยงแล้วนะ คงอยากทานอาหารให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อนทานขนมละมั้ง
 
"มีเคเทอริ่งด้วย ไปตักอะไรมาทานกันไหมคะ"
 
พอฉันว่าแบบนั้น ท่านฟุยุโกะก็พยักหน้า
เดินไปที่มุมเคเทอริ่ง มีอาหารหลายหลายตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆ ไปจนถึงอาหารจานหลัก จะกินอะไรดีน้า ได้เลือกอะไรหลายๆ อย่างเนี่ยตาลายไปหมดเลย แต่ก็สนุกดีเนอะ

ฉันนึกถึงเรื่องงานดอกไม้ไฟเมื่อครู่ขึ้นมาได้
พูดตามตรง เป้าหมายของฉันก็คือร้านแผงลอย
ดอกไม้ไฟมันสวยก็จริง แต่ถ้าถามว่าแล้วยังไงก็อยากดูให้ได้หรือเปล่า ยังไงก็อยากดูให้ได้เหรอ ก็ต้องบอกว่าไม่ถึงขนาดนั้น สำหรับฉันแล้ว งานดอกไม้ไฟก็เท่ากับร้านแผงลอย
ทาโกะยากิ, ยากิโซบะ, น้ำแข็งไส, มันฝรั่งอบเนย, ปลาหมึกย่าง, แอปเปิลเชื่อม... อุหวา อยากไปจังเลย~
...แต่ไม่มีคนไปเป็นเพื่อนนี่นา จะให้ชวนท่านฟุยุโกะไปก็ไม่ได้ด้วยสิ

ความจริงฉันเป็นประเภทไปไหนมาไหนคนเดียวได้นะ แต่ถึงขนาดไปงานชมดอกไม้ไฟตอนกลางคืนคนเดียว ไปเข้าคิวซื้อของกินร้านแผงลอยกินคนเดียวแล้วกลับมาเนี่ยมันออกจะ..... ถ้าเป็นแถวๆ บ้านก็ยังพอว่าน่ะน้า

อื๋อ...? ถ้าจะไปร้านแผงลอย ก็ไม่จำเป็นต้องไปงานดอกไม้ไฟก็ได้นี่นา งั้นลองไปงานเทศกาลฤดูร้อนดูดีไหมนะ น่าจะมีหลายเขตเลยนะที่จัดงานตั้งแต่ช่วงกลางวันในวันเทศกาล แต่ไปงานเทศกาลฤดูร้อนคนเดียวเพื่อร้านแผงลอยเนี่ยนะ...

ฉันชักเริ่มเป็นห่วงตัวเองที่ลงทุนทำถึงขนาดนั้นเพื่อจะได้ไปหาของกินในร้านแผงลอยขึ้นมาแล้วไง ในอนาคตพออายุเยอะจนเริ่มเลอะเลือน ฉันต้องแสดงความยึดติดในอาหารออกมาออกนอกหน้านอกตาแหงๆ จินตนาการได้อย่างง่ายดายเลยว่าคงโดนบ่นลับหลังว่า "คุณยายเรย์กะเนี่ย เมื่อกี้เพิ่งจะกินไปแท้ๆ นี่ก็ร้องอีกแล้วว่ายังไม่ได้กินอะไรเลย เอาของกินมานะเธอ"  ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน... ไม่สิ ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ได้อยากกินของร้านแผงลอยซักหน่อย แค่ชอบบรรยากาศร้านแผงลอยต่างหาก ใช่แล้ว ตามนั้นแหละ นี่เป็นการหวนหาอดีตน่ะ

จริงด้วย ถ้าลองเล็งไปที่ตลาดอาซากาโอะหรือตลาดโฮซึกิ (*) ล่ะเป็นไง สร้างสตอรี่ว่าอยากไปซื้อไม้กระถางแล้วก็เลยพลอยแวะร้านแผงลอยไปด้วยจะฟังขึ้นไหมนะ สงสัยเพราะยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงหรือไงกัน ในหัวถึงมีแต่ร้านแผงลอยเต็มไปหมด

ฉันทนไม่ไหวควักมือถือออกมา แล้วลองเสิร์ชหาตลาดอาซากาโอะกับตลาดโฮซึกิเดี๋ยวนั้น
 
"จะไปตลาดอาซากาโอะเหรอ"
 
จู่ๆ ก็มีเสียงทักดังมาจากด้านหลัง ฉันสะดุ้งตัวลอยเหลียวกลับไป
 

 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
ตอนที่แล้วแท็ก Shojo ผงาด นักอ่านโดขิๆ กันแทบตาย ท่านเรย์กะนิ่งสนิท ส่วนตอนนี้แท็ก Food กลับมาชิงชัย ท่านเรย์กะแลดูมีชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัด... ถ้ายังมาบอกว่าอยากจะออกจากหมู่บ้านคานทองอีกนะจะตีให้ตายเลย!

พิสตาชิโอเอแคลร์

สตรอว์เบอร์รี่เอเคลร์

(*) ตลาดอาซากาโอะกับเมืองโฮซึกิ  

เทศกาลตลาดอาซากาโอะ (ดอกบานเช้า)

เทศกาลตลาดโฮซึกิ (ต้นโคมไฟจีน)

สำหรับบุคคลปริศนาที่โผล่มาสอดรู้เรื่องของท่านเรย์กะจากทางด้านหลัง ขออุบไว้เฉลยตอนต่อไปในประมาณวันที่ 15-16 นะครับ สัปดาห์หน้าติดภารกิจต่างแดนยาวๆ เลย แต่คงพอเดากันได้มั้ง...?

 

 




NEKOPOST.NET