[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 272 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.272 - ตอนที่ 272


272.


ในห้องสโมสร Pivoine คาบุรากิกล่าวสุนทรพจน์  "ทั้งผู้ที่บรรลุผลได้ตามเป้าหมาย และผู้ที่พลาดไปในครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่พยายามได้ดีมาก" ผู้ที่ได้ฟังต่างก็มีสีหน้าฉายแววภาคภูมิใจ 
 
เห็นว่าเหล่านักเรียนสมาชิก Pivoine คะแนนโดยรวมดีขึ้นกันหมดในสอบปลายภาคครั้งนี้  ก็เป็นคำสั่งจากจักรพรรดิผู้เป็นประธานนี่นะ แม้ระดับจะต่างกันอยู่บ้างแต่ก็ต้องตั้งใจกันทั้งนั้นแหละ ในหมู่สมาชิกรุ่นเด็กลงไปมีกลุ่มเด็กที่คะแนนดีอยู่แล้วแต่แรก สอบครั้งนี้ก็ยิ่งได้คะแนนดีเข้าไปใหญ่ เด็กพวกนั้นจะกลายเป็นกำลังของ Pivoine รุ่นต่อไปหรือเปล่าน้า~

 "สำเร็จแล้วนะครับ ท่านเรย์กะ~" 

ส่วนพวกเด็กม.4 ที่ถูกคาบุรากิคาดโทษอย่างเข้มงวดว่าต้องสอบให้ได้อันดับไม่เกินที่ 50  ล้วนแล้วแต่ไถลผ่านเกณฑ์ไปได้อย่างฉิวเฉียดกันถ้วนหน้า ได้ที่ 48,49, 50 ไล่เรียงกันมา เหลือหนังคอแผ่นบางๆ ยึดหัวไว้กับตัวได้แบบจวนเจียนเต็มที 
 
"ยินดีด้วยจ้ะ"
"ช่วงที่ผ่านมานี่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยละครับ"
"ทรมานสุดๆ..."
"เมื่อคืนนอนไม่หลับเลยครับ"
"ฉันเข้าใจนะคะ" 
 
พวกเราจับกลุ่มกันบอกเล่าเรื่องแห่งความยากลำบากซึ่งกันและกัน อ่านหนังสือมาหนักแค่ไหน แม้จะขึ้นเตียงพยายามจะหลับแล้วแต่ก็เกิดเป็นกังวลจนตาค้างต้องลุกขึ้นมาเปิดหนังสือทำโจทย์อีกรอบ ตื่นมาตอนเช้าแล้วก็พบว่าลืมเนื้อหาที่ท่องมาเมื่อคืนจนสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก มีแต่เรื่องที่เจอมากับตัวทั้งนั้น ไม่มีใครมีเมโมรี่ประสิทธิภาพสูงความจุใหญ่หลวงที่จะจดจำสิ่งที่เคยอ่านไปเพียงครั้งเดียวได้หมดแบบคาบุรากิติดตั้งอยู่หรอกนะ 
 
"แค่คิดว่าถ้าได้ที่ต่ำกว่า 50 จะเป็นยังไง ก็เกิดคลื่นไส้ขึ้นมา...."
"ช่วงนี้พอนอนไปเราก็ฝันร้ายตลอดเลย" 
 
พวกเราพยักเพยิดเป็นเชิงเข้าอกเข้าใจกันในอาการคลื่นไส้กับฝันร้ายนี้ ฉันเองก็ถึงกับฝันร้ายบ่อยๆ เลยนี่นา โดยเฉพาะเด็กพวกนี้ไปเข้าร่วมงานทวนสอบคำตอบของคาบุรากิ รู้ว่าตัวเองตอบผิดไปกี่ข้อด้วย แต่ละวันเลยยิ่งขวัญผวาหนักเข้าไปใหญ่ 
แล้วคนหนึ่งก็ลดเสียงลงต่ำ 
 
"อย่างผมถึงกับปัสสาวะเป็นเลือด..."
"เอ๋~~~~!!" 
 
ปัสสาวะเป็นเลือดก็เรื่องใหญ่เลยไม่ใช่เหรอ!? 
 
"เป็นเพราะความเครียดเหรอ"
"ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ดูจากระยะเวลาแล้วก็น่าจะใช่ นึกสาเหตุอย่างอื่นไม่ออกแล้วด้วย"
"ไปโรงพยาบาลหรือยัง"
"ยังครับ ผมกลัวไม่กล้าไปโรงพยาบาล แล้วที่ปัสสาวะเป็นเลือดก็แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวเอง..."
"แต่ก็มีความเสี่ยงอาจเป็นอาการของโรคอื่นได้นะ ไปโรงพยาบาลเถอะ!" 
 
ฉันแนะนำให้ไปตรวจร่างกายที่ร.พ.อย่างแรงกล้า วินิจฉัยเอาเองมันไม่ดีหรอกนะ
 
"นั่นสินะครับ ในกรณีนี้ ควรไปตรวจที่แผนกไหนครับ"
"น่าจะเป็นแผนกทางเดินปัสสาวะละมั้ง"
"นั่นสินะครับ~.... แต่ก็แค่ครั้งเดียวเอง..." 

เขานิ่งเงียบไปคล้ายลังเล ดูท่าจะไม่กระตือรือร้นเท่าไหร่ ไม่น่าๆ ไปให้เขาตรวจโดยเร็วดีกว่าน่า 
 
"ถ้าเป็นท่านเรย์กะ จะรีบไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือเปล่าครับ"
"นั่นสินะ...." 
 
ถึงจะตอบไปแบบนั้น แต่ถ้าตกอยู่ในฐานะเดียวกัน ฉันอาจจะกลัวไม่กล้าไปโรงพยาบาขอรอดูอาการต่ออีกซักระยะก็ได้... ก็ฉันมันใจเล็กชอบหนีความจริง เผลอจินตนาการว่าถ้าตรวจออกมาแล้วพบโรคร้ายจะทำไงดีล่ะ แล้วก็ชะงักงันไม่กล้าไปต่อนี่นา 
 
แต่ถ้าเป็นเรื่องของคนอื่นก็พอจะตัดสินใจอย่างเป็นกลางได้นะ ควรจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนั่นแหละ ขณะกำลังจะเสนอไปว่าลองปรึกษาแพทย์ประจำบ้านก่อนเป็นไง รุ่นน้องก็เงยหน้าขึ้นมา 
 
"ท่านเรย์กะ กรุณาไปด้วยกันได้ไหมครับ"
"เอ๋! ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ!?"
"ก็ไปแผนกทางเดินปัสสาวะคนเดียวมันน่าว้าเหว่ใจนี่ครับ"  
 
พอเข้าใจความรู้สึกนะ... แต่ให้ไปเป็นเพื่อนนี่มันก็นะ
 
"ให้ใครซักคนในครอบครัวไปเป็นเพื่อนไม่ดีกว่าเหรอ"
"อยู่ตั้งม.ปลายแล้ว ให้พ่อแม่ไปตามประกบนี่มันไม่น่าอายเหรอครับ" 
 
แล้วเด็กนักเรียนชายม.ปลายให้รุ่นพี่สาวตามไปประกบถึงแผนกทางเดินปัสสาวะเนี่ยมันไม่น่าอายเหรอยะ
ถึงทางโน้นจะก้มหัวขอร้องมาก็ยังลำบากใจอยู่ดี  อื~ม... อ๊ะ จริงด้วย!
 
"ลองไปปรึกษาท่านคาบุรากิดูเป็นไงคะ"
"เอ๋ ท่านคาบุรากิน่ะหรือครับ" 
 
รุ่นน้องทั้งสามคนมองตากันไปมา จากนั้นก็โบกไม้โบกมือเป็นเชิงปฎิเสธ 
 
"จะให้ปรึกษาเรื่องปัสสาวะเป็นเลือดกับท่านคาบุรากิที่เคารพนี่คงไม่ได้หรอกครับ"
"นั่นสิน้า~"
"พูดกับท่านคาบุรากิไม่ได้เด็ดขาด" 
 
แล้วไหงมาปรึกษากับฉันได้ล่ะเฮ้ย จากคำพูดเมื่อกี้ทำให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างฐานะของฉันกับคาบุรากิในสายตาไอ้พวกนี้ได้ชัดเจนเลย จ้างให้ก็ไม่ไปเป็นเพื่อนถึงแผนกทางเดินปัสสาวะหรอกย่ะ 
 
"แล้วคิดว่าท่านคาบุรากิเอง ถ้าได้รับคำปรึกษาเรื่องปัสสาวะเป็นเลือดก็คงลำบากใจนะครับ"
"อ้าว ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ อย่างฉันพอบอกท่านคาบุรากิว่าปวดกระเพาะ ก็ยังเกือบจะได้รับการแนะนำให้รู้จักแพทย์เฉพาะทางของเชื้อเอช.ไพโลไรเลยนะ"
"เอ๋ ท่านเรย์กะติดเชื้อเอช.ไพโลไรหรือครับ"
"ไม่ใช่นะคะ!"
"ไพโรไลอิน เรย์กะเหรอครับ"
"ใครเป็นไพโรไลอินกันยะ!" 

ไอ้พวกนี้ ได้ทีก็ลามปามกันใหญ่เลยนะเฮ้ย! 
ฉันส่งหมัดตรงซัดเข้ากะบังลมพวกรุ่นน้องที่หัวเราะเฮฮากันจนจุกนิ่งเงียบไป  เฮอะ 
 
"แต่ผมมีท่านเรย์กะเป็นที่พึ่งคนเดียว..."
"พวกนาย ซุบซิบอะไรกันอยู่ที่มุมห้องตั้งแแต่เมื่อกี้แล้ว" 
 
นินทาปุ๊บก็โผล่มาปั๊บ เสียงทักดังมาจากทางด้านหลัง พวกรุ่นน้องร้อง "อึ๋ย!"  สะดุ้งตัวลอยอย่างเห็นได้ชัด 
 
"เอ่อ คือว่า..."
"อะไรเล่า" 
 
เหล่ารุ่นน้องพากันอ้ำๆ อึ้งๆ กับการปรากฎตัวของคาบุรากิ ดูเหมือนการติวหนังสือแบบสปาร์ต้าต่อเนื่องกันหลายวันจะกลายเป็นการปลูกฝังความกลัวที่มีต่อคาบุรากิลงในจิตใจไปแล้ว
 
"ท่านคาบุรากิคะ เขากำลังกลุ้มใจที่ช่วงนี้ปัสสาวะเป็นเลือดน่ะค่ะ"
"ท่านเรย์กะ!" 

ทางโน้นส่งสายตาตัดพ้อว่า 'บอกไปทำไมล่ะครับ!' แต่ไม่สนหรอก ถ้าปล่อยไปแบบนี้ฉันอาจจะเป็นคนต้องตามไปประกบถึงแผนกทางเดินปัสสาวะก็ได้นี่นา
 
"ปัสสาวะเป็นเลือด" 
 
รุ่นน้องที่ถูกคาบุรากิตวัดสายตาจ้องห่อตัวลง 
 
"อาการเป็นยังไง"
"เปล่าครับ แค่ถ่ายปัสสาวะเป็นเลือดแค่ครั้งเดียว..."
"เข้าใจแล้ว ฉันจะแนะนำคุณหมอเก่งๆ ในแผนกทางเดินปัสสาวะให้"
"เอ๋!" 
 
คงไม่คิดว่าคาบุรากิจะให้คำปรึกษาเรื่องปัสสาวะเป็นเลือดจริงๆ ละมั้ง คาบุรากิยกปัจจัยที่อาจกลายเป็นสาเหตุของอาการปัสสาวะในเลือดขึ้นมาหลายข้อ หนำซ้ำยังจัดการเดินเรื่องจนสามารถเข้าพบแพทย์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว 

"ขะ ขอบพระคุณมากครับ" 

เมื่อคาบุรากิเป็นผู้แนะนำให้แล้ว จะเกลียดจะกลัวยังไงก็หมดสิทธิต่อรอง มีแต่ต้องไปเท่านั้นแหละ รุ่นน้องกล่าวขอบคุณด้วยใบหน้ารวดร้าว

"แล้วเขาก็กลัวไม่อยากไปโรงพยาบาลคนเดียว อยากให้มีคนไปเป็นเพื่อนด้วยนะค่ะ" 

ฉันเล่าให้คาบุรากิฟังด้วยความเป็นห่วงรุ่นน้อง ถ่ายทอดความเป็นกังวลของรุ่นน้องให้แทนด้วยจิตใจคนเป็นพ่อแม่ ไม่ได้เป็นเพราะแก้แค้นที่โดนทำเป็นตัวตลกหาว่าเป็นไพโรไลอินเด็ดขาดเลยนะคะ

"ท่านเรย์กะ~!"

รุ่นน้องขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย ส่งสายตาค้อนๆ มาให้ฉัน คาบุรากิทั้งคน มีหวังได้ตวาดกลับไปว่า 'ลูกผู้ชายอายุก็ไม่น้อยแล้วอย่ามาทำตัวอ่อนปวกเปียกน่า!' แหงๆ เคะเคะเคะ
หากคาบุรากิกลับยกมือขึ้นจับคาง แล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง 

"ไปตอนที่ฉันมีเวลาว่างได้ไหมล่ะ..."

เอ๋! คาบุรากิ คิดจะไปเป็นเพื่อนจริงๆ น่ะเหรอ!?

"ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร! ผมไปเองได้ครับ! ขอบคุณมากครับ!"

คาบุรากิตอบตกลงอย่างไม่คาดหมาย เหล่ารุ่นน้องพากันแตกตื่นเกรงอกเกรงใจกันอย่างสุดความสามารถ ก็แหงล่ะนะ... ให้จักรพรรรดิแห่งซุยรันไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจร่างกายเป็นเพื่อนเนี่ย ดูท่าจะเครียดจนโรคจะกำเริบซะเองละมั้ง รุ่นน้องผู้สิ้นหวังหันไปขอร้องเพื่อนๆ ว่า "พวกนายช่วยมาด้วยกันหน่อยเหอะ" 

ทั้งสามจับกลุ่มหารือกันเรื่องวันที่จะไปเข้ารับการตรวจ คาบุรากิจ้องมองเหล่ารุ่นน้อง พึมพำว่า "'ท่านเรย์กะ' เรอะ..." แล้วหันมามองฉันด้วยแววตาประหลาด 
 
"เกิดสนิทกันขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ"
 
สาเหตุก็มาจากนายคนเดียวน่ะแหละ
 
"ท่านคาบุรากินั่นแหละค่ะ ไม่นึกเลยว่าจะรับหน้าที่ไปเป็นเพื่อนรุ่นน้องด้วย ท่านเอ็นโจเองก็พูดไว้เหมือนกัน แต่ดูแลคนเก่งเกินคาดนะคะ" 
 
คาบุรากิพ่นลมออกทางจมูกดังหืมแล้วเมินหน้าหนีไปเสียเฉยๆ อะไรน่ะ เขินเรอะ
จากนั้นคาบุรากิก็เดินเข้าไปหาพวกรุ่นน้องราวกับจงใจเปลี่ยนเรื่อง 

"ว่าแต่ ผลสอบครั้งนี้น่ะ"
 
พวกรุ่นน้องแข็งทื่อเป็นหินในพริบตา
 
"ถึงจะเป็นลำดับริมๆ หมิ่นเหม่ ก็ยังถือว่าสร้างผลลัพธ์ได้ลำดับไม่เกินที่ 50 มาได้ ทำได้ดีมาก"
"ขอบคุณมากครับ!" 

เหล่ารุ่นน้องผู้ได้รับคำชมจากจักรพรรดิพากันตัวสั่นระริกด้วยความปลาบปลื้ม 

"ขอให้รักษาคะแนนระดับนี้ให้ได้ในการสอบครั้งหน้า และพัฒนาตัวเองขึ้นต่อไป" 

ใบหน้าของเหล่ารุ่นน้องอาบด้วยสีสันแห่งความสิ้นหวังเมื่อเผชิญกับประกาศิตนรกแห่งการเรียนอันไม่มีวันจบสิ้น น่าสงสารจัง...
เหล่ารุ่นน้องว่า "ขอตัวก่อนนะครับ" เดินตัวงอโผเผจากไป เด็กคนนั้น สงสัยวันนี้คงปัสสาวะเป็นเลือดอีกละมั้ง ฉันส่งสายตาเวทนาตาม พนมมือภาวนาอยู่ในใจ แล้วคาบุรากิก็ว่า 
 
"ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ไปได้ คิโชวอิน เธอเองก็เหมือนกันนะ"
 
เฮื่อออออออ! 
 

 

ทั้งที่ฉันกำลังเริงร่ากับคะแนนสอบที่ดีเกินคาดแท้ๆ แต่คำสุดท้ายคำเดียวของคาบุรากิเล่นเอาอาการปวดกระเพาะกำเริบ
ด้วยความคับแค้นใจ ฉันเลยสำทับทิ้งท้ายว่า "ท่านคาบุรากินั่นแหละค่ะ เอาเรื่องที่ท่านเอ็นโจพูดเมื่อกี้ไปทำให้สำเร็จภายในวันนี้ด้วยนะคะ! ไม่งั้นมีหวังได้เป็นคนน่าสงสัยอย่างเต็มภาคภูมิในวันแรกของปิดเทอมหน้าร้อนแน่ๆ!"  แน่นอนว่าเช็คก่อนแล้วว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่ฟังน่ะนะ หากความเป็นสตอล์กเกอร์ของคาบุรากิเกิดแพร่งพรายไปจากความพลั้งปากของฉันทำให้ชื่อเสียงของคาบุรากิด่างพร้อย มีหวังฉันโดนตระกูลคาบุรากิถล่มแหงๆ พระราชามีหูเป็นลา พระราชามีหูเป็นลา 
 
ระหว่างกำลังคิด ท่านพี่ก็กลับมาบ้านพอดี ฉันเลยหยิบใบประกาศผลสอบไปรายงานลำดับคะแนนให้ฟัง 
 
"ท่านพี่คะ สำเร็จแล้วค่ะ ผลสอบปลายภาคครั้งนี้น้องได้ที่ 18 ค่ะ" 
 
ฉันกางผลสอบผ่างออกตรงหน้าท่านพี่ 
 
"ยินดีด้วย คุ้มค่าความพยายามเลยนะ"
"เป็นเพราะได้ท่านพี่คอยมาติวหนังสือให้น้องทั้งที่ตัวเองก็งานยุ่งน่ะสิคะ"
"เป็นผลลัพธ์แห่งความพยายามของเรย์กะต่างหาก"
 
เอะเฮะเฮะ ท่านพี่หยิบกล่องสีดำห่อริบบิ้นออกมาจากกระเป๋าขึ้นมาวางบนฝ่ามือฉันแล้วว่า "เอ้า นี่จ้ะ" อ๊ะ นี่ช็อกโกแลตจากร้านโปรดของฉันนี่นา! 
 
"เห็นบอกว่าวันนี้ประกาศผลสอบไม่ใช่เหรอ เป็นรางวัลให้เรย์กะผู้มีความพยายามไงล่ะ"
"ขอบคุณนะคะ ท่านพี่!" 
 
จำวันประกาศผลสอบของฉันได้แล้วยังอุตส่าห์ซื้อของรางวัลมาไว้ให้ตอนขากลับเนี่ย สมกับเป็นท่านพี่จริงๆ!
ฉันรีบเตรียมน้ำชาสำหรับสองที่ เปิดกล่องช็อกโกแลต อ่านใบคำอธิบายที่แนบมา พลางครุ่นคิดว่าควรลิ้มลองจากชิ้นไหนก่อน เอาเป็นกานาชดีไหมน้า 
 
"แต่เท่านี้เรย์กะก็วางใจได้แล้ว จะได้ใช้เวลาในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนอย่างสนุกสนานไงล่ะ" 
 
ฉันแทะช็อกโกแลตพลางส่ายหัวไปมาซ้ายขวา 
 
"ปิดเทอมหน้าร้อนก็ต้องลงเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนเตรียมสอบเข้าด้วย ผ่อนคลายมากไม่ได้หรอกค่ะ"
"งั้นเหรอ" 
 
ฉันพยักหน้าให้ท่านพี่ที่เอียงคอฉงน ปิดเทอมฤดูร้อนนี้เป็นตัวตัดสินการสอบเข้าเลยล่ะ 
 
"เรย์กะมีแผนจะเข้าเรียนต่อที่มหาลัยซุยรันใช่ไหม มีคณะที่อยากเรียนต่อหรือเปล่า"
"อยากเข้าคณะที่จะเอื้อต่อการหางานค่ะ คิดว่าคณะที่อยากเข้าเป็นอันดับหนึ่งก็คือคณะที่ท่านพี่จบมาน่ะแหละค่ะ"
 
คณะนี้การแข่งขันสูงนี่น้า~
 
"เอื้อต่อการหางานนะ ไม่นึกเลยว่าเรย์กะจะมุ่งมั่นในการทำงานขนาดนั้น"
"ก็ไม่ใช่ว่าจะมุ่งมั่นอะไรหรอกนะคะ..." 
 
ฉันไม่มีความทะเยอทะยานมุ่งมั่นทำงานหนักจนได้ดิบได้ดีเลยซักนิด ความจริงมุ่งมั่นสู่สู่เส้นทางสายอาชีพที่มั่นคงให้ความสำคัญกับระบบสวัสดิการและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมากกว่าความก้าวหน้าในหน้าที่การงานนะ
 
"ถ้าคิดจะหางานทำ ก็มาที่บริษัทในเครือของเรา"
"ไม่ได้นะคะ! มีแต่เรื่องนี้เท่านั้นที่ยังไงก็ไม่ได้!"
 
อย่ามายั่วยวนน้องเลยค่ะ!
ฉันยกมือสองข้างขึ้นอุดหู ใช้เส้นสายเข้าบริษัทมันสะดวกสบายก็จริง แต่ฉันไม่อยากโดนประคับประคองราวกับของเปราะบาง โดนเพื่อนร่วมงานรุ่นเดียวกันนินทาลับหลังนี่นา! 
 
"จริงด้วย นี่ ท่านพี่คะ บริษัทตระกูลคิโชวอินไม่เป็นไรแน่ใช่ไหมคะ คงจะไม่ถูกยึดบริษัทเพราะผลประกอบการเลวร้ายหรือมีผู้ตรวจสอบทางกฎหมายเข้ามาเพราะเกิดเหตุทุจริตหรอกใช่ไหมคะ" 
 
ไม่คิดจะเข้าบริษัทที่มีเส้นสายหรอกนะ แต่ตาม Kimi Dolce แล้ว เรื่องที่ท่านพ่อทำทุจริตไว้จะถูกเปิดเผย บ้านถูกยึด ตระกูลคิโชวอินมีเหตุให้ต้องล่มสลาย ยังไงก็อดเป็นห่วงไม่ได้ 
 
"ไม่รู้ทำไมเรย์กะถึงชอบถามแบบนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอก เรื่องอนาคตไกลๆ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังราบรื่นมั่นคงดีอยู่นะ" 
 
โฮ่ โล่งไปที นั่นสิเนอะ ก็มีท่านพี่ผู้เก่งกาจอยู่ทั้งคนนี่นา
 
"มีพนักงานที่ทำท่าจะก่อกบฎขึ้นบ้างไหมคะ"
"ไม่มีหรอก ต่อให้มีจริงอัตราที่จะกบฎสำเร็จก็ต่ำมากเลยล่ะ วางใจเถอะ" 
 
แล้วฉันก็โดนท่านพี่ที่ยิ้มขื่นๆ ว่า "เชื่อพ่อตัวเองอีกซักนิดก็ได้นี่นา" ก็จริงนะ ขอโทษนะคะ ท่านพ่อ ไว้ครั้งหน้าจะทำเมนูสุขภาพให้ท่านพ่อผู้ผลตรวจสุขภาพช่วงนี้ออกมาไม่ค่อยดีนะคะ 
 
  ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.  
คุยกะใครเขานานหน่อยก็ธาตุแท้ออกหมดเลยหรือไงนะ ท่านเรย์กะ โดนรุ่นน้องลามปามเป็นขี้กลากเลยนะเฮ้ย!

 




NEKOPOST.NET