[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 271 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.271 - ตอนที่ 271


271.


ท่าทีของคาบุรากิแปลกไป---
พูดให้ถูกก็คือ คาบุรากิกำลังหลบหน้าฉัน
เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าที่สบตากันหน้าบอร์ดแล้วเบือนสายตาหนีทันที จากนั้นพอเดินสวนกันตรงทางเดินหรือโรงอาหารในยามเที่ยงก็ถูกเมินหน้าใส่ แสดงท่าทีราวกับไม่อยากพูดจา ไม่อยากเกี่ยวข้องกับฉัน ทำให้ฉันเกิดเป็นกังวลขึ้นมาว่าตัวเองได้ไปทำอะไรให้จักรพรรดิเคืองแค้นหรือเปล่า 
ตอนพักกลางวันช่วงเที่ยงฉันเลยจับตัวเอ็นโจมาถามที่ปลายทางเดิน
 
"ท่านเอ็นโจคะ ฉันได้ทำอะไรให้ท่านคาบุรากิขัดเคืองใจไปหรือเปล่าคะ"
"ผมยังไม่ได้ยินอะไรเลยนะ ทำไมเหรอ"
"รู้สึกเหมือนโดนหนีหน้ามาตั้งแต่เช้าแล้วน่ะค่ะ" 
 
ความจริงก็ไม่ได้สนิทสนมพอจะทักทายกันอย่างเฟรนด์ลี่สบายๆ ว่า "'รุณหวัด! เป็นไงบ้าง" อยู่แต่แรก แต่ก็ไม่ถึงกับจะต้องเมินกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้นี่นา
เอ็นโจเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้ยินอะไรมาเป็นพิเศษ เอามือแตะคางเอียงคอคราง "อื~ม" 
 
"ช่วงระหว่างหยุดสอบซ่อมได้ไปเจอมาซายะบ้างหรือเปล่า"
"เปล่าค่ะ" 
 
ที่เจอกันครั้งสุดท้ายก็ตอนวันสุดท้ายของสอบปลายภาคน่ะแหละ จากนั้นก็ไม่มีเมล์มาอีกเลย 
 
"อ๊ะ!"
"อื๋อ? มีอะไรเหรอ" 
 
นึกออกอยู่อย่างเดียว! 
 
"โกรธเพราะฉันขาดไปไม่ได้เข้าร่วมงานสอบทวนคำตอบหรือเปล่าคะ"
 
หนำซ้ำยังส่งเมล์ท้าทายกลับไปอีกตะหาก
 
"ไม่หรอกน่า มาซายะไม่ใช่คนที่คิดแค้นหลายวันแบบนั้นหรอก"
 
เอ็นโจหัวเราะปฎิเสธไป แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วฉันก็คิดอะไรไม่ออกอีกเลยนะ จนถึงสอบวันสุดท้ายก็ยังเห็นท่าทางเป็นปกติอยู่นี่นา 
 
"ที่สำคัญ อย่างมาซายะน่ะถ้าโมโหหรือไม่พอใจอะไรต้องตรงมาต่อว่าเองแล้วล่ะ"
"ก็จริงนะคะ..." 
 
ถ้าเป็นคาบุรากิ หากมีเรื่องจะต่อว่าฉัน แม้จะอยู่ระหว่างพักช่วงสอบก็คงเรียกมาโรงเรียนหน้าตาเฉย ถ้าไม่มีโอกาสเจอหน้ากันก็คงส่งเมล์ระเบิดโทสะมาโจมตีเป็นพรวนแน่ๆ  
 
"ลองถามเจ้าตัวดูไหมล่ะ"
"ถามท่านคาบุรากิน่ะหรือคะ"
"อื้อ" 
 
พูดง่ายๆ แบบนั้น แต่ให้ไปถามคาบุรากิที่อาจจะโกรธฉันอยู่ตรงๆ นี่มันยากเอาเรื่องอยู่นะ อาจกลายเป็นการกระตุกหนวดเสือก็ได้... 
 
"ให้ผมช่วยบ้างซักนิดก็ได้นะ"
"ท่านเอ็นโจน่ะหรือคะ"
"อื้อ ถ้ามาซายะหลบหน้าคุณคิโชวอินอยู่จริงๆ ผมเองก็อยากรู้เหตุผลเหมือนกัน" 
 
เอ็นโจบอกมาว่าถ้ามีเหตุผลก็จะช่วยเข้าข้างฉัน ฉันเลยตัดสินใจจะไปสอบถามกับเจ้าตัวโดยตรงหลังเลิกเรียน ถ้ายังโดนคาบุรากิเมินใส่ไปเรื่อยๆ แบบนี้ ฐานะในโรงเรียนของฉันจะพลอยอันตรายไปด้วยน่ะนะ... 

จากนั้นพอถึงเวลาเลิกเรียน ฉันก็เจอคาบุรากิกับเอ็นโจเข้าระหว่างเดินไปห้องสโมสร Pivoine จึงวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา เมื่อคาบุรากิได้ยินเสียงฝีเท้าหันมาเห็นฉันเข้าก็สะบัดหน้าหันกลับไปสาวเท้าให้เร็วขึ้นหวังจะทิ้งระยะห่างอีกครั้ง
 
"ท่านคาบุรากิ!"
"...อะไร"
 
คาบุรากิเหลียวกลับมาด้วยท่าทีไม่เต็มใจ  หน้าบึ้งตึงหว่างคิ้วย่นจนเห็นได้ชัด น่ากลัวจัง...
แต่เอ็นโจที่ยืนอยู่ข้างๆ คาบุรากิพยักหน้าให้ ฉันเลยปลุกใจให้เข็มแข็ง 
 
"ท่านคาบุรากิ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยค่ะ"
"แต่ฉันยุ่ง" 
 
โดนปัดทิ้งกันซึ่งๆ หน้าเลย เอ๋~...
เอ็นโจช่วยหยุดคาบุรากิที่ทำท่าจะทิ้งฉันเดินจากไปเอาไว้ 
 
"มาซายะ คุณคิโชวอินบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยแน่ะ ลองฟังเขาก่อนเถอะน่า"
"หนวกหูน่า! ชูสุเกะน่ะเงียบไปเถอะ!"
 
เอ็นโจที่ถูกตวาดใส่ทำตาโต
...ถึงขนาดนี้นี่แปลกจริงๆ น่ะแหละ 
แค่ฉันคนเดียวยังพอว่า นี่ขึ้นเสียงกระทั่งกับเอ็นโจที่ไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วย  ต้องมีอะไรแน่ๆ... ฉันหรี่ตาลง 
 
"ท่านคาบุรากิ"
"...อะไรอีกเล่า" 
"เอาเถอะค่ะ มานี่หน่อย"
"หา? ทำไมฉันต้อง...!" 
 
เอ็นโจว่า "เอาน่า" เข้าช่วยคว้าแขนคาบุรากิไว้อีกแรง คราวนี้ฉันเป็นฝ่ายดึงคาบุรากิเข้าห้องประชุมเล็กตรงข้ามกับทุกครั้ง 
 
เอ็นโจยืนพิงบานประตูปิดกั้นทางออกไว้ คาบุรากิจึงกระเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด
 
"แล้วมีอะไร ฉันยุ่งนะ ถ้ามีธุระก็รีบๆ พูดมาให้เสร็จๆ" 
 
คาบุรากิยังไม่ยอมมองตาฉันเหมือนเดิม ที่ไม่ยอมนั่งลงบนเก้าอี้คงเป็นเพราะอยากออกไปจากที่นี่เร็วๆ สินะ
 
"ท่านคาบุรากิคะ ฉันสอบปลายภาคได้ในลำดับไม่เกินที่ 30 ตามที่ท่านคาบุรากิกำหนดเกณฑ์ไว้แล้วนะคะ"
"ก็แล้วไงล่ะ กะอีแค่สอบได้ไม่เกินที่ 30 มันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ"
"หะ ห๊า!" 
 
จี๊---ด!! อะไรของหมอนี่น่ะห๊ะ!
 
"คุณคิโชวอิน หลุดเสียงต่ำแหบห้าวอันเป็นข้อห้ามของกุลสตรีออกมาแล้วนะ" 
 
เสียงเตือนของเอ็นโจลอยมาจากเบื้องหลัง 
 
"ลากฉันมาที่นี่เพราะเรื่องแบบนี้น่ะเรอะ ไร้สาระ  เรียนหนังสือไปก็ได้ประโยชน์กับตัวเองทั้งนั้น ถ้าทำเพราะอยากให้คนอื่นชมเชยละก็ผิดไปล่ะ" 
 
...ฆ่าแม่ง 
คาบุรากิว่า "ถ้ามีธุระแค่นี้ฉันไปละนะ" แล้วทำท่าจะออกจากห้องไป ทำไมถึงท่าทางหงุดหงิดหัวเสียขนาดนั้นนะ... น่าสงสัยจริงๆ 
 
"ฉันน่ะงานยุ่งนะ จากนี้ยังต้องไปสรุปผลการสอบโดยรวมของวันนี้ พอกลับไปก็ต้องดูเอกสารที่จะใช้ในการก่อตั้งกิจการใหม่ของบริษัทในเครือ  ต้องไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย ต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ก่อนไปถึงจุดนั้น ไม่มีเวลาให้เสียเปล่าแม้แต่อึดใจเดียว" 
 
พูดอะไรยาวเยื้อยทั้งที่ไม่ได้ถาม ยิ่งน่าสงสัยหนักเข้าไปอีก...
ฉันมั่นใจแล้ว 
 
"ท่านคาบุรากิ ปิดบังอะไรอยู่ใช่ไหมคะ"
"หา?! นี่เธอพูดอะไรของเธอ!?"
"เวลาที่ผู้ชายมีเรื่องไม่ดีไม่งามอยู่ในใจ มักจะทำเป็นโกรธกลบเกลื่อนค่ะ นี่เป็นพื้นฐานข้อ 1 ในการจับผิดการนอกใจเลยนะคะ"
"ฉันไม่ได้นอกใจใครเสียหน่อย!"
"ถึงไม่ได้นอกใจ ก็ต้องมีอะไรปิดบังอยู่แน่นอนค่ะ เอ้า คายออกมาซะ"
 
ทำไมถึงได้ทำตัวเข้าใจง่ายขนาดนี้นะ
คุณพ่อในชาติก่อนของฉันก็เหมือนกัน 
ทั้งคุณแม่ ฉัน แล้วก็น้องสาว พวกเราสามคนรู้หมดแล้วว่าคุณพ่อแอบไปเที่ยวร้านแสน็คที่มีมาม่าซังสาวสวยอยู่
 
"วันนี้ลูกน้องทำพลาดเลยต้องอยู่ทำโอทีต่อเล่นเอากลับบ้านช้าเลย ให้ตายสิ ไอ้เจ้านั่นมันตัวปัญหาจริงๆ ข้าวเย็นกินที่ร้านเหล้าแถวนั้นมาแล้วนะ ฟังพ่อบ่นเรื่องลูกน้องหน่อยสิ..." ไม่ได้ถามแท้ๆ แต่สิงโตทะเลผู้ต้องสงสัยช่างพูดมากจริงๆ เจื้อยแจ้วอยู่นั่นแล้วในทุกรายละเอียด ฟังจนลิงหลับน่ะแหละ พูดจนเห็นได้ว่าเรื่องที่ว่ามีข้อขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ โผล่มาเรี่ยราดเชียวนะ 
 
นานๆ ทีก็จะลองทักคุณพ่อที่กลับถึงบ้านว่า "วันนี้กลับช้าจังน้า~" แล้วจู่ๆ คุณพ่อก็กลับยัวะขึ้นมาว่า "ช่างเถอะน่า ว่าแต่อ่านหนังสือบ้างหรือเปล่า! สอบครั้งก่อนคะแนนก็ไม่ดีไม่ใช่เรอะ!" สร้างบรรยากาศขุ่นมัว เห็นชัดๆ เลยล่ะว่าพยายามกลบเกลื่อนไม่ให้ซักไปมากกว่านั้น แต่ที่มาพาลใส่ทางนี้เพราะตัวเองมีเรื่องไม่ดีไม่งามปิดบังนี่มันยังไงๆ อยู่นะ 
 
พวกเราสามคนเปิดประชุมโต๊ะกินข้าว หารือกันว่า "จัดการปิดฉากคุณพ่อสิงโตทะเลใจระเริงซะทีดีมะ" จากนั้นก็บุกไปยังร้านแสน็คประจำของสิงโตทะเลนั่น
มาม่าซังคนสวยท่าทางเปิดเผยออกมาต้อนรับอย่างเป็นมิตรว่า "อ้าว~ เชิญเลยค่า~"  พวกเรากินของต้มแล้วก็กับข้าวอร่อยๆ ที่มาม่ายกมาเสิร์ฟ ร้องคาราโอเกะจนหนำใจ ใช้เวลาไปกับการกินดื่มร้องเพลงอย่างสนุกสนาน แน่นอนว่าทุกอย่างคุณพ่อสิงโตทะเลเป็นคนจ่ายทั้งหมดนะ
ระหว่างทางขากลับ คุณพ่อน้ำตาไหลพราก กอดกระเป๋าสตางค์ที่ว่างเปล่า...
คุณแม่เคยบอกไว้ว่า "เคล็ดลับของชีวิตแต่งงานคือบีบให้มั่น แต่อย่าคั้นให้ตาย" ก็จริง แต่ตอนนั้นคุณพ่อก็อาการร่อแร่เหมือนกันนะ---

แล้วท่าทางของคาบุรากิในยามนี้ก็เหมือนสิงโตทะเลในยามนั้นไม่มีผิด

"ฉันขอทำนาย หากต่อไปในอนาคตท่านคาบุรากินอกใจ ความต้องแตกอย่างแน่นอนค่ะ" 
"หมายความว่าไงน่ะ! แล้วไหงถึงฟันธงว่าฉันต้องนอกใจแน่ๆ เล่า! ฉันไม่ได้นอกใจใครเสียหน่อยนะ!"
 
คาบุรากิโวยวาย แต่ฉันซึ่งมองเบื้องหลังกระจ่างแล้วไม่มีอะไรต้องหวาดกลัวอีกต่อไป เอ้า ความร้อนใจเริ่มฉายออกมาทางแววตาแล้วนะ
 
"คายออกมา"
 
ฉันหรี่ตาลงย่างสามขุมเข้าไปใกล้ จากนั้นก็ย้ำอีกครั้ง "คายออกมา" 
 
ดูเหมือนคาบุรากิจะทำใจได้แล้ว จึงหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆ แล้วเปิดปากหนักอึ้งออก
 
"...ก่อนหน้านี้ พอถามถึงกำหนดการช่วงปิดเทอมของทาคามิจิ เขาก็ว่าจะไปเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนตลอด" 
 
เรื่องนั้นฉันก็ได้ยินจากปากเจ้าตัวเหมือนกัน
 
"แล้วไง?"
"...ก็เลยทำเรื่องลงเรียนภาคฤดูร้อนตามทาคามิจิไป"
"เรียนภาคฤดูร้อน?! ท่านคาบุรากิเนี่ยนะ!?"
 
ที่ซุยรันมีการเปิดคอร์สพิเศษสำหรับนักเรียนผู้มีความประสงค์จะลงเรียนพิเศษช่วงปิดเทอม นักเรียนส่วนมากจะเป็นนักเรียนกลุ่มนอก นักเรียนกลุ่มในที่ส่วนมากมีอาจารย์สอนพิเศษมาสอนที่บ้านเป็นการส่วนตัวแทบไม่สนใจเลย แต่คาบุรากิก็ยังจะไปลงเรียนด้วยเหรอ 
 
"ถ้ารู้ว่าท่านคาบุรากิจะไปลงเรียนคอร์สพิเศษนี่ พวกนักเรียนที่ไม่เคยลงเรียนมาก่อนอาจจะแห่กันไปสมัครตามจนล้นก็ได้นะคะ"

ถ้าไม่เกิดเหตุแพนิคขึ้นมาก็จะดีหรอก... 
 
"เอ้อ ไม่ใช่ทางโน้น... ไม่สิ ทางโน้นก็ด้วยน่ะแหละ"
"อะไรคะ พูดให้มันชัดๆ หน่อยสิคะ" 
 
ทำเป็นพูดอะไรอิดๆ เอื้อนๆ ฉันเลยถามย้ำไป 
 
"ฉันไปลงเรียนคอร์สปิดภาคฤดูร้อนที่โรงเรียนสอนพิเศษที่เดียวกันกับที่ทาคามิจิพูดถึง"
"เอ๋!?"
 
ลงเรียนภาคฤดูร้อนที่โรงเรียนสอนพิเศษเดียวกันกับวาคาบะจัง!? 
 
"สตอล์กเกอร์เลยป่ะ! ตัวจริงเลยป่ะ!"
 
ฉันช็อกจนเก็บกักเสียงในใจเอาไว้ไม่ไหว 
 
"ใครเป็นสตอล์กเกอร์กันหา! อย่าพูดอะไรหยามกันน่า!"
 
ไม่นะๆ นี่มันสตอล์กเกอร์ตัวจริงเสียงจริงหมดสิทธิแก้ตัวเลยนะ! 
 
"แล้วได้บอกคุณทาคามิจิหรือยังคะ ว่าท่านคาบุรากิไปสมัครลงเรียนภาคฤดูร้อนที่โรงเรียนสอนพิเศษแห่งเดียวกับเธอน่ะค่ะ..." 
 
ฉันถามอย่างหวาดๆ
 
"ไม่ได้บอก กะจะทำให้ตกใจในวันจริง"
"หา!?" 
 
อะไรเนี่ย! กะจะทำเซอร์ไพรส์ไรเงี้ยเหรอ!?
 
"แล้วไงคะ? พอถึงวันจริงจะพูดกับเขาว่าไงเหรอคะ เพศตรงข้ามที่มาถามกำหนดการคอร์สปิดเทอมฤดูร้อนจากตัวเองไป พอไปถึงห้องเรียนวันแรกก็ก็ส่งยิ้มให้โบกมือทักทายว่า "อ้าว บังเอิญจังเลยนะ" นี่มันฮอเร่อร์ชัดๆ เลยนะคะ ถ้าเป็นฉันจะเผ่นไปขอคำปรึกษาจากทนายความทันทีเลยนะคะ!"
"..........."
 
ไม่มีอะไรน่ากลัวยิ่งไปกว่าคนโง่ที่ขยัน ฉันไม่เคยเข้าใจคำพูดของคนใหญ่โตเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย
 
"สมัครเสร็จไปแล้วใช่ไหม"
"...อา" 
 
เอ็นโจถามคาบุรากิแทนฉันที่พูดต่อไม่ออก 
 
"แคนเซิลไปจะดีกว่าละมั้ง..." 
 
ฉันเห็นด้วยกับเอ็นโจ ต้องทำลายหลักฐานก่อนวาคาบะจังจะรู้ว่าไอ้นี่มันสตอล์กเกอร์ ฐานะระดับคาบุรากิแล้ว ค่าธรรมเนียมการยกเลิกคอร์สปิดเทอมมันคงขี้ประติ๋วมากอ่ะ
แต่คาบุรากิกลับไม่ยอมตกลงรับข้อเสนอนี้ 
 
"แค่ปิดเทอมก็จะไม่ได้เจอกันตั้งหนึ่งเดือนแล้ว ฉันจะไปลงเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนที่เดียวกับทาคามิจิให้ได้!" 
 
ฉันกับเอ็นโจมองตากัน 
 
"แต่ว่า ถ้ามีนักเรียนซุยรันสมัครเข้าเรียนที่เดียวกันจะทำยังไงล่ะคะ" 
 
 ฐานะของวาคาบะจังมีหวังทรุดหนักลงกว่าเดิมอีกนะ 
 
"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง โรงเรียนสอนพิเศษที่ทาคามิจิไปเรียนเป็นสาขาใกล้บ้าน ไม่มีนักเรียนของซุยรันไปเรียนแน่นอน" 
 
ความสามารถในการตรวจสอบอันเสียเปล่าของสตอล์กเกอร์เอ๊ย... 
ฉันกับเอ็นโจพยายามเกลี้ยกล่อม แต่ทำยังไงคาบุรากิก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ
 
สุดท้ายเอ็นโจจึงเสนอแผนประนีประนอมอย่างจำยอม "อย่างน้อยก่อนเปิดเรียนก็ไปบอกคุณทาคามิจิไว้ก่อนดีกว่าว่าจะลงเรียนคอร์สเดียวกับเขาน่ะ"  อื้อ ไม่งั้นถ้าไปต่อแบบนั้นจะไม่ใช่การ์ตูนรักแล้ว กลายเป็นการ์ตูนสยองขวัญละนะ
 
"เข้าใจแล้ว..." 
 
ดูเหมือนคาบุรากิก็จะรู้สึกสำนึกกับการกระทำเกินเลยของตัวเองอยู่บ้างเล็กน้อย เสียงแผ่วเชียว
เอ็นโจตบบ่าคาบุรากิคล้ายจะปลอบใจ แล้วพูดอย่างอบอุ่นว่า
 
"ไม่เป็นไรหรอก มาซายะ คนคิดบวกอย่างคุณทาคามิจิไม่ค่อยจะสังเกตเห็นว่าใครเป็นสตอล์กเกอร์หรอก" 
 
อ๊ะ เอ็นโจก็แอบตราหน้าคาบุรากิว่าเป็นสตลอ์กเกอร์แบบเนียนๆ ใช่ไหมนะ
แต่ให้ตายสิน่า... 
 
"เฮ้อ~"
"เป็นอะไร ถอนหายใจทำไม"
"เพราะอยู่กับท่านคาบุรากินี่แหละค่ะ พักหลังๆ มาเลยปวดกระเพาะ..." 
"ติดเชื้อแบคทีเรียเอช.ไพโลไรเรอะ"
 
ไม่ใช่นะ ตาเซ่อเอ๊ย! นี่มันประชด รู้หน่อยสิเฮ้ย! ประชดว่าเพราะนายฉันถึงต้องมาปวดท้องเพราะความเครียดลงกระเพาะอยู่นี่ไงเล่า แค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกเรอะ!
 
"แนะนำหมอที่รักษาเชื้อเอช.ไพโลไรเก่งๆ ให้เอาไหม"
"ฉันไม่ได้มีเชื้อเอช.ไพโลไรนะคะ!"
"เชื้อเอช.ไพโลไรสามารถกำจัดไปได้ในระยะแรกเริ่ม..."
"ไม่ใช่!" 
 
หุบปากได้แล้ว! อย่าเอาเอช.ไพโลไรต้องสงสัยมายัดใส่อวัยวะย่อยอาหารของสาวน้อยน่า! 
 
"ป่านนี้แล้วเรอะ ไปห้องสโมสรกันได้แล้ว" 
 
สงสัยว่าจะพูดเรื่องที่ปิดบังออกมาหมดเกลี้ยงจนโล่งใจ คาบุรากิจึงกลับสู่สภาพเดิมลุกขึ้นจากเก้าอี้ 
 
"ก็บอกแล้ว ว่าถ้าจะทำขนาดนั้นก็สารภาพรักไปเลยเร็วกว่า..."
"คะนึงหาชั่วชีวีไม่เอื้อนเอ่ย..."
"อ๊ะ เคยฟังมาแล้วหนนึง พอแล้วค่ะ ขี้เกียจ"
"อย่ามาขี้เกียจเชียวนะ!" 
 
เฮอะ!
 
"อ๊ะ ท่านคาบุรากิ"
"อะไร"
"ขอแจ้งให้ทราบอีกครั้ง สอบปลายภาคครั้งนี้ฉันได้ที่ 18 ค่ะ" 
 
คาบุรากิโค้งทำมุม 30 องศา
 
"ยินดีด้วยครับ"
"ขอบคุณค่ะ" 
 
ฉันโค้งกลับไปในองศาเดียวกัน 
 
 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

 เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร หรือ เอช.ไพโลไร (H. pylori) มักจะอยู่ในเยื่อบุกระเพาะอาหารเป็นสาเหตุของอาการกระเพาะอาหารอักเสบอย่างหนึ่ง...

ได้ดูเชื้อแบคทีเรียในเยื่อบุกระเพาะรับอรุณกันเลยวันนี้.... 




NEKOPOST.NET