[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 269 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.269 - ตอนที่ 269


269.


พอถามวาคาบะจังว่าช่วงหยุดสอบซ่อมจะขอแวะไปเที่ยวที่บ้านได้ไหม วาคาบะจังก็ตอบรับอย่างยินดีว่า "มาได้เลย! รออยู่นะ!" วันนี้ฉันเลยเอาเชอร์เบตผลไม้ไปเป็นของฝากติดมือไปเที่ยวบ้านทาคามิจิ
 
"ยินดีต้อนรับ คุณคิโชวอิน!"
"วาคาบะจัง!" 
 
พอออกมาจากสถานีที่ใกล้ที่สุด วาคาบะจังก็มารอรับอยู่แล้วเหมือนทุกครั้ง 
 
"อากาศร้อนๆ แบบนี้ ขอโทษนะที่ปล่อยให้รอ"
"สบายๆ" 
 
วันนี้วาคาบะจังก็มีรอยยิ้มสดใสเต็มพลังเหมือนเคย พวกเราเดินคุยกันไปเรื่อยๆ 
 
"จริงด้วย วันนี้คุณอิโคมะมาที่ร้านด้วยนะ"
"เอ๋! คุณอิโคมะ ยังทำงานพิเศษอยู่อีกเหรอ"
"ฉันก็บอกว่าไม่ต้องแล้วน้า~" 
 
วาคาบะจังทำคิ้วย่นแล้วหัวเราะ
 
"แต่คุณอิโคมะบอกว่า นี่เป็นการตัดสินใจของตัวเอง ยังมีเวลาจนกว่าจะถึงปิดเทอมหน้าร้อน เพราะงั้นขอมาทำต่อเถอะนะคะ"
"งั้นเหรอ"
 
ดูเหมือนคุณอิโคมะจะรู้สึกรับผิดชอบแรงกล้ากว่าที่คิดอีกนะ
 
"ตั้งแต่เฉียดๆ กับท่านคาบุรากิที่ร้านในครั้งแรก คุณอิโคมะได้มีครั้งที่สองตามมาอีกหรือเปล่าคะ"
"อืม พอดีมีสอบมาคั่นด้วย ทั้งสองคนได้เจอกันครั้งนั้นครั้งเดียวเองแหละ"
"งั้นก็ดีไปนะคะ"
 
ตอนไปฝึกตนที่น้ำตก คุณอิโคมะก็ตื่นเต้นตกใจเล่าให้ฟังว่า ท่านคาบุรากิมาที่ร้าน! ก็เลยเป็นห่วงอยู่ว่าถ้าเจอกันหลายครั้งเข้าความจะแตกน่ะนะ
 
"ที่คาบุรากิคุงแวะมาเป็นช่วงที่คุณอิโคมะหยุดดูหนังสือสอบพอดีน่ะ"
"เอ๋! หลังจากนั้นแล้วยังแวะมาอีกเหรอ!?"
 
วาคาบะจังเอ่ยเรื่องชวนสะดุ้งมาง่ายๆ หมอนั่นแอบมาโดยไม่ให้ฉันรู้กี่ครั้งเข้าไปแล้วเนี่ย!
 
"อื้อ ก็ตอนนั้นเคยเกิดกรณีที่เด็กม.4 ทะเลาะกันใช่ไหมล่ะ หลังจากนั้นผ่านไปไม่นาน คาบุรากิคุงก็อุตส่าห์มาหาถึงบ้าน บอกว่าขอโทษนะที่ทำให้ต้องรู้สึกไม่ดีแบบนั้น" 
 
ระหว่างที่ติวหนังสือโหดสไตล์สปาร์ตันให้ฉันกับพวกเด็กม.4 คาบุรากิยังอุตส่าห์มีเวลาแวบมาทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยเหรอ! 
วันนั้น หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นฉันก็รีบโทรศัพท์หาวาคาบะจังขอโทษที่ไม่ได้รีบเข้าไปห้ามในทันที แต่คาบุรากิเองก็ออกเคลื่อนไหวลับหลังฉันอยู่เหมือนกันเหรอเนี่ย 
ติวหนังสือให้พวกเด็กม.4 ทำชีทพิเศษสำหรับฉัน ตัวเองก็ต้องอ่านหนังสือสอบด้วย แล้วยังมีเวลามาหาวาคาบะจังอีก หมอนี่เป็นยอดมนุษย์เรอะ!? 
 
"งั้นเหรอ"
"อื้อ สำหรับฉันแล้วที่ก้มหัวขอโทษแทนรุ่นน้องในเหตุการณ์นั้นก็พอแล้วล่ะ แต่เจ้าตัวก็ยังอุตส่าห์บอกว่าอยากมาขอโทษโดยตรงนะ"
 
...ที่เห็นว่าเป็นข้ออ้างมาหาเฉยๆ นี่แปลว่าจิตใจของฉันหยาบกระด้างหรือเปล่านะ 
 
"แต่ตอนนั้น วาคาบะจังเองก็ตกใจที่ท่านคาบุรากิก้มศีรษะขอโทษใช่ไหมนะ"
 
ช็อกแทบแย่เลยนะ ไม่นึกเลยว่าจักรพรรดิแห่งซุยรันจะก้มศีรษะลงแบบนั้น 
 
"อื~ม นั่นสินะ แต่ว่าตอนเกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานที่ฉันขี่อยู่ตอนโน้น ก็ยังอุตส่าห์มาขอโทษถึงบ้าน ก็เลยคิดว่าคาบุรากิคุงเป็นคนที่จะขอโทษอย่างจริงจังถ้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนผิดน่ะนะ"
 
เห วาคาบะจังให้คำประเมินคาบุรากิแบบนั้นเหรอเนี่ย...
 
"แต่ฉันก็นับถือคาบุรากิคุงที่ขออภัยได้อย่างหมดจดในสถานการณ์แบบนั้นนะ"
"นั่นสิเนอะ ขอโทษเนี่ยดูเหมือนง่ายแต่ก็ยากกว่าที่คิด"
 
ก็เป็นปัญหาเรื่องศักดิ์ศรีด้วยนี่นา ในวันนั้นถ้าฉันอยู่ในฐานะเดียวกับคาบุรากิ จะยอมขอโทษได้อย่างองอาจต่อหน้าสาธารณชน ต่อหน้าคนที่ชอบแบบนั้นได้หรือเปล่านะ...
แต่วาคาบะจังเห็นแบบนั้นแล้วรู้สึกนับถือในตัวคาบุรากิเหรอ หรือว่าร่องลึกที่ดูเหมือนจะคั่นกลางขวางอยู่ระหว่างคาบุรากิและวาคาบะจังจะไม่ได้ปรากฎอยู่จริงกันนะ
 
"จริงด้วย มิซึซากิคุงก็ฝากฉันไปขอบคุณท่านคาบุรากิสำหรับเหตุการณ์ในตอนนั้นเหมือนกัน แต่ยังไม่มีโอกาสได้บอกเลย"
 
ไว้เจอกันในสโมสรตอนไปโรงเรียนครั้งหน้าค่อยบอกก็แล้วกัน อ๊ะ วันไปโรงเรียนครั้งต่อไปก็เป็นวันประกาศผลสอบปลายภาคพอดีนี่นา! ...น่ากลัวเหลือเกิน บางทีพอผลสอบออกมาฉันอาจต้องเผ่นป่าราบหนีเอาตัวรอดก็ได้
 
"อ้อ มิซึซากิคุงน่ะเหรอ~ หลังจากนั้นก็ซึมไปพักหนึ่งเลยล่ะ บอกว่าเหตุชุลมุนที่พวกเราระงับไม่อยู่ จู่ๆ หมอนั่นก็มาปรามจนสงบได้ในพริบตา เจ๋งเป็นบ้า ว่างั้นแน่ะ"
 
เห... นายตัวสำรองพูดอะไรแบบนั้นกับวาคาบะจังด้วยเหรอเนี่ย
 
"แต่ฉันว่ามิซึซากิคุงก็พยายามในฐานะประธานนักเรียนได้ดีแล้วนะคะ"
"อื้อ มิซึซากิคุงพยายามมากๆ เลยนะ ฉันเองก็ได้เขาคอยช่วยไว้มากเหมือนกัน แต่จะว่าอุดมคติสูงดีไหมนะ ก็เลยประเมินตัวเองค่อนข้างต่ำน่ะ"
 
ก็เป้าหมายของนายตัวสำรองคือรุ่นพี่โทโมเอะนี่น้า... 
 
"แต่ฉันก็คิดว่ามิซึซากิคุงน่าจะมั่นใจในตัวเองให้มากกว่านี้หน่อยนะ!" 
 
วาคาบะจังที่คอยเฝ้ามองความอุตสาหะของนายตัวสำรองอยู่ใกล้ๆ กำหมัดขึ้นป่าวประกาศ
 
"วาคาบะจังสนิทกับมิซึซากิคุงดีนะคะ"
"งั้นเหรอ ฉันว่าเหมือนได้รับการดูแลอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่านะ" 
 
"เพราะงั้นก็เลยอยากเป็นกำลังให้มิซึซากิคุงบ้างน่ะ" ว่าแล้ววาคาบะจังก็หัวเราะเอะเฮะเฮะ ดูเหมือนตั้งใจจะคอยสนับสนุนนายตัวสำรองเต็มกำลังจนกว่าสภานักเรียนจะผลัดรุ่น เทียบกับคาบุรากิที่ถ้าไม่เอาความผิดของรุ่นน้องมาเป็นข้ออ้างบังหน้าก็ไม่ได้เจอแล้ว ถือว่านายตัวสำรองนำไปหลายขุมเลยนะ...
 
"ถึงแล้ว~!" 
 
พอไปถึงร้านเค้กของบ้านวาคาบะจัง คุณอิโคมะก็ออกมาจากในร้าน 
 
"กลับมาแล้วเหรอคะ คุณทาคามิจิ สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ"
"สวัสดีค่ะ คุณอิโคมะ"
 
คุณอิโคมะมองพวกเราสองคนสลับกันไปมา แล้วพึมพำว่า "เป็นเพื่อนกันจริงๆ ด้วยสินะคะ..." อื้อ ใช่แล้วล่ะ 
 
"วันนี้คุณอิโคมะก็มาทำงานพิเศษด้วยหรือคะ"
"ค่ะ แต่วันนี้ก็เสร็จเท่านี้แล้วละค่ะ"
 
จะว่าไปก็ถอดผ้ากันเปื้อนอยู่ในชุดไปรเวทแล้วนี่นา
 
"อ้าว งั้นเหรอ ถ้างั้น..."
 
ฉันเหลือบมองวาคาบะจัง แล้ววาคาบะจังก็พยักหน้าให้
 
"ถ้างั้นคุณอิโคมะก็แวะเข้าบ้านด้วยกันก่อนไหม"
"ฉันซื้อเชอร์เบตอร่อยๆ มาด้วยนะคะ"
"ว้าว! คุณอิโคมะ อยู่กินด้วยกันนะ! ของฝากคุณคิโชวอินอร่อยทุกครั้งเลยล่ะ!" 
"เอ่อ แต่ว่า..."
 
คุณอิโคมะแสดงท่าทีอิดเอื้อน ฉันเลยถามว่า "มีธุระอะไรต่อหรือเปล่า"
 
"ค่ะ เอ่อ เดี๋ยวมีไปเรียนพิเศษ..."
"อ้อ..."
 
งั้นก็คงฝืนรั้งไว้ไม่ได้ละมั้ง
 
"อ้าว โรงเรียนสอนพิเศษที่คุณอิโคมะไปเรียนอยู่เริ่มหลักสูตรปิดเทอมฤดูร้อนแล้วเหรอ"
"อื๋อ หลักสูตรปิดเทอมฤดูร้อนจะเริ่มหลังปิดเทอม วันนี้เป็นหลักสูตรธรรมดา จะเริ่มตอนบ่าย แต่ตั้งใจว่าจะไปเตรียมบทเรียนล่วงหน้าในห้องอ่านหนังสือน่ะ"

อุตส่าห์ทบทวนบทเรียนก่อนไปเข้าเรียนพิเศษด้วยเหรอเนี่ย เก่งจังเลย ฉันเองร่ำๆ ว่าจะทำแต่ก็ไม่เคยทำได้เลยนะ 
 
"ปีนี้ฉันว่าจะลงเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนที่โรงเรียนสอนพิเศษ แล้วก็ไปลงเสริมที่ซุยรันด้วย"
"อ๊ะ ฉันก็เหมือนกันค่ะ"
"ทั้งสองคนเลยเหรอ ฉันก็จะลงเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนกับลงเรียนเสริมที่ซุยรันเหมือนกันนะ"
 
พอฉันเสริมอีกแรง ทั้งสองคนก็ทำท่าตกใจ โรงเรียนสอนพิเศษยังพอว่า แต่ดูเหมือนจะไม่นึกว่าฉันจะลงเรียนเสริมที่ซุยรัน นั่นสิน้า เพื่อนๆ ของฉันก็ดูเหมือนจะไม่มีใครลงเรียนกันซักคน ลงเรียนเสริมก็ดีอยู่หรอก แต่ในห้องเรียนที่ไม่มีเพื่อนๆ ที่สนิทกันต้องนั่งอยู่เพียงลำพังนี่มันก็ลำบากใจอยู่เหมือนกันนะ โดยเฉพาะกับฉันผู้เป็น "ท่านเรย์กะผู้เป็น Pivoine" เนี่ย รอบข้างเขานั่งจับกลุ่มกันอยู่ มีแต่ฉันนั่งหัวโด่อยู่คนเดียวไม่มีใครเข้ามาคุยด้วยนี่มันไม่ไหวน้า~ ดีล่ะ ถึงเวลาเฉียดๆ เริ่มเรียนแล้วค่อยเดินเข้าห้องดีกว่า... 
 
แต่ว่า... ฉันคิด ถ้าเรียนพอๆ กับทั้งสองคนที่เป็นนักเรียนกลุ่มนอกที่หัวดีโดยดั้งเดิมอยู่แล้ว จะไม่น้อยไปเหรอ
 
"กำหนดการช่วงฤดูร้อนนี้ของทั้งสองคนเป็นไงบ้างคะ"
"ปีนี้คงจบลงที่ดูหนังสือละมั้ง ฉันต้องช่วยงานทางร้านด้วยน่ะ"
"ฉันเองก็เหมือนกันค่ะ"
"...แล้วไปเที่ยวกับครอบครัวล่ะ"
"ปีนี้คงไม่ไหวละมั้งคะ"
"นั่นสิเน้อ~" 

อย่าว่าแต่ไปเที่ยวกับครอบครัวเลย ฉันที่วางแผนกระทั่งทริปเล็กๆ น้อยๆ กับเพื่อนฝูงเอาไว้แล้วเนี่ย สงสัยว่าจะขาดสำนึกในฐานะนักเรียนเตรียมสอบอย่างแรงกล้าหรือเปล่านะ!? นอกจากจะลงเรียนหลักสูตรฤดูร้อนที่โรงเรียนสอนพิเศษแล้วยังลงเรียนเสริมที่ซุยรันด้วย ตัวเองก็คิดว่าเท่านี้ถือว่าตั้งใจมากแล้ว แต่แค่นี้อาจจะยังไม่พอก็ได้... อ๊า! แล้วยังมีชมรมงานฝีมือด้วยไม่ใช่เหรอ! หลวมตัวไปรับงานเวดดิ้งดอลล์มาแล้วไง!

ถ้าพวกวาคาบะจังถือเป็นปริมาณโดยเฉลี่ยของการอ่านหนังสือของนักเรียนเตรียมสอบ พอปิดเทอมสิ้นสุดลงเมื่อไหร่มีหวังฉันไม่โดนพวกนักเรียนอื่นๆ ทิ้งห่างลิบลิ่วเลยเหรอ!? นี่ฉันคิดว่าตัวเองเป็นมดขยันแต่ความจริงเป็นเจ้าตั๊กแตนแสนขี้เกียจหรือเปล่านะ!?


 พวกวาคาบะจังไม่ได้รู้เห็นกับความร้อนใจของฉัน พากันคุยว่า "ไว้เอาชีทที่ไปเรียนพิเศษหน้าร้อนมาแลกกันดูไหม" ดูเหมือนตั้งใจจะแลกเปลี่ยนชีทของแต่ละโรงเรียนสอนพิเศษเพื่อเอามาติวกันต่ออีก  หวา...กลับบ้านไปเมื่อไหร่ต้องไปวางแผนดูหนังสือสอบเข้าช่วงฤดูร้อนใหม่แล้วล่ะ... 
 จากนั้นพอส่งคุณอิโคมะไปแล้ว พวกเราก็เข้าบ้าน วาคาบะจังไปหยิบช้อนมาเตรียมกินเชอร์เบทที่ฉันซื้อมาเป็นของฝากทันที 
 
"คุณคิโชวอินแนะนำรสไหนล่ะ"
"ฉันชอบมัสแคทนะ"
"งั้นฉันเอาอันนั้นก็แล้วกัน แล้วคุณคิโชวอินล่ะ"
"ฉันเอาเป็นเกรปฟรุตดีกว่า" 
 
วาคาบะจังลิ้มรสอย่างดีอกดีใจ ร้องว่า "รสชาติผิดกับไอศกรีมในร้านสะดวกซื้อเลย~" ฉันเองก็ตักเชอร์เบทที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ชุ่มฉ่ำพลางปรึกษาเรื่องการดูหนังสือ

"พอได้ฟังทั้งสองคนคุยกันแล้วก็ชักร้อนใจ ทางฉันมีกำหนดการไปเที่ยวแล้วก็ออกไปข้างนอกด้วย ปริมาณการดูหนังสือคงจะน้อยกว่าทั้งสองคน พอคิดว่าระหว่างที่มัวแต่เที่ยวเล่นช่วงหน้าร้อน คนอื่นๆ ก็คงจะอ่านหนังสือกันแซงหน้าไปไกลแล้ว ก็เริ่มรู้สึกว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้น่ะค่ะ"
"งั้นเหรอ" 
 
วาคาบะจังร้อง "อื~ม" ขณะใช้ช้อนเคาะริมฝีปากเบาๆ 
 
"แต่ฉันเองถึงจะไม่ไปเที่ยว แต่ช่วงโอบ้งก็มีไปเยี่ยมสุสานแล้วก็ไปบ้านญาติด้วยนะ"
"งั้นเหรอ"
"อื้อ แล้วก็มีงานของสภานักเรียนด้วย"
 
กิจกรรมชมรมงานฝีมือของฉันก็เหมือนงานสภานักเรียนของวาคาบะจังละมั้ง 
 
"ก็พูดอะไรใหญ่โตมากไม่ได้หรอก แต่ฉันว่าการเรียนนี่เป็นเรื่องของคุณภาพมากกว่าเวลานะ"
 
คุณภาพเหรอ...ก็คงงั้นละเนอะ ถ้าคิดจะหาเวลาจริงๆ ฉันก็ต้องหาได้เหมือนกัน แต่อ่านหนังสือคนเดียวเนี่ยเดี๋ยวๆ ก็ฟุ้งซ่านตลอดเลย เพราะงั้นถึงจะอ่านหนังสือไปเรื่อยเปื่อยแต่ก็ไม่เกิดผลลัพธ์อะไรใดๆ เลยอ่ะเนอะ 
 
"อ่านหนังสือคนเดียวนี่เดี๋ยวใจก็ชอบวอกแวกไปเรื่องอื่นเรื่อย..."
"อะฮะฮะ เข้าใจนะ"
 
จริงเหรอ คิดว่าวาคาบะจังเป็นพวกสมาธินิ่งเหมือนคาบุรากิซะอีก 
 
"งั้นมาติวหนังสือกับฉันไหม"
"เอ๋! กับวาคาบะจังเหรอ!?"
"คุณคิโชวอินก็จะลงเรียนในภาคเรียนเสริมของซุยรันด้วยใช่ไหม มาติวด้วยกันในช่วงที่ว่างจากการเรียนไหมล่ะ"
 
วาคาบะจังว่า "ให้อีกฝ่ายสอนวิชาที่ตัวเองไม่ถนัดให้กันไง" ขอบคุณนะ! แต่ฉันมีวิชาที่ไม่ถนัดก็จริง แต่นักเรียนทุนพิเศษอย่างวาคาบะจังนี่จะมีวิชาไหนที่ให้ฉันสอนให้ได้ด้วยเหรอ 
ถ้าเป็นในโรงเรียน การที่ฉันกับสมาชิกสภานักเรียนอย่างวาคาบะจังจะมานั่งติวหนังสือด้วยกันอย่างสนิทสนมคงเตะตาเกินไปไม่ไหวแหงๆ แต่ก็อยากเวลามานั่งดูหนังสือกับวาคาบะจังช่วงปิดเทอมบ้างนะ
แล้วคันตะคุงที่กลับมาจากโรงเรียนก็ร้องว่า "หิวแล้ว~" ขณะเข้ามาในห้องนั่งเล่น 
 
"อ้าว โคโรเน่ก็มาด้วยเรอะ"
"คันตะ! พี่บอกแล้วไงให้เรียกว่าคุณคิโชวอิน!"
"ไม่เป็นไรหรอก วาคาบะจัง ขอรบกวนหน่อยนะ คันตะคุง"
"โอ้" 
 
ชื่อโคโระจังของฉันดูจะกลายเป็นที่ติดปากในบ้านทาคามิจิไปแล้ว ฉันเลยไม่คิดอะไรมาก วาคาบะจังเตือนว่า "อย่างน้อยก็ให้มันมีหางเสียงหน่อย~" แต่ก็ป่านนี้แล้วอ่ะนะ
แต่พอดูคันตะคุงที่กำลังค้นของในตู้เย็นอยู่ รู้สึกว่าเจอทีไรก็สูงขึ้นทุกทีเลยนะ เด็กวัยกำลังโตนี่น้า~
 
"ทานข้าวกลางวันมาแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ทานแล้วน่ะสิ"
 
แต่เด็กผู้ชายม.ต้นที่กำลังกินกำลังนอนคงท้องหิวง่ายละมั้ง
คันตะคุงว่าขณะเปิดตู้เย็นค้างอยู่ "เอาเป็นอุด้งละกัน" แล้วก็หยิบเส้นอุด้งแช่เย็นออกมา 
 
"พี่กับโคโรน่จะกินด้วยกันไหม"
"เดี๋ยวพี่จะกินข้าวเย็นไม่ลง ขอผ่านดีกว่า"
"งั้นก็เหลือแต่โคโรเน่นะ โคโรเน่ อากาศร้อนๆ แบบนี้เอาเป็นอุด้งเย็นได้ไหม" 
 
เอ๋ ไหงฟันธงว่าฉันต้องกินแน่ๆ เลยล่ะ
 
"ฉันก็ขอผ่านค่ะ"
"ไม่ต้องเกรงใจน่า"
 
วาคาบะจังก็ไม่กิน จะให้ฉันมานั่งรับเลี้ยงคนเดียวนี่มันก็กระไรอยู่นะ แต่คันตะคุงเพิกเฉยฉันโดยสิ้นเชิง เดินเข้าครั้งไปเตรียมการอย่างคล่องแคล่ว อีกไม่นานก็ยกอุด้งเย็นใส่ไข่ออนเซ็น แตงกวาซอยแล้วก็บ๊วยโปะหน้ามาให้ 
 
"ว้าว น่าอร่อยจัง!"
"ก็แค่ของเหลือในตู้เย็นเอามารวมๆ กันน่ะ"
"แค่นี้ก็พอแล้ว!" 
 
พอกินเข้าไปคำนึง ฉันก็อุทานเป็นการชมเชยว่า "อร่อยจัง!" 
 
"เว่อร์ไปแล้วน่า"
"ไม่เลยนะ"
 
ทั้งที่น่าจะทำแบบง่ายๆ แต่รสชาติก็เข้าที่ หยิบๆ วัตถุดิบที่มีอยู่ในตู้เย็นมาทำอาหารฉับๆ ได้อย่างรวดเร็วเนี่ย ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนทำอาหารเก่งในอุดมคติของฉันเลยนะ
ตอนนี้ฉันก็ยังไปเรียนทำอาหารกับคุณอาคิมิอยู่เป็นบางครั้ง แต่ก็ยังไม่ถนัดอะไรเพิ่มขึ้นซักที ฉันเองก็อยากลองท้าทายกับอาหารแบบตามมีตามเกิดดูบ้างจัง เอาเป็นอะไรดีน้า... นึกออกแล้ว! 
 
"คือว่านะ คันตะคุง ก่อนหน้านี้ฉันไปทานเยลลี่แอปเปิลเชื่อมอร่อยๆ มา ถ้าเป็นเยลลี่ฉันก็น่าจะทำได้ง่ายๆ เหมือนกัน  ตะกี้ก็เลยได้ไอเดียขึ้นมาว่า ถ้าใส่ไซเดอร์ลงไปแทนน้ำก็น่าจะให้รสชาติออกแนวไฮโซๆ เหมาะกับผู้ใหญ่หรือเปล่านะ อ้อ รู้จักไซเดอร์หรือเปล่า ไซเดอร์ก็คือเหล้าแอปเปิลอัดก๊าซน่ะ"
 
ถึงจะผิดจากอาหารตามมีตามเกิดไปบ้าง แต่น่าจะเป็นไอเดียที่ดีทีเดียวนะ ใช้ไซเดอร์ทำนี่มันก็เก๋ไก๋ไฮโซขึ้นอีกนิดด้วยล่ะ! 
คันตะคุงวางตะเกียบลงแล้วชี้นิ้วผางมาทางฉัน 
 
"โคโรเน่ เจ้าโดนขับออกจากสำนักแล้ว!"
"เอ๋!" 
 
จู่ๆ ก็โดนอาจารย์สอนทำขนมประกาศขับไล่ออกจากสำนักซะงั้น 
 
"บอกตั้งหลายทีแล้วไง ว่าอย่าใส่ส่วนผสมไม่เข้าเรื่องลงไปตอนทำขนม ให้ทำตามสูตร แล้วไซเดอร์เนี่ยนะ?! นั่นมันอะไรกันน่ะ!"
"ไซเดอร์ก็คือเหล้าแอปเปิลอัดก๊าซ..."
"ไม่ได้ถามเรื่องนั้น! ถ้าใช้เหล้าอัดก๊าซแทนน้ำเดี๋ยวเจลาตินก็ไม่ละลายเนื้อกระด้างไร้รสชาติกันหมดพอดี"
 
พอฉันซึมจ๋อย อาจารย์คันตะก็ว่า "จะดัดแปลงสูตรน่ะยังเร็วไปสิบปี!" แล้วคลุกๆ อุด้งเย็นต่อ เชอะ~
 
หลังทานอุด้งเย็นสูตรพิเศษของคันตะคุงเสร็จ วาคาบะจังก็ว่า "ไหนๆ ก็มานี่แล้ว มาดูหนังสือกันซักนิดไหม" แล้วไปหยิบตำรากับหนังสือรวมโจทย์มาให้
พอพลิกๆ ดูตำรา ก็เห็นว่ามีรอยดินสอขีดเขียนอะไรไว้แน่น 

"ขอโทษนะ สกปรกแบบนี้"
"อื๋อ ไม่เลยซักนิด"
 
ฉันอยากใช้หนังสือตำราเรียนให้ออกมาดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงจะมีขีดเส้นด้วยปากกาสีๆ บ้างแต่ก็แทบไม่มีเขียนโน้ตลงไปเลย แต่ดูเหมือนเขียนข้อควรระวังหรือจุดสำคัญลงไปตรงๆ แบบนี้จะดีกว่าหรือเปล่านะ แค่ดูเฉยๆ ยังรู้เลยว่าวาคาบะจังอ่านหนังสืออ้างอิงจนจับใจความสำคัญได้หมดแล้ว 
วาคาบะจังเริ่มทำโจทย์ในหนังสือ ฉันเลยขอยืมหนังสือรวมโจทย์กับสมุดโน้ตแบบฉีกมาเล่มหนึ่ง ตรงไหนที่ไม่เข้าใจก็เปิดตำราอ้างอิง แล้วก็พบว่าโน้ตที่วาคาบะเขียนเพิ่มลงไปในตำรานี่มีประโยชน์สุดๆ! ยอดเลยน้า วาคาบะจัง นี่น่ะเหรอวิธีเรียนหนังสือของคนหัวดี!

"วาคาบะจัง ครั้งหน้าขอก็อบปี้ตำราอ้างอิงนี่หน่อยได้ไหม"
"ได้สิ"
 
ฉันคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วกว่านั่งอ่านหนังสือในห้องตัวเองคนเดียวมาก เมื่อคุณแม่ของวาคาบะจังชวนอย่างน่าซาบซึ้งมาว่า "โคโระจัง ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนนะ" ฉันก็ปฎิเสธไป แล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน 

  ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.  
เชอร์เบตผลไม้

อุด้งเย็นใส่ไข่ออนเซ็น แตงกวาซอยและเนื้อสับ

กลับมาเป็นท่านเรย์กะคนเดิมแล้ว แท็ก Food ทวงอำนาจกลับคืน!




NEKOPOST.NET