[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 268 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.268 - ตอนที่ 268


268.


พอไปถึงชมรมงานฝีมือ สมาชิกหลายคนก็กำลังสาละวนกับการทำชุดแต่งงานของขึ้นชื่อประจำชมรมที่จะนำไปจัดแสดงในงานโรงเรียนอยู่ก่อนแล้ว

"สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ"
"สวัสดีค่ะ ทุกท่าน ขยันขันแข็งกันแต่เช้าเลยนะคะ มีอะไรให้ฉันช่วยบ้างหรือเปล่าเอ่ย"
"งั้นหัวหน้าช่วยปักตรงนี้ต่อหน่อยได้ไหมคะ"
"ได้สิคะ"
 
การปักชุดแต่งงานดำเนินไปโดยมีมินามิคุงยอดนักปักที่อยู่ชั้นม.5 เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก
งานปักของมินามิคุงละเอียดอ่อนปราณีต อีกทั้งยังสวยและงดงามจนคิดว่าไม่น่าจะน้อยหน้ามืออาชีพเลย
ส่วนฉันยังไม่ถนัดงานปักมือละเอียดๆ เหมือนเคย ฝีมือไม่ได้ดีขึ้นเลยจนถูกถอดออกจากการเป็นกำลังพลสำคัญ ปีนี้แม้จะเป็นหัวหน้าชมรมก็ได้แต่ปักตำแหน่งชายๆ ชุดตรงที่ไม่สะดุดตา แต่ความดีงามของชมรมงานฝีมือก็คือแม้แต่สมาชิกที่มือไม้งุ่มง่ามไม่เอาไหนก็ยังได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมทำชุดนี่ละเนอะ
 
"ท่านเรย์กะ"
 
ระหว่างกำลังจ้องมองงานปักฝีมือมินามิคุงที่ดูลื่นไหลอย่างเคลิบเคลิ้มว่าสุดยอดไปเลยน้า~ รองหัวหน้าชมรมที่เป็นผู้ขับเคลื่อนชมรมอย่างแท้จริง คอยให้การสนับสนุนหัวหน้าชมรมแต่ชื่ออย่างฉันก็เดินมาข้างๆ

"ความจริงฉันมีเรื่องจะปรึกษาค่ะ"
"อะไรหรือคะ"
 
รองหัวหน้าป้องปากกระซิบราวกับคุยเรื่องความลับว่า
 
"ฉันคิดว่าหัวหน้าชมรมคนต่อไปควรจะเป็นมินามิคุง ก็เลยอยากทราบความเห็นของท่านเรย์กะน่ะค่ะ"
"หัวหน้าชมรมคนต่อไป..."
 
งั้นเหรอ หลงลืมไปเสียสนิท แต่ถ้าเป็นช่วงที่นายตัวสำรองต้องผลัดตำแหน่งประธานนักเรียน ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่หัวหน้าชมรมงานฝีมือต้องผลัดรุ่นเหมือนกันนี่เนอะ จริงด้วยสิ...
 
"นั่นสินะ มินามิคุงก็มีฝีมือเป็นที่ประจักษ์ของทุกคนอยู่แล้ว ฉันว่าก็เหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้ารุ่นต่อไปดีนะคะ"  
 
เป็นเด็กที่มีความรักต่องานฝีมือแรงกล้าขนาดสมัครเข้าชมรมทั้งที่เป็นเด็กผู้ชายเลยนี่นะ คงจะกลายเป็นหัวหน้าชมรมที่เข้าท่ากว่าฉันไม่รู้กี่เท่า ผลักดันให้ชมรมงานฝีมือก้าวหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน
พอคิดว่าช่วงเวลาที่ต้องถอนตัวจากชมรมงานฝีมือใกล้เข้ามาแล้ว คลื่นแห่งความเหงาก็ซัดสาดเข้ามาในอกลึกๆ  ทั้งที่รู้ดีว่าเทอมแรกยังไม่จบเลย จะรีบเหงาไปตั้งแต่ตอนนี้ทำไมก็เถอะนะ
ขณะกำลังอ่อนไหว รองหัวหน้าก็พูดกับฉันว่า "แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง"

"ท่านเรย์กะ จะลองทำเวดดิ้งดอลล์ดูดีไหมคะ"
"เวดดิ้งดอลล์?"
 
ฉันกระพริบตากับข้อเสนอไม่คาดคิด
เวดดิ้งดอลล์ก็นั่นใช่ไหม ตุ๊กตาบ่าวสาวน่ารักๆ ที่ย่อส่วนหรือเปลี่ยนคาแรคเตอร์เป็นสัตว์น้อยๆ ออกมาต้อนรับแขกเหรื่อที่ทางเข้างานแต่งงานหรือป้ายต้อนรับตรงประชาสัมพันธ์น่ะ
 
"ครั้งนี้คิดว่าเราน่าจะทำตุ๊กตาเวดดิ้งดอลล์ใส่ชุดแต่งงานแบบที่ทำอยู่ตอนนี้ แล้วก็นำไปประดับไว้ตรงป้ายต้อนรับใกล้ๆ ชุดแต่งงานที่เป็นของตั้งโชว์น่ะค่ะ"
"แหม ก็น่ารักดีนะคะ"
 
ตุ๊กตาตัวเล็กน่ารักยืนต้อนรับพร้อมกับชุดเดรสหรูหราเหรอ ฉันก็ว่าก็ดีนะ
 
"แต่ให้ฉันทำจะดีหรือคะ"
 
 พูดเองก็กระไรอยู่ ฉันชอบงานฝีมือก็จริงแต่ไร้ฝีมือมากนะ ให้ทำของโชว์เด่นๆ แบบนั้นจะไม่เป็นไรแน่เหรอ
 
"แน่นอนค่ะ มีความหมายก็เพราะท่านเรย์กะผู้เปรียบเสมือนหน้าตาของชมรมเราเป็นผู้ทำขึ้นมานี่แหละค่ะ นี่ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว แต่เป็นมติเอกฉันท์จากสมาชิกชมรมงานฝีมือทั้งหมดนะคะ"
 
คำพูดของรองหัวหน้าชมรมว่า "กรุณาแฝงความคิดคำนึงที่่ท่านเรย์กะมีต่อชมรมงานฝีมือมาตลอดสามปีนี้ลงในการสร้างสรรค์ด้วยนะคะ" ทำให้ฉันตื้นตันจนแน่นอก คิดจะให้หัวหน้าชมรมที่ไม่เอาไหนไม่ได้เป็นแม้กระทั่งหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดทำชุดแต่งงานในท้ายที่สุดอย่างฉันให้ได้หน้าได้ตาบ้างสินะ ความรู้สึกของทุกคนช่างน่าปลาบปลื้มเหลือเกิน
 
"อื้อ จะพยายาม..."
 
ถ้าเผลอไผลไปน้ำตาก็ทำท่าจะไหล ฉันเลยกัดริมฝีปากแน่นพยักหน้าแรงๆ รองหัวหน้ามองฉันด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมเมตตาราวกับพระแม่ สัมผัสได้ถึงสายตาอันอบอุ่นจากรอบข้าง ดีจังเลยที่ได้เข้าชมรมงานฝีมือ
ไม่รู้หรอกนะว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แต่จะพยายามทำออกมาให้วิเศษที่สุดเลย  
 
"แล้วต้องทำยังไงบ้างล่ะคะ"
 
โลกเราก็มีชุด DIY สำเร็จรูปง่ายๆ สำหรับทำเวดดิ้งดอลล์ขายอยู่ไม่น้อย  แต่คงไม่ใช่ให้ทำโดยพึ่งของสำเร็จรูปแบบนั้นละมั้ง

"ของถนัดของท่านเรย์กะก็คือนีดเดิลเฟลต์ไม่ใช่หรือคะ ถ้างั้นลองทำด้วยนีดเดิลเฟลต์กันเถอะค่ะ"
 
นีดเดลเฟลต์เหรอ! ถ้าเป็นของที่ชินมืออยู่แล้วแบบนั้นฉันอาจจะทำได้ก็ได้นะ!?
 
"เข้าใจแล้ว!"
"เป็นหนึ่งในงานชิ้นเอกของงานนิทรรศการครั้งนี้ ต้องมีขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งเลยทีเดียว อาจจะลำบากหน่อยนะคะ"
"ไม่เป็นไรหรอก! ฉันจะพยายามนะ!"
 
กำลังใจมาเต็ม

"ส่วนชุดที่จะให้ตุ๊กตาใส่ขอให้ทำเป็นชุดแต่งงานเหมือนกับที่ทำโชว์แยกต่างหากนะคะ"
 
อุ... ส่วนชุดเดรสไม่ให้ทำด้วยขนเฟลต์แต่ให้เย็บมือเอาเหรอ ระดับความยากพุ่งพรวดๆ เลยนะ ถึงจะบอกว่าเป็นของจิ๋วก็เถอะ แต่ต้องทำเดรสที่มีดีไซน์ละเอียดยิบแบบนี้เลยเหรอ... ฉันไล่สายตาไปตามชุดแต่งงานที่ทำค้างอยู่ หัวใจทำท่าจะแฟบไปในพริบตา แต่ก็ไม่ยอมแพ้หรอก!
สมาชิกชมรมคนอื่นๆ ส่งเสียงให้กำลังใจมาว่า "พยายามเข้านะคะ ท่านเรย์กะ!" "พวกเราก็จะช่วยอีกแรงนะคะ!"  ขอบคุณนะ!
 
"แล้วจะใช้อะไรเป็นต้นแบบทำตุ๊กตาดีล่ะคะ ถ้าเอาแบบที่ฮิตๆ กันก็คงเป็นกระต่ายไม่ก็แมวสินะคะ"  
"แน่นอนว่าโมเดลก็ต้องเป็นท่านเรย์กะสิคะ!"
"เอ๋ ฉันเนี่ยนะ!?"
 
จะให้ฉันเป็นโมเดลตุ๊กตาเหรอ!?
 
"ก็บอกแล้วไงคะว่าท่านเรย์กะเป็นหน้าตาของชมรมงานฝีมือ ต้อนรับแขกด้วยตุ๊กตาท่านเรย์กะที่เป็นชื่อเสียงของชมรมยังไงล่ะคะ!"
 
รองหัวหน้าทำหน้าแบบว่า เป็นไงล่า ไอเดียวิเศษมากเลยใช่ไหมล่าอยู่ก็จริง แต่จะให้ฉันทำตุ๊กตาหน้าตาเหมือนตัวเองขึ้นมาเนี่ยนะ~!? มองจากคนนอกแล้วคงดูหลงตัวเองน่าดูเลยป่ะ!?
 
"จะดีแน่เหรอคะ..."
 
แถมยังเอาตุ๊กตาหน้าตาเหมือนตัวเองที่ทำขึ้นเองไปใส่ชุดแต่งงานอีกนะ มันเกินคำว่าหลงตัวเองไปจนคนจะมองว่าอีนี่เพี้ยนไปแล้วป่ะ...

"ไม่หรอกค่ะ! มีแต่ตรงนี้เท่านั้นที่ยอมไม่ได้! ครั้งนี้ที่จะทำเวดดิ้งดอลล์ที่มีท่านเรย์กะเป็นโมเดลเป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้แต่แรกแล้ว ต่อให้ท่านเรย์กะบอกว่าจะไม่ทำ ก็ต้องมีพวกเราคนใดคนหนึ่งทำแทนอยู่ดีค่ะ"
"เอ๋!?"
 
ตกลงกันไว้แต่แรกแล้วเหรอ!? แต่ฉันที่เป็นหัวหน้าชมรมยังไม่เห็นรู้เรื่องเลยนะ!?
 
"ท่านเรย์กะ มาสร้างผลงานแสนวิเศษที่จะตราตรึงอยู่ในใจผู้ชมกันเถอะนะคะ!"
 
ถ้ากลายเป็นผลงานที่ฮาแตกจนตราตรึงอยู่ในความทรงจำล่ะจะทำไงดี...

 

ฉันเหนื่อยล้าจากการตกลงรายละเอียดเรื่องการจัดทำเวดดิ้งดอลล์และงานปัก จึงตัดสินใจจะแวะไปดื่มชาที่ห้องสโมสรของ Pivoine ก่อนกลับบ้าน
ส่วนมากเวดดิ้งดอลล์จะมีขนาดประมาณฝ่ามือเพื่อให้เข้ากับขนาดของป้ายต้อนรับ แต่ตุ๊กตาที่ฉันเป็นคนทำนั้นต้องให้มีขนาดใหญ่พอจะอุ้มได้ด้วยสองมือเพื่อให้สะดุดตามากกว่าปกติ
หลวมตัวไปรับปากเข้าแล้วไง จะไหวจริงๆ หรือเปล่านะ ดันเกิดมากังวลตอนสายไปแล้วเสียได้
พอเปิดประตูห้องสโมสรออก ก็พบว่าไม่มีสมาชิกอยู่เลยจากการหยุดสอบซ่อม เช่าขาดเหรอเนี่ย!?
พอคิดแบบนั้น ก็เห็นเงาคนเคลื่อนไหวอยู่ที่อีกด้านของเปียโน
 
"ใครน่ะ?"
 
นั่นมันประโยคของฉันต่างหาก
แต่ฉันจำเสียงนั้นได้แม่นยำ จึงไม่นึกแปลกใจเมื่อเห็นนักเรียนชายเจ้าของเสียงที่ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่องช้า

"คุณคิโชวอิน..."
"สวัสดีค่ะ ท่านเอ็นโจ"
 
แสงอาทิตย์ที่สาดเข้ามาจากด้านหลังส่องให้ผมดำขลับของเอ็นโจสุกสว่างเป็นสีน้ำผึ้งราวกับในต้นฉบับการ์ตูน
ทำไมถึงคิดจะแวะมาห้องสโมสรก่อนกลับด้วยนะ ฉันนี่ รู้งี้ไปดื่มน้ำชาที่คาเฟ่ข้างนอกเอาดีกว่า...

"หยุดสอบซ่อมแท้ๆ มีอะไรเหรอ"
 
เอ็นโจมองฉันด้วยสีหน้าแสดงความพิศวง ก็นักเรียนทั่วไปคงไม่มาโรงเรียนในวันหยุดกันหรอกเนอะ

"เอ๋ หรือว่ามีสอบซ่อม..."
"ไม่ใช่นะคะ!"
 
อย่าพูดอะไรเป็นลางร้ายได้มั้ย!
 
"นั่นสิเนอะ ขอโทษนะ ก็คุณคิโชวอินตั้งใจเรียนออกจะขนาดนั้นนี่นา"
 
เอ็นโจขอโทษฉันที่ตีหน้ายักษ์อย่างว่าง่าย
 
"มาซายะยังออกปากว่าถ้าเป็นคุณคิโชวอินคงไม่ต้องห่วงเลยนะ"
 
ความพยายามของฉันได้รับการยอมรับจากคาบุรากิแล้วเหรอ!
 
"แต่เห็นพูดๆ อยู่นะว่าถ้าไม่ลืมเขียนชื่อไปจะก็ดีหรอก"
"หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!"  
 
อย่าพูดอะไรน่ากลัวหน่อยเลยได้ไหม! เอ๋ นี่ฉันเขียนชื่อแน่แล้วใช่ไหมนะ... เขียนแล้วสิ ใช่ไหมนะ... ชักไม่มั่นใจแล้วไง อยากวิ่งไปเช็คข้อสอบที่ห้องพักครูเดี๋ยวนี้เลย
 
"ขอโทษ ขอโทษ ล้อเล่นน่ะ อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ"
"ท่านเอ็นโจเชื่อในวาจาศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่าคะ..."
 
พอถลึงตาจ้องอย่างแค้นเคือง เอ็นโจก็หัวเราะพลางยกสองมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้

"แล้ววันนี้มีธุระอะไรเหรอ"
"ฉันมีกิจกรรมชมรมค่ะ"
"อ้อ จริงด้วย ชมรมงานฝีมือสินะ"

นายตัวสำรองก็เหมือนกัน ดูทุกคนจะรู้กันหมดเลยนะว่าฉันสังกัดอยู่ชมรมไหน ในกรณีของเอ็นโจ คาบุรากิเพื่อนสนิทก็เคยบุกมาถึงชมรมของฉันแล้ว จะรู้ก็คงไม่แปลกละมั้ง
 
"แล้วท่านเอ็นโจล่ะคะ มีธุระอะไร"
 
อย่างเอ็นโจที่เป็นพวกขาประจำในหมู่ลำดับท็อปๆ ย่อมไม่มีทางโดนเรียกมาให้สอบซ่อมอยู่แล้วละนะ
 
"ผมน่ะเหรอ อื~ม  อยู่บ้านแล้วมันมีเรื่องวุ่นวายเยอะ ก็เลยลี้ภัยมานี่น่ะ"
 
เอ็นโจเอนตัวพิงเปียโนพลางพูดต่อเป็นเชิงล้อเล่นว่า "แต่ที่ให้ไปมีแต่โรงเรียนนี่ก็เศร้าน่าดูเหมือนกันนะ"
 
"แต่โรงเรียนช่วงปิดเทอมนี่คนน้อยแล้วก็ยังห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า ถือเป็นสถานที่ลี้ภัยที่ดีเกินคาดเลยล่ะ"
"เช่นนี้นี่เอง..."
 
ก็ไม่อยากจะซักต่อหรอกนะ ทางเอ็นโจก็คงมีอะไรหลายๆ อย่างเหมือนกัน
 
"อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว คุณคิโชวอินก็นั่งพักสบายๆ ก่อนเป็นไง"
 
เอ็นโจผายมือไปยังโซฟารับแดดอุ่นที่ตัวเองนั่งอยู่จนถึงเมื่อครู่ เอ๋ จะให้นั่งโต๊ะตัวเดียวกันเหรอ

"จะดื่มอะไรดี"
 
สำหรับคนที่ยิ้มแย้มถามมาทั้งที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ จะให้ฉันปฎิเสธบอกว่าจะกลับบ้านก็คงโหดร้ายไปน่ะนะ...
 
"...งั้นขอเป็นมินต์ที"
 
ฉันเลือกเป็นชาสมุนไพรที่เหมาะกับฤดูกาลร้อนอบอ้าว เลือกตำแหน่งที่ไม่โดนแดดตรงๆ แล้วนั่งลง
เอ็นโจรับคำ "รับทราบ" เรียกผู้ดูแลมารับออเดอร์ เดินไปปิดผ้าม่านเนื้อบางตรงหน้าต่างที่อยู่ใกล้พวกเราแล้วตัวเองก็นั่งลงบ้าง
 
"........."
"........."

คนใจเล็กกระจิบกระจ้อยอย่างฉันทนความเงียบงันไม่ได้หรอก ไม่มีหัวข้ออะไรให้คุยบ้างเหรอ หัวข้อที่พอจะพูดคุยร่วมกันได้...
 
"สอบปลายภาคของท่านเอ็นโจเป็นอย่างไรบ้างคะ"
"ก็ไม่มีอะไรนี่ ตามปกติละมั้ง"
 
แปลว่าทำข้อสอบได้เกือบสมบูรณ์แบบทุกวิชาตามปกติสินะยะ
 
"แต่พวกเด็กม.4 เจอมาซายะตรวจทานข้อสอบ เล่นเอาหน้าซีดเผือดกันเป็นแถวๆ เชียวล่ะ"
"อุหวา~..."
 
เรื่องนั้นก็มีเมล์มารายงานเหมือนกัน เห็นว่ามีโจทย์ที่ผิดชัวร์ๆ อยู่หลายข้อ จะเฉียดๆ เข้าอันดับที่ 50 ได้หรือไม่ก็แล้วแต่ผลสอบของรอบข้างเป็นหลัก ที่เหลือก็ได้แต่ภาวนาให้นักเรียนคนอื่นทำพลาดเท่านั้น เมล์มืดมนที่ภาวนาให้ความโชคร้ายมาเยือนรอบข้างดูจะนำพาลางร้ายมาให้ฉันด้วย ฉันเลยกดลบทิ้งไปในทันที

"คุณคิโชวอินตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปเลยนะ"
 
หมายถึงเรื่องงานสอบทวนคำตอบนั่นสินะ
เห็นเอ็นโจพูดหัวเราะๆ ฉันเลยตอบไปว่า "หลังสอบเสร็จ ฉันมีกำหนดการออกไปฉลองกับเพื่อนๆ อยู่ก่อนแล้วค่ะ" เพิ่งสอบเสร็จ ใครจะอยากไปเข้าร่วมงานสอบทวนคำตอบอะไรนั่นกันล่ะยะ

"ท่านเอ็นโจก็เข้าร่วมด้วยหรือคะ"
"ก็นะ แต่ผมก็แค่ดูเฉยๆ เท่านั้นแหละ กว่าจะตรวจทานข้อสอบเสร็จก็ห่อเหี่ยวกันไปหมด  ตอนขากลับก็เลยพาไปทานข้าวเป็นการปลอบใจน่ะ มาซายะก็ไปด้วยนะ"
 
มีช่วยปลอบใจแบบนั้นด้วยเหรอเนี่ย...
 
"ท่านเอ็นโจก็ลำบากเหมือนกันนะคะ..."
"เข้าใจด้วยเหรอ"
"ค่ะ แน่นอนค่ะ"
 
ฉันพยักหน้าหนักๆ ฉันเองก็เหนื่อยยากตรากตรำจากคาบุรากิอยู่เหมือนกันนี่
 
"คุณคิโชวอินโดนมาซายะลากเข้ามาพัวพันแบบนี้ก็คงเหนื่อยเหมือนกันสิเนอะ"
"นั่นสินะคะ"
 
ฉันพยักหน้ารับ อ้าว? ลองมาคิดดีๆ ดูแล้ว คนที่มักจะลากฉันเข้าไปพัวพันในเรื่องวุ่นวายที่คาบุรากิก่อขึ้นก็คือเอ็นโจที่อยู่ตรงหน้านี่ไม่ใช่เรอะ..?
 
"มาซายะก็มุทะลุไม่คิดหน้าคิดหลังมาตั้งแต่เด็กแล้วน่ะนะ"
"เหตุการณ์ลำบากที่สุดที่เคยเจอคืออะไรคะ"
"ถ้าลำบากที่สุดก็นั่นน่ะ ตอนต้องไล่ตามมาซายะที่ออกเดินทางอย่างกะทันหันในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวตอนม.4ไง"
 
อ้อ ตอนออกเดินทางเยียวยาแผลใจจากความช็อกที่โดนท่านยูริเอะหักอกน่ะเหรอ
 
"ลมทะเลที่โหมกรรโชกมาจากฝั่งทะเลญี่ปุ่นกลางฤดูหนาวนี่หนาวเย็นเกินจินตนาการเลยล่ะ"
"เรื่องนั้น...เหนื่อยหน่อยนะคะ"
"จริงด้วย ยูริเอะเองก็เหมือนกัน ถ้าจะทิ้งก็น่าจะทิ้งตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงนะ"
"ปัญหามันอยู่ตรงนั้นเหรอคะ"
"ปัญหาจริงๆ มันอยู่ตรงนั้นแหละ"
 
เอ็นโจพูดหน้านิ่งว่า "จะดูถูกความหนาวเหน็บของอาโอกะฮาระยามหน้าหนาวไม่ได้เลยนะ"  สงสัยจะลำบากมามากสินะ

"เจอเรื่องเดือดร้อนขนาดนั้น ทำไมท่านเอ็นโจถึงยังคบหาท่านคาบุรากิอยู่อีกล่ะคะ"
 
ฉันสงสัยมานานล่ะ โดนหาเหาใส่หัวอยู่ฝ่ายเดียว ทำไมเอ็นโจถึงยังดูแลคาบุรากิอยู่อีกนะ
 
"แปลกเหรอ"
"อื~ม... ก็ไม่ถึงกับแปลกหรอกค่ะ..."
 
เอ็นโจว่า "ที่เป็นเพื่อนกันนี่ก็ไม่ได้มีเหตุผลที่ชัดเจนหรอกนะ"  แล้วต่อว่า

"มาซายะน่ะ ดูเผินๆ เหมือนจะสีหน้าไร้อารมณ์อ่านใจยาก แต่เนื้อในเป็นคนตรงไปตรงมาไม่มีหน้ามีหลัง อยู่ด้วยแล้วก็เลยสบายใจน่ะ แล้วก็ซื่อสัตย์กับคนอื่นๆ ด้วย ก็เลยรู้สึกอุ่นใจว่ามีแต่มาซายะเท่านั้นที่จะไม่หักหลังผมเด็ดขาดละมั้ง ส่วนที่ทำอะไรโลดโผนนั่นดูๆ ไปก็เพลินดีด้วยนะ"

ว่าแล้วเอ็นโจก็หัวเราะ สีหน้าอ่อนโยนนั้นถ่ายทอดความเชื่อมั่นและรักใคร่ในตัวคาบุรากิ สหายสนิทออกมาอย่างชัดเจน
...นิสัยตรงไปตรงมาของคาบุรากินั่น ฉันเองก็ได้เห็นชัดๆ ตอนจัดการเรื่องเหตุการณ์ชุลมุนที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนกลุ่มนอกคนนั้นละนะ
 
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เอ็นโจก็เล่าเรื่องความยากลำบากในชีวิตอันมีสาเหตุมาจากคาบุรากิให้ฟังอย่างขบขัน ฉันเองก็เล่าเรื่องที่โดนคาบุรากิลากไปซุปเปอร์ฯ แล้วคาบุรากิก็เที่ยวแวะบูธที่แจกของให้ชิมมันทุกแห่งเล่นเอาเอ็นโจขำสุดๆ พอเล่าถึงภาพจินตนาการคาบุรากิที่ถือน้ำผักที่ได้จากบูธและเมล่อนไว้ในมือทั้งสองข้างแล้ว เอ็นโจก็หัวเราะออกมาดังๆ

"มาซายะที่ตกหลุมรักนี่ยิ่งวุ่นวายหนักเข้าไปอีกนะ"
"นั่นสินะคะ"
 
ฉันขอมินต์ทีเพิ่มอีกแก้ว  เล่าให้เอ็นโจฟังเรื่องคาบุรากิคนปากหนักที่ไม่กล้าสั่งไซด์เมนูด้วยตัวเอง แล้วเอ็นโจก็เล่าเรื่องลับๆ ของคาบุรากิที่ปากหนักยิ่งกว่านั้นอีกให้ฟัง ฉันหัวเราะเสียจนหายใจไม่ออก
ข้อสรุป นินทาคนที่ไม่อยู่ตรงนั้นนี่แสนจะสนุกที่สุด
 
 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
เวดดิ้งดอลล์!

 

แล่นแล้ว เรือเอ็นโจมาในมาดเศร้าสลดเรียกคะแนนสงสาร ติดสปีดวิ่งฉิวไปโน่นแล้วววววว!

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :)

 




NEKOPOST.NET