[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 265 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.265 - ตอนที่ 265


265.


งานทานาบาตะที่บ้านคาบุรากิเป็นเจ้าภาพ มีแขกหนุ่มๆ สาวๆ ได้รับเชิญมามากมาย งานคึกคักจริงอย่างที่มาดามคาบุรากิว่า 
 
ในสถานที่จัดงานตระการตาไปด้วยสีสันพร่างราวของเดรสหรูหราและชุดกิโมโน ตรงกลางประดับไว้ด้วยต้นไผ่ขนาดใหญ่ให้บรรยากาศสมเป็นงานทานาบาตะ เหล่าแขกที่ได้รับเชิญมาเขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษขอพรแลดูสนุกสนาน 
 
ช่วงที่ผ่านมาฉันได้แต่นั่งรถไปกลับบ้านกับโรงเรียนทุกวันเพราะต้องดูหนังสือสอบ สถานที่เดียวที่ได้แวะไปคือโรงเรียนสอนพิเศษ ก็เลยไม่ได้มาสถานที่หรูหราแพรวพราวแบบนี้เสียนาน 
วันนี้นอกจากท่านพ่อท่านแม่แล้วท่านพี่ก็มาร่วมงานด้วย ฉันเลยขอให้ท่านพี่เป็นคนเอสคอร์ทในงาน 
 
"แหม ท่านคิโชวอิน ยินดีต้อนรับค่ะ!" 
 
พอลงทะเบียนเดินเข้าไปในสถานที่จัดงาน มาดามคาบุรากิก็เดินตรงมาทางพวกเราอ้าแขนทั้งสองออกกว้างเป็นสัญญาณแห่งการต้อนรับ วันนี้มาดามคาบุรากิสวมชุดเดรสสีดำเหลือบประดับด้วยหินสีเงินจิ๋วๆ ห้อยลงมา แลดูเป็นประกายไปทั้งเนื้อทั้งตัว
 
"วันนี้ขอขอบคุณมากนะคะที่กรุณาเชิญมา" 

พอฉันทักทายตามลำดับต่อจากท่านพ่อท่านแม่และท่านพี่ ก็ได้โอกาสชมเชยความงดงามของชุดมาดามคาบุรากิพร้อมกับท่านแม่ 
 
"วันนี้ฉันเป็นแม่น้ำแห่งทางช้างเผือกที่สาวทอผ้าและชายเลี้ยงวัวข้ามสะพานมาพบกันนะคะ"
 
มาดามคาบุรากิอมยิ้มมองมาด้วยสายตาซุกซน "เพราะงั้นทั้งคุณทาคาเทรุและคุณเรย์กะ ถ้าอยากให้ใครข้ามสะพานมาหา ก็บอกฉันได้นะคะ" 
 
จากนั้นมาดามคาบุรากิก็ชมชุดของฉันกับท่านแม่ด้วย แต่ความจริงแล้วชุดของฉันในคืนนี้ได้อิมเมจมาจากนกกางเขนที่กางปีกอุทิศตนเป็นสะพานเพื่อให้หญิงทอผ้ากับชายเลี้ยงวัวได้พบกัน เป็นชุดผ้าออร์แกนดีพลิ้วบางสีฟ้าอ่อนและสีขาวซ้อนกันเป็นดีไซน์ละเอียดอ่อน  พาดผ้าคลุมไหล่สีดำ แต่พลาดครั้งใหญ่ที่เลือกสีกับคอนเซปต์มาทับกับเจ้าภาพนี่แหละนะ แต่ชุดฉันใช้สีขาวเป็นพื้น คงไม่เป็นไรมั้ง ฉันยิ้มแย้มฟังบทสนทนาของท่านพ่อท่านแม่และมาดาม พลางค่อยๆ ปลดผ้าคลุมไหล่สีดำลงมา ทำลายหลักฐานเรียบร้อย 
 
พอทักทายคร่าวๆ เสร็จ มาดามคาบุรากิก็ว่า "ถ้าเช่นนั้นขอเชิญทุกท่านสำราญกับค่ำคืนนี้นะคะ" แล้วออกไปรับแขกท่านอื่นต่อ 

"เรย์กะ พวกเราไปทางโน้นกันดีไหม" 
 
ในสถานที่จัดงานอันกว้างขวางมีแขกแยกจับกลุ่มเป็นกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มผู้ใหญ่ ฉันกับท่านพี่เลยแยกกับท่านพ่อเดินไปทางกลุ่มวัยรุ่น 
พอดีเห็นสมาชิก Pivoine และกลุ่มคนหน้าคุ้นๆ อยู่ด้วย ฉันกับท่านพี่เลยเดินเข้าไปร่วมวง 

"สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ"
"สวัสดีค่ะ" 

พวกสาวๆ ที่ส่งเสียงทักทายฉัน แก้มทอสีระเรื่อเมื่อเห็นท่านพี่ที่ยืนยิ้มอยู่อย่างอ่อนโยนเคียงข้างฉัน ฮุฮุฮุ
สาวๆ ที่ปลาบปลื้มมีใจให้ท่านพี่ผู้รูปงามอนาคตไกลมีไม่น้อยเลย ทำเอาน้องสาวที่ยืนอยู่ข้างๆพลอยได้หน้าไปด้วย
พอผ่านไปสักพัก ดูเหมือนท่านพี่จะเห็นคนที่เกี่ยวข้องกับงานเข้า  

"ขอโทษนะ เรย์กะ พี่ขอตัวครู่หนึ่งได้ไหม หรือจะมาด้วยกันดี"  
 
ท่านพี่ถามมาด้วยท่าทางขอโทษขอโพย
อืม~ ฉันไปด้วยก็คงเป็นไปเป็นตัวเกะกะการสนทนาเท่านั้นละมั้ง 
 
"น้องอยู่คุยกับเพื่อนๆ ตรงนี้ดีกว่าค่ะ"
"เหรอ งั้นถ้ามีอะไรให้รีบเรียกพี่นะ"
"ค่ะ"  
 
ฉันไล่สายตาตามแผ่นหลังท่านพี่ไป แล้วก็พลอยเช็คหน้าตาผู้เข้าร่วมงานไปด้วย
อ๊ะ ทางโน้นเป็นท่านยูริเอะกับท่านไอระนี่นา  กำลังพูดคุยกับศิษย์เก่า Pivoine อยู่อย่างเพลิดเพลิน จะดูเมื่อไหร่ทั้งสองคนก็ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ  ไว้เดี๋ยวตอนหลังแวะไปคุยด้วยดีกว่า   
 
"สวัสดีครับ ท่านเรย์กะ"
 
คนที่เข้ามาทักคือพวกเด็กผู้ชายม.4 ของ Pivoine  ขอบตาล่างดำปี๋เห็นถนัดเนื่องจากนั่งทำโจทย์ปริมาณมหาศาลที่ได้รับต่อเนื่องกันทุกวันตามคำสั่งอันเฉียบขาดของจักรพรรดิ ดูท่าทางจะโดนเคี่ยวกรำหนักจนไม่มีกะจิตกะใจจะไปหาเรื่องกับนักเรียนกลุ่มนอกแล้วสินะ 
 
"สวัสดีค่ะ" 
 
ดูเหมือนพวกเขาจะเห็นฉันที่ต้องเผชิญบททดสอบอันเหี้ยมโหดเช่นเดียวกันเป็นเพื่อนพ้องร่วมชะตากรรม  จึงเริ่มเรียกฉันอย่างสนิทสนมว่าท่านเรย์กะ
พอเจอหน้ากันก็ชวนกันคุยแต่เรื่องดูหนังสือกับสอบปลายภาค ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเราเริ่มแน่นแฟ้น 
 
"เป็นอย่างไรบ้างคะ คืบหน้าบ้างไหม"
"...ก็รอดฉิวเฉียดน่ะครับ หนำซ้ำวันนี้ยังต้องมาเข้าร่วมงานปาร์ตี้แบบนี้ ไม่รู้ว่าจะทำโจทย์ที่ท่านคาบุรากิให้มาเสร็จทันหรือเปล่า..."
"เราด้วย..." 
"อืม คงได้ทำกันยันเช้าแหงๆ..."
"ฉันเข้าใจนะคะ วันนี้ฉันเองก็ขอร้องท่านคาบุรากิ ได้รับยกเว้นให้ลดปริมาณการบ้านลงเป็นพิเศษวันเดียว"
"เอ๋!?"
"ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอครับ!?"
 
ก็อ้อนวอนแทบเป็นแทบตายเลยน่ะนะ สวมวิญญาณดาราสาวเจ้าน้ำตาเกลี้ยกล่อมจนสำเร็จ แต่น่าเสียดายที่กระพริบตาปริบๆ แทบตายยังไงก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมาซักหยด แต่ที่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือก็เป็นเพราะโดนเรียกมางานปาร์ตี้ของบ้านคาบุรากินี่นา จะยอมอ่อนให้หน่อยก็ไม่เห็นเป็นไรเลย! 
 
"ดีจังน้า ท่านคาบุรากิใจดีกับท่านเรย์กะเป็นพิเศษจริงๆ ด้วย"
"พวกเราน่ะไม่มีแม้กระทั่งช่องว่างให้ต่อรองเลยละครับ" 
 
แต่ก็โดนขู่กลับมาว่า "คงมั่นใจว่าจะสอบได้ไม่เกินที่ 30 แน่ๆ แล้วสินะ" เป็นการแลกเปลี่ยน...อุ กระเพาะปวดแปล๊บๆ คืนนี้ก็คงต้องขอให้ท่านพี่ช่วยติวหนังสือให้เหมือนเคย... 
ระหว่างที่พวกเราผลัดกันปรับทุกข์เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา ตามด้วยความสาหัสสากรรจ์ของการเรียนทำนองว่า  "ความจริง วันนี้ผมก็เอาตำราติดมาด้วยนะครับ กะว่าทำแบบฝึกหัดให้ได้ซักนิดระหว่างทางขากลับในรถได้ก็ยังดี..."  แก้วในมือฉันก็ว่างเปล่า 
 
"ฉันขอไปหยิบเครื่องดื่มหน่อยนะคะ"
"อ๊ะ ผมไปเองครับ"
"ไม่เป็นไรหรอก อยากมองหาท่านฟุยุโกะกับท่านซาราระด้วยน่ะค่ะ"  
 
มีเครื่องดื่มที่ดีต่อกระเพาะบ้างหรือเปล่านะ...
ว่าแล้วฉันก็เดินไปหาบริกรที่ทำหน้าที่แจกจ่ายเครื่องดื่ม
 
"อ้าว นั่นคุณเรย์กะไม่ใช่หรือคะ" 
 
อ๊ะ! นั่นยัยไมฮามะ เอมะนี่นา!
คุณไมฮามะ เป็นผู้หญิงที่คอยไล่ตามตื้อคาบุรากิ เห็นฉันเป็นศัตรู พอมีเหตุอะไรก็มาหาเรื่องกับฉันทุกที เป็นเพื่อนร่วมชั้นปีของซากุระจังที่ยูริมิยะ 
 
"ไม่ได้พบกันนานนะคะ"
"จริงด้วย สบายดีหรือเปล่าคะ คุณไมฮามะ" 
 
เสียงระฆังแห่งสังเวียนการต่อสู้ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
 
"ตายจริง คุณเรย์กะ รู้สึกจะอ้วนขึ้นกว่าตอนเจอกันครั้งที่แล้วไม่ใช่หรือคะ ต้นแขนล่ำเชียว~" 

ยัยนี่! จู่ๆ ก็ปาลูกตรงอัดมาไม่มีอ้อมค้อมเลยนะเฮ้ย!
สำหรับฉันที่ไม่มีแรงวิดพื้นแล้ว เนื้อต้นแขนย้วยๆ นี่เป็นจุดอ่อนใหญ่หลวงที่สุด
 
"...งั้นหรือคะ วันนี้ฉันแต่งชุดเผยผิวมากหน่อย เลยอาจจะดูเป็นเช่นนั้นกระมังคะ ฉันค่อนข้างผิวขาวกว่าคนอื่นเขา เลยอาจทำให้รู้สึกอย่างนั้นน่ะค่ะ" 
 
ผิวขาวของฉัน จงกลบเจ็ดข้อด้อยไปในบัดนี้! 
 
"นั่นสินะคะ สีขาวทำให้ดูบวมง่าย อาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้ ต้องขอโทษด้วยนะคะ"
"ไม่ต้องใส่ใจหรอกค่ะ"
 
ฉันหัวเราะโฮะโฮะโฮะคล้ายไม่ถือสา หากพันผ้าคลุมไหล่สีดำเสียใหม่ให้มาบังต้นแขน 
ถ้าจะเอางั้น ทางนี้ก็ไม่ยอมแพ้หรอกน่า 
จุดอ่อนของคุณไมฮามะก็คือขนตา วันนี้ก็ยังทามาสคาร่ามาซะหนาเตอะเพื่อให้ขนตาสั้นๆ ดูยาวกว่าเดิมได้ซักนี้ด 
 
"ว้าย ตายแล้ว! คุณไมฮามะ มีขาจิ้งหรีดติดอยู่บนเปลือกตาแน่ะค่ะ!"
"หา!?"
"อุ๊ย ตายจริง ฝืนเอาที่ดัดขนตาดัดขนตาสั้นๆ ขึ้นแบบนั้นก็เลยเห็นเป็นขาแมลงน่ะค่ะ แล้วก็ทามาสคาร่าหนาเตอะเป็นก้อน เลยยิ่งดูเหมือนเข้าไปใหญ่ ฉันเนี่ยแย่จังเลย ขอโทษนะคะ ปรกติฉันไม่ได้ใช้มาสคาร่าก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่อง..." 
 
(ขนตาสั้นๆ แล้วยังต้องฝืนไปดัดให้มันงอนๆ อีก ลำบากจังน้า~ ทำเป็นทามาสคาร่าอัพความยาวขนตา แต่ปล่อยให้มาสคาร่าเกาะกันเป็นก้อนๆ ให้ผู้คนเห็นเนี่ย หมดสิ้นความเป็นลูกผู้หญิงสุดๆ อ่า~ ส่วนขนตาฉันไม่ต้องพึ่งมาสคาร่าก็ยาวอยู่แล้ว ก็เลยไม่เข้าใจความลำบากของคุณไมฮาระน่ะนะค้า~) 
 
"ขอโทษด้วยนะคะ ไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก เผอิญฉันเป็นคนซื่อๆ น่ะค่ะ"
"...เหรอ~" 
 
คุณไมฮามะหน้าชาไป มีแต่มุมปากที่ยกขึ้นแบบฝืนๆ กระตุกๆ 
ระหว่างฉันกับคุณไมฮามะปรากฎสะเก็ดไฟแล่นแปลบปลาบ 
เอาล่ะ ตรงนี้ต้องโจมตีต่อเนื่องซ้ำเข้าไปอีก!
 
"อ้าว เป็นกฎข้อห้ามอยู่ที่ซุยรัน แต่คุณไมฮามะทำสีผมด้วยใช่ไหมคะ ย้อมแค่ตรงปลายผมเป็นสีน้ำตาลด้วย แปลกใหม่ดีนะคะ~" 
"หา? ก็ไม่ได้ทำสีอะไรนี่คะ"
"แล้วทำไมมีแต่ปลายผมที่สีแปลก...อ้าว ขอโทษด้วยนะคะ ที่แท้ปลายผมก็แตกระแหงเลยมองเป็นสีน้ำตาลนี่เอง นี่ คุณไมฮามะ รู้หรือเปล่าคะว่าในโลกนี้มีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าทรีตเมนต์อยู่น่ะค่ะ"
"..........." 
 
ฉันสะบัดผมม้วนที่ภาคภูมิใจให้สยายเป็นเชิงอวด ว่าไงล่า เส้นผมเงางามที่ทุ่มเงินและเวลาสร้างสรรค์ขึ้นมานี่
ความจริงแล้วผมคุณไมฮามะก็ไม่ได้ดูเสียขนาดนั้นหรอกนะ แต่สำหรับเด็กผู้หญิงแล้ว การถูกคอมเมนต์ว่าผมเสียน่ะเป็นความน่าอับอายเหลือแสน แล้วฉันก็ยังเหลืออาวุธสุดท้ายที่สาวๆ ไม่อยากถูกว่ามากที่สุด "นี่เธอ รูขุมขนตรงหน้ากว้างจังเลย" อยู่อีกนะ 
 
เบื้องหน้าเส้นผมเป็นเงางามของฉัน คุณไมฮามะทำหน้าแค้นเคืองที่ไม่อาจหาถ้อยคำสวนกลับ  นัดนี้ฉันชนะแล้ว! 
 
หากคุณไมฮามะมีไม้ตายลับร้ายกาจซุกซ่อนไว้ 
 
"ว่าแต่ ไม่ทราบว่าวันนี้คุณเรย์กะให้ใครเอสคอร์ทมาในงานหรือคะ"
"ท่านพี่น่ะค่ะ..."
"ตายจริง ท่านพี่! คุณเรย์กะให้ท่านพี่มาเป็นคู่เอสคอร์ทหรอกหรือคะ"  
 
ฉันทำหน้าฉงนเป็นเชิงถามว่าแล้วจะทำไมล่ะยะ ก่อนที่คุณไมฮามะจะผุดรอยยิ้มกว้างปล่อยหมัดเด็ดที่ฉันไม่เคยคิดฝันมาก่อน 
 
"วันนี้ฉันมากับแฟนน่ะค่ะ"
 
กับแฟน!? 
ฉันปลิวกระเด็นไปอัดกับมุม!
 
"เอ๋... คุณไมฮามะไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มท่านคาบุรากิหรอกหรือคะ"
"อ้าว ขุดเรื่องเก่าๆ แบบนั้นขึ้นพูดทำไมกันคะ"
 
คุณไมฮามะพูดกลั้่วหัวเราะว่า "แย่จริง คุณเรย์กะเนี่ย" 
 
"แม้แต่ตอนนี้ฉันก็ยังคิดว่าท่านมาซายะเป็นท่านที่แสนวิเศษอยู่นะคะ แต่คุณแฟนนี่สิคะ ช่างตื้อเหลือเกิน ย้ำอยู่นั่นแล้วว่ารักฉันเหลือเกิน~ ก็เลยเกิดปิ๊งขึ้นมาน่ะค่ะ แหม ผู้หญิงน่ะ มีความสุขกับการถูกรักมากกว่าไปรักใครเขาอยู่แล้ว ถูกไหมคะ" 
 
คุณไมฮามะย้ำตรงที่ว่า "เหลือเกิน~" อย่างชัดเจน 
 
"เนอะ คุณเรย์กะก็คิดแบบนั้นใช่ไหมคะ"
"ก็ไม่ทราบสิคะ... มุมมองการให้คุณค่าก็เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล แต่ดูท่าทางมีความสุขแบบนี้ก็ยินดีด้วยนะคะ..."
"ฮุฮุฮุ ขอบคุณค่ะ อยู่ชั้นม.ปลายกันแล้ว จะมีแฟนก็เป็นเรื่องธรรมดานะคะ"
"...นั่นสินะคะ"
"ใช่ไหมคะ โดยเฉพาะคุณเรย์กะ เรียนอยู่โรงเรียนสหฯ ผิดกับฉัน คงเนื้อหอมมากสินะคะ"
"..........."
"อ๊ะ แต่วันนี้คู่เอสคอร์ทของท่านเรย์กะคือท่านพี่ใช่ไหมคะ" 
"..........."
"พี่น้องสนิทสนมกันดี น่าอิจฉาเหลือเกินค่ะ"
 
พะ แพ้แล้ว...
คุณไมฮามะที่ซัดฉันหมอบคาสังเวียน หันไปคล้องแขนกับแฟนที่มาเรียกว่า "คุณเอมะ" เปล่งเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะแหลมสูงก่อนเยื้องย่างจากไป
หนาว...จิตใจเหน็บหนาวเหลือเกิน...
 
ฉันดึงผ้าคลุมไหล่สีดำให้กระชับแนบร่างราวกับจะปกป้องจิตใจที่บอบช้ำของตัวเอง
ไปเขียนคำปรารถนาในกระดาษขอพรทานาบาตะดีไหมนะ เผื่อจะย้ายสำเนาทะเบียนบ้านออกจากหมู่บ้านคานทองกับเขาได้บ้าง...
 
"คิโชวอิน" 
 
พอหันไปตามเสียงที่คุ้นเคย ก็เห็นลูกชายเจ้าภาพยืนอยู่
ช่วยไม่ได้นะ 
 
"ท่านคาบุรากิ สวัสดีค่ะ วันนี้ขอบคุณมากที่กรุณาเชิญมา"
 
พอฉันทักทาย คาบุรากิก็พยักหน้ารับหยิ่งๆ
จ้องมองฉันพักหนึ่งแล้วก็ว่า 
 
"โอ๊ะ วันนี้เป็นแพนด้าเรอะ" 
 
หาาาาาาา!? แพนด้าเรอะ!? 
เห็นขาวกับดำก็เหมาเอาว่าเป็นแพนด้านี่มันจะเล่นง่ายไปป่ะ! หรือว่าอะไร เห็นใบใผ่เลยคิดว่าเป็นแพนด้าเรอะ!
 
"ไม่ใช่นะคะ! โธ่ นี่ไม่ได้เรียนรู้อะไรจากท่านอิมาริเลยหรือคะ! กลับไปเรียนวิชาจากท่านอิมาริมาใหม่อีกรอบเถอะค่ะ!"
"ไม่นะ ไม่ควรจะไปเรียนอะไรจากคนคนนั้นเลยด้วยซ้ำ"
 
คาบุรากิทำหน้าจริงจังส่ายศีรษะไปมา ไม่นะ นายนั่นแหละควรจะหัดเอาท่านอิมาริเป็นแบบอย่างบ้างซักนิด! 
 
"ไม่รู้ว่าวันนี้ท่านอิมาริมาร่วมงานด้วยหรือเปล่า"
"ถ้าเป็นคุณโมโมโซโนะ เห็นเดินไปทางสวนเมื่อกี้นี้แน่ะ" 
 
ทางสวนเหรอ มีส่องไฟไลท์อัพด้วย อุตส่าห์มาแล้วก็น่าจะไปทักทายท่านอิมาริซักหน่อย  จริงด้วย ถ้าควงท่านอิมาริผู้สง่างามไปเดินเฉิดฉายผ่านหน้าคุณไมฮามะน่าจะเป็นการสวนคืนได้ซักดอกนะ 
 
"ฉันขอตัวไปทักทายท่านอิมาริเสียหน่อยนะคะ"
"งั้นฉันไปด้วย"
"เอ๋ ไหงงั้น" 
 
แล้วคาบุรากิจะตามมาทำไม 
 
"ฉันตระเวณทักทายคนจนทั่ว ชักจะเหนื่อยล่ะ อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง"
 
เอ๋~
 
"แล้ววันนี้ท่านเอ็นโจไปไหนเสียล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันหรือคะ"
 
ถ้าอยากสูดอากาศข้างนอก ก็ไปสูดกับเอ็นโจสองคนไป๊
 
"ชูสุเกะอยู่โน่นแน่ะ" 
 
พอมองไปตามทิศทางที่คาบุรากิชี้ไป ก็เห็นว่าเอ็นโจโดนผู้คนหลายคนรุมล้อมอยู่
แล้วข้างกายเอ็นโจก็มีร่างคุณยุยโกะผู้บอบบางประหนึ่งภูตพราย----
 
ดูเหมือนพวกผู้ชายรอบๆ จะตามเกาะแกะคุณยุยโกะอยู่ ดึงความสนใจชวนคุณยุยโกะพูดคุยอย่างโน้นอย่างนี้ ส่วนคุณยุยโกะก็โปรยยิ้มอย่างนิ่มนวลให้พวกเขาเหล่านั้น 
 
เอ็นโจที่ยืนอยู่ข้างๆ ผุดรอยยิ้มที่อ่านอารมณ์ไม่ออก
 
"เอ้า ไปกันได้แล้ว" 
 
คาบุรากิหันมาตบหลังฉัน แล้วออกเดินนำไปก่อนเป็นสัญญาณบอกให้ฉันเดินตามไป
แล้วทำไมนายถึงเป็นคนสั่งการล่ะยะ! 
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
ถ้าเป็นโชโจทั่วไป เจอกันในงานเลี้ยง พระเอกต้องตะลึงกับความงามของนางเอกแท้ๆ แต่เรื่องนี้นอกจากจะเถียงแพ้นางร้ายแล้วยังโดนพระเอก (?) ซ้ำเติม...

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET