[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 263 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.263 - ตอนที่ 263


263.


เช้าวันรุ่งขึ้น สัมผัสได้ว่าคลื่นความแตกตื่นจากเหตุการณ์เมื่อวานยังกระเพื่อมไปยังนักเรียนในจุดต่างๆ ทั่วโรงเรียน
ฉันลองเงี่ยหูรับฟังปฏิกริยารอบข้าง แล้วก็พบว่าแรงช็อคจากการที่จักรพรรดิแห่งซุยรันก้มหัวขอโทษใหญ่หลวงพอดู แต่ดูท่าจะไม่มีผลกระทบด้านลบที่สั่นคลอนอำนาจเด็ดขาดของ Pivoine อันเกิดจากการเคลือบแคลงในการกระทำของคาบุรากิ หรือการที่ประธาน Pivoine ไปก้มหัวให้นักเรียนกลุ่มนอก ค่อยยังชั่วหน่อย

ตอนนั้นพวกเซริกะจังก็ดูเหตุการณ์อยู่กับฉันในระยะประชิด ตอนช่วงอาหารกลางวันเลยมีประเด็นนี้เป็นหัวข้อหลัก
 
"ตอนแรกก็กังวลอยู่ว่าเอะอะกันใหญ่โตขนาดนั้นจะเป็นอะไรหรือเปล่า  แต่เพราะท่านคาบุรากิอยู่ในที่นั้นด้วยเหตุการณ์จึงสงบลงได้ในทันที โชคดีจังเลยนะคะ"
"จักรพรรดิแห่งซุยรันช่างเป็นที่พึ่งพาได้ในยามคับขันจริงๆ"
"ท่าทางเยือกเย็นไม่หวั่นไหวกับสิ่งใดๆ!"
"วางตัวได้สง่างามเหลือเกิน!"
 
"วิเศษไปเลยนะคะ~" พวกเซริกะจังจ้องมองไปในอากาศอย่างเคลิบเคลิ้มราวกับมีคาบุรากิลอยอยู่ตรงนั้น
 
"แต่ก็ออกจะละอายอยู่บ้างนะคะที่ทำให้ท่านคาบุรากิต้องก้มศีรษะเช่นนั้น..."
 
คิคุโนะจังเม้มริมฝีปากแน่น แล้วพวกเซริกะจังก็แสดงความเห็นด้วย "จริงอย่างที่พูดเนอะ"
 
"จะไม่ยอมให้ท่านคาบุรากิทำแบบนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง"
"ใช่แล้ว!"
"พวกเราต้องสามัคคีกันสนับสนุนท่านคาบุรากิ!"
 
ยกเว้นท่านฟุยุโกะที่ทานอาหารอย่างเรียบเรื่อย ทุกคนล้วนแล้วแต่สาบานตนอย่างเร่าร้อน ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างเมื่อวานขึ้นอีก พวกเซริกะจังจะเคลื่อนไหวยังไงกันนะ คิดแล้วชักหวาดๆ....

"ว่าแต่ท่านเรย์กะคะ"
"อะไรเหรอ"
"หลังจากนั้นท่านคาบุรากิกับท่านเรย์กะเป็นอย่างไรกันบ้างคะ"
"เอ๋..."
 
สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่ฉัน
หลังจากนั้นเหรอ... จะให้บอกได้ไงเล่าว่าไปกินโอโคโนมิยากิกันมาน่ะ

"ทักทายนิดหน่อยแล้วก็ขอตัวกลับออกมาค่ะ"
"งั้นหรือคะ พวกเราคิดว่าท่านคาบุรากิกับท่านเรย์กะจะหารือกันสองต่อสองเรื่องอนาคตในภายหลังเสียอีก"
"ไม่หรอกค่ะ สิ่งที่ฉันจะบอกกล่าวกับท่านคาบุรากิได้มีไม่มากนักหรอกค่ะ"
"เอ๋~ งั้นหรือคะ"
 
ทุกคนทำหน้าผิดหวังไปตามๆ กัน
 
"แต่เมื่อวานไม่ใช่แค่ท่านคาบุรากิเท่านั้น แม้แต่ท่านเอ็นโจก็วิเศษมากเลยนะคะ!"
 
อายาเมะจังขาอวยเอ็นโจยกมือทั้งสองขึ้นกุมแก้ม

"จริงด้วย ฟังหน่อยสิคะ ท่านเรย์กะ เมื่อวานหลังท่านเรย์กะจากไป พวกผู้หญิงก็เข้ามาทำความสะอาดแทนท่านเอ็นโจที่กำลังจะก้มลงเก็บขยะ แต่คุณอายาเมะถลันเข้าไปได้ก่อนใครเลยนะคะ"
"จริงหรือคะ!?"
 
ในกลุ่มนินจาสาวๆ นั่น มีอายาเมะจังอยู่ด้วยเหรอ

"พวกเราเองก็รีบออกตัวตาม แต่ก็ยังช้าไป"
"หุหุ ฉันไม่เคยปล่อยให้ทุกการกระทำของท่านเอ็นโจหลุดรอดสายตาอยู่แล้วละค่ะ"   
 
อายาเมะจังว่าอย่างภาคภูมิใจ
 
"คุณอายาเมะยอดเยี่ยมมากเลยนะคะ ไปคว้าขวดเครื่องดื่มมาได้ แล้วก็แสดงท่าทีตอนเก็บให้ท่านเอ็นโจเห็นชัดๆ ด้วยนะคะว่าตัวเองนี่แหละที่เป็นคนเก็บขึ้นมา"
"แล้วก็ ฟังนะคะ ท่านเรย์กะ ก่อนท่านเอ็นโจจะจากไป ยังหันมากล่าวกับฉันเป็นการส่วนตัวว่า "ขอบใจนะ คุณโอมิยะ" ด้วยละค่ะ!""
 
อายาเมะจังเผลอขึ้นเสียงดังด้วยความตื่นเต้นสุดขีด คนรอบข้างตกใจหันมามองแล้วไง ใจเย็นๆ ก่อนนะ อายาเมะจัง

"เป็นปลื้มที่สุดจนเมื่อวานเสียงของท่านเอ็นโจ "ขอบใจนะ คุณโอมิยะ" ดังก้องอยู่ในหูทั้งคืนเลยนะคะ..."
 
อายาเมะจังยกมือขึ้นปิดหูไว้ ถอนหายใจอย่างเคลิบเคลิ้มราวกับอยู่ในความฝัน ตรงนี้ก็มีผู้เสียหายจากชาวหมู่บ้านคาสโนว่าอยู่คนหนึ่งนะ...
เซริกะจังปล่อยให้อายาเมะจังอยู่ในโลกแห่งความฝันต่อไป หันมาพูดกับฉัน  "จะว่าไปแล้ว"  
 
"ขนมของทางโรงอาหารที่เมื่อวานตั้งใจจะแวะไปดูกับท่านเรย์กะน่ะค่ะ ตกลงเป็นโดนัทนะคะ"
"แหม โดนัท"  
 
ถือเป็นขนมที่ออกจะเรียบง่ายสำหรับซุยรันทีเดียวนะคะ
 
"คงเพราะเป็นของหวานสำหรับพวกนักเรียนชมรมกีฬา ก็เลยเลือกของที่ทำได้ง่ายๆ และอยู่ท้องกระมังคะ"
"รสชาติก็มีแค่ชูการ์ไอซิ่งกับซินนามอนชูการ์ให้เลือกแค่ 2 ชนิดเองนะคะ"
"หืม งั้นเหรอคะ"
 
ฉันก็ไม่ได้โปรดปรานโดนัทขนาดนั้นหรอกนะ แต่ยังไงซะก็อยากลองทานดูเหมือนกันน้า
ว่าแล้ว
 
"พวกเราเห็นท่านเรย์กะท่าทางตื่นเต้น ก็เลยเก็บส่วนของท่านเรย์กะไว้ให้ด้วยน่ะค่ะ..."
 
เซริกะจังหยิบโดนัทชิ้นเล็กในถุงออกมาจากกระเป๋า
 
"เอ๋ นี่ส่วนของฉันเหรอ!?"
 
อุตส่าห์ซื้อส่วนของฉันเก็บไว้ให้ด้วยเหรอ

"ค่ะ โดนัททอดค้างคืน คิดว่าคงจะเหม็นหืนน้ำมันจนไม่น่าทานแล้ว แต่คิดเสียว่าเป็นที่ระลึกของการวางขายวันแรก แค่ดูๆ แล้วเอาทิ้งไปก็ได้ค่ะ"
"อื๋อ ดีใจมากเลยล่ะ ขอบคุณมากนะ"
 
ทุกคนอุตส่าห์คิดถึงฉันด้วย ดีใจจังเลย! ถึงจะเป็นโดนัทค้างคืนก็ขอกินด้วยความยินดีเลยล่ะ!
ที่ถูกส่งมาคือโดนัทรสซินนามอนชูการ์
 
"ท่านเรย์กะจะรับเป็นซินนามอนชูการ์หรือไอซิ่งชูการ์ดีคะ"
"ยังมีอีกเหรอ"
"ค่ะ ครบตามจำนวนคน"
 
ว่าแล้วเซริกะจังก็หยิบเอาโดนัท 6 ชิ้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ
 
"ทุกคนก็เพิ่งจะกินกันตอนนี้เหรอคะ"
"ของตั้งแต่เมื่อวาน ถ้ารสชาติตกลงก็คงไม่ทานทั้งหมดหรอกค่ะ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว น่าจะลองลิ้มรสดูซักหน่อยนะคะ"
"เอ๋ เมื่อวานยังไม่ได้ทานกันเหรอ"
"แน่นอนค่ะ หากท่านเรย์กะไม่อยู่ จะให้พวกเราทานกันไปก่อนได้อย่างไรล่ะคะ"
"ทุกคนอยากทานพร้อมๆ กับท่านเรย์กะนะคะ"
 
เอ๋~~! ดีใจสุดๆ! ขอบคุณนะ!
มิตรภาพแสนวิเศษ! ตื้นตันจนแน่นอกไปหมดเลย!
 
"ขอบคุณนะ ดีใจมากๆ เลยละค่ะ ทุกคนมาทานด้วยกันเถอะนะคะ"
"ค่ะ!"
 
โดนนัทที่ทอดเมื่อวานทั้งเย็นทั้งกระด้าง แต่พวกเราทานกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ
 

 

---หลังเลิกเรียน คาบุรากินั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาในจุดที่รับแสงแดดได้พอดีในห้องสโมสรของ Pivoine มือหนึ่งถือแฟ้มสีดำสนิท เรียกตัวกลุ่มเด็กม.4 Pivoine ที่ก่อเหตุเมื่อวานมายืนตรงหน้า

ในห้องสโมสรมีบรรยากาศแห่งความตึงเครียดไหลเวียนผิดกับบรรยากาศสง่างามตามปกติ
พวกเด็กม.4 มีท่าทางกลัดกลุ้มว่าจะโดนคาบุรากิลงโทษอย่างไร ว่าตนจะได้รับการพิพากษาเช่นไร ดูเครียดจนริมฝีปากเผือดสี

คาบุรากิเมินเฉยต่อพวกเด็กม.4 ก้มลงไล่สายตาอ่านเอกสารในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาทำสายตาถมึงทึง จากนั้นก็ลั่นประกาศิต
 
"พวกนายต้องสอบให้ได้อันดับไม่เกินที่ 50 ในการสอบปลายภาคครั้งต่อไป"
 
 สอบให้ได้อันดับไม่เกินที่ 50...!?
ทั้ง Pivoine และนักเรียนกลุ่มในคนอื่นๆ ส่วนมากก็ไปเรียนพิเศษหรือมีอาจารย์สอนพิเศษมาติวให้ที่บ้านเพื่อให้สอบผ่านคะแนนขั้นต่ำในการเลื่อนชั้นกันเป็นส่วนมาก แต่นักเรียนกลุ่มในที่ใช้ชีวิตในสภาพเรื่อยเฉื่อยไม่ต้องกังวลกับการสอบเข้ามาโดยตลอด และนักเรียนกลุ่มนอกที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันกับสงครามสอบเข้าอันเหี้ยมโหดนั้นมีความกระตือรือร้นต่อการดูหนังสือสอบต่างกันโดยสิ้นเชิง
หนำซ้ำนักเรียนม.4 ที่เพิ่งผ่านการสอบเข้าระดับมัธยมปลายมาได้แค่เดือนเดียว คงยังมีความแตกต่างด้านความรู้ทางวิชาการระหว่างนักเรียนกลุ่มในกับกลุ่มนอกมากมาย ไม่รู้หรอกนะว่าเด็กพวกนี้ได้คะแนนเท่าไหร่ แต่ให้ได้อันดับไม่เกิน 50 ก็คงไม่ง่ายนักหรอก

พวกนักเรียนม.4 ที่ได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิพากันมองตาไปมาแสดงท่าทีลังเลต่อบททดสอบที่ยากเกินคาด
 
"เมื่อวานพวกนายพูดถึงความสูงส่งของ Pivoine ที่ตัวเองสังกัดอยู่"
 
คาบุรากิลุกขึ้นจากโซฟา
 
"หากไม่มีความเป็นเลิศในทุกสิ่งที่กระทำ ก็ไม่สามารถใช้คนได้โดยแท้จริง หากจะใช้อำนาจ ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าตนเองมีคุณค่าคู่ควรด้วย"
 
ถ้าอยากให้นักเรียนกลุ่มนอกเชื่อฟัง ก็ต้องทำคะแนนให้นักเรียนกลุ่มนอกยอมรับได้งั้นหรือ
...จะว่าไงดี คาบุรากินี่คิดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวเกินคาดนะ
เมื่อคาบุรากิให้สัญญาณ บริการก็เข็นรถเข็นที่มีกระดาษโจทย์กองพูนเข้ามา
 
"ให้เริ่มดูหนังสือตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะคอยติวให้พวกนายจนกว่าจะสอบเสร็จ สร้างผลลัพธ์ให้ได้ล่ะ"
 
....แถมยังจะช่วยติวหนังสือให้ด้วยเหรอ
คาบุรากิยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น  กวาดสายตาไปทั่วห้องสโมสรแล้วว่า
 
"สมาชิกทุกคนที่อยู่ในที่นี้ก็เหมือนกัน จงเอาศักดิ์ศรีของ Pivoine เป็นเดิมพัน เพียรพยายามเพื่อให้สอบได้ลำดับไม่เกินที่ 50 ในการสอบปลายภาคครั้งต่อไป"
 
เหล่าสมาชิกพากันร้องระงมกับคำสั่งสุดโหดอย่างกะทันหันของคาบุรากิ
หากคาบุรากิเพียงแต่จับตามองเหล่าสมาชิกที่ร้องโอดครวญ
 
"แสดงศักดิ์ศรีของความเป็นราชันย์อันควรค่าแก่เข็มกลัดดอกโบตั๋นบนหน้าอกนั่นให้สภานักเรียน ให้นักเรียนซุยรันทั้งหมดได้เห็นซะ!"
 
โดนประธาน Pivoine พูดถึงขนาดนั้น เหล่าสมาชิกจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะพยักหน้ารับ
ก็นะ ยังไงก็ไม่ได้โดนเคี่ยวเข็ญถึงขั้นนักเรียนม.4 พวกนั้น พยายามไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร...

"เกินคาดหรือเปล่า"
 
ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ที่ดังไม่หยุด เอ็นโจเดินมาข้างๆ ฉัน  มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นเป็นรอยยิ้มท่าทางสนุกสนาน
 
"บทลงโทษเด็กม.4 พวกนั้นน่ะหรือคะ"
"อื้อ"
"นั่นสินะคะ ให้พูดตามตรงก็เกินคาดเหมือนกัน พวกเจ้าตัวก็คงคิดว่าจะได้รับบทลงโทษที่ไร้ความปรานียิ่งกว่านี้กระมังคะ"
 
ทำจักรพรรดิเสียหน้า จะโดนตัดทิ้งออกไปจากกลุ่มก็ไม่แปลกด้วยซ้ำ
 
"เห็นอย่างนั้น แต่มาซายะดูแลคนที่มาขอพึ่งตัวเองได้ดีนะ"
"เห..."
 
หมายความว่าดูเหมือนไม่สนใจคนอื่น แต่ความจริงไม่ใช่งั้นน่ะเหรอ ก็จริงนะ ดูจักรพรรดิจะเป็นที่ชื่นชมบูชาแบบประหลาดๆ อยู่ในหมู่พวกเด็กผู้ชายที่เข้ารับการฝึกสปาร์ตันในแข่งขี่ม้าส่งเมืองหรือวิ่งผลัดนี่นา

แต่ถ้าจะให้พูดจากประสบการณ์ของฉันแล้ว คาบุรากิน่ะเก่งเกินไป ก็เลยสอนคนอื่นห่วยน่ะสิ
แต่อันดับไม่เกินที่ 50 เหรอ  จะเลือกเรียนต่อในคณะที่ได้เปรียบมีอัตราการเข้าทำงานสูงตามที่ฉันวางแผนไว้ ก็ควรจะมีชื่ออยู่ในรายชื่อ 50 อันดับที่มาแปะบอร์ดทุกครั้งอยู่แล้วนะ ถ้าพยายามเพิ่มอีกหน่อยก็คงพอได้แบบเฉียดๆ ละมั้ง ถือเป็นผลลัพธ์จากความพยายามในแต่ละวัน

"คิโชวอิน มานี่หน่อยซิ"
 
ปล่อยตัวพวกเด็กม.4 ให้คนรอบข้างสลายตัวไปแล้ว คาบุรากิก็กระดิกนิ้วเรียกชื่อฉัน อะไรกันยะ ท่าทางการเรียกอย่างหยาบคายนั่น คิโชวอิน เรย์กะคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมรับการปฎิบัติอย่างหยาบหยามเช่นนั้นได้หรอกนะคะ!
 
"มีอะไรหรือคะ ท่านคาบุรากิ"
 
ท่าทางของฉันที่ผุดรอยยิ้มประจบประแจง ก้มหัวประหลกๆ วิ่งล่กๆ ไปหาจักรพรรดิที่นั่งโอ่โถงอยู่บนโซฟาคือรากหญ้าผู้ใจเล็กกระจิบกระจ้อยโดนแท้

"คิโชวอิน สอบปลายภาคครั้งหน้านี้เธอต้องสอบให้ได้อันดับไม่เกินที่ 20"
"เอ๋ ทำไมเล่า!?"
 
ทำไมมีแต่ฉันคนเดียวต้องไม่เกินอันดับที่ 20 ล่ะยะ!?
 
"รู้สึกว่าในหมู่สมาชิกหญิงของ Pivoine ในปัจจุบัน เธอก็จะอยู่ในฐานะตัวแทนที่โดดเด่นของกลุ่มนะ ดูจะมีอิทธิพลต่อรอบข้างอย่างมากด้วย เหมาะจะเป็นตัวอย่างที่ดี"
"เอ่อ แต่ไม่เกินอับดับที่ 20 นี่มันก็...."
 
คาบุรากิเมินเฉยต่อคำประท้วงของฉัน พลิกแฟ้มสีดำที่อยู่ในมือพั่บๆ แล้วว่า
 
"ดูจากเอกสารนี่แล้ว รู้สึกว่าคิโชวอินจะวนเวียนอยู่แถวๆ ค่าเฉลี่ยประมาณลำดับที่ 40-50 ทุกครั้งสินะ"
"เอ๋ ทำไมถึงรู้ล่ะ!? หรือว่าที่อยู่ในมือนั่นคือข้อมูลคะแนนของฉันเหรอ!?"
"ไม่ใช่ของเธอคนเดียว นี่เป็นข้อมูลคะแนนของนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียน"
 
ว่าไงนะ!? ระบบการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในซุยรันนี่มันยังไงกันยะ!
แต่ไม่เกินอันดับที่ 20 นี่...
ก็พอเข้าใจอยู่หรอกนะว่าคาบุรากิอยากพูดอะไร ถ้าคะแนนตัวเองจะดีขึ้น ฉันก็ไม่มีอะไรจะคัดค้าน แต่ท็อป 20 น่ะไม่ไหวหรอก ช่วงนี้พวกนักเรียนคนอื่นๆ ก็เริ่มเอาจริงเอาจังกับการดูหนังสือสอบเข้ากันแล้วด้วย
 
"ถ้าไม่เกินที่ 40 ยังพอไหวอยู่นะคะ..."
"ทำไมใฝ่ต่ำอย่างนี้ ตั้งเป้าหมายแรกไว้แค่นั้นได้ยังไง!"
"ฉันเป็นประเภทเริ่มตั้งต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ"
"ขอปฎิเสธ"
"ไม่เอาน่า~"
 
แบบนี้มีแต่ต้องใช้น้ำตาเข้าสู้แล้ว

"อย่างน้อยก็ขอไม่เกินอันดับที่ 30 เถอะนะคะ~...!"
 
ฉันพยายามดึงคิ้วลงให้ต่ำๆ ดูน่าเวทนาที่สุดเท่าที่จะทำได้
คาบุรากิกระเดาะลิ้นหน้าตาบูดบึ้ง แต่ก็ยอมรับว่า "ก็ได้" ไชโย!  แต่ไม่เกินอันดับที่ 30 ก็ยังเสียวๆ อยู่นะ...
 
"แล้วฉันก็เตรียมเมนูพิเศษไว้สำหรับเธอโดยเฉพาะ"
 
 คาบุรากิส่งชีทหนากว่าสิบหน้ามาให้ฉัน
 
"ฉันดูการท่องหนังสือของเธอในครั้งก่อน แล้วเลือกเอาหัวข้อที่ไม่ถนัดมาให้โดยเฉพาะ"
"เอ๋..."
 
จะว่าขอบคุณดี หรือยุ่งไม่เข้าเรื่องดี...

"จะคอยตรวจคะแนนทุกวันนะ"
"เอ๋ ทุกวัน!?"
"นี่เป็นชีทสำหรับหนึ่งวัน"
"เนี่ยนะสำหรับหนึ่งวัน!?"
 
เยอะไปป่ะ?  งานที่ฉันต้องทำไม่ได้มีแต่ชีทที่คาบุรากิสั่งมาอย่างเดียวนะ ยังมีการบ้านของทางโรงเรียน มีแบบฝึกหัดจากทางโรงเรียนสอนพิเศษด้วย

"ไม่ไหวหรอกค่ะ ท่านคาบุรากิ ฉันคงไม่มีเวลาทำทั้งหมดนี่หรอกค่ะ~"
"อย่าพูดอะไรง่ายๆ ถ้าไม่มีเวลาก็สร้างมันขึ้นมาซี่ ลดเวลานอนซะ"
 
หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ไหวหรอก ตอนนี้ฉันก็ท่องหนังสือจนต้องลดเวลานอนแต่ละวันลงเหลือราวๆ 6 ชม.แล้วนะ ก่อนสอบกับระหว่างสอบนี่ก็ลดลงเหลือ 5 ชั่วโมงเองนะ

สำหรับฉันที่ต้องนอนวันละ 7 ชม.เป็นอย่างน้อย  หากลดเวลานอนลงเหลือไม่ถึง 5 ชม.ในแต่ละวัน จะโดนความง่วงเหงาหาวนอนเข้าจู่โจม สติสตังก็จะเบลอๆ หัวไม่ทำงาน เดินโซไปเซมา แต่ฉันใช้สูตรต้องห้าม โด๊ปเครื่องดื่มบำรุงกำลังราคาแพง 2 ขวดรวดเดียวหมด เอาตัวรอดผ่านการสอบมาได้ น่ากลัวมากเลย  พอดื่มเข้าไปท้องก็จะร้อนๆ ตาก็จะเบิกโพลงเลยนะ
ตอนแรกๆ ก็ดื่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังแบบสามัญชนที่มีขายเหมาโหลอยู่ในร้านขายยาหรอก แต่ต่อมาฉันก็เริ่มหาของที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นเอื้อมมือไปแตะต้องเครื่องดื่มบำรุงกำลังต้องห้ามราคาแพงขวดละเกินพันเยน เป็นเพราะมีกำลังทรัพย์เหลือเฟือแท้ๆ...

หนำซ้ำระยะนี้ยังถลำลึกลงไปถึงขั้นกระดกเครื่องดื่มบำรุงกำลังราคาแพง 2 ขวดรวด ความผิดปกติของร่างกายนี่ฉันยังว่าชักจะแย่แล้วเลย...
นี่โด๊ปในปริมาณโหดขนาดนี้แล้วยังเอาตัวรอดจากการสอบมาได้แบบเฉียดๆ  ยังจะให้ลดเวลานอนไปมากกว่านี้อีกเหรอ!
 
"ตอนนี้ก็อดนอนอยู่ทุกวี่ทุกวันแล้วนะคะ คิดถึงสภาพร่างกายแล้วอดนอนไปกว่านี้ไม่ได้หรอกค่ะ"
"วันนึงเธอนอนเท่าไหร่"
"นั่นสินะคะ ประมาณ 5-6 ชม.กระมังคะ"
"หา?"
 
คาบุรากิอ้าปากค้าง
 
"ก็พอแล้วนี่"
"เอ๋ ไม่พอเลยซักนิดนะคะ งั้นท่านคาบุรากินอนกี่ชั่วโมงกันหรือคะ"
"ปรกติฉันก็นอนประมาณ 4-5 ชั่วโมง"
"เอ๋!?"
 
นอนสี่ชั่วโมง! ไม่ไหวละม้าง
 
"นอนน้อยแบบนั้น ระหว่างวันไม่ง่วงหรือคะ ไม่เผลอหลับระหว่างคาบเรียนบ้างหรือคะ สุขภาพล่ะคะ"
"ก็ไม่ได้ง่วงนอนหรือเสียสุขภาพอะไรนี่ ปรกติฉันนอนน้อยก็แข็งแรงดีอยู่แล้ว"
 
อะไรกัน! ที่แท้คาบุรากิก็เป็นช็อตสลีปเปอร์ ร่างกายที่นักเรียนเตรียมสอบใฝ่ฝันงั้นหรือ! น่าอิจฉาเหลือเกิน หัวดีตั้งแต่เกิดแล้วร่างกายยังเป็นช็อตสลีปเปอร์ สวรรค์จะประทานพรให้คาบุรากิมากไปแล้วนะ!
 
"แต่ฉันเป็นพวกลองสลีปเปอร์แต่กำเนิดผิดกับท่านคาบุรากินะคะ เวลานอนในอุดมคติคือ 7 ชั่วโมงขึ้นไป เป็นสภาพร่างกายค่ะ เปลี่ยนไม่ได้นะคะ..."
 
จะให้โด๊ปมากไปกว่านี้ก็ไม่ได้ละน้า~
ฉันแก้ตัวเป็นพัลวัน ส่วนคาบุรากิทำหน้ายุ่งยากใจ แต่ในที่สุดก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องของสภาพร่างกาย โชคยังดีที่ยอมเข้าใจ

"งั้นชีทที่ได้มาวันนี้เดี๋ยวฉันจะลองเอากลับไปทำเท่าที่ทำได้ดูก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเริ่มกันจริงๆ จังๆ..."
"พรุ่งนี้..?"
 
คาบุรากิจ้องฉันเขม็ง

"ทำไมต้องเป็นพรุ่งนี้"
"แหม อยู่ดีๆ จะให้ทำรวดเดียววันนี้หมดเลยมันก็~"
 
นี่มันเยอะไม่ใช่เล่นนา วันนี้ก็มีการบ้านด้วย จะให้ทำทั้งหมดนี่ยากอยู่นะ...
 
"เพราะเอาแต่ผัดวันประกันทุ่งพรุ่งนี้ค่อยทำๆ อยู่แบบนั้นน่ะสิ เธอถึงเป็นได้แค่บอนไซไม่ได้โตเป็นต้นสนเสียที!"
"อุ่ก!"
 
 แทงใจดำเข้าดังฉึก ฉันเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว

"ถ้างั้น ท่านคาบุรากิจะช่วยบอกเทคนิคการเก็งข้อสอบครั้งหน้าให้ได้ไหมคะ"
"เทคนิค...?"
 
ดวงตาของคาบุรากิยิ่งทวีความเข้มงวด

"การเรียนไม่มีเทคนิคอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างสำคัญหมด"  
 
เอ๋... มันก็ใช่อยู่หรอก แต่น่าจะพอเก็งข้อสอบแบบว่าตรงนี้ออกแน่ๆ หรือตรงนั้นก็น่าจะออกได้บ้างใช่ไหมล่ะ ไหงต้องเข้มงวดแบบนั้นด้วยล่ะ

"เอาเถอะน่า ไม่ต้องงอแงแล้วดูหนังสือไปซะจนกว่าจะกระอักออกมาเป็นเลือด เข้าใจนะ คิโชวอิน"
 
ถ้ากระอักออกมาเป็นเลือดก็ตายแล้วนะ...?
ฉันลดสายตาลงจับที่ชีทที่มีสูตรคำนวณเรียงรายแล้วอดสิ้นหวังไม่ได้
 
 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
โดนัททอดเคลือบน้ำตาล

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :)




NEKOPOST.NET