[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 262 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.262 - ตอนที่ 262


262.

 

ร้านโอโคโนมิยากิที่ฉันพามาในครั้งนี้เป็นร้านแบบให้ลูกค้าทอดด้วยตัวเองที่ลงอยู่ในนิตยสารที่คาบุรากิเคยถือติดมา ออกแนวสามัญชนพอประมาณ  โดนรวมๆ ถือว่าอยู่ในระดับเหนือกว่าร้านราคาถูกที่พวกเด็กนักเรียนชอบไปรวมตัวกัน แต่ก็ต่ำกว่าร้านชั้นสูงที่อยู่ในตึกระฟ้ามองเห็นทิวทัศน์ยามราตรีพลางให้เชฟทอดต่อหน้าและตัดเสิร์ฟอย่างสวยงาม เรียกได้ว่าอยู่ประมาณกลางๆ ละมั้ง

ในร้านแน่นขนัด แต่เราจองไว้ก่อนแล้ว จึงได้ที่นั่งทันที คาบุรากิและเอ็นโจนั่งอีกฟากหนึ่ง ส่วนฉันนั่งด้านตรงกันข้ามขนาบโต๊ะไว้ 

"เอาล่ะ จะสั่งอะไรกันดีคะ"
"นั่นสินะ..." 
 
คาบุรากิเอื้อมมือไปยังเมนู หยิบไปอ่านคนเดียวหน้าตาเฉย สมเป็นคาบุรากิจริงๆ ฉันเลยเตือนให้วางลงบนโต๊ะตรงกลางให้ทุกคนได้ดูด้วยกันอย่างทั่วถึง 
 
"คุณคิโชวอินมีอะไรแนะนำบ้างล่ะ"
"อื~ม ฉันเองก็เพิ่งเคยมาที่ร้านนี้ครั้งแรก... แต่เห็นว่าทะเลเป็นเมนูยอดฮิตนะคะ"
"ทะเลเหรอ"  
 
เม็นไทโกะโมจิชีสก็น่าสนใจนะ แต่ฉันเอาเป็นทะเลรวมมิตรที่ลงไว้ในนิตยสารดีไหมน้า หรือจะเป็นต้นหอม... ไม่สิๆ แต่เมนูประจำแบบโอโคโนมิยากิหมูนี่ก็ดีนะ หมูโมจิชีสก็มีเหรอ ยามะอิโมะชีสหมู!? นี่มัน...!

"อุตส่าห์มากันตั้งสามคน สั่งกันคนละอย่างแล้วมาแชร์กันดีไหมคะ"

ก็อยากทานหลายๆ อย่างอะเนอะ! 
 
"ฉันเอาเป็นทะเลรวมมิตร"  

ตัดสินใจเร็วจริงนะ แล้วคาบุรากิก็แย่งเอาทะเลไปแล้วด้วย!
งั้นฉันเอาเป็น เอ...เอ... 

"คุณคิโชวอินดูเมนูไหนอยู่เหรอ"
"ฉันลังเลอยู่ว่าจะเอาอันไหนดีระหว่าเมนไทโกะโมจิชีสกับยามะอิโมะชีสหมูน่ะค่ะ" 
"หืม... งั้นผมเอาเป็นยามะอิโมะชีสหมูก็แล้วกัน จะแชร์กันใช่ไหมล่ะ"
"จะดีเหรอคะ!?"
"อื้อ ดีสิ"  

ฉันเห็นแสงเฮ้ากวงเรืองรองออกมาจากเบื้องหลังเอ็นโจ!
อะไรเนี่ย เอ็นโจ เป็นคนดีกว่าที่คิดนี่นา!? 

"นี่อะไรน่ะ"

พอสั่งเสร็จ คาบุรากิก็หันไปสนพวกน้ำมันและซอสที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ

"เดี๋ยวจะใช้ตอนย่างโอโคโนมิยากิน่ะค่ะ นี่น้ำมัน ทางนี้ซอส..." 

ฉันเปิดฝาไล่อธิบายไปทีละอย่าง แล้วคาบุรากิก็พยักหน้ารับหืมหืม โดยเฉพาะที่ทาน้ำมันนี่ดูสนอกสนใจเป็นพิเศษ เอื้อมมือไปหยิบมาพลิกซ้ายพลิกขวาดูเป็นการใหญ่ 

"ขออภัยที่ให้รอคร้าบ~" 

อีกไม่นานเครื่องของโอโคโนมิยากิที่พวกเราสั่งก็ยกมาเสิร์ฟ 

".........."
".........."
 
คาบุรากิที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันไม่มีทีท่าจะขยับเขยื้อน สองมือยังกอดอกคาอยู่เลย 
 
"...ทำอะไรอยู่น่ะคะ"
"อะไรล่ะ"  
 
คาบุรากิทำหน้างงๆ  ทำแบบนั้นก็ไม่น่ารักขึ้นมาหรอกนะยะ 
 
"อะไรน่ะหรือคะ ของตัวเองก็ต้องผสมเองทอดเองสิคะ จะรอให้คนอื่นทำประเคนให้หรือไงคะ หรือคิดว่าเป็นธรรมดาที่ฉันมีหน้าที่ต้องทำให้? เป็นธรรมดาที่ผู้หญิงจะต้องทำให้? อุหวา ถือคติผู้ชายช้างเท้าหน้าผู้หญิงช้างเท้าหลังเหรอคะ น่ารังเกียจจัง~" 
"....ไม่ได้พูดแบบนั้นซักหน่อย"
"ไม่หรอกค่ะ ก็แสดงออกมาทางทัศนคติหมดแล้วนี่คะ  งี้เองหรือคะ เป็นคนแบบที่คิดว่าผู้ชายไม่ต้องเข้าครัวหรือคะ หวา~ไม่ไหวเลยอ่า~ ยุคนี้แล้วไม่มีใครเขาเอาด้วยหรอกนะ แบบบ้านที่มีสามีเป็นใหญ่น่ะค่ะ"
"...ชิ สอนวิธีทำมาซะ"
"อ๊ะ หรือว่าจะทำแบบเซ็งๆ ไม่เต็มใจทำเหรอคะ แบบนี้เด็กผู้หญิงเขาไม่เอาด้วยหรอกนะคะ บอกก่อนเลยว่าผู้หญิงเขาดูกันตรงนี้แหละ"
"โอ๊ย~ หนวกหูๆ พอเถอะน่า รีบๆ สอนวิธีทำได้แล้ว" 

ของแบบนี้มันสำคัญที่เริ่มแรกนะ ขนาดคันตะคุง น้องชายของวาคาบะจังยังช่วยทอดให้ฉันเลยนี่นา 

"ก่อนอื่นผสมเครื่องให้เข้ากันก่อนนะคะ ต้องค่อยๆ ผสมจากข้างล่างไล่ขึ้นมา  ไข่ก็ต้องผสมให้ทั่วๆ ด้วย"
"...เข้าใจแล้ว" 

พวกเราต่างคนส่วนผสมของตัวเอง 

"...ผสมยากจริงแฮะ" 

การจะคนส่วนผสมที่กองพูนชามไม่ให้ร่วงลงมานี่มันยากกว่าที่คิดนะ ฉันทำกระหล่ำปลีร่วงผล็อยๆ ลงบนโต๊ะ  ต้องแอบๆ ปิดบังไว้ไม่ให้สองคนนั้นเห็น 

"เอาให้ได้ซักระดับนึงก็พอนะคะ ระดับนึง ได้หรือยังคะ"
"อา"
"แบบนี้โอเคหรือเปล่านะ" 

คาบุรากิทำกระหล่ำปลีร่วงลงมานิดหน่อยเหมือนกับฉัน แต่ก็ดูจะพอผสมเองได้ ส่วนเอ็นโจ... เพิ่งมาเป็นครั้งแรกแท้ๆ กลับผสมได้อย่างเชี่ยวชาญไม่มีทีท่าว่าจะทำหกเลอะเทอะเลย 

"ค่ะ ประมาณนั้นแหละค่ะ งั้นต่อไปจะเริ่มลงกระทะทอดแล้วนะคะ ทาน้ำมันบางๆ ลงบนกระทะ"  

ฉันใช้ที่ทาน้ำมันหยอดน้ำมันลงบนกระทะ แล้วคาบุรากิก็ยื่นมือมาขอทำบ้าง ทาๆ น้ำมันลงบนกระทะใหญ่ ดูท่าทางสนุกสนาน 
 
"งั้นมาเริ่มทอดกันเถอะค่ะ ก่อนอื่นต้องเอาเนื้อลงกระทะทอดก่อนซักนิด ถ้าไม่สุกจะเป็นอันตรายนะคะ จากนั้นก็เอาแป้งลงตาม ถ้าเทหนามากไปไฟจะเข้าไม่ถึงนะคะ เกลี่ยให้บางๆ หน่อยค่ะ บางไปๆ!" 
 
คาบุรากิผู้วางอำนาจเทแป้งลงจนลามมาถึงอาณาเขตพื้นที่กระทะของฉัน ฉันเลยเอาตะหลิวกั้นไว้ ย้ำดุๆ ว่าห้ามอย่าให้ยื่นมาถึงนี่เป็นอันขาด 

"พอด้านล่างทอดได้ที่แล้วก็ใช้ตะหลิวนี่พลิกกลับด้านค่ะ เอาตะหลิวสอดเข้าไปจากขอบทั้งสองด้านแบบนี้แล้วพลิกเร็วๆ ไม่ให้เสียรูป เซนส์ด้านอาหารเป็นอย่างไร ก็จะได้เห็นในการพลิกกลับนี่แหละค่ะ"
"เว่อร์ชะมัด..." 
 
คาบุรากิพลิกโดยไม่มีลังเล เดี๋ยว มันอันตราย! น้ำมันกระเด็นเลยเห็นไหมเนี่ย! 
 
"พลิกให้มันเบามือหน่อยสิคะ! เมื่อกี้มีอะไรกระเด็นมาถึงทางฉันเลยนะคะ!" 
"รู้แล้วๆ" 
 
ระหว่างที่ฉันโวยวายใส่คาบุรากิอยู่ เอ็นโจที่ทำอะไรก็เก่งไปหมดทุกอย่างก็พลิกกลับด้านอย่างสวยงาม
ฉันเองก็พลิกบ้าง อ๊ะ ตรงแป้งนี่เละไปหน่อย... 

"เซนส์เป็นไงบ้างล่ะ คิโชวอิน"
"เดี๋ยวตบๆ ให้เข้ารูปเหมือนเดิมก็ไม่มีปัญหาค่ะ"  

แค่นี้ถือว่าอยู่ในขอบเขตที่อนุโลมได้นะคะ 

"สนุกดีเหมือนกันนะ" 

คาบุรากิเซ้าซี้ถามว่า "ได้ที่หรือยัง" คอยใช้ตะหลิวพลิกดูด้านล่างอยู่หลายรอบ ยังไม่ได้ค่ะ
ดูจนแน่ใจแล้วว่าทั้งสองด้านทอดได้ที่ ก็ใช้แปรงทาซอสลงไป

"พอทอดได้ที่แล้ว ตอนปิดท้ายก็ทาซอสที่ผิวหน้าแบบนี้ โรยคัตสึโอะบุชิ สาหร่าย แล้วก็มายองเนสตามใจชอบเลยนะคะ" 

อุหวา  คัตสึโอะบุชิเต้นระบำพะเยิบพะยาบน่าอร่อยจังเลย! 

"ตัดให้เท่าๆ กันเป็นสามชิ้นคงยาก ตัดเป็นสี่ชิ้นก็แล้วกันค่ะ อีกชิ้นที่เหลือก็ยกให้เจ้าของออเดอร์ ต้องตัดให้เท่าๆ กันเพื่อไม่ให้เป็นการได้เปรียบเสียเปรียบกันด้วยนะคะ" 
"เข้าใจแล้ว"
"ใช้นี่ตัดใช่ไหม"
"ใช่ค่ะ" 

พอตัดเป็นชิ้นแล้วก็ตักโอโคโนมิยากิใส่จาน งั้นมาทานกันเถอะค่ะ! 

"ร้อนๆ แต่ก็อร่อยดี"
"...อร่อย"
"อื้อ ได้ย่างกินเองนี่ก็ดีเหมือนกันนะ" 

พวกเราทานโอโคโนมิยากิร้อนๆ ควันขึ้นฉุย 

"แต่วันนี้ลำบากแทบแย่เลยเนอะ" 

เอ๋ จะเปิดประเด็นขึ้นตรงนี้เลยเหรอ!? 
ฉันกินโอโคโนมิยากิไปพลางแอบมองสีหน้าคาบุรากิแวบหนึ่ง 

"ก็นะ" 

รู้สึกคาบุรากิจะไม่ได้ซึมเศร้าอะไรแล้ว แต่หว่างคิ้วยังขมวดมุ่น 

"ต่อให้เป็น Pivoine การที่เด็กม.4 จะไปก่อเหตุใหญ่โตด้วยการด่าว่ารุ่นพี่ม.6 ด้วยถ้อยคำรุนแรงขนาดนั้นมันก็เกินไป หนำซ้ำคู่กรณียังเป็นมิซึซากิ อาริมะ ประธานนักเรียน ตอนเห็นเหตุการณ์ยังนึกอยู่เลยว่าขอทีเหอะ อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยน่า" 
"ท่านเอ็นโจก็คิดแบบนั้นเหมือนกันหรือคะ"
"ก็นะ ไม่มีปัญหาไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา" 

คาบุรากิตักโอโคโนมิยากิกินเอาๆ พลางว่าราวกับนึกถึงเรื่องหงุดหงิดขึ้นมาได้ 
 
"ทำไมพวกนั้นถึงได้โตมาเป็นพวกหัวรุนแรงแบบนั้นนะ"
 
อื~ม คงเป็นเพราะว่า...
 
"เด็กพวกนั้นคงได้รับอิทธิพลจากท่านนาคาจิมะ โยโกะ ประธาน Pivoine คนก่อนน่ะค่ะ..."
"อ้อ~..."
 
คาบุรากิกับเอ็นโจทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก 
 
"รุ่นพี่นาคาจิมะก็มีเรื่องกระทบกระทั่งกับสภานักเรียนอยู่บ่อยๆ นี่นะ" 
 
เอ็นโจยิ้มขื่นๆ
ท่านนาคาจิมะ โยโกะ อดีตประธานเป็นผู้เชิดชู Pivoine เหนือสิ่งอื่นใด เกลียดชังนักเรียนกลุ่มนอกที่ขาดความเป็นซุยรันอย่างออกนอกหน้า โดยเฉพาะวาคาบะจังที่ใส่บู๊ทยาวมาโรงเรียนในวันหิมะตกนั้นถูกมองว่าเป็นคนที่ทำให้ซุยรันเสื่อมเสียชื่อเสียง เอาไว้ไม่ได้ 

"ครั้งนี้ยังพอระงับเหตุการณ์เอาไว้ได้เพราะบังเอิญเดินมาเจอพอดีหรอกนะ แต่ถ้าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นบ่อยๆ คงไม่ไหวเหมือนกัน" 
"...นั่นสินะ แล้วทัศนคติที่พวกนั้นมีต่อทาคามิจิก็เป็นปัญหาใหญ่ด้วย ไม่ใช่แค่พวกนั้นนะ ในกลุ่มที่มามุงดูอยูรอบข้างก็มีคนที่อาศัยพวกมากเข้าว่าผสมโรงเล่นงานทาคามิจิไปด้วย พวกนั้นมันอะไรกันน่ะ!" 

คาบุรากิแสดงโทสะออกมาอย่างไม่ปิดบัง ฉวยตะหลิวขึ้นมาตักโอโคโนมิยากิบนกระทะไปอย่างกระแทกกระทั้นแล้วลงมือกิน อื๋อ...?  

"อ๊ะ! นั่นมันยามาอิโมะชีสหมูส่วนของฉันนะคะ!"
"เอ๋ อ้อ งั้นเรอะ" 
 
ไม่อยากเชื่อเลย... ไหนตกลงกันแล้วไงว่าคนละชิ้นไงล่ะ! 
 
"คุณคิโชวอิน ผมยกส่วนของผมให้นะ..." 
 
เอ็นโจว่า "ผมกินไปชิ้นหนึ่งแล้ว" พลางหยิบยื่นส่วนของตัวเองมาให้ฉัน เห็นแก่หน้าเอ็นโจหรอกนะ ครั้งนี้จะยอมยกเว้นให้พฤติกรรมฉกฉวยของคาบุรากิไปก่อนก็ได้ แต่มันอันตราย ต้องคอยเฝ้าไว้ให้ดีๆ... 

"ว่าแต่ พูดเรื่องอะไรกันอยู่นะคะ"
"เรื่องทาคามิจิ"

อ้อใช่ๆ เรื่องการกลั่นแกล้งวาคาบะจังนะ 

"คงมีคนที่อิจฉาคุณทาคามิจิที่ได้คะแนนดีเด่นปะปนอยู่ในกลุ่มด้วยนะคะ"
"อะไรกันน่ะ"

ก็ปีสอบเข้ามหาลัยนี่นะ  วาคาบะจังคงเป็นก้างขวางคอตัวเป้งในการชิงหนทางเข้าเรียนต่อคณะที่ต้องการสิท่า 

"หากเป็นเหตุการณ์เอะอะใหญ่แบบวันนี้ ก็อาจจะสังเกตเห็นตักเตือนไปได้อยู่หรอกนะคะ แต่จะให้กันกระทั่งการว่ากล่าวกระทบกระเทียบหรือประชดประชันคงเป็นไปได้ยาก..."
"ถ้ามาซายะปกป้องคุณทาคามิจิออกนอกหน้ามากไป เดี๋ยวเธอก็ได้ตกเป็นเป้าของความอิจฉาอีกนะ"
"น่ารำคาญจริง...!" 

ดูเหมือนว่าต่อให้เป็นจักรพรรดิแห่งซุยรัน ก็ใช่ว่าจะได้ทุกอย่างดั่งใจเสมอไป

"ขึ้นเป็นผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จในซุยรัน เอาให้จะชอบใครชังใคร ก็ไม่มีใครกล้าออกปากตำหนิซักคำดีไหมคะ."
"...ฉันไม่คิดจะขึ้นเป็นทรราชผู้ชั่วร้ายแบบนั้นหรอกนะ"
"อ้าว ไม่รู้ตัวเลยเหรอคะ ตอนนี้ก็เป็นทรราชพอตัวแล้วนะคะ"
"หา!?"
"เอ๋!?" 
 
ไม่สำนึกตัวเลยจริงดิ่!? ไม่รู้บ้างเลยเรอะว่าที่ผ่านมาฉันโดนปั่นหัวขนาดไหน! แล้วเมื่อกี้ก็เพิ่งกินยามะอิโมะชีสหมูส่วนของฉันไปไม่ใช่เรอะ!? 
 
"เอาล่ะ สั่งมงจะยากิมาปิดท้ายดีไหมคะ ฉันเอาเป็นชีสมิกซ์มงจะค่ะ"
"....เฮ้ย แล้วเรื่องที่ว่าฉันเป็นทรราชล่ะว่าไง" 
"ท่านเอ็นโจจะรับอะไรดีคะ"
"นั่นสินะ ของผมเอาเป็นมงจะห้าสีนี่ดีกว่า มาซายะล่ะ"
"...ดีลักซ์มงจะ"  
 
งั้นมาสั่งกันเถอะค่ะ 
 
"ทั้งสองท่านเคยทานมงจะยากิมาก่อนหรือเปล่าคะ"
"ไม่เคย"
"ผมก็ไม่เคยนะ"  

แหม ก็คงงั้นละนะ มงจะนี่ก็เป็นของกินที่อยู่สุดขอบอาหารกรูเม่ต์เกรด B เลยนี่นา  

"วิธีผสมก็แบบเดียวกับเมื่อครู่นั่นแหละค่ะ เอ้า ผสมเข้าสิคะ"
"รู้สึกมันเหลวๆ กว่าเมื่อกี้นะ" 

ทาน้ำมันลงไปบนกระทะเหล็กใหม่ เตรียมผัดมงจะ

"เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งเอาลงกระทะทั้งหมด! ก่อนอื่นให้เอาเฉพาะเครื่องลงไปก่อน เหลือน้ำๆ ไว้ พอผัดได้ที่แล้วก็โกยๆ ขึ้นมาทำเป็นรูปโดนัทเว้นตรงกลางไว้แบบนี้" 
"..........."
"..........."
"แล้วก็เทน้ำๆ ที่เหลือไว้ลงไปตรงกลาง! ถ้ามีน้ำซุปไหลออกมาข้างนอกให้ใช้ตะหลิวโกยกลับเข้าไปข้างใน" 
 
พอเดือดปุดๆ ได้ที่แล้วก็เกลี่ยโดนัทที่ทำไว้ลงมาผัดให้เข้ากันทั่วๆ 

"........."
"...คิโชวอิน นี่คือเสร็จแล้วจริงๆ น่ะเรอะ"
"ถูกแล้วค่ะ" 
"จะว่าไงดี เป็นรูปลักษณ์ที่ชวนให้ลังเลแก่การกินอยู่บ้างนะ..." 
"คนที่เพิ่งกินครั้งแรกอาจจะรู้สึกแบบนั้นก็ได้นะคะ แต่ลองกินดูก่อนเดี๋ยวก็ชินไปเองแหละค่ะ ใช้ตะหลิวเล็กๆ นี่ตักขึ้นมากินนะคะ อื้~อ อร่อยจัง"
"..........."
"..........."

คาบุรากิกับเอ็นโจส่งมงจะยากิเข้าปากตามฉันไป 
 
"อ้อ... อร่อยเกินคาด ผิดกับหน้าตาเลยนะ"
"รสชาติใช้ได้นี่"  
 
พอลองกินเข้าไปคำหนึ่งก็ดูจะทำใจมองข้ามหน้าตาไปได้ พอบอกไปว่าคนจริงต้องกินตรงที่เกรียมๆ แต่ละคนก็ตั้งท่ารอมงจะให้ย่างได้ที่ 

พอกินมงจะยากิเสร็จเรียบร้อย เอ็นโจก็หันไปถามคาบุรากิว่า "แล้วจะทำยังไงต่อไปล่ะ"  
 
"นั่นสินะ ฉันมีความคิดอยู่นิดหน่อย" 
 
ใบหน้าของคาบุรากิที่ยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางออกคำสั่งฉันว่า "พรุ่งนี้เธอก็มาที่ห้องสโมสรให้ได้ล่ะ คิโชวอิน" จะดูอย่างไรก็เป็นใบหน้าของทรราชย์ผู้ชั่วร้ายชัดๆ... 
 

 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

โอโคโนมิยากิแบบมาเป็นเครื่องให้ทอดเอง เมนโทโกะชีสโมจิ! 

พลิก! 

  ภาพสำเร็จ 

 

วิธีผัดมงจะที่ถูกต้อง

ร่างสำเร็จ! (มงจะยากินี่มีชื่อเรียกในใจผมว่าอ้วกผัด ตามหน้าตาน่ะแหละ...) 

สาระของวันนี้คือ How to การทอดโอโคโนมิยากิและมงจะยากิแบบสามัญชนนั่นเอง... 

 




NEKOPOST.NET