[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 261 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.261 - ตอนที่ 261


261.


"พวกสภานักเรียนมันจะใหญ่ซักแค่ไหนกัน อย่าเหิมเกริมนักเลยน่า!"
"ที่นี่คือซุยรันของพวกเรา ใครทำตัวไม่เหมาะสมกับซุยรันก็ออกไปซะ"
"จริงด้วย! จริงด้วย!"
"พวกนาย พอทีเถอะน่า!" 

ไม่รู้ด้วยเหตุใดเป้าหมายการโจมตีจึงลามออกไปถึงตัววาคาบะจัง คำด่าว่าจากพวกเด็กม.4 ของ Pivoine และพวกคณะกรรมการนักเรียนที่โต้ตอบกลับอย่างโกรธเกรี้ยว รวมถึงพวกนักเรียนขามุงที่นึกสนุกส่งเสียงเชียร์เฮฮาดังก้อง

จะให้โดดลงไปกลางเหตุการณ์ชุลมุนแบบนี้เนี่ยนะ แค่คิดหัวใจก็เต้นตูมตามเสียงแทบจะหายเหือด แต่มีแต่ต้องไปเท่านั้น!
เธอคือดารานะ เรย์กะ! ที่นี่คือเวทีที่มีฉันเป็นตัวเอก! เอ้า สะบัดพัดในใจออกมา เปล่งเสียงให้สูงที่สุดสิ! 

"หยุดเดี๋ยว..."
"เอะอะอะไรกัน" 

พอเหลียวกลับไปมองหาเจ้าของเสียงทุ้มต่ำนั้น ฝูงก็ชนก็แหวกออกเป็นทาง ที่ปรากฎตัวขึ้นก็คือจักรพรรดิแห่งซุยรัน---
เมื่อคาบุรากิผู้เป็นที่ยำเกรงแก่รอบข้างปรากฎกาย  เสียงเอะอะก็เงียบกริบลงในพริบตา ฉันหุบพัดในใจกลับไปแทบไม่ทัน 
คาบุรากิเดินต่อมาจนถึงกลางวง กวาดตามองเหล่ารุ่นน้องม.4 Pivoine นายตัวสำรองและคณะกรรมการนักเรียนอย่างเชื่องช้าราวกับจะเก็บรายละเอียด 

"ใครก็ได้อธิบายมาซิ" 

เมื่อเผชิญกับคำถามของจักรพรรดิที่ดวงตาเป็นประกายกล้าส่งแรงกดดันคุกคาม ทุกคนก็นิ่งเงียบไป มีเสียงนายตัวสำรองที่แววตาฉายแสงแรงกล้าไม่แพ้กันเป็นตัวแทนเปิดปากขึ้น 

"ฉันตักเตือนให้นักเรียนของ Pivoine สำรวมท่าทีไร้เหตุผลที่แสดงต่อนักเรียนกลุ่มนอกที่อยู่ตรงนั้น"
"...ไร้เหตุผล?"
"พวกเขาสั่งให้นักเรียนกลุ่มนอกจัดการเก็บกวาดเครื่องดื่มที่พวกตัวเองทำหก" 

คาบุรากิทำหน้าไร้อารมณ์เหลือบมองเครื่องดื่มที่กลิ้งอยู่บนพื้นตามที่นายตัวสำรองชี้ให้เห็น ก่อนจะเบนสายตาออกทันทีอย่างหมดความสนใจ 

"แค่นั้นก็ต้องเอะอะกันขนาดนี้เชียวหรือ" 
 
คาบุรากิพูดลอยๆ "ไร้สาระ"  พอได้ยินเข้า หว่างคิ้วนายตัวสำรองก็กระตุก 
 
"ไม่ใช่แค่เท่านั้น พวกเขายังแสดงท่าทีดูหมิ่นนักเรียนกลุ่มนอกอย่างเห็นได้ชัด ยืนยันซ้ำไปมาว่าเป็นธรรมดาที่นักเรียนกลุ่มนอกต้องทำตามคำสั่งตัวเอง ...อย่างเช่น สั่งให้ทาคามิจิที่ชั้นปีสูงกว่าทำความสะอาดแทนตัวเองไงล่ะ" 
 
นายตัวสำรองเหลือบมองวาคาบะจังที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างเป็นห่วง คาบุรากิเองก็ส่งสายตาไล่ตามจับไปที่วาคาบะจัง  วาคาบะยิ้มแห้งๆ ร้อง "เอ่อ..." ด้วยสีหน้าลำบากใจ 
 
"มีรายงานเป็นการยืนยันคำพูดเมื่อครู่มาที่ฉันหลายฉบับ ทั้งวาจาและพฤติกรรมที่แสดงออกต่อนักเรียนกลุ่มนอกตั้งแต่เข้าโรงเรียนมา โดนยัดเยียดให้รับหน้าที่ถือของหรือทำงานจิปาถะในโรงเรียน โดนหยอกล้อกลั่นแกล้งเป็นการฆ่าเวลา หากขัดขืนก็จะโดนพวกนักเรียนที่ติดตามพวกเขารังแกเอา"
"จริงหรือ" 
 
คาบุรากิมองไปทางพวกเด็กม.4 Pivoine 
เด็กม.4 กัดริมฝีปาก ส่งสายตาอาฆาตไปทางนายตัวสำรอง ไม่ใช่คาบุรากิ

"นักเรียนกลุ่มนอกที่ฐานะไม่ถึงขั้นมีสิทธิมาเข้าเรียนซุยรันแห่งนี้ได้ ก็เป็นเพราะพวกเรา Pivoine และนักเรียนกลุ่มใน ก็เป็นธรรมดาใช่ไหมล่ะ!" 
 
จากนั้นก็หันไปจ้องเด็กม.4 คนที่โดนสั่งให้เก็บกวาดในตอนแรกผู้ยังยืนนิ่งขึงหอบข้าวของพะรุงพะรังอยู่เขม็ง

"ถ้าแกรีบๆ เก็บกวาดซะ มันก็ไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่กันมาถึงขนาดนี้หรอกน่า ไอ้โง่นี่" 

ด่าว่าอย่างเคืองแค้น 
เด็กนักเรียนม.4 กลุ่มนอกที่โดนวาจาประทุษร้าย ได้แต่ก้มหน้าลงห่อตัวเล็กจิ๋ว
 
"หยุดนะ"
"หนวกหู กะอีแค่สภานักเรียนอย่าบังอาจมาสั่ง Pivoine น่า" 
 
ในตอนนั้น นักเรียนม.4 กลุ่มนอกก็หลุดปากออกมา
 
"...ไม่มาเข้าเรียนโรงเรียนแบบนี้ซะก็ดีหรอก" 
 
คำพูดนั้นแทงใจดำฉันอย่างรุนแรง เด็กคนนี้เสียใจกับการมาเรียนที่ซุยรัน...  ต้องเจอเรื่องแบบนั้นก็เป็นธรรมดาละนะ ก็เป็นธรรมดา แต่พอสถาบันศึกษาที่ผูกพันโดนปฎิเสธแบบนี้ ฉันเองก็รู้สึกเสียใจ... 
เสียงนั้นเองก็ส่งไปถึงหูคาบุรากิที่เฝ้าดูความเป็นไปอยู่ คาบุรากิเงยหน้าขึ้นมองฟ้าเวิ้งว้าง  ส่งสายตาไปทางเด็กม.4 กลุ่มนอกคนนั้นแล้วว่า 
 
"ต้องขอโทษด้วย" 
 
จักรพรรดิแห่งซุยรันก้มศีรษะลง!!!
นายตัวสำรองเบิกตากว้างชะงักลมหายใจ
 
"ท่านคาบุรากิ!" 
 
เหล่าเด็กม.4 Pivoine ส่งเสียงร้องโวยวาย 
 
"ท่านคาบุรากิ ทำไมถึงต้อง...!" 
"ความผิดของคนที่เป็น Pivoine คือความรับผิดชอบของประธานอย่างฉัน" 
 
คาบุรากิตอบคำถามรุ่นน้องที่ใบหน้าซีดเผือดทั้งที่ยังสบตากับนายตัวสำรองแน่วนิ่ง
ทั้งสองจ้องมองกันและกันชั่วครู่--- ก่อนนายตัวสำรองจะผ่อนลมหายใจออกพลางปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า 
 
"เข้าใจแล้ว... ทางนี้ตกลงขอรับคำขอโทษจากทางประธาน Pivoine นายก็ยอมรับได้ใช่ไหม" 
 
นักเรียนม.4 กลุ่มนอกผู้เสียหายที่ถูกเรียกตัวอย่างกะทันหัน ยังตกอยู่ในภาวะสะพรึงกับข้อเท็จจริงที่ว่าได้รับการก้มศีรษะจากจักพรรดิแห่ง Pivoine ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของซุยรัน ได้แต่ผงกศีรษะหงึกหงักราวกับชักกระตุก 
 
"ทะ ท่านคาบุรากิ..."
"พวกเรา..." 
 
คาบุรากิเหลือบมองเหล่ารุ่นน้องที่แสดงท่าทีละล้าละลังที่การกระทำของตนทำให้จักรพรรดิต้องก้มศีรษะขอขมาผู้อื่น 
 
"หากสำนึกว่า Pivoine คือสัญลักษณ์ของซุยรันแล้ว ก็แสดงพฤติกรรมให้เหมาะสมกับที่เป็นตัวอย่าง อย่าให้ต้องอับอายต่อชื่อเสียง"  

จากนั้น คาบุรากิก็ดึงสายตากลับไปยังพวกนายตัวสำรองที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง 
คาบุรากิผู้ดำรงตำแหน่งประธาน Pivoine และนายตัวสำรองที่ยืนประจันหน้ากับคาบุรากิอย่างตรงไปตรงมาราวกับจะปกป้องวาคาบะจังที่ยืนอยู่ข้างๆ เป็นภาพที่ดูราวกับมีเส้นตรงที่มองไม่เห็นขีดขวางตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย 
คนที่เบนสายตาออกมาก่อนคือคาบุรากิ 
 
"ไปกันได้แล้ว" 
 
คาบุรากิเรียกกลุ่มรุ่นน้อง Pivoine  หันหลังให้นายตัวสำรองและวาคาบะจัง แล้วออกเดินไปทางตัวอาคารเรียน
อีกไม่กี่อึดใจให้หลัง เสียงฮือฮาก็กลับดังเซ็งแซ่จากเหล่าผู้ชม 
 
"ท่านคาบุรากิ ช่างสง่างามอะไรอย่างนี้"
"สมแล้วที่เป็นจักรพรรดิแห่งซุยรัน!" 
"ท่านคาบุรากินี่แหละตัวแทนที่แท้จริงของ Pivoine!" 
"แม้จะก้มศีรษะลง แต่บารมีอันเจิดจ้าของท่านจักรพรรดิก็ไม่ได้หมองมัวลงไปเลยแม้แต่น้อย! กลับทำให้เราได้ตระหนักถึงความสูงส่งในความเป็นผู้ดีนั้นอีกครั้ง" 
"ท่านคาบุรากิ บันไซ!"
"จักรพรรดิ บันไซ!" 
 
ท่ามกลางเสียงสรรเสริญเยินยอจักรพรรดิที่ดังเซ็งแซ่ในหมู่นักเรียน ฉันกลับมีเรื่องคาใจเรื่องหนึ่ง
แล้วตกลงใครจะเก็บกวาดเครื่องดื่มที่กลิ้งอยู่นั่นกันล่ะ...
ชนวนปะทุของเหตุการณ์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการแก้ไขเลยนะ! ตัวพวกคนที่ทำตกเองคาบุรากิก็พาเดินไปโน่นแล้ว จะทำยังไงกันล่ะยะ! 

"ตรงนี้ผมหาทางจัดการเอง ฝากคุณคิโชวอินดูทางมาซายะด้วยนะ"
"เอ๋..."  

ท่ามกลางความชุลมุนนั้น เอ็นโจที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ทางด้านหลังคาบุรากิแต่เพียงอย่างเดียวก็เดินมาข้างฉันกระซิบเสียงเบาใส่หู
หาทางจัดการเองเหรอ... ฉันเองก็เป็นห่วงท่าทีของคาบุรากิอยู่บ้างเหมือนกัน จะให้ตามไปก็ไม่รังเกียจหรอกนะ แต่เอ็นโจคิดจะทำยังไงต่อไปล่ะ
ฉันผละออกมาจากพวกเซริกะจังไล่ตามคาบุรากิไป แต่ก็ยังเหลียวกลับมามอง แล้วก็เห็นเอ็นโจยืนอยู่ตรงหน้ากระป๋องเครื่องดื่มที่กลิ้งอยู่ เอื้อมมือลงไปยังพื้นทำท่าราวกับจะเก็บมันขึ้นมา 
  
เอ๋  เอ็นโจจะเป็นคนเก็บเองเหรอ!? 
ในตอนนั้น นักเรียนสาวๆ แฟนของเอ็นโจก็โผล่พรวดพราดออกมาจากทุกสารทิศ! 
 
"ท่านเอ็นโจ! พวกเราจัดการเองค่ะ!"
"ตรงนี้กรุณาปล่อยให้พวกเราจัดการเองเถอะนะคะ ท่านเอ็นโจ!"
 
แล้วเอ็นโจก็ส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้
 
"ขอบใจนะ เด็กผู้หญิงที่มีน้ำใจนี่ช่างวิเศษจริงๆ"  
 
โดนศรรักปักอกดังฉึก เสียงกรี๊ดของสาวๆ ซุยรันดังกระหึ่มทั้งบริเวณ
สุดยอด... แค่กระดิกปลายนิ้วก็ขจัดปัญหาทุกอย่างได้หมดสิ้นในพริบตา เข้าใจใช้คนดีจริงๆ หรือว่าเอ็นโจจะเป็นผู้เข้ารับตำแหน่งต่อจากท่านอิมาริในหมู่บ้านคาสโนว่ากันนะ?! 
ฉันครุ่นคิดเรื่องนั้นพลางเดินจ้ำเข้าไปในตัวอาคารเรียน แล้วก็พบร่างคาบุรากิเดินอยู่บนทางเดินด้านในเพียงลำพัง 

ฉันวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาแผ่นหลังของคาบุรากิ ทั้งที่น่าจะได้ยินเสียงฝีเท้าฉันวิ่งตึกตักตามมา แต่คาบุรากิก็ไม่เหลียวกลับมา 
 
ในที่สุดก็ไล่ทัน ฉันผ่อนลมหายใจหอบรวนพลางเหลือบมองคาบุรากิ สีหน้าของคาบุรากิไม่เปลี่ยน ฝีเท้าก็ยังไม่ยอมหยุด 
 
เฮ้อ~ แล้วแบบนี้จะให้ทักว่าไงดีล่ะ...
ดูเผินๆ คาบุรากิหน้าตายแบบโป๊กเกอร์เฟสก็จริง แต่พอดูดีๆ แล้วจะเห็นว่าในดวงตาไม่มีประกายกล้าเหมือนเมื่อครู่ รู้เลยว่ากำลังซึมอยู่ บรรยากาศนี่ห่อเหี่ยวเลยเชียวล่ะ 
 
แหม แต่ก็พอเข้าใจความรู้สึกนะ ได้เห็นวาคาบะจังที่ตัวเองแอบชอบเขาข้างเดียวกับนายตัวสำรองใกล้ชิดกันแบบนั้น แล้วก็ได้เห็นความแตกต่างทางจุดยืนของแต่ละฝ่ายและระยะทางอันไกลห่างต่อหน้าต่อตาเลยนี่นา...

"...เอ่อ ท่านคาบุรากิ"
"......."
"...เอ่อ~" 

คาบุรากิยังเงียบ
ฉันลองเรียกชื่อดู แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ 
 
"........"
"......."
 
ฉันเร่งฝีเท้าให้เข้ากับระยะก้าวของคาบุรากิตามไปเดินขนาบข้าง เสี้ยวหน้าที่ดูหงอยเหงาอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนชวนให้ปวดใจเล็กน้อย 
 
"เอ่อ... ท่านคาบุรากิ ไปกินโอโคโนมิยากิกันไหมคะ..." 
 
คาบุรากิหลุดหัวเราะหึออกมาเบาๆ 
 

 

โอโคโนมิยากิเนี่ยกลิ่นติดเสื้อผ้าได้ง่ายเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือเมื่อวันก่อนก็ได้ผ่านการพิสูจน์จากมาดามคาบุรากิไปแล้วว่าชุดเครื่องแบบมันเตะตาแค่ไหน
ฉันคว้าวิกที่เพิ่งซื้อออกมาเป็นการทดลองปลอมตัวดู 

วันนั้นฉันแวะไปซื้อวิกต่อทันที มีเงินให้จับจ่ายใช้สอยตามอำเภอใจก็สบายไป เลยซื้อมาเสียหลายอัน 
วันนี้ฉันเลือกวิกผมบ็อบสีดำให้อิมเมจของสปายที่เป็นคูลบิวตี้ เหมาะกับทัวร์บริโภคร้านอาหารเกรด B ลับๆ กับคาบุรากิ 
ฉันเอาเน็ทคลุมผมยืดๆ ได้เหมือนถุงตาข่ายใส่ส้มออกมาครอบหัว แล้วเก็บผมยาวเยื้อยเข้าไปในเน็ท ...อุหวา หัวโตหน้าตาเอ๋อชะมัด ถ้าเน็ทนี่เป็นสีขาวฉันจะดูเหมือนเมล่อนที่มีตาข่ายครอบเลยนะ 
จากนั้นก็ลองสวมวิกทับไปบนผมจริงที่เก็บไว้ในเน็ทหมดแล้ว โอ้! ไม่เลวเหมือนกันนี่นา! ดูเหมาะกับลิปสติกสีแดงฉานกับแว่นกันแดดยังไงไม่รู้ 
เอาไงดีนะ จะลองสวมแว่นกันแดดไปด้วยดีไหมนะ ไม่สิๆ ไปร้านโอโคโนมิยากิในสภาพนั้นคงสะดุดตาน่าดู เอาไว้แปลงร่างแฟชั่นสไตล์นางแบบปารีสคอลเลคชั่นวันหลังแล้วกัน 
ตกลงเปลี่ยนแนวทางแล้ว วันนี้เอาเป็นเรโทรแฟชั่นแบบเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ที่ออกมาในหนังฝรั่งเศสให้เข้ากับผมบ็อบสีดำดีกว่า
 
ระหว่างมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมาย เงาของฉันที่ปรากฎบนกระจกร้านดูราวกับสาวมหาลัยอินดี้ๆ แบบนี้ก็น่ารักดีนะ แต่สงสัยจะเพราะยังไม่ชินละมั้ง เลยรู้สึกแปลกๆ กับทรงผมยังไงชอบกล... 
ฉันหาทั้งสองคนที่มาถึงที่นัดหมายก่อนเจออย่างรวดเร็ว ก็ดูสะดุดตาอย่างเสียเปล่าขนาดนั้นนี่นา  
 
"รอนานไหมคะ"
 
คาบุรากิทำตาโต
 
"เป็นอะไรไปน่ะ คิโชวอิน หัวเป็นแบบรูปเหมือนเรย์โกะของคิชิดะ ริวเซย์เลยนะ"
 
กรี๊ดดดดดดดด!!
รูปเหมือนเรย์โกะเหรอ!? อีตาทึ่มทื่อไม่เข้าใจหัวใจสาวน้อยเอ๊ย!! 
 
"มาซายะ ผมว่าน่ารักออกนะ เหมือนตุ๊กตาอิชิมัตสึเลย  อื้อ" 

ทางนี้ก็ไม่ได้ชมเลยนะ ไม่ได้เป็นการปลอบใจเลยซักนิด! ท่าทางกระแอมกระไอกลบเสียงหัวเราะนี่ก็โคตรไม่เนียนอ่ะ ไหนว่าเป็นตัวเก็งชิงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านคาสโนว่ารุ่นต่อไปสืบทอดบัลลังก์ต่อจากท่านอิมาริไม่ใช่เหรอยะ! 
 
พอเจอปฎิกริยาของสองคนนั้นเข้าไป ฉันก็เกิดความอับอายขายขี้หน้าอย่างบอกไม่ถูกที่ดันเอาวิกครอบหัวมา ...ถอดออกเลยดีไหมนะ วิกนี่ แต่ขืนถอดออกตอนนี้ผมที่กลายเป็นเมล่อนครอบตาข่ายอยู่จะฟูฟ่องดูอนาถหนักเข้าไปอีกน่ะสิ  เฮ้อ อยากขอตัวกลับบ้านเลยได้ไหมนะ... 
 
"แล้วเกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมวันนี้ถึงลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ล่ะ"
"นี่เป็นการปลอมตัวไม่ให้มีใครมาเจอเข้าน่ะค่ะ..."
"ปลอมตัวนะ"
"คุณคิโชวอิน ยังเล่นเป็นสปายอยู่อีกเหรอ"  
 
ช่วยอย่ามาแตะเรื่องวิกนี่อีกเลยนะ... 
 
"แต่ผมว่าคุณคิโชวอินเหมาะกับผมยาวๆ นุ่มๆ แบบเดิมมากกว่านะ"
"อุ...!"
 
เทคนิกการชมชั้นสูงแบบตบหัวแล้วลูบหลัง! เป็นเพราะวันๆ ฉันไม่เคยได้รับคำชมจากเพศตรงข้าม แค่คำชมที่มาแบบไม่ให้ได้ตั้งตัวนี่ก็เผลอใจเต้นไปแล้ว น่าแค้นตัวเองเหลือเกิน... 
ยูกิโนะคุงก็เหมือนกัน พี่น้องเอ็นโจนี่ชอบผมม้วนหลอดทั้งคู่เลยสินะ!?
 
"คิโชวอิน มัวยืนนิ่งอยู่ทำไมเล่า ไปกันได้แล้ว"
"ทางนี้ถูกแล้วใช่ไหม คุณอิชิมะ"
"...ช่วยอย่าเรียกว่าคุณอิชิมะได้ไหมคะ" 
 
 ขอให้คืนนี้เอ็นโจลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะหายใจไม่ออก แล้วก็เจอตุ๊กตาอิชิมัตสึยืนอยู่ข้างหมอนชะโงกหน้าลงมามองด้วยเถอะ ฉันร่ายคำสาปแช่ง
ระหว่างที่ยังติดพันอยู่ คาบุรากิก็ทิ้งฉันออกเดินนำไปก่อน 

คาบุรากิทำใจได้แล้วเหรอ...? ท่าทีกวนประสาทเมื่อกี้นั่นมันอะไรกันยะ 
ฝีเท้าก้าวยาวๆ อย่างมั่นใจก็จริง แต่นายเดินผ่านซอยที่จะเลี้ยวเข้าร้านไปแล้วนะ ฉันปล่อยให้เดินไปซักระยะก่อนถึงค่อยว่า "ไม่ใช่ทางนั้นนะค้า~" นี่เป็นการกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆ ของคนใจเล็กอย่างฉันที่โดนเรียกว่าภาพเหมือนเรย์โกะไงล่ะ 
 
"บอกเร็วๆ หน่อยซี่" 
 
ได้เห็นคาบุรากิเดินหน้ามุ่ยกลับมาฉันก็สบายใจล่ะ ว่าแล้วเอ็นโจก็ผุดรอยยิ้มฝืดๆ ทักว่า "คุณคิโชวอินนี่..."  
 
"อะไรคะ"
"ทำอะไรคิดเล็กคิดน้อยจังนะ"
".........." 
 
ขอให้วันรุ่งขึ้นเอ็นโจตื่นเช้าขึ้นมามองกระจกแล้วเห็นรอยมือตุ๊กตาคาอยู่ที่ลำคอด้วยเถอะ
ให้ตายสิ ภาพเหมือนเรย์โกะ ตุ๊กตาอิชิมัตสึอะไรกันยะ คอนเซปต์ของฉันในวันนี้คือเด็กผู้หญิงในหนังฝรั่งเศสเก๋ๆ นะ วิกผมบ็อบดำนี่ตอนแรกก็ซื้อมาเพราะได้อิมเมจคูลบิวตี้แบบสปายหรอก
อ้าว...?
 
ฉันหวนระลึกถึงบทสนทนาเมื่อครู่ ...เมื่อกี้ เอ็นโจพูดอย่างชัดเจนเลยใช่ไหมนะว่ายังเล่นเป็นสปายอยู่อีกเหรอ
สันหลังฉันเย็นวาบขึ้นมาในพริบตา 

 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
 
 ภาพเหมือนเรย์โกะของคิชิดะ ริวเซย์ เป็นคอลเลคชั่นภาพเหมือนของเรย์โกะ บุตรสาวของคิชิดะ ริวเซย์ผู้เป็นจิตรกร ที่วาดไว้ตั้งแต่บุตรสาวยังเป็นทารกจนถึงอายุ 15 ปี 

ตุ๊กตาอิชิมัตสึ

นี่พยายามเลือกรูปที่ดูหลอนน้อยมาให้แล้วนะ.... 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET