[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 260 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.260 - ตอนที่ 260


260.


พอไปโรงเรียนสอนพิเศษ ทรงผมของคุณโมริยามะที่เคยไว้สั้นจู่ๆ ก็ยาวพรวดออกมา กลายเป็นผมทรงโพนี่เทลล์

"คุณโมริยามะ ผมนั่นมายังไงเหรอคะ"
"นี่น่ะเหรอ เป็นวิกแฮร์พีซที่พี่สาวฉันเคยใช้น่ะ"
 
พอฉันถามด้วยความตกใจ คุณโมริยามะก็เอานิ้วม้วนผมยาวๆ นั่นเล่นพลางให้คำตอบ
 
"แฮร์พีซ! อิมเมจต่างจากปกติจนนึกว่าเป็นคนละคนกันเสียอีกนะคะ"
"นานๆ ทีก็ดีเหมือนกันใช่ม้า ทุกวันๆ ต้องคร่ำเคร่งกับการเรียนจนเซ็งไปหมด ก็เลยอยากลองเปลี่ยนทรงผมเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศซักหน่อย แต่จริงอย่างที่พี่พูด แฮร์พีซนี่เป็นของถูกก็เลยมีผมร่วงเยอะเลยล่ะ~"
"แต่ผมยาวก็เหมาะดีนะคะ คุณโมริยามะ"
"เหรอ?"

คุณโมริยามะทำเป็นบ่นโน่นบ่นนี่แต่ก็ดูไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรนัก โคลงศีรษะไปมาขับเน้นความยาวของเส้นผม

งี้นี่เอง วิกเหรอ... อาจจะดีก็ได้นะ
จะทำตัวทันสมัยก็ต้องเริ่มจากทรงผมก่อน ฉันว่าที่ตัวเองยังงุ่มง่ามล้าสมัยอยู่ก็มีส่วนมาจากผมม้วนทรงโรโคโค่นี่อยู่มากทีเดียว
แต่จู่ๆ จะหั่นผมยาวๆ ให้สั้นกุดนี่ก็ต้องอาศัยความกล้าเหมือนกันนะ นอกจากที่ท่านแม่จะต่อต้านไม่อยากให้ฉันตัดผมแล้ว ที่สัญญากับยูกิโนะคุงไปในวันก่อนว่าจะไม่เปลี่ยนทรงผมก็มีส่วน แต่ความจริงตัวฉันเองก็รู้สึกลังเลที่จะตัดผมยาวๆ ที่เฝ้าอุตส่าห์เลี้ยงดูบำรุงอย่างทนุถนอมมาหลายปีอยู่เหมือนกัน  ก็ถ้าเกิดตัดเหี้ยนไปแล้วมันไม่รับหน้าขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ จะหาทรงผมที่เหมาะกับตัวเองเนี่ยยากเย็นเกินคาดเหมือนกันนา ถ้าเกิดพลาดไปแล้วต้องเลี้ยงผมกันใหม่ขึ้นมาละเหนื่อยแย่เลย

ตรงนี้ก็วิกไงล่ะ จากนี้ไปจะผมทรงไหนก็ลองท้าทายได้อย่างง่ายดาย! ได้ยินเรื่องดีๆ เข้าแล้วไง!
 
"ขอบคุณนะ คุณโมริยามะ ฉันจะลองสวมวิกดูบ้างเหมือนกันค่ะ"
"เอ๋ คุณคิโชวอินน่ะเหรอ"
 
ไหนๆ จะเปลี่ยนอิมเมจทั้งทีก็ต้องเอาให้มันสุดๆ ไปเลย ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องผมสั้นละนะ เอาเป็นผมทรงม้อดแฮร์แบบที่ตรงข้ามกับผมทรงโรโคโค่ตอนนี้ไปเลยก็ดีเนอะ ถ้าพูดถึงทรงผมสไตล์ลิช ก็ต้องเป็นผมบ็อบสีดำสินะ หรือไม่ก็ผมซอยสั้นแบบที่ออกมาในหนังฝรั่งเศสก็เก๋ดี
 
"จินตนาการคุณคิโชวอินในผมทรงอื่นนอกจากผมม้วนหลอดไม่ออกเลยนะ"
"ฮุฮุ"

ฉันก็เหมือนกัน แต่ชักตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
ดีล่ะ ตัดสินใจได้แล้วก็รีบออกไปซื้อวิก แปลงโฉมเป็นคูลบิวตี้กันเลย!

"ตายจริง ผมร่วง"

โอ๊ะ พอจินตนาการเพลินลูบๆ ผมไปมาก็มีผมร่วงติดมือมาหลายเส้น เอาไปทิ้งถังขยะดีกว่า ไม่มีผมร่วงติดที่เสื้อผ้าตรงอื่นอีกนะ ก็ไม่ใช่ว่าเชื่อเคล็ดที่ว่าถ้ามีคนอื่นหยิบผมที่ร่วงไปทิ้งจะอกหักหรอกนะ แต่พอได้ฟังแล้วมันก็รบกวนจิตใจชอบกล นี่ไม่ได้หมายความว่าเชื่อหรอกนะ

ฉันหยิบผมที่ร่วงลงมาห่อกระดาษทิชชู่อย่างเรียบร้อย พอลุกขึ้นจากเก้าอี้จะไปทิ้ง อุเมวากะคุงที่มองอยู่ก็ว่า

"คุณคิโชวอินอยู่ในช่วงผลัดขนเหรอ  เบียทริชของฉันตอนอยู่ในช่วงผลัดขนก็ขนร่วงเยอะมากเลยนะ ขนาดแปรงเช้าแปรงเย็นก็ยังร่วงอยู่เลย  แนะนำแปรงปัดขนดีๆ แปรงออกง่ายๆ ให้เอาไหม ใช้ดีสุดๆ เลยนะ"
"ขอบคุณนะคะ แค่ความรู้สึกก็พอแล้วค่ะ"
 
เออออกับนายบ้าหมาไปตามมีตามเกิดแล้วก็เดินไปหาถังขยะ ทาคากิคุง นักเรียนซุยรันที่นั่งห่างจากพวกเราไปกำลังทำโจทย์อยู่พอดี ฉันเลยส่งเสียงทักอย่างปรานีว่า "สวัสดีค่ะ"  แล้วอีกฝ่ายก็ร้อง "ฮึย!" แสดงท่าทางผวาอย่างออกหน้าออกตา

"แค่ทักทายเฉยๆ ทำท่าแบบนั้นไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ ทาคากิคุง"
"ฮึย ขอโทษครับ ขอโทษครับ!"
 
ก็แล้วทำไมต้องหวาดผวาขนาดนั้นด้วยเล่า ฉันอุตส่าห์เข้าหาอย่างอ่อนโยนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนะ
ในตอนนั้นเอง ทาคากิคุงมองฉันแล้วก็สะดุ้ง
 
"อ๊ะ ที่ถืออยู่ในมือนั่นขยะหรือครับ ทราบแล้วครับ ผมจะเอาไปทิ้งให้นะครับ!"
"เอ๋"
 
เดี๋ยวก่อนสิ ถ้าฉันเกิดอกหักขึ้นมาจะทำยังไงล่ะยะ!
พอเผลอปัดมือทาคากิคุงที่เอื้อมมาหยิบทิชชู่จากมือฉันทิ้งไป อีกฝ่ายก็ร้อง "ฮึย~ขอโทษนะครับ~" ขอโทษขอโพยเป็นวรรคเป็นเวรอีก รอบข้างเขาจะเข้าใจผิดเอานะ เลิกหวาดผวาจะเป็นจะตายได้แล้ว

"นี่ ฉันไปทำอะไรให้ทาคากิคุงต้องหวาดกลัวขนาดนั้นเหรอ"
"ครับ ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ คุณคิโชวอินไม่ได้ทำอะไรผมเลยครับ"
 
ตอบเป็นเครื่องจักรโกหกกันโต้งๆ เชียวนะ
 
"ถ้างั้นทำไมต้องกลัวด้วยล่ะ"
"คือว่า เรื่องนั้น..."
"ทาคากิคุง ปฎิบัติกับฉันตามธรรมดาเหมือนพวกอุเมวากะคุงหรือคุณโมริยามะที่นั่งอยู่ทางโน้นก็ได้นะ"
"เอ๋... ถึงขั้นนั้นคงมิบังอาจ... ผมทราบว่าคุณคิโชวอินเป็นสมาชิก Pivoine จึงไม่อาจแสดงกิริยาเช่นนั้นได้ครับ"
 
อ้อ ทางโน้นเรอะ  Pivoine เองก็เป็นเป้าหมายแห่งความยำเกรงจากนักเรียนซุยรันอยู่เหมือนกันนี่นะ

"แล้วก็..."
"แล้วก็...?"
"........"
"บอกมาตามตรงก็ได้ค่ะ ไม่โกรธหรอก"
"จะว่าไงดี...แค่ความเป็นตัวตนของคุณคิโชวอินก็เป็นแรงกดดันคุกคามแล้ว..."
"หมายความว่าไงยะ!"

แปลว่าไม่ต้องทำอะไร นั่งอยู่เฉยๆ ก็เป็นที่หวาดกลัวแล้วเหรอยะ!?
ฉันโกรธจนหางตาชี้ ส่วนทาคากิยกมือขึ้นกุมหัวฟุบแนบไปกับโต๊ะราวกับจะซุกซ่อนตัวร้องว่า "ขอโทษครับ ขอโทษครับ!"
ไม่ไหวเลย แต่ฉันเป็นคนใจดี ถึงจะโดนว่าอะไรเสียมารยาทก็ไม่โกรธหรอกนะ

"ขอบใจนะ เข้าใจความรู้สึกของทาคากิคุงดีมาก~แล้วละค่ะ"

ฉันตบหลังปั่บๆ ให้อีกฝ่ายสบายใจ แล้วพูดอย่างปรานีใส่ศีรษะที่ยังโดนมือบังอยู่ว่า "จะจำไว้นะคะ"
 


อุเหอะ~ วันนี้เจอวิชาเลขแต่เช้าเลยเหรอ...
ลงจากรถรับส่งของบ้านคิโชวอินแล้ว ฉันก็เดินไปตามเส้นทางจากประตูถึงอาคารเรียนพลางครุ่นคิดถึงวิชาชั่วโมงแรกที่แสนหดหู่ ระหว่างทางมีเสียงทัก "สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ" "อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านคิโชวอิน" ดังมาจากทางโน้นทางนี้ ฉันจึงยิ้มแย้มตอบกลับไป "สวัสดีค่ะ"  
 
"อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านคิโชวอิน"
 
เมื่อมีเสียงทักค่อนมาจากทางด้านหลัง ฉันตอบกลับไปว่า "สวัสดีค่ะ" พลางเหลียวกลับไป แล้วก็พบนักเรียนชาย Pivoine ชั้นม.4 ยืนยิ้มอยู่  

"อากาศเริ่มร้อนขึ้นแล้วนะครับ"
"นั่นสิ  ถึงฤดูกาลที่จะดื่มชามินต์เย็นๆ ในห้องสโมสรของ Pivoine ได้อย่างชื่นใจแล้วนะ"
"ก็ดีนะครับ ผมก็ชอบเหมือนกัน"
 
ฉันเดินคุยเรื่องเบาๆ ไปกับรุ่นน้อง Pivoine ที่เข้ามาทักอย่างเป็นมิตร
สมาชิก Pivoine เห็นหน้ากันอยู่ในห้องเปอติต์มาตั้งแต่สมัยประถม แม้จะอยู่กันคนละชั้นปี  แต่ถ้าเจอหน้ากันก็พอจะคุยกันอย่างสนิทสนมได้
แล้วฉันก็บังเอิญสังเกตเห็นว่าเขาไม่ได้ถือกระเป๋านักเรียนอยู่ในมือ

"ไม่ได้เอากระเป๋ามาด้วยหรือคะ"
"เอ๋ อ้อ กระเป๋าตามมาข้างหลังครับ"
"ข้างหลัง?"
 
พอเหลียวหลังไปด้วยกันมองตามสายตาของเขาไป ก็เห็นนักเรียนชายคนหนึ่งหอบหิ้วกระเป๋าเต็มสองมือเดินตามมา
เอ๋...?
 
"นั่นน่ะ เอาไปไว้ที่ห้องเรียนของผมก่อนนะ"

รุ่นน้อง Pivoine เชิดคางบุ้ยใบ้ไปทางอาคารเรียน เด็กคนนั้นตอบรับว่า "ครับ" ทำความเคารพฉันอย่างงกๆ เงิ่นๆ แล้วเดินจากไปยังตัวอาคารเรียน
เอ๋ เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ...

"จริงด้วยครับ ท่านคิโชวอิน ความจริงแล้วครั้งหน้าทางบ้านผมกำลังจะจัดงานปาร์ตี้ขึ้น ถ้าไม่รังเกียจก็ขอเชิญท่านคิโชวอิน..."
"ทำไมเด็กคนเมื่อกี้ถึงต้องถือกระเป๋าให้เธอด้วยล่ะ..."
 
พอฉันถามขัดจังหวะออกไป  รุ่นน้องก็ทำหน้างุนงงไปชั่วขณะคล้ายไม่เข้าใจความหมายของคำถาม จากนั้นก็ตอบด้วยรอยยิ้มว่า "เพราะเป็นนักเรียนกลุ่มนอกไงละครับ"

"เพราะเป็นนักเรียนกลุ่มนอก...?"
"ครับ"
 
ฉันจนคำพูดไปกับท่าทีไม่มีความสงสัยใดๆ ต่อการกระทำของตนเอง
จะว่าไป เด็กคนนี้อยู่ในกลุ่มที่มีแนวคิดแบ่งแยกชนชั้น ไปไหนมาไหนด้วยกันกับอดีตท่านประธานคนก่อนที่เชิดชู Pivoine เหนือสิ่งอื่นใดอยู่บ่อยๆ นี่นา  

"...แค่กระเป๋าน่าจะถือเองได้นะคะ"
"เอ้อ"
 
แม้จะตอบกลับมา แต่สีหน้าของรุ่นน้องคนนั้นก็ยังบ่งบอกความไม่ยอมรับ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อไปมากกว่านี้ กลับเกิดความรู้สึกเศร้าหมองว่าเห็นอะไรที่ไม่ควรเข้าแต่เช้า
 
สุดท้ายแล้วความรู้สึกขุ่นมัวอย่างพูดไม่ถูกนั้นก็ยังซุกอยู่ในมุมหนึ่งในใจตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาเลิกเรียน แล้วอายาเมะจังก็มาแจ้งข่าวที่ได้ยินมาให้ทราบ

"ได้ยินหรือเปล่าคะ ท่านเรย์กะ เห็นว่าหลังเลิกเรียนทางโรงอาหารจะทดลองเสิร์ฟของหวานด้วยนะคะ"
"จริงเหรอ!?"
 
ปรกติแล้วโรงอาหารของซุยรันจะเสิร์ฟเมนูของหวานเฉพาะในยามอาหารกลางวัน ส่วนนอกเหนือจากนั้นก็ไปซื้อเครื่องดื่มที่ตู้ขายของอัตโนมัติ หรือหลังเลิกเรียนอาจจะมีขายอาหารเบาๆ สำหรับเหล่าชมรมกีฬา แต่ไม่มีของหวาน

"เห็นว่าแค่ขนมอบนิดๆ หน่อยๆ น่ะค่ะ แต่เหมือนจะเริ่มตั้งแต่วันนี้  ถ้าอย่างไรไปดูด้วยกันไหมคะ"
"ไปสิคะ!"

ขนมอบเหรอ จะยังไงซะที่นี่ก็ห้ามนำขนมข้างนอกเข้ามา มีของหวานๆ ออกมาเสิร์ฟนอกเหนือจากเวลาอาหารกลางวันก็ออกจะแปลกใหม่ดี จะมีพุดดิ้งหรือเปล่าน้า
ฉันเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับเสร็จก็เดินไปโรงอาหารพร้อมพวกเซริกะจัง

"คุณอายาเมะเก่งจังเลยนะ ได้ข่าวแบบนี้มาด้วย ฉันไม่รู้เรื่องเลยล่ะ"
"ฉันเองก็แค่บังเอิญได้ยินมาจากคนในชมรมกีฬาเท่านั้นเองค่ะ เห็นว่าทดลองออกมาตามรีเควสต์จากชมรมกีฬา จำนวนยังไม่มากนัก ดูเหมือนจะแค่บอกเล่าปากต่อปากกันเป็นการภายในในชมรมน่ะค่ะ"
"เห"

ถ้าไปที่ห้องสโมสร Pivoine ก็จะทานขนมหรูหราอันเป็นสิทธิพิเศษของสมาชิกได้ไม่อั้น แต่พอได้ยินเรื่องเมนูใหม่ๆ หรือเมนูพิเศษเฉพาะฤดูกาลก็อดสนใจไม่ได้อ่ะเน้อ  
พวกเราพูดคุยกันไปว่า ยังไงก็เป็นแค่อาหารเบาๆ อย่างหนึ่ง คงคาดหวังมากไม่ได้ละมั้ง~ พลางเดินไปตามทางในชั้น 1 แล้วก็พบพวกนักเรียนชาย Pivoine ชั้นม.4 เดินเข้ามาจากทิศตรงข้าม อาจจะเพิ่งกลับมาจากเล่นกีฬา ในมือทุกคนจึงถือเครื่องดื่มเกลือแร่ ในกลุ่มมีรุ่นน้องคนที่ฉันเจอเมื่อเช้าปะปนอยู่ด้วย รู้สึกไม่ค่อยอยากเจอหน้ายังไงชอบกล... ระหว่างที่พวกนั้นยังคุยกันเพลินมองไม่เห็นฉันนี่ เปลี่ยนทางเดินไปทางอื่นดีไหมนะ
 
กลุ่มรุ่นน้องเดินมาตามกลางทางเดินหัวเราะเฮฮากระเซ้าเย้าแหย่กันไปมา โดยไม่ได้ตระหนักถึงความรู้สึกของฉัน ขณะที่เด็กคนหนึ่งหัวเราะแกล้งเดินชนเพื่อนข้างๆ ก็เผลอทำเครื่องดื่มเกลือแร่ในมือร่วงตกลงกลิ้งกลุกๆ ไปตามพื้น ของเหลวภายในหกออกมาเลอะเทอะ

"อ๋า~ ทำอะไรของนายน่ะ"
"ก็นายผลักมาทำไมเล่า"
"สกปรกเป็นบ้าเลย"  
 
แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังหัวเราะร่วนอย่างเห็นขำ ประมาณว่าอยู่ในวัยที่ตะเกียบตกก็ขำกลิ้งอะไรประมาณนี้เหรอ แต่เป็นเด็กผู้ชายนะ
ว่าแล้วเด็กคนที่ทำขวดเครื่องดื่มตกก็เหลียวมองไปรอบๆ พอเห็นใครคนหนึ่งเข้าก็ว่า
 
"เฮ้ย นักเรียนกลุ่มนอกคนนั้นน่ะ มาเก็บกวาดตรงนี้หน่อยซิ"
 
ฉันเบิกตากว้าง
เด็กคนที่โดนระบุตัวถือของเต็มสองมือคล้ายกับเพิ่งจะเก็บของออกมาจากห้องเรียน  
 
"อ๊ะ... แต่ผมต้องรีบเอานี่ไปส่งอาจารย์นะครับ..."
"นั่นมันเรื่องของนายนี่หว่า"
 
นักเรียนกลุ่มนอกสอดส่ายสายตาล่อกแล่กพลางร้องประท้วงด้วยเสียงสั่นๆแทบไม่เป็นคำพูด หากเหล่ารุ่นน้อง Pivoine ปัดตกอย่างเย็นชา หันหลังให้นักเรียนกลุ่มนอกคนนั้นทำท่าจะเดินจากไป

ในตอนนั้นเอง
 
"ทำตกเองก็เก็บกวาดเองซี่"
 
นายตัวสำรองที่มีใบหน้าเคร่งเครียดปรากฎตัวขึ้นจากฝั่งสวนกลางของโรงเรียนพร้อมกับเหล่ากรรมการนักเรียน ด้านหลังมีวาคาบะจังอยู่ด้วย
หากว่าเหล่าเด็กม.4 หัวเราะหึใส่นายตัวสำรองหยันๆ ทำท่าจะเมินเฉยเดินผ่านไป
 
"เดี๋ยวก่อน"
"อะไรเล่า"
 
พวกรุ่นน้องเหลียวกลับมาอย่างรำคาญๆ
 
"เก็บกวาดให้เรียบร้อยก่อนค่อยไป"
"นั่นมันงานของนักเรียนกลุ่มนอกไม่ใช่เหรอ"
 
เรื่องแบบเดียวกันกับที่ฉันได้ยินเมื่อตอนเช้าหลุดมาจากปากสมาชิก Pivoine อีกคนหนึ่ง
 
"ว่าไงนะ"
"ธรรมดาน่า นักเรียนกลุ่มนอกมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อให้พวกเรานักเรียนกลุ่มในได้ใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างสะดวกสบายไม่ใช่เหรอ อ้อ ถ้าหมอนั่นมือไม่ว่างจะให้คนอื่นมาทำแทนก็ได้ ตรงนั้นน่ะ นักเรียนทุนอย่างเธอมาเก็บกวาดหน่อยซิ"
 
วาคาบะจังที่โดนชี้นิ้วเรียกร้องอย่างตกใจว่า "เอ๋ ฉันเหรอ?" พลางชี้นิ้วไปที่ตัวเอง บรรยากาศมาคุพวยพุ่งจากกลุ่มนายตัวสำรองและเหล่าคณะกรรมการนักเรียนในฉับพลัน

"ทำไมคนที่ไม่เกี่ยวข้อง แถมยังเป็นรุ่นพี่พวกนายอย่างทาคามิจิต้องมาเก็บกวาดด้วย"
"ก็เพราะเป็นนักเรียนกลุ่มนอกไงล่ะ"

พอได้ยินเสียงเอะอะ ผู้คนก็พากันทยอยมารุมล้อมเป็นวงกว้างขึ้นทุกที แบบนี้เห็นท่าจะไม่ดีแฮะ...

"ฉันเข้าใจว่า Pivoine มีสถานะพิเศษอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ แต่การพฤติกรรมก้าวร้าวเกินกำหนดย่อมไม่เป็นที่ยอมรับ"
"ก้าวร้าว? แล้วใครกันเป็นคนกำหนดเรื่องนั้น สภานักเรียนหรือไง ก็ไม่ใช่นะ ในซุยรัน Pivoine ก็คือกฎหมาย พวกนายไม่มีสิทธิมาออกคำสั่งกับเรา"

รุ่นน้องคนที่ให้นักเรียนกลุ่มนอกถือกระเป๋าให้เมื่อเช้าพูดอย่างเฉียบขาด พอจับตามองวาคาบะจังแล้ว ก็กวาดตามองนักเรียนคนอื่นที่อยู่รอบๆ อย่างจะยืนยัน

"ถ้าไม่เข้าใจจะบอกให้เอาบุญ รู้ไหมว่าอาคารและอุปกรณ์การเรียนหรูหราระดับที่โรงเรียนอื่นเทียบไม่ติดในซุยรันที่พวกนายนักเรียนกลุ่มนอกได้ใช้กันอยู่มาจากไหน ทุกอย่างก็มาจากเงินบริจาคของพวกเราทั้งนั้น  พวกนักเรียนที่กระทั่งเงินบริจาคก็ยังจ่ายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จะมารับใช้พวกเราเป็นการตอบแทนก็เป็นเรื่องธรรมดานี่"
"เฮ้!"

นายตัวสำรองยื่นแขนออกมากันสมาชิกสภานักเรียนที่หัวร้อนจนพุ่งออกมาข้างหน้าเอาไว้ พวกเด็กม.4 Pivoine เห็นดังนั้นก็พากันหัวเราะเอิ๊กอ๊าก
 
"มีปัญญามาเรียนที่นี่ด้วยความเมตตาจากพวกเรา ก็หัดรู้จักเจียมตัวไว้บ้าง"
 
ต้องพูดแรงขนาดนั้นเลยเหรอ!
 
จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้นักเรียนส่วนมากยอมรับความเป็นอภิสิทธิ์ชนของ Pivoine เห็นเป็นเรื่องธรรมดา บัดนี้เหล่านักเรียนส่วนมากจึงยังกับงุนงงกับท่าทีแข็งกร้าวของนายตัวสำรองมากกว่าจะแสดงความเห็นด้วย แต่ว่าหากแนวคิดเล่นพรรคเล่นพวกแบ่งแยกชนชั้นของ Pivoine รุนแรงยิ่งไปกว่านี้ เหล่านักเรียนที่ขุ่นเคืองไม่พอใจก็อาจจะปรากฎตัวออกมา ก่อให้เกิดเหล่านักต่อต้านที่วางแผนจะปฎิวัติซุยรันก็เป็นได้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ราชินีโรโคโค่นี่แหละที่จะโดนส่งเข้าเครื่องประหารกิโยตินก่อนใคร! อุหวาาาา! ร่างฉันสั่นระริกต่อหน้าอนาคตอันน่าสะพรึงกลัว

นายตัวสำรองถอนหายใจเฮือกใหญ่คล้ายพยายามระงับโทสะ
 
"นั่นคือความคิดของ Pivoine งั้นหรือ"
"ใช่แล้ว"
 
ไมใช่นะ! ไม่ใช่! อย่าคิดเองว่านั่นเป็นมติโดยรวมจาก Pivoine เชียวนะ! ยังมีคนรักสันติอย่างฉันอยู่นะ!

เหล่าเด็กม.4 Pivoine และสภานักเรียนส่งสายตาขบเคี้ยวกันไปมาไม่มีใครยอมใคร ตกอยู่ในภาวะที่มีเพียงสะเก็ดไฟเล็กน้อยทุกอย่างก็จะระเบิดตูม  มีเพียงวาคาบะจังเท่านั้นที่ทำสีหน้าลำบากใจจดจ้องมองท่าทีของทั้สองฝ่าย อา วาคาบะจัง

เพื่อปกป้องตัวเองจากเหล่าผู้ต่อต้าน ฉันเองก็ควรจะระงับเหตุวุ่นวายนี้ไว้ก่อน
โธ่เอ๊ย ทำไมต้องถือเครื่องดื่มไม่มีฝาปิดเดินไปเดินมาตรงทางเดินด้วยเล่า ถ้าเครื่องดื่มไม่หกออกมาก็คงไม่เกิดเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ขึ้นหรอก!
ถ้าหากเครื่องดื่มที่กลิ้งอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่ายหายไป ทั้งสองฝ่ายจะยอมๆ หายกันไปหรือเปล่านะ

แสดงว่าถ้ามีใครซักคนมาเก็บกวาดไปจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายในที่นี้ประนีประนอมกันได้สินะ ฉันเหรอ? ไม่น่าๆ หากท่านเรย์กะ นักเรียนระดับสูงสุดแห่ง Pivione มาเก็บกวาดเครื่องดื่มที่นักเรียนรุ่นน้องทำหกเนี่ย มันจะกลายเป็นประเด็นปัญหาใหม่ขึ้นมาได้นะ แต่ถ้าขอให้พวกเซริกะจังเป็นคนทำ ก็จะกลายเป็นเหมือนพวกเด็กม.4 นั่นที่ทำกับเพื่อนรุ่นเดียวกันเหมือนเป็นเบ๊รองมือรองเท้า... ถ้าใครก็ได้ช่วยมารีบๆ เก็บคลี่คลายสถานการณ์ให้เรื่องนี้มันหายกันไปก็ดีหรอกน้า แต่ขืนทำอะไรที่กลายเป็นการขัดสายตา Pivoine ไปแล้วโดนหมายหัวขึ้นมาก็น่ากลัวอีก ไม่มีนักเรียนคนไหนกล้าขยับเลย

ทำไงดีล่ะ... ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้กระเพาะฉันคงทนไม่ไหว คงมีแต่ต้องสำแดงอานุภาพในฐานะตัวแม่ของ Pivoine "หยุดเดี๋ยวนี้นะ เอะอะกันเหลือเกินค่ะ" แทรกเข้าไป "ตรงนี้ขอให้เห็นแก่หน้าฉัน เลิกรากันไปเถอะนะคะ" แบบนั้นละมั้ง...

คิดว่าเหล่ารุ่นน้องของ Pivoine คงจะเชื่อฟังที่ฉันพูดบ้างละนะ (ถ้าไม่ฟังสิฉันมีหวังได้น้ำตาไหลกับฐานะตกต่ำของตัวเองใน Pivoine แหงๆ) ปัญหาก็คือสภานักเรียน  หัวร้อนปุดๆ แบบนั้น อาจจะไม่ยอมฟังสิ่งที่ Pivoine อันน่าแค้นเคืองอย่างฉันเป็นคนพูดก็ได้
 
แต่ถ้าเป็นนายตัวสำรองที่ตื่นแต่เช้าตรู่มาทำความสะอาดข้าวของของวาคาบะจังด้วยกัน ดักรอคนร้ายด้วยกัน ถ้าฉันเป็นคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย อาจจะยอมเห็นแก่หน้าฉัน ยอมปล่อยวางไปในครั้งนี้... หรือเปล่านะ
 
อา แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ว่าใครกันจะเป็นคนทำความสะอาดเครื่องดื่ม ชนวนการปะทุที่กลิ้งคาตาอยู่กับพื้น...
 
ระหว่างที่ฉันคิดอะไรวุ่นวายอยู่ การทะเลาะเบาะแว้งก็ยิ่งทวีความเชี่ยวกราก ถ้าเป็นแบบนี้ก็มีแต่ต้องลุยกันล่ะ!
ฉันสะบัดพัดพรึ่บอยู่ในใจ ก้าวออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง  

 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
ตอนต่อไปอย่างพีค สัญญา อีกซักสัปดาห์ค่อยมาลงดีมั้ย 5555555

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :)




NEKOPOST.NET