[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 26 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.26 - ตอนที่26


นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่26

(yukz:เนื่องจากผมไม่มีเวลาทำให้ไม่ได้แปลท่านเรย์กะต่อมานานมากทั้งที่ตอนนี้ทางเว็บแปลภาษาอังกฤษออกต่อไปไกลกว่ามากแล้วผมเลยตัดสินใจประกาศดรอปเลิกแปลต่อ แต่เนื่องจากตอนนี้ที่เว็บtirkxมีผู้มีความตั้งใจจะสานต่อผมจึงได้ทำการขออนุญาตคุณ tsukiyuu ผู้แปลคนใหม่ ขอมาแปะต่อจากที่ผมแปลไว้ในเว็บที่nekopostแห่งนี้ครับ)

 

ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว    และฉันก็เข้าสู่ปี 5 แล้วล่ะค่ะ

ในปี 5 นี้     ชั้นเรียนของพวกเราก็เปลี่ยนห้องกันอีกครั้ง

อาจบางทีที่แล้วมาคำอธิษฐานของฉันได้ผลเพราะฉันพยายามหลีกเลี่ยงคู่หูคาบุรางิ-เอ็นโจ

แต่ความโชคร้ายของฉันก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจประมาทได้ค่ะ

จากที่เปลี่ยนห้องมาแล้ว 2 ครั้ง    ฉันคิดว่าสุดท้ายจุดจบคงได้ร่วมห้องกับพวกเขาสักครั้งหนึ่ง     เพราะถึงยังไงมันก็มีแค่ 4 ห้องเท่านั้นนี่นะ

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ   คราวนี้ฉันก็ชนะด้วยพลังที่แกร่งกล้าอีกครั้งแล้วค่ะ

อา---   แบบนี้ฉันก็สามารถอยู่อย่างสงบสุขจนจบชั้นประถมเลยน่ะสิ ~

 

 

เพราะตอนนี้ฉันอยู่ปี 5   นักเรียนรุ่นน้องก็เพิ่มจำนวนตามไปด้วยล่ะนะ   และจำนวนแฟนคลับของคาบุรางิกับเอ็นโจก็กำลังเจริญเติบโตแพร่จำนวนขึ้นไปอีก

ในส่วนของสาวๆ ในชั้นปี   โดยเฉพาะผู้ติดตามทั้งสองของฉันชำเลืองมองบรรดารุ่นน้องแล้วพูดทำนองว่า   “ดิฉันจะขอบคุณมากถ้าพวกนักเรียนใหม่รู้ฐานะของตัวเอง    แล้วหยุดทำเป็นตีสนิทกับท่านคาบุรางิและท่านเอ็นโจซะ” ....

 

ไม่เพียงแค่นั้น   สาวๆ ในชั้นนอกจากผู้ติดตามทั้งสองของฉันก็มีสกิลการ์ดที่สูงมาก    เพราะแม้แต่รุ่นน้องผู้กล้าหาญบางคนที่ยืนอยู่นอกชั้นเพื่อลอบหาโอกาส    สาวๆ ก็ไม่ปล่อยให้รุ่นน้องได้เข้าใกล้แม้เพียงนิด   ช่างเป็นสกิลการป้องกันที่สูงล้ำจริงๆ

เมื่อฉันมองบรรดาสาวๆ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่    ฉันก็อยากจะกรีดร้องว่า   ‘อย่าได้หลงไปกับภาพลักษณ์ของเจ้าพวกนั้นเชียวนะ !’

 

 

ฟุกิโอกะซังเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนกวดวิชา

แม้อาคิซาว่าคุงจะอธิบายอะไรๆ ไปมากมาย   แต่ฉันก็คิดว่าเธอคงยังเข้าใจอะไรผิดๆ ไปอยู่ไม่มากก็น้อย

เธอคนนั้นมากจากโรงเรียนหญิงล้วน   จึงช่วยไม่ได้ที่เธอจะกังวลเกี่ยวกับที่อาคิซาว่าคุงมาเรียนที่โรงเรียนสหศึกษา  

มันคงจะดีกว่านี้   ถ้าเขาเข้าเรียนที่โรงเรียนชายล้วนใช่ไหมเนี่ย ?

 

“ซากุระโกะ    คิโชวอินซังเป็นคนที่แนะนำให้เธอมาเข้าเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาเข้าใจใช่ไหม ?   ดังนั้นช่วยเป็นเพื่อนกับคิโชวอินซังด้วยนะ”

 

“...สวัสดีค่ะ   เอ่อ  ขอบคุณที่ชวนฉันนะคะ”

 

ในขณะที่เกาะแขนโอคิซาว่าคุงเงียบๆ    เธอก็เอ่ยปากทักทายฉันแหละค่ะ

อืมมมม    สาวสวยสไตล์ญี่ปุ่นทั้งยังน่ารักสุดๆ ทำให้คุณอยากปกป้องเธอ   ฉันเข้าใจแล้ว..

 

“ขอบคุณที่ตอบรับคำเชิญของดิฉันนะคะ   คงวิเศษมากที่ได้ใช้เวลากับอาคิซาว่าคุงคนรักของคุณมากกว่าเดิมใช่ไหมล่ะคะ ?”

 

“เอ๋- ?”

 

“เฮ้ – คิโชวอินซัง !”

 

ฟุจิโอกะซังหน้าแดงเพราะคำพูดของฉัน        แต่อาคิซาว่าคุงตื่นตระหนกตกใจจนสติหลุดลอยไปแล้ว

สู้เขาล่ะ   อาคิซาว่าคุง   ดูจากนิสัยของเขาแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหนีคุณเพื่อนสมัยเด็กพ้น

เพราะถ้าคุณเพื่อนสมัยเด็กผู้แสนน่ารักเริ่มน้ำตาร่วงเผาะต่อหน้าเขา    ฉันก็สงสัยจริงๆ ว่าเขาจะกล้าปล่อยเธอไว้ไหมนะ

 

ตั้งแต่แรก ในฐานะที่เป็นเพื่อนสาว  ดูเหมือนสาวๆ จะคิดว่าผู้ชายนั้นชอบปกป้องหญิงสาวประเภทปากแข็งและดื้อรั้นไม่ใช่หรือไง

 

ถึงอย่างนั้นจะมีผู้ชายสักที่คนเชียวที่เป็นแบบนั้นจริงๆ ?

หลายครั้งในชาติที่แล้วฉันก็ถูกหักหลังจากพวกผู้หญิงจำพวกนี้ไม่ใช่หรือไง... ?

ไม่สิ   ฉันไม่คิดว่าฟุอิโอกะซังจะเป็นแบบนั้นนะ  โอเค๊ ?

 

 

 

ตั้งแต่ทักทายกันในวันแรกแล้ว   อาคิซาว่าคุงกับฟุกิโอกะซังก็นั่งคู่กันตลอด        และฉันก็แยกออกมาคนเดียว

ด้วยนิสัยของอาคิซาว่าคุง   เขาก็ชวนให้ฉันนั่งกับพวกเขาล่ะนะ  แต่ฟุกิโอกะซังเหมือนจะไม่ชอบใจ   ดังนั้นฉันจึงบอกขอผ่านแหละค่ะ    ฉันไม่มีงานอดิเรกในการขัดขวางความสุขของคู่รักนี่น้า   เข้าใจเนอะ ?

เพราะแบบนี้เอง  นี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ฉันสามารถไปร้านสะดวกซื้อได้ด้วยค่ะ

มันมีขนมใหม่ๆ ออกมาด้วย   ฉันก็ซื้อมาลองดู     ก็ผ่านมานานแล้วน่ะนะฉันต้องการลิ้มรสชาติแห่งความสามัญค่ะ   ดังนั้นฉันจึงได้ซื้อนัตโตะโรล  เพราะมันเหมาะกับการเก็บซ่อนเอากลับไป

 

พอใกล้เวลากลับเข้าคลาสเรียน   ฉันก็ตัดสินใจจะไปเข้าห้องน้ำก่อน    และในนั้นเองก็ได้ยินเสียงซุบซิบของบรรดาสาวๆ ด้วยแหละค่ะ

 

“ยัยหัวสว่านโดนผู้หญิงอื่นขโมยแฟนไปแล้วใช่ไหม ?”

 

“ช่าย  ช่าย   เธออกหักแล้วและตอนนี้เธอก็ไปไหนมาไหนคนเดียวด้วย”

 

“น่าสังสารจังน้า ~   มันคงเจ็บปวดที่ต้องอยู่ห้องเดียวกับแฟนเก่าและผู้หญิงคนใหม่ของเขา”

 

“ใช่ไหมล่ะๆ ?”

 

“อาจบางทีเธอคงภาคภูมิใจแล้วที่เลิกกัน”

 

“ใช่   ใช่   คุณหัวสว่านเหมือนเป็นคนที่ดูภาคภูมิในตัวเองอ่ะนะ”

 

“เธอเป็นเด็กซุยรันนี่นา   และแม้แต่ทรงผมของเธอก็เป็นทรงสว่าน(Drill Hair)เนอะ”

 

 

----อาร้าย !?

ดูเหมือนว่านั่นเป็นสิ่งที่คนอื่นตีความกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

มันเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงที่ออกจากฐานแห่งความจริงไปไกลลิบๆ เลยล่ะค่ะ

 

ยิ่งกว่านั้น   พวกเธอต่างเรียกฉันว่า  ‘หัวสว่าน’ (Drill Hair) ...?

หัวสว่าน....   จะเรียกฉันว่าโรโคโค่หรืออองตัวเน็ตหรืออะไรก็ได้...

แต่อย่าเป็นหัวสว่าน   มันเหมือนชื่อของขนมปังชนิดหนึ่งเลยไม่ใช่หรือไง ?

 

อุว้ากกก   ฉันเริ่มเศร้าแล้วล่ะค่ะ

 

แล้วฉันก็ไม่ใช่ประเภทที่ภาคภูมิใจในตนเองเลยแม้แต่น้อยคุณรู้ไหม ?  ก็ฉันเป็นหัวสว่านนี่....

ถ้าพูดถึง คิโชวอิน  เรย์กะ  ในมังงะ   เธอไม่มีทางมีข่าวลือแบบนี้แน่   แต่ฉันไม่มีความกล้าที่จะเดินออกไปบ่นพวกเธอ  ดังนั้นฉันถึงแค่เดินจากไปเงียบๆ แล้วกลับเข้าห้องเรียน

เมื่อกลับถึงบ้าน        ฉันก็กินขนมแสนอร่อยพร้อมความเครียดในหัวใจ

 

มีหนึ่งอย่างที่ฉันควรคิดเกี่ยวกับโรงเรียนกวดวิชา

จนถึงตอนนี้    ฉันแค่ลงเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่นและคณิตศาสตร์

แต่เกรดของฉันในวิชาวิทยาศาสตร์และสังคมศึกษาเริ่มเข้าขั้นอันตรายแล้วล่ะค่ะ

ในปีนี้ฉันควรลงวิชาพวกนี้ในโรงเรียนกวดวิชาด้วยก็น่าจะดี

ความจริงแล้ว   ในปีสองปีมานี้ฉันเริ่มหวาดระแวงกับวิชาวิทยาศาสตร์และสังคมศึกษา

เนื้อหาในชั้นเรียนทำฉันประหลาดใจว่ามันเป็นบทเรียนของนักเรียนชั้นประถมจริงๆ น่ะรึ   ก็นะ..  หรืออาจเป็นเพราะฉันลืมไปกันน้า

 

พื้นฐานอย่างแรกที่ฉันจำได้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในชั้นประถมคือเล่นกับแม่เหล็กและทรายเหล็ก   

และโอริออน  ที่เป็นเพียงกลุ่มดาวเดียวที่ฉันจำได้

 

ไร้ประโยชน์....

 

แล้วในวิชาสังคมศึกษา     การรวมกลุ่มของคนในเขตเมืองที่เริ่มทวีความหนาแน่น   และชื่อของสถานที่ทั้งหมดฉันก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน        ฉันไม่รู้เอกลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ ของญี่ปุ่นเลย  ยิ่งกว่านั้น  ฉันก็ไม่รู้จักจังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคซังอินแม้แต่น้อย

ฉันไม่รู้จักแม่น้ำแต่ละสาย   ...ฉันไม่สามารถจำชื่อของสนามกีฬา

ฉันไม่มีข้อได้เปรียบเหนือเด็กคนอื่น

ฉันลืมมันจนเกลี้ยงเกี่ยวกับความรู้ที่สมควรเป็นข้อได้เปรียบจากชาติก่อน....

 

ไร้ประโยชน์....  ตัวฉันคนเก่า   เธอมันไร้ประโยชน์ !

 

เพราะเธอไม่ทำอะไรนอกจากเล่นและกินอยู่ทุกวี่ทุกวัน   แล้วหัวเราะคิกคักกับตัวเองตอนอ่านโชโจมังงะ   สมองเธอก็เลยเน่าไปแล้ว   ยัยงี่เง่า !

ทุกสิ่งที่จำได้ก็มีแต่เรื่องไร้ประโยชน์    ที่เรียนมาจากโรงเรียนเธอก็ลืมมันซะเกลี้ยงเลย

ถ้าสมองของเธอจำได้เพียงแค่ฟูโจชิบ้าๆ อย่างโทคุกาว่า   อิเอยาสึ  เป็นโ*โม   ถ้าอย่างนั้นก็ลืมให้หมดทุกอย่างตั้งแต่เกิดจนโตเลยเถอะ !

 

ยิ่งกว่านั้น   ฉันจัดการแบ่งเวลาโดยการเรียนด้วยตนเองและขอให้ท่านพี่ช่วยสอน        แต่เนื้อหาในชั้นเริ่มยากขึ้นทุกที        และท่านพี่ก็ยุ่งกับการเรียนของเขา

เพราะแบบนี้ฉันจึงตัดสินใจมาเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาด้วยเหตุผลในส่วนนี้ด้วย

ในชั้นเรียนวิทยาศาสตร์และสังคมศึกษาสองวิชาที่ฉันเพิ่งลงเรียนใหม่   มีเด็กผู้ชายสองสามคนจากซุยรัน

แต่ไม่มีใครเลยมาพูดกับฉันเหมือนโอคิซาว่าคุง

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะคอยชำเลืองมองฉันด้วยเหตุผลบางอย่างก็เถอะนะ

อืมมม..   ขอร้องล่ะ   อย่าได้กลัวทรงผมหัวสว่านของฉันเลยนะคะ

 

คิดถึงเรื่องนั้น    อาคิซาว่าคุงช่างเป็นคนดีสุดๆ ไปเลย

ฉันเพิ่งจะมาคิดได้ก็ตอนนี้ในเวลาที่ฉันเสียเขาไปแล้ว   คงจะดีถ้ามีเขาอยู่

ตอนนี้ฉันคิดถึงมันจริงๆ น้า

ฉันรู้สึกซาบซึ้งเล็กๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 



NEKOPOST.NET