[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 254 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.254 - ตอนที่ 254


 

 254.


อ๋า ซวยล่ะ... ซวยสุดๆ...
ฉันมัวแต่หัวปั่นกับความเอาแต่ใจของคาบุรากิ ต้องนอนเร็วเพื่อจะได้ตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า ต้องหวาดผวากับเงาของเอ็นโจ มีแต่เรื่องเข้ามาจนหาเวลาไม่ได้ ไม่ได้ดูหนังสือเตรียมสอบเข้าเลย!

ปีนี้เป็นปีสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในซุยรันเองนอกจากสอบปลายภาคตามปกติแล้วก็ยังมีสอบย่อยสอบวัดความสามารถเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะ แต่พูดตามตรง ลำดับฉันแทบไม่กระเถิบขึ้นมาเลย  ไม่สิ ไม่ใช่แค่ไม่กระเถิบขึ้นมา ยังโดนนักเรียนคนอื่นๆ แซงหน้าขึ้นไปอีกซะงั้น นักเรียนซุยรันส่วนมากจะเข้ามหาวิทยาลัยในสังกัดโดยระบบเลื่อนขั้นอัตโนมัติ แต่การคัดเลือกเข้าคณะที่ต้องการจะไล่ลำดับไปจากผู้มีคะแนนอันดับต้นๆ นักเรียนที่หวังจะเข้าคณะที่มีการแข่งขันสูงก็เริ่มดูหนังสือสอบอย่างจริงจังกันแล้ว 

ทั้งที่สมัยประถมฉันมีความทะเยอทะยานว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐที่มีค่าเล่าเรียนไม่แพงแท้ๆ พอรู้ตัวอีกทีตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องค่าเล่าเรียน  ฉันเลยแก้ไขเป้าหมายในชีวิตเสียใหม่ไปในทางที่ไร้ขวากหนาม หลีกเลี่ยงการสอบเข้าที่ยากเย็น ตกลงปลงใจกับการเลื่อนขั้นเป็นการภายในไปยังมหาวิทยาลัยซุยรันเสียแล้ว แต่ยังไงก็ยังต้องตั้งใจเรียนเพื่อจะให้ได้เข้าคณะที่มีอัตราการเข้าทำงานสูงอยู่นะ  ถ้าปล่อยตัวแบบนี้อาจจะหลุดเข้าคณะที่ไม่มีใครเอาก็ได้!? 
 
อ๋า~ ร้อนใจ~ ร้อนใจ~ เพื่อนๆ ที่โรงเรียนสอนพิเศษก็เข้าโหมดเตรียมสอบเข้ากันแล้ว หน้าตาซีเรียสจริงจังผิดกับที่ผ่านมาเลย อย่างอาโออิจังที่เรียนโรงเรียนสาธิตฯ ยังต้องดูหนังสือสอบทุกวันจนซูบผอมไป  ฉันเองก็ต้องพยายามเหมือนกัน 
 
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉันก็หันหน้าเข้าหาโต๊ะ ตั้งหน้าตั้งตาแก้โจทย์ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ  
เมื่อเวลาผ่านไปได้ประมาณสองชั่วโมง เช็ควิธีทำจากตำราเรียนจนพอจะแก้โจทย์ยากๆ ไปได้ ก็นึกอยากดื่มอะไรขึ้นมา นี่ก็ดึกแล้ว เอาเป็นชาสมุนไพรดีไหมน้า 
ฉันไปหยิบชาโรสฮิปจากในครัว แล้วก็กะจะกลับมาอ่านหนังสือต่อที่ห้อง แต่สายตาพลันไปสะดุดกับนิตยสารแฟชั่นที่วางอยู่บนชั้นเสียก่อน 
 
ฉันผู้มีความปรารถนาลี้ลับหวังอยากให้รอบข้างมองว่าเป็นคนเก๋ไก๋มีเซนส์ดีอยู่เสมอในแต่ละวัน เฝ้าอ่านนิตยสารแฟชั่นไปหลายเล่มในแต่ละเดือน เป้าหมายคือหนีจากการตกยุคไปยืนอยู่แถวหน้าของยุคสมัย! 
แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้สึกว่าได้ผลพวงอะไรขึ้นมาเลยอ่ะนะ
ฉันจิบชาโรสฮิปพลางพลิกนิตยสารผ่านๆ  
 

"ศิลปะการจับคู่เครื่องแต่งกายในหนึ่งเดือนของนางแบบอายะ"

วันที่ 1 วันนี้มีบาร์บีคิวกับเพื่อนๆ ใส่กางเกงที่ดูทะมัดทะแมงกับเครื่องประดับโทนสีฟ้า ให้ความรู้สึกสดชื่น 
วันที่ 2 เขาคนนั้นที่แอบสนใจมาชวนไปดูหนัง ใส่เดรสผ้าชีฟองกับคาร์ดิแกนสีพาสเทลโชว์ความเป็นผู้หญิง! เขาจะคิดยังไงบ้างนะ
วันที่ 5 เดินดูร้านจิปาถะที่ไดคันยามะกับมิโฮะเพื่อนสนิท เจอตุ้มหูน่ารักๆ ด้วยล่ะ! อาจจะเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้ของซีซั่นนี้ก็ได้นะ
วันที่ 8 วันนี้ไปเชียร์ฟุตบอลของเพื่อนสมัยเด็ก สีวิตามินคัลเล่อร์ดูเป็นเฮลตี้แคชช่วล สู้เขานะ เคนตะ!
วันที่ 9 ไปหอศิลป์กับรุ่นพี่ที่แอบปลื้ม ใส่ชุดสีโมโนโทนมีเครื่องประดับเป็นแว่นตา จับคู่ให้ดูเป็นผู้ใหญ่สไตล์ปัญญาชน จะสังเกตเห็นว่าฉันต่างไปจากปกติไหมนะ ตื่นเต้นจัง
วันที่ 11 วันนี้เป็นวันรวมตัวเพื่อนสาว! แต่งแบบไม่หวานมาก ลองเลือกไอเท็มนอกสายตาดู
วันที่ 12 ทะเลาะกับแฟนล่ะ (น้ำตาไหล) คืนดีกันที่คาเฟ่ เสื้อตัวบนสีชมพู แต่งหน้าสไตล์มาชเมลล์โล่ว คอร์ดิเนทที่ใครๆ ก็รัก 
วันที่ 14 ไปคอนเสิร์ตวงดนตรีโปรดเป็นครั้งแรก! รวบผมให้ไม่เกะกะ เตรียมสนุกเต็มที่ (เครื่องประดับ สไตล์ลิสต์ ของส่วนตัว)
วันที่ 16 ถึงฝนจะตกแต่กถ้ามีเรนบู๊ทคู่ใจจะไปไหนก็ได้! ในร้านเสริมสวยก็คุยกันเรื่องดนตรีที่ชอบกันเพลินเลย สัญญาไปแล้วว่าครั้งหน้าจะขอยืม CD ที่แนะนำด้วยละ
วันที่ 18 แย่แล้ว! มิโฮะเพื่อนรักอกหัก ไปค้างบ้านมิโฮะปลอบใจ จะรับฟังทั้งคืนเลยนะ! แต่งชุดให้เข้ากับความชื่นชอบของคุณแม่เพื่อน 
วันที่ 20 วันนี้เป็นวันเกิดของฉัน ทุกคนจัดงานปาร์ตี้ให้ด้วยละ! อะไรกันนะที่ซ่อนอยู่ในมือเขา... 
วันที่ 22 ไปตั้งแคมป์กับพวกเคนตะเพื่อนสมัยเด็ก! ผ้าพันคอป้องกันความหนาวที่พกติดไปทำหน้าที่ดีมากๆ~ ขนมปังอบเองที่ฉันทำไปโดนเคนตะกินคนเดียวหมดเลย!
วันที่ 23 ไนท์อีเวนต์ของธีมปาร์ค กางเกงขาสั้นกับคาร์ดิแกนตัวยาว ให้ความรู้สึกคล่องแคล่ว
วันที่ 26 เอ๋! มิโฮะเพื่อนรักบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล!? ตอนไปเยี่ยมก็ต้องใส่เสื้อแบบหญิงๆ และกระโปรงจีบ 
วันที่ 30 รุ่นพี่ที่แอบปลื้มชวนไปล่องเรือชมตะวันตกดิน เลือกชุดเดรสสวยๆ ที่คัตติ้งดูเป็นผู้ใหญ่ อาทิตย์สนธยาที่เห็นจากเรือสวยจังเลย~
วันที่ 31 นัดเจอกับเขา ใส่เสื้อลูกไม้แลดูเป็นเรโทรเฟมินีน สวมแหวนเข้าคู่กันที่ได้เป็นของขวัญวันเกิด
 

"..........." 
...สาวๆ ในโลกเขามีกำหนดการแน่นเอี้ยดแบบนี้กันทุกวันเลยเหรอ ช่างเป็นโลกที่ห่างไกลชีวิตประจำวันของฉันเหลือเกิน  มีผู้หญิงที่ใช้ชีวิตแบบนี้อยู่จริงน่ะเหรอ 
บาร์บีคิว? แคมป์? ล่องเรือชมอาทิตย์สนธยา? ไม่ไหวอ่ะ ตอนนี้ข้อมูลที่ฉันต้องการคือการแต่งกายสำหรับไปนั่งฝึกสมาธิซาเซ็นต่างหาก 

ว่าแต่ว่า กำหนดการแน่นเอี้ยดยัดทะนานแบบนี้ทุกวันเนี่ยนอกจากจะไม่ไหวแล้ว นี่มันเซ็ทติ้งของเด็กผู้หญิงธรรมดาไม่ใช่เหรอ ออกไปเที่ยวเล่นทุกวันแบบนี้ตังค์พอใช้เหรอ! หรือว่าเซ็ทติ้งของอายะจังเป็นลูกเศรษฐีมีเงินพอๆ กับนักเรียนลูกหม้อของซุยรันกันนะ! แฟนตาซีจริงๆ! 
สำหรับกำหนดการของฉันที่มีตังค์แต่ไม่มีใครชวนไปไหน ส่วนมากก็มีแต่ไปกลับบ้านกับโรงเรียนอ่ะนะ นอกนั้นก็มีแค่ไปโรงเรียนสอนพิเศษ ไปเรียนวัฒนธรรม ไม่ก็โดนใช้เป็นเบ๊ของคาบุรากิแค่นั้นเอง 

"ศิลปะการจับคู่เครื่องแต่งกายในหนึ่งเดือนของเรย์กะ"

วันที่ O  วันหยุดแต่ไม่มีกำหนดการไปไหน  นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในห้องแต่เช้าพลางแทะปลาหมึกแห้งหยับๆ รู้ตัวอีกทีก็เย็นแล้ว ตกใจหมดเลย! สงสัยจะมีจอมโจรขโมยเวลาออกปฎิบัติการณ์ 
 
วันที่ X วันนี้ไปร้านอาหารฝรั่งที่มีคิวยาวเหยียดออกมานอกร้าน แอบสนใจมานานแล้วล่ะ กลัวใครจะมาเจอเข้าระหว่างเข้าคิว ก็เลยสวมหมวกถัก แว่นกันแดดแล้วก็ผ้าปิดปากไป เขาเลยทำเหมือนฉันเป็นคนน่าสงสัยเลยอ่ะ! อีกนิดเดียวก็เกือบจะถูกปฎิเสธไม่ให้เข้าร้านแล้ว เกือบไปแล้วไงล่า~

วันที่ O วันนี้เป็นวันที่ขนมทุกชนิดในซุปเปอร์ลดราคา 10%! ฉันผู้เชี่ยวชาญย่อมไม่ลืมบัตรสะสมแต้มเด็ดขาด 

วันที่ X วันหยุดแต่ไม่มีกำหนดการไปไหน  นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในห้องแต่เช้าพลางแทะขนมที่ได้รับมา  รู้ตัวอีกทีก็เย็นแล้ว ตกใจหมดเลย! สงสัยว่าฉันอาจจะเป็นนักท่องกาลเวลาโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะ!? 

ไม่ต้องจับคู่ผลัดกันใส่ก็มีเสื้อผ้ากองมากมายเป็นภูเขา แต่สำหรับฉันที่ไม่มีเป้าหมายปลายทางให้แต่งตัวคอร์ดิเนทออกไปไหน จะอ่านนิตยสารแฟชั่นเก๋ไก๋หลายเล่มไปให้ได้อะไรขึ้นมานะ 

ไม่สิไม่สิไม่สิ อย่าเพิ่งตัดใจ  บางทีกลุ่มเพื่อนที่อยู่ด้วยกันอาจจะใช้ไม่ได้ ซากุระจังหรืออาโออิจังยังพอว่า แต่พวกเซริกะจังหรือท่านฟุยุโกะก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะรู้จักสถานที่เที่ยวเล่นของสาวม.ปลายสมัยนี้เลยนี่นา ที่สาวม.ปลายจะไปนั่งสมาธิซาเซ็นกับเพื่อนที่โรงเรียนเนี่ย ไม่ว่านิตยสารเล่มไหนก็คงไม่หยิบมาพูดถึงอ่ะเนอะ คงเป็นเพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวฉันมันไม่ดีแน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ... 

ยัยนางแบบอายะที่ไม่รู้จักเรียนหนังสือหนังหาดีแต่ออกไปเที่ยวเตร่ทุกวันๆ ขอให้สอบตกซ้ำชั้นน้ำตาเช็ดหัวเข่าไปซะเถอะ ส่วนเพื่อนสนิทมิโฮะก็พยายามเข้านะ  ฉันพ่นพิษใส่คอลัมน์ของนิตยสารไปเรื่อยเปื่อย พอเหลือบมองนาฬิกาก็ต้องสะดุ้งเฮือก ผ่านไปกว่าชั่วโมงแล้ว! ตั้งใจจะพักแป๊บเดียวเองนะ!
ฉันที่ไม่รู้จักดูหนังสือหนังหาด้วยเหตุผลคนละแบบกับอายะก็ดูท่าว่าจะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าเหมือนกัน... 

 

ด้วยเหตุนี้ วันนี้ฉันจึงปฎิเสธทัวร์โอโคโนมิยากิจากคาบุรากิไปเช่นเดิม ทำเอาคาบุรากิที่อยู่ตรงหน้านี่อารมณ์บูดแล้วบูดอีก 

"รับปากอะไรไว้ก็รักษาสัญญาด้วยซี่"
"ฉันเองก็ยุ่งเหมือนกันนะคะ เมื่อวันก่อนก็เพิ่งไปร้านฟาสต์ฟู้ดมาด้วยกันใช่ไหมคะ"  

แววตาเฉียบคมของคาบุรากิเชือดเฉือนประหนึ่งจะฆ่าให้ตาย แต่ชีวิตฉันก็ขึ้นอยู่กับการสอบทางนี้เหมอืนกันนะ ฉันอยากสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้ได้ตอนสอนปลายภาคจะได้ไถลเข้าคณะที่ต้องการกับเขาได้บ้าง ถ้าปล่อยตัวไปตามสบายเหมือนที่ผ่านๆ มาละก็มีหวังไม่เหลือตัวเลือก ต้องพึ่งเส้นสายเข้าทำงานที่บริษัทในเครือเท่านั้นแหละ 
 
ฉันคอยสอดส่องพฤติกรรมท่านพ่อและท่านพี่อยู่เสมอ ในบัดนี้เมื่อมั่นใจได้เกือบร้อยเปอร์เซนต์แล้วว่าบริษัทบ้านคิโชวอินในจุดนี้มั่นคงแข็งแรง ฉันผู้มีความขี้เกียจฝังแน่นในกมลสันดาน ก็มองเห็นอนาคตเลยว่าถ้าหลุดเข้าคณะที่ไม่มีใครเลือก ตัวเองก็คงปล่อยเลยตามเลยใช้เส้นสายเข้าบริษัทในเครือที่แสนสบายไป แต่แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ยังไงฉันก็อยากหลีกเลี่ยงไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทในเครือ 
 
จะเป็นบริษัทในเครือคิโชวอินกรุ๊ป หรือไม่ก็บริษัทที่ท่านพ่อคบหาอยู่ จะยังไงซะ ถ้าอาศัยเส้นสายเข้าบริษัทพวกนั้นไป คงได้รับการเกรงอกเกรงใจไม่มีใครอยากหาเรื่องกระทบถูก หาเพื่อนรุ่นเดียวกันไม่ได้ ถ้าฉันทำพลาด หัวหน้าก็คงเฉไฉพาลหาเรื่องโกรธพวกเพื่อนร่วมงานที่เข้าบริษัทมาตามปกติแทนอยู่ร่ำไป สุดท้ายฉันก็ต้องตกเป็นเหยื่อโดนนินทาต่างของแกล้มเหล้าในร้านเหล้าที่แวะขากลับหลังเลิกงานว่า "นังผมม้วนนี่แม่ง~ ใช้งานอะไรไม่ได้เล้ย~"  จินตนาการถึงอนาคตแบบนั้นได้เลยล่ะ ส่วนตอนทานข้าวกลางวันก็มีแต่ฉันไปเสนอหน้ากินข้าวร่วมกับบิ๊กๆ ในที่นั่งสำหรับผู้บริหารอยู่คนเดียวทุกวี่ทุกวัน  จ้าง~ให้~ก็~ไม่~เอา~ด้วย~หรอก~!

"เฮ้ ฟังที่คนเขาพูดอยู่หรือเปล่า"  

เฮือก เผลอตกอยู่ในภวังค์จากอนาคตอันน่าสะพรึงกลัว ถึงจะไม่ได้ตั้งใจแต่ก็กลายเป็นว่าฉันเมินคาบุรากิไปเต็มๆ มองเห็นเปลวเพลิงสีดำแห่งความโกรธเกรี้ยวลุกฮืออยู่เบื้องหลังคาบุรากิ แย่ล่ะ... 

"แล้วไง? เหตุผลที่ยุ่งจนผิดสัญญาที่ให้ไว้กับฉันคืออะไร"
"...อ่านหนังสือค่ะ" 

ก็ไม่อยากยกเรื่องเรียนขึ้นมาพูดถี่นักหรอกนะ แต่จะยกอะไรขึ้นมาอ้างมั่วซั่วเดี๋ยวก็โดนจับได้อีก ช่วยไม่ได้นี่นา 

"อ่านหนังสืออีกแล้วเรอะ อ่านหนังสือๆ จะเรียนอะไรกันนักหนา"
"อะไร...ก็หลายๆ อย่างน่ะค่ะ มีการบ้านต้องทำด้วย" 
 
นายนั่นแหละไม่คิดมั่งเรอะว่าตัวเองก็เป็นนักเรียนสอบเข้าเหมือนกันนะ
เมื่อฉันยืนกรานไม่ยอมถอย ในที่สุดคาบุรากิก็ว่า "เข้าใจล่ะ"  ไชโย 
 
"งั้นฉันจะติวหนังสือให้เธอเอง"
"หา!?" 
 
ทำไมคาบุรากิต้องมาช่วยติวหนังสือให้ฉันด้วยเล่า! เรื่องมันกลายเป็นแบบนั้นได้ไง!?
 
"ถ้าเธออ่านหนังสือไม่จบก็ไม่ได้ไปกินกันซักทีน่ะสิ" 
 
เดี๋ยวๆ การอ่านหนังสือของเด็กเตรียมสอบเข้าฯ น่ะมันไม่จบจนกว่าจะสอบเสร็จหรอกนะ 
แต่คาบุรากิที่เกิดคึกคักขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุก็ลากฉันไปยังห้องประชุมเล็กสถานที่ประจำอันกลายเป็นห้องส่วนตัวของจักรพรรดิไปแล้ว ช่วยไม่ได้นะ ถึงขั้นนี้แล้วก็ทำการบ้านให้เสร็จที่โรงเรียนแล้วค่อยกลับบ้านก็ได้ ยังไงซะการบ้านก็ต้องทำให้เสร็จวันนี้นี่นะ
คาบุรากิกับฉันลงนั่งตรงข้ามกัน 
 
"แล้วไม่เข้าใจตรงไหนล่ะ"
"ฉันอ่านเองได้ค่ะ ไม่เป็นไร"  
 
ฉันไม่ชอบให้ใครมานั่งจ้องดูตัวเองดูหนังสือไม่ก็มานั่งรอ เลยขอให้คาบุรากิทำการบ้านของตัวเองไปไม่ต้องมายุ่งกับฉัน พอหยิบการบ้านที่ได้รับมาวันนี้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ  คาบุรากิก็มีปฎิกริยากับสมุดโน้ตที่ฉันกางออกมา 
 
"สมุดโน้ตหลากสีสันนั่นมันอะไรกัน"
"นี่เป็นโน้ตที่ฉันทำสรุปให้อ่านง่ายค่ะ ห้ามแอบดูนะคะ" 
 
พอคาบุรากิส่งเสียงเอือมๆ ออกมา ฉันเลยหมั่นไส้โน้มตัวไปบังโน้ตไว้ไม่ให้มองเห็น คาบุรากิส่งเสียงทางจมูกดังเฮอะแล้วกางสมุดโน้ตของตัวเองออกมาบ้าง สมุดโน้ตของคาบุรากิมีแต่สีดำพรืดผิดกับของฉันเลย ตัวหนังสือสวยงามอ่านง่ายก็จริง แต่แม้แต่รอยขีดเส้นใต้สีแดงยังไมมี อย่างงี้จะไม่เข้าใจยากเหรอ
มีเพียงเสียงปากกาแกรกกรากดังก้องในห้องเงียบสงัด 
 
"……"
"……"
"……"
"……"

อ๊ะ ตรงนี้เป็นจุดสำคัญ ขีดเส้นใต้ไว้ในหนังสือเรียนหน่อยดีกว่านะ ตรงจุดสำคัญแต่ไม่สำคัญเท่าไหร่ใช้สีฟ้าเรืองแสง ตายแล้ว ปลายปากกาตรงนี้สีจับกันเป็นก้อนด้วยนี่นา ทิชชู่ๆ 

"ท่านคาบุรากิ ถ้าอยากใช้ปากกาสีๆ ก็เชิญหยิบใช้ทางนี้ เลือกใช้สีไหนก็ได้ตามที่ชอบเลยนะคะ"
"....อา" 
 
มีเพียงเสียงปากกาแกรกกรากดังก้องในห้องเงียบสงัด 

"……"
"……"
"……"
"……"

อ๊ะ ตรงนี้มันอะไรนะ ชอบลืมเรื่อยเลยน้า เอ้า ต้องแปะเตือนหน่อยล่ะว่าในอดีตฉันเคยแปะโพสต์อิทย้ำตรงนี้ไปแล้วนะ ไหนๆ แล้ว แปะตรงนี้ไปด้วยดีกว่า 

"ท่านคาบุรากิ ถ้าอยากได้โพสต์อิทคั่นก็บอกได้เลยนะคะ ฉันมีเยอะแยะเลยค่ะ"
"...อา" 

มีเพียงเสียงปากกาดังแกรกกรากในห้องที่เงียบสงัด

"……"
"……"
"……"
"…ฟู่"

---แก้โจทย์ที่ยากที่สุดของวันนี้ได้แล้ว กว่าจะปลุกปล้ำสำเร็จนี่ลำบากแทบแย่~ แถมเสียงปากกาของคาบุรากิที่ขยับไม่หยุดยังคอยกดดันมาเรื่อยๆ อีกต่างหาก 
ฉันยืดตัวลุกขึ้น 
 
"...มีอะไร"
"กะว่าจะไปชงชาซักหน่อยน่ะค่ะ ท่านคาบุรากิรับอะไรดีคะ" 
 
ทั้งที่เป็นห้องที่แทบไม่มีการใช้งาน แต่ที่มีตู้กดน้ำพร้อมเซ็ทชงชามาตั้งไว้พร้อมสรรพคงมีสาเหตุมาจากคาบุรากิสินะ
ว่าแล้วคาบุรากิก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่วางปากกาลงดังกึก เรียกชื่อฉัน "คิโชวอิน" แทนคำตอบ
 
"คะ?"
"คิโชวอิน ฉันรู้แล้วว่าทำไมคะแนนเธอมันถึงไม่เอาไหนทั้งที่วันๆ เอาแต่พูดถึงติวเตอร์ที่เรียนพิเศษ"  
 
ไม่เอาไหนเรอะ!? เสียมารยาทอะไรอย่างนี้ นายนี่มันเส้นประสาทตายด้านจริงๆ 
คาบุรากิพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าอกเข้าใจโดยไม่ได้แยแสฉันที่โดนทำร้ายจิตใจจนแข็งทื่อไปแล้ว 
 
"ที่ผ่านมาฉันจงใจไม่แตะต้องเรื่องนี้มาโดยตลอด ถึงในใจจะคิดว่า 'ย้ำแล้วย้ำอีกเรื่องอ่านหนังสืออยู่นั่นแต่ไม่เห็นจะได้ผลลัพธ์เป็นเรื่องเป็นราวเลยนี่หว่า' ก็ตามทีเถอะ"
"เอ๋!" 
 
นี่นาย ในใจคิดเรื่องเลวร้ายแบบนั้นตลอดเลยเรอะ! ใจร้าย ถึงจะมองจากเจ้าประจำคะแนนสอบท็อปทรีแล้วดูว่าไม่เอาไหนก็เหอะ!
ฉันอารมณ์บูดสุดกู่ แหงล่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากรู้เหตุผลที่คะแนนฉันไม่เอาไหนอยู่ดี... 
 
"...แล้วเหตุผลนั่นคืออะไรคะ"
"นั่นก็คือ Acquired Self-handicapping ไงล่ะ"
"หา?" 
 
แล้วมันคืออะไรล่ะนั่น 
 
"เป็นคำอธิบายปรากฎการณ์หลีกหนีความจริง ทั้งที่ต้องอ่านหนังสือสอบมีงานที่ต้องทำให้เสร็จก่อนกองอยู่ตรงหน้า แต่กลับอยากหนีไปเก็บกวาดห้องหรือไปทำอย่างอื่นก่อน เธอใช้เวลาได้เสียเปล่าจริงๆ"
 
อะไรเนี่ย! โรคขี้เกียจของฉันมีชื่อเรียกด้วยเหรอ
ฉันรอคำอธิบายต่อไป แต่พอพูดอะไรที่อยากพูดจบคาบุรากิก็กลับไปทำการบ้านของตัวเองต่อ เดี๋ยวสิเฮ้ย
ฉันเคาะปากกาลงกับโต๊ะดังก๊อกๆ เรียกความสนใจของอีกฝ่าย คาบุรากิเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย 
 
"อะไร"
"แล้วไงต่อ"
"?"
"แล้วต้องทำยังไงถึงจะแก้อาการแอคไควร์อะไรนั่นได้ล่ะคะ"  
"ฮึดสู้ละมั้ง" 
 
อุหวา ใช้ไม่ได้เลยนี่หว่า... ทำเป็นพูดส่งๆ ไปงั้นเอง
 
"เดี๋ยวสิ..."
"มีสมาธิหน่อย สมาธิ"
"นี่..."
"สมาธิ สมาธิ" 
 
คาบุรากิมุ่งมั่นที่จะเพิกเฉยฉันโดยสิ้นเชิง ขยับปากกาแล่นปราดๆ ไปด้วยสมาธิอันน่าทึ่งตามที่ตนเองว่าไว้ ไล่แก้โจทย์ไปทีละข้ออย่างรวดเร็ว สุดยอด นี่น่ะเรอะความแตกต่างระหว่างมนุษย์ที่ชิงตำแหน่งท็อปเป็นว่าเล่นกับมนุษย์ที่ตะเกียกตะกายผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ที่ริมขอบลำดับที่ 50  แย่ล่ะ จะโดนทิ้งห่างแล้ว ฉันเองก็ต้องตั้งสมาธิเหมือนกัน
อีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง คาบุรากิที่ทำโจทย์เสร็จเรียบร้อยไปหมดทุกข้อนั่งกดมือถือเล่นอย่างว่างวาย  ส่วนฉันยังปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่กับโจทย์พวกนั้น 
 
"...ให้ยืมสมุดโน้ตลอกเอาไหม"
"ไม่เอาค่ะ!"
 
ข้าไม่ขอรับความเมตตาจากศัตรู! 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.

(*) Acquired Self-handicapping
เรียกอีกอย่างว่าการจงใจทำให้ตนตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบ ใช้อธิบายปรากฎการณ์ที่ทำให้เราอยากหนีไปอ่านการ์ตูนก่อนสอบ หรือนักเขียนการ์ตูนลุกขึ้นมาเก็บบ้านก่อนส่งต้นฉบับ เป็นกลไกลป้องกันตนเองทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง เวลาที่เราไม่มั่นใจใจความสามารถของตัวเอง หากคะแนนสอบออกมาไม่ดีก็ยังสามารถปลอบใจตัวเองได้ว่าเพราะเราไม่ได้ตั้งใจดูหนังสือจริงๆ ไงล่ะ แต่ในทางกลับกัน หากคะแนนสอบออกมาดี ก็ทำให้การประเมินตัวเองสูงขึ้น ประมาณว่า "ขนาดไม่ค่อยได้ดูหนังสือสอบก็ยังทำได้สบายเลย!" ...ตกลงมันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการสำหรับความฟุ้งซ่านอันนี้จริงๆ สินะ...

Rosehip Tea 

ตอนนี้ที่เหนื่อยสุดคือแปลแมกกาซีนผู้หญิงนี่แหละ อยู่บนโลกเดียวกันจริงหรือเปล่าฟระ มีแต่ภาษาที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนทั้งนั้น... 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET