[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 253 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.253 - ตอนที่ 253



253.


เมื่อคุณอิโคมะได้กล่าวคำขอโทษต่อสิ่งที่ทำไว้กับวาคาบะจังทั้งหมดลงไป รวมถึงกำหนดบทลงโทษต่อการกระทำนั้นแล้ว วันนี้ก็ถือว่าให้พวกเราสลายตัวกันไปก่อน
คุณอิโคมะที่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านหันมาค้อมศีรษะลงต่ำอีกครั้งเป็นการปิดท้าย กล่าว "ต้องขอโทษด้วยนะคะ"  ก่อนออกจากห้องสภานักเรียนไป
ที่เหลือก็แค่นายตัวสำรอง วาคาบะจัง แล้วตัวฉันที่พลาดจังหวะขอตัวกลับบ้านค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น---
 
"เฮ้อ~ เสร็จซักที~!"
 
นายตัวสำรองเหยียดแขนทั้งสองขึ้นสูงบิดขี้เกียจ ดูเหมือนนายตัวสำรองเองก็ตึงเครียดไม่น้อยจากความรู้สึกรับผิดชอบในฐานะประธานนักเรียน
พอเห็นแบบนั้น วาคาบะจังก็หัวเราะ

"เหนื่อยหน่อยนะ รินชาถ้วยใหม่ให้เอาไหม ชาร้อนกับชาเย็น เอาอย่างไหนดีล่ะ"
"ฉันขอชาร้อน"
"รับทราบ คุณคิโชวอินล่ะ"
"เอ๋ ไม่ละค่ะ ฉันคงต้องขอตัว"
"เอ๋~ ไหนๆ แล้ว มาตั้งปาร์ตี้ปิดงานกันสามคนเถอะน่า ฉันเอาชาเย็นดีกว่า คุณคิโชวอินเอาเหมือนกันใช่ไหม"
 
วาคาบะจังไม่รอฟังคำตอบ หันไปเตรียมน้ำชาเสียแล้ว
ฉันพลาดจังหวะขอตัวกลับ แล้วก็เลยตกกระไดพลอยโจนเข้าร่วมวงน้ำชากับนายตัวสำรองและวาคาบะจังในห้องสภานักเรียนที่ไม่ใช่ถิ่นของตัวเองหน้าตาเฉย
แต่ถ้ามีใครมาเห็นฉากนี้เข้ามีหวังเป็นเรื่องแหงๆ...
 
"แต่ไม่เคยคิดเลยนะว่าทาคามิจิกับคิโชวอินจะเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมาแต่ไหนแต่ไรน่ะ"
 
นายตัวสำรองจิบชาฝรั่งร้อนๆ ที่รีเควสต์ไป แล้วเผยความรู้สึกตื่นตะลึงออกมาอีกครั้ง
 
"ฉันย้ำกับคุณอิโคมะไปแล้ว แต่มิซึซากิคุงก็ห้ามบอกใครเรื่องที่ฉันกับคุณคิโชวอินเป็นเพื่อนกันนะ"
 
ฉันขอให้คุณอิโคมะปิดเรื่องคดีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทั้งหมดรวมถึงการลงโทษที่ได้รับ และเรื่องมิตรภาพระหว่างฉันกับวาคาบะจังเป็นความลับให้สนิท
 
"ไม่บอกหรอก แต่ไม่เห็นต้องปิดเป็นความลับเลยนี่นา"
"ไม่ได้หรอก ถ้าเรื่องของฉันถูกเปิดเผยออกไป อาจจะส่งผลเสียหายถึงจุดยืนของคุณคิโชวอินก็ได้ เพราะงั้นอยู่แบบนี้แหละดีแล้ว ฉันขอแค่ได้แอบเจอกันบ้างนานๆ ครั้งก็พอใจแล้วล่ะ นะ คุณคิโชวอิน"
"เอ๋!"

อะไรกันเนี่ย! วาคาบะจังพูดอะไรเหมือนเป็นเมียเก็บฉันเลย!
ไม่นะๆ ไม่ใช่นะ! ที่เก็บความสัมพันธ์ของเราสองคนเป็นความลับก็เพราะคำนึงถึงจุดยืนของวาคาบะจังนะ! ไม่ได้เป็นไปเพื่อปกป้องตัวฉันเองทั้งหมดเสียหน่อย!

"ไม่นะ ฉันเองก็ตั้งใจว่าซักวันจะทำอะไรให้ชัดเจนเสียที จริงๆ นะ"
"อื้อ รู้อยู่แล้วล่ะ"
 
วาคาบะจังที่หัวเราะอย่างไม่ถือสาดูราวกับเป็นนางในเงามืดที่ชินชาต่อคำแก้ตัวของชู้รักผู้ปราศจากความซื่อสัตย์ไม่มีผิด! พอทีเถ้อ~!
ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า ที่รู้สึกว่าสายตาของนายตัวสำรองช่างเย็นชานั้นเป็นเพราะจิตใจที่ปวดแปลบจากความรู้สึกผิดของฉันสะท้อนให้เห็นเป็นเช่นนั้นหรือเปล่านะ...

"ว่าแต่ทาคามิจิ เธอก็สังเกตเห็นด้วยสินะว่ามีใครมาลบร่องรอยการกลั่นแกล้งน่ะ"
 
อา เปลี่ยนเรื่องแล้ว ค่อยยังชั่ว...
 
"ก็นะ ทั้งโต๊ะทั้งเก้าอี้ที่เคยเลอะเทอะด้วยผงชอล์กแล้วก็รอยรองเท้าอยู่ทุกเช้า อยู่ดีๆ ก็เกิดเปล่งประกายวาววับเป็นเงางามขึ้นมาซะงั้น ก็ต้องคิดว่ามีใครซักคนแอบมาทำความสะอาดให้อยู่แล้วล่ะ"
 
จริงดิ่?
 
"มองออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ"
"อื้อ! ตอนเช้าพอเข้าห้องเรียนไปก็มีแต่โต๊ะฉันที่ส่องประกายสะท้อนแสงอาทิตย์เด่นสะดุดตาอยู่โต๊ะเดียวเลยนะ แถมผิวโต๊ะยังมันวับจนวางชีทแล้วลื่นพรืดร่วงลงพื้นอีกต่างหาก"
 
สมเป็นแว็กซ์ขายดีของทีวีไดเรคต์ ควรค่าที่จะให้พวกฝรั่งที่ทำท่าไฮเปอร์โอเว่อร์ๆ มาร้องว้าว! เป็นการโฆษณาจริงๆ
 
"แต่ต้องมาโรงเรียนกันแต่เช้าทุกวัน คงลำบากแย่เลยใช่ไหม ขอบคุณมากนะทั้งสองคน"
 
วาคาบะจังก้มหัวหงึก ฉันโบกมือสองข้างไปมาบอกว่าอย่าใส่ใจเลย
 
"ว่าแต่ทาคามิจิ ไม่ต้องชดใช้เป็นตัวเงินจะดีจริงๆ น่ะหรือ แค่ทำงานพิเศษไม่กี่ชั่วโมงตอนวันหยุดคงเทียบกับเงินค่าเสียหายไม่ได้หรอกนะ"
"ไม่เป็นไรหรอก ความจริงแล้ว คะแนนสอบเข้าของฉันดีใช้ได้ ตอนเข้าโรงเรียนก็เลยได้รับยกเว้นพวกค่าอุปกรณ์เล่าเรียนไปเยอะเหมือนกันนะ"
"งั้นหรือ"
"อื้อ แล้วคุณคิโชวอินก็ให้ทั้งชุดเครื่องแบบทั้งรองเท้ามาโดยไม่คิดมูลค่าด้วยนี่นา! ได้คุณคิโชวอินช่วยไว้ตลอดเลยจริงๆ ขอบคุณนะ คุณคิโชวอิน"
"ไม่ต้องใส่ใจหรอก จริงๆ นะ!"
 
หยุดนะ! พอโดนสรรเสริญเยินยอแล้วหัวใจมันจะปวดหนึบๆ นะ! ชุดเครื่องแบบกับรองเท้าที่ฉันให้ไปก็แค่ของที่ไม่ได้ใส่แล้วเพราะเลอะอึนกเองนะ! ขอโทษนะที่เอาชุดเครื่องแบบเลอะอึนกให้ใส่!

"ว่าแต่ ท่านคาบุรากิแวะไปซื้อเค้กที่ร้านเป็นครั้งคราวไม่ใช่หรือคะ ถ้าคุณอิโคมะไปเจอเข้าจะไม่เป็นไรแน่เหรอ"
 
ฉันแอบกระซิบข้างหูวาคาบะจังตั้งใจจะเปลี่ยนหัวข้อเรื่องเสียดแทงใจ

"อ๊ะ ลืมไปเลย"
 
วาคาบะจังแลบลิ้นแผลบ
ตัวตนของคาบุรากิที่ถูกหลงลืมไปสนิทช่างน่าเวทนา... พยายามเข้านะ คาบุรากิ

"ทั้งสองคนคุยอะไรกันน่ะ"
"ความลับค่ะ"
 
นายตัวสำรองพ่นลงทางจมูกดังเฮอะ ยังไงก็ต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ เพื่อเกียรติยศของคาบุรากิเองด้วย
 
"ว่าแต่ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะว่าคิโชวอินจะเป็นคนประหลาดแบบนี้ ช่วงเวลาไม่กี่วันนี่ทำให้ภาพพจน์คิโชวอินในใจฉันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย"
"หา? ฉันไม่ใช่คนประหลาดอะไรนะคะ!"
 
อยู่ดีๆ ไหงพูดอะไรเสียมารยาทแบบนี้ยะ!?
 
"เอาล่ะ มาทำงานกันต่อดีกว่า"
"เดี๋ยวสิ!"
 
นายตัวสำรองเพิกเฉยต่อคำประท้วงของฉัน กลับไปนั่งเก้าอี้ประธานนักเรียนแล้วตั้งต้นอ่านเอกสารที่ใส่อยู่ในถาดบนโต๊ะ

ชิ ตั้งใจจะโวยวายเรื่องที่มาเรียกคนอื่นว่าเป็นคนประหลาดเสียหน่อย แต่เห็นแก่ปริมาณเอกสาร ครั้งนี้จะยอมถอยไปก่อนก็ได้ เมื่อกี้ก่อนพวกเราเข้ามา วาคาบะจังก็ทำงานจัดเอกสารอยู่นี่นา สภานักเรียนดูงานยุ่งลำบากกันจังน้า

ในจุดนั้นแล้ว ด้านการบริหารห้องสโมสรของ Pivoine มีผู้ดูแลโดยตรงอยู่ งานจิปาถะเวลาจัดอีเวนต์ต่างๆ ก็ใช้ออแกไนเซอร์จากภายนอก แทบไม่มีอะไรให้สมาชิกต้องรับผิดชอบเลย ส่วนประธานคนปัจจุบัน คาบุรากิผู้แสนจะเป็นอิสระเอาแต่ใจตัวเองปานนั้นไม่ต้องไปพูดถึง

"ถ้างั้นฉันกลับก่อนนะคะ มิซึซากิคุงก็อย่าลืมปิดเรื่องของฉันในครั้งนี้ไว้เป็นความลับด้วยนะคะ"
 
ดูว่านายตัวสำรองยกมือขึ้นรับคำแล้ว คราวนี้ฉันจึงค่อยขอตัวออกมา
 


ฉันระมัดระวังไม่ให้ใครเห็นพลางจ้ำอ้าวจากห้องสภานักเรียนมาอย่างรวดเร็ว พอมาไกลถึงที่ที่ไม่มีใครแล้ว ฉันก็ชูสองมือขึ้นฟ้าอย่างยินดี
เท่านี้ก็เป็นอิสระจากวันเวลาที่โดนเอ็นโจกุมความลับเรื่องสปายต้องหวาดหวั่นอยู่ทุกวันคืนแล้ว---!
 
เรื่องที่ฉันติดต่อกับนายตัวสำรองผู้เป็นประธานสภานักเรียนอันเป็นองค์กรที่มีจุดยืนตรงกันข้ามกับ Pivoine และยังมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นศัตรูหัวใจกับคาบุรากิ ถ้าเอ็นโจรู้เรื่องนี้ก็บอกมาเลยว่ารู้ ถ้าไม่รู้ก็บอกมาเลยว่าไม่รู้ เอาให้เคลียร์ๆ ไปยังจะสบายใจกว่า แต่เล่นกดดันรุกคืบกันเข้ามาด้วยสายตากับคำพูดลอยๆ ชวนให้คิดแบบนี้นี่มันน่าสะพรึงกลัวเกินทนจริงๆ เล่นเอากระเพาะบีบตัวเอี๊ยดเลยนะ
แต่วันเวลาเหล่านั้นก็จบไปแล้ว ฉันถอนตัวจากชีวิตสปายได้อย่างปลอดภัยความลับไม่แพร่งพรายไปถึงหูศัตรูแล้ว!

"โอ๊ะ คิโชวอิน ไม่ไปห้องสโมสร มัวมาทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ"
"หวา!"
 
จู่ๆ เสียงที่แสนจะคุ้นหูเกินทนก็ทักมาจากข้างหลังจนฉันสะดุ้งเฮือกเผลอร้องตะโกนหันขวับกลับไป แล้วคาบุรากิก็ยืนเบ้หน้าบ่นว่า "เสียงดังน่า" อยู่ตรงนั้น ว่าแล้วเชียว...

"ทะ ท่านคาบุรากิน่ะแหละทำอะไรอยู่คะ"
 
ใจยังเต้นตึกตักๆ อยู่เลย  จะยังไงซะทางนี้ก็เป็นวัวสันหลังหวะน่ะนะ คงไม่ใช่ว่ามาตามสตอล์กวาคาบะจังเลยมาเตร็ดเตร่อยู่แถวๆ ห้องสภานักเรียน แล้วสะกดรอยตามฉันที่ออกมาจากห้องสภานักเรียนหรอกนะ?!

"ฉันกำลังจะกลับพอดี"
 
จริงด้วย ตอนนี้ที่ฉันเดินอยู่เป็นเส้นทางไปลานจอดรถที่มีรถมาจอดรออยู่นี่นา สงสัยฉันจะคิดมากเกินไปเองน่ะนะ
 
"เจอก็ดีแล้ว คิโชวอิน วันนี้แหละต้องไปกินโอโคโนมิยากิให้ได้!"
"ไม่ไปนะคะ"
 
คุณชายอ่อนโลกที่ไม่รู้จักพลังทำลายล้างของกระทะร้อนก็งี้ล่ะน้า กลิ่นอาหารที่ย่างบนกระทะร้อนน่ะมันติดผมกับเสื้อผ้าง่ายดีนักล่ะ ขนาดอยู่ในเมืองหรือในรถไฟ คนที่อยู่ใกล้ๆ ดมกลิ่นรู้เลยนะว่าคนนั้นเพิ่งไปทานอะไรมา
ลองไปกินโอโคโนมิยากิทั้งชุดเครื่องแบบนี่ดูสิ มีหวังกลิ่นหอมหวนของซอสได้ติดหนึบ พอกลับถึงบ้านปุ๊บความแตกปั๊บชัวร์ๆ
คาบุรากิทำหน้าบูดบึ้งถามว่า "ทำไมเล่า" ฉันเลยอธิบายไปตามนั้น
 
"งั้นกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้"
"ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ มันวุ่นวาย ฉันเป็นประเภทที่กลับเข้าบ้านแล้วไม่อยากออกมาอีกนะคะ"
 
ถ้ากลับไปเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านแล้วรีแล็กซ์นั่งๆ นอนๆ น่ะหมดสิทธิล่ะ ฉันไม่ได้ฟุตเวิร์คเบาขนาดที่ว่ากะลังนอนอืดเอื่อยอยู่บ้าน พอมีคนชวนมากะทันหันว่า ออกมาตอนนี้ได้ไหม? ก็เผ่นออกไปได้ทันทีหรอกนะ  กว่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวอีก มันวุ่นวายออกนี่นา~ แหม แต่ยังไงก็ไม่เคยมีใครชวนมากะทันหันอยู่แล้วอะนะ...

"ขี้เกียจออกข้างนอกเรอะ... เข้าใจล่ะ งั้นไปซื้อชุดเปลี่ยนเอาแถวๆ นั้นก็ได้"
"นี่อยากไปทานโอโคโนมิยากิขนาดไหนกันคะคุณ ยังไงซะวันนี้ก็ไม่ได้ค่ะ"  
 
ถึงจะทำหน้ามู่ทู่แบบนั้นก็ไม่รับรู้ด้วยหรอกนะคะ ยังไงซะวันนี้ตอนกลางคืนฉันมีเรียนพิเศษต่อ ไม่มีเวลาเหลือเฟือขนาดนั้นหรอก เผชิญหน้านานาสารพันมาตั้งแต่เช้า เล่นเอาเหนื่อยล้าทั้งกายทั้งใจไปหมดแล้ว
แต่คาบุรากิไม่ยอมแพ้ ยังจะรุกเข้ามาถามต่อว่าแล้วจะไปเมื่อไหร่ ไอ้หมอนี่ ไม่มีเพื่อนจริงๆ สินะ
แล้วเสียงพูดของใครบางคนก็ใกล้เข้ามา
 
"อื้อ ก็บอกแล้วไงว่าวันนี้มีนัดกับเพื่อน"
 
เจ้าของเสียงคือเอ็นโจ กำลังพูดโทรศัพท์กับใครบางคนเดินตรงเข้ามาทางนี้พอดี พอพูดต่ออีกสองสามคำก็ว่า "งั้นแค่นี้นะ" แล้วตัดสายไป

"อ้าว คุณคิโชวอินก็อยู่ด้วยเหรอ"
 
พอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เอ็นโจก็หันมายิ้มให้ฉัน

"นี่กำลังบอกให้คิโชวอินพาฉันไปกินโอโคโนมิยากิอยู่"
"ก็บอกแล้วไงคะว่าวันนี้ไม่ได้"
 
คาบุรากิบอกเหตุผลที่ฉันปฎิเสธให้เอ็นโจฟัง

"แบบนี้นี่เอง ถ้ามีกลิ่นติดตัวไปก็คงแย่สิเนอะ"
 
ใช่ไหมล่ะ ใช่ไหมล่า โดยเฉพาะผมยาวๆ ของฉันน่ะกลิ่นติดง่ายมากเลยล่ะ ตัดใจซะเถอะ
พวกเราเดินถกเถียงปัญหาเรื่องกลิ่นโอโคโนมิยากิกับความขี้เกียจออกนอกบ้านของฉันอย่างโง้นอย่างงี้ระหว่างเดินไปยังที่จอดรถโดนมีเอ็นโจคั่นกลาง แล้วก็มีเสียง "คุณเอ็นโจ--!" รุ่นน้องงี่เง่าคาซึรางิวิ่งเข้ามา
 
"คุณเอ็นโจ"
 
คาซึรางิหอบหายใจฮั่กๆ ตรงเข้ามาเรียก หากเอ็นโจกลับว่า
 
"อย่างที่เห็นนี่แหละ วันนี้ฉันมีนัดกับพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว ไปไม่ได้หรอก เมื่อกี้ก็บอกไปทางโทรศัพท์แล้วไง"
 
เอ๋ เรื่องอะไรคะ ว่าแต่ 'พวกเขา'  นี่แสดงว่านับรวมฉันเข้าไปด้วยเรอะ

"แต่ว่า คุณเอ็นโจ..."
"คาซึรางิ"

แม้จะปฎิเสธไป คาซึรางิก็ยังรบเร้า รอยยิ้มของเอ็นโจหายเหือด แสดงท่าทีเคร่งขรึมกดดัน
คนที่หน้ายิ้มๆ ตลอดพอทำหน้าซีเรียสแล้วน่ากลัวจัง... ฉันพลอยตัวสั่นไปด้วย
 
"...ทราบแล้วครับ"
 
คาซึรางิกัดฟันแน่น พอเห็นฉันเข้าก็ทำหน้ารังเกียจเต็มประดา ทำความเคารพแล้ววิ่งจากไป
ก็สงสัยเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ได้กลิ่นเรื่องวุ่นวายลอยมาแต่ไกล  เอาเป็นว่าไม่ถามดีกว่า
เอ็นโจมองจนร่างคาซึรางิหายลับไป แล้วเหลียวกลับมายิ้มให้พวกเรา

"รอนานหรือเปล่า ไปกันเถอะ"
"เอ๋ ไปไหนคะ"
"ไปไหนก็ได้ ทั้งสองคนมีที่ไหนอยากไปหรือเปล่า"
"ทั้งสองคน? รวมฉันด้วยหรือคะ!?"

ทำไมกลายเป็นว่าฉันต้องไปไหนมาไหนกับสองคนนี้ด้วยล่ะ!

"แหงอยู่แล้ว ไม่งั้นที่ผมบอกคาซึรางิไปว่ามีนัดก็จะกลายเป็นเรื่องโกหกน่ะสิ"
 
ทำเป็นพูดดีไป... นายมันไม่ใช่คนหน้าบางขนาดจะรู้สึกผิดกับเรื่องโกหกแค่นี้ซักหน่อย
 
"ไม่ได้หรอกค่ะ น่าเสียดายที่ฉันมีเรียนพิเศษต่อ..."
"หืม เริ่มตั้งแต่กี่โมงเหรอ"
 
ก็เริ่มตั้งแต่ช่วงกลางคืนน่ะนะ... แต่ถ้าตอบไปตามตรงเรื่องก็จะเข้าทางเอ็นโจพอดีน่ะสิ ไม่เอาด้วยหรอก

"ไม่มีเวลาพอจะไปดื่มชาทานอะไรเบาๆ ก่อนเลยเหรอ"
"ต้องขอโทษด้วยนะคะ"
"งั้นเหรอ ว่าแต่วันนี้คุณคิโชวอินไม่ได้แวะมาที่ห้องสโมสรนี่นา มีธุระอะไรที่อื่นเหรอ"
"เอ๋?"

อะไรเนี่ย รอยยิ้มนั่นอะไรกันยะ ทำไมสันหลังฉันถึงลุกวาบๆ ล่ะ

"อ๊ะ หรือว่าจะเป็นชมรม"
"เอ่อ..."
"อะไร คิโชวอิน มีชมรมหรอกหรือ"

คาบุรากิเข้าร่วมวงสนทนา หรือควรจะเออออโกหกว่าไปชมรมมาดีไหมนะ... ดีล่ะ เอางั้นแล้วกัน

"อ๊ะ แต่คุณฮิางิโนะโคจิบอกว่าวันนี้คุณคิโชวอินไม่มีชมรมนี่นา"

กับดัก---!!
น่ากลัวเหลือเกิน  ร้ายกาจอะไรอย่างนี้! รู้แต่แรกแล้วว่าฉันไม่มีชมรมแต่ก็ยังปูพรมกับดักมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม!

"คุณคิโชวอินเดินมาจากทางไหนนะ ทางโน้นหรือเปล่า ถ้ามาจากทางโน้น ห้องที่อยู่ด้านในก็คือ..."
"ถ้าแค่ดื่มชาก็คิดว่าพอจะหาเวลาได้นะคะ"
 
คุยโทรศัพท์อยู่แท้ๆ ยังมีเวลามาเช็คทิศทางที่ฉันเดินมาได้ด้วยเรอะ...!
แสดงว่ารู้อยู่จริงๆ ด้วยเหรอ หรือว่าแค่พูดลอยๆ ทำไก๋ไปงั้น จะอย่างไหน สถานภาพฉันที่โดนกำจุดอ่อนอยู่ก็ดูท่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย...
ใครบางคนเคยพูดไว้ว่าพอถลำตัวเป็นสปายมือเปื้อนไปแล้วครั้งหนึ่ง แม้ตั้งใจว่าจะล้างมือออกมาแล้ว ก็จำต้องอยู่ด้วยความพรั่นพรึงไปจวบจนสิ้นชีวิต...

"อ้าว เหรอ? งั้นก็ดีเลย มาซายะ คุณคิโชวอินผู้มีธุระรัดตัวพอจะเจียดเวลาให้พวกเราได้แล้วนะ ไปที่ไหนกันดีล่ะ"
 
...พอได้โอกาสก็แซะมาไม่หยุดเลยนะเฮ้ย
 
"ดีล่ะ งั้นไปร้านฟาสต์ฟู้ดกันเถอะ"
"ฟาสต์ฟู้ด?"
 
ป่านนี้แล้วยังจะอะไรอีก ถ้าเป็นฟาสต์ฟู้ดก็เคยลองกินไปแล้วไม่ใช่เหรอ
 
"ชูสุเกะไม่เคยไปใช่ไหมล่ะ ฉันจะแนะนำให้เอง"
 
คาบุรากิเชิดจมูกขึ้นสูง ดูท่าทางจะอยากทำตัวเป็นรุ่นพี่กับเอ็นโจนะ

"อื~ม ผมน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่คุณคิโชวอินโอเคหรือเปล่า อุตส่าห์แบ่งเวลาให้ทั้งที เอาเป็นร้านที่คุณคิโชวอินอยากไปก็ได้นะ"
"ฉันยังไงก็ได้ค่ะ"
 
อยากรีบๆ ไปรีบๆ กลับให้เสร็จๆ ซะ
 
"ตกลงได้แล้วนะ ไปกันเถอะ"
 
ทำเป็นกระตือรือร้นออกหน้าไปก่อน แต่รู้สถานที่หรือเปล่าน่ะ ไปทั้งชุดเครื่องแบบแบบนี้ต้องเลือกร้านที่อยู่ไกลโรงเรียนไปเยอะๆ เลยนะ

 

ในที่สุดเราก็มาที่ร้านฟาสต์ฟู้ดในย่านชานเมืองที่คาดว่าไม่น่าจะมีนักเรียนซุยรันมาถึง คาบุรากิเข้าคิวพลางอธิบายเรื่องเซ็ทเมนูกับเมนูเฉพาะฤดูกาลให้เอ็นโจฟังอย่างภาคภูมิ

"มาถึงนี่แล้ว สั่งมันฝรั่งทอดไปด้วยดีกว่านะ"
"เข้าใจแล้ว"

เอ็นโจทำตามคำแนะนำของคาบุรากิอย่างว่าง่าย พวกเราต่างคนต่างสั่งเมนูจากเคานเตอร์ของใครของมันแล้วรับถาดมา
ตอนนั้น ภาพคาบุรากิชำเลืองมองถาดที่เอ็นโจถืออยู่เทียบกับถาดของตัวเองไม่คลาดสายตาฉันไปได้ แล้วฉันก็นึกออก อ้อ หมอนี่ จงใจอุบเรื่องซอสมะเขือเทศไว้สินะ

พวกเราเลือกที่นั่งเหมาะๆ แล้วนั่งลงทานแฮมเบอเกอร์ เอ็นโจส่งอาหารเข้าปากไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าประทับใจกับรสชาติฟาสต์ฟู้ดที่เพิ่งได้กินครั้งแรกเป็นพิเศษ ก็กินของอร่อยๆ จนเคยตัวอยู่ทุกวี่ทุกวันนี่นา ก็คงงั้นละน้า  

เมื่อเอ็นโจเอื้อมมือไปยังมันฝรั่งทอดที่เป็นไซด์เมนู คาบุรากิก็เคลื่อนไหว
คาบุราหยิบเอาซอสมะเขือเทศที่วางแอบไว้ตรงตำแหน่งลับสายตาออกมาวางกลางถาดแล้วตั้งต้นจิ้มมันฝรั่งทอดลงไปจนชุ่ม

"อ้าว ซอสมะเขือเทศนั่น..."

ทันทีที่ได้ยินเสียงพึมพำของเอ็นโจ คาบุรากิก็ตาลุกวาว จมูกยืดอย่างภาคภูมิสุดๆ

"อ้อ นี่เป็นออพชั่นที่ต้องสั่งเพิ่มเติม ไม่งั้นก็ไม่ได้น่ะ สงสัยจะลืมบอก ถ้าอยากได้ก็ไปขอเองที่เคานเตอร์"
"ขอโทษครับ ขอซอสมะเขือเทศซักกล่องได้ไหมนะ"
 
เอ็นโจหันไปเรียกคุณพนักงานที่เดินผ่านมาเก็บถาดที่กองสูงด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ  คุณพนักงานหน้าแดงรับคำว่า "ทราบแล้วค่ะ" แล้วกอดถาดพุ่งไปหยิบซอสมะเขือเทศอย่างรวดเร็ว

"เอ๋..."
 
เอ็นโจ ชูสุเกะ บุรุษผู้เล่นนอกบทได้อย่างงดงาม ---
คาบุรากิที่ตั้งใจจะทำให้เพื่อนรักเสียหน้าเหมือนที่ตัวเองโดนฉันเล่นงานมาในอดีต ตั้งท่าเตรียมปรายตามองเอ็นโจที่เงอะงะด้วยหางตาแล้วหัวเราะเยาะอย่างสุขสันต์หน้าแหกดังเปรี๊ยะ เมื่อพนักงานนำซอสมะเขือเทศมาให้ถึงที่นั่ง เอ็นโจก็กล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มสบายๆ ลิ้มรสชาติมันฝรั่งจิ้มซอสมะเขือเทศ

"...นี่มันเล่นขี้โกงนี่หว่า"
"อื๋อ~? ยังไงนะ"
 
คาบุรากิถลึงตาจ้องเอ็นโจที่เอียงคอน้อยๆ แล้วโยนมันฝรั่งทอดนองซอสมะเขือเทศเข้าปากติดต่อกันอย่างเคืองๆ

"ท่านเอ็นโจผิดกับท่านคาบุรากิเลย ถึงจะมาเป็นครั้งแรกก็ดูเชี่ยวชาญดีนะคะ"  
 
ตอนมาครั้งแรกนี่คาบุรากิลุกลี้ลุกลนกว่านี้อีกเยอะนะ
 
"นั่นสินะ ผมไม่เคยเข้าร้านฟาสต์ฟู้ดแบบนี้ก็จริง แต่ก็เคยเข้าร้านที่ลักษณะคล้ายๆ กันมาก่อนน่ะ"
 
ว่าแล้วก็พูดชื่อร้านกาแฟร้านหนึ่งออกมา ร้านที่ว่านั้นมาจากอเมริกาเพิ่งขึ้นฝั่งที่ญี่ปุ่น เป็นที่เชิดชูในหมู่เหล่าวัยรุ่นฮิปๆ คูลๆ ที่อ่อนไหวกับกระแสแปลกใหม่
 
"ผมชอบกาแฟน่ะ ถึงจะเป็นร้านเชนแต่ก็ใช้เมล็ดกาแฟคั่วใหม่ๆ ชงกาแฟดริปอย่างพิถีพิถัน รสชาติดีทีเดียว"
"เห งั้นหรือคะ..."
"คุณคิโชวอินเคยไปหรือเปล่า"
"...เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้ดื่มกาแฟบ่อยเท่าไหร่นัก"
 
จะให้ฉันไปที่แบบนั้นคนเดียวได้ไงเล่า ถ้าไม่รู้วิธีสั่งมัวแต่เงอะๆ งะๆ อยู่นั่นเดี๋ยวก็ได้โดนเขาหัวเราะเยาะเอาปะไร ฉันน่ะไปร้านราคาถูกแหล่งชุมนุมของสามัญชนที่คุ้นเคย หรือไม่ก็กลับกันไปร้านหรูหราไฮโซคนเดียวได้สบาย แต่แหล่งฮิปๆ คูลๆ แบบที่พวกฮิปสเตอร์เขาไปกันน่ะฉันหวาดๆ ไม่กล้าเข้าหรอก ก็เค้าไม่มั่นใจในเซนส์ของตัวเองนี่นา! จะแต่งตัวเก๋ๆ ไปเดินในเมืองยังไงก็ไม่เคยมีช่างภาพนิตยสารมาขอถ่ายภาพสตรีทไปลงเลยซักครั้งนี่นา! แต่ถึงจะมีคนมาทักก็ปฎิเสธไปอยู่ดี  ถือว่าประหยัดแรงไปอะนะ!

แต่ฉันเองก็อยากเกาะกระแสกับเขาบ้างอ่า  รู้งี้ขอให้พาไปที่ร้านนั้นตั้งแต่วันนี้เลยก็ดีหรอก ถ้าไปกับพวกเอ็นโจที่ทำตัวสง่าผ่าเผยได้ในทุกสถานการณ์ ฉันก็คงทำตัวเนียนๆ เข้าร้านไปได้ด้วยแน่ๆ

"...คุณทาคามิจิอาจจะชอบก็ได้นะคะ"
"เอ๋ จริงเหรอ!?"
 
คาบุรากิติดเบ็ดแล้ว ฮุฮิ

"ค่ะ เค้กกับกาแฟก็เข้ากันดี เธออาจจะสนใจก็ได้นะคะ"
"ชูสุเกะ!"

ฮุฮุฮุ เท่านี้ก็ได้ที่หมายสำหรับนัดครั้งต่อไปล่ะ    ฉันจะได้เป็นสาวม.ปลายเกาะกระแสชิคๆ คูลๆ กับเขาบ้างเสียที

"งั้นไปต่อกันเลยไหม"
"เอ๋"
"นั่นสินะ"
 
เอ๋ เอ๋ ไหงงั้นล่ะ เดี๋ยวฉันต้องไปเรียนพิเศษต่อ ไม่มีเวลาแล้วนะ
เอ็นโจมองฉันอย่างเสียดายแทน
 
"คุณคิโชวอินไม่ค่อยชอบกาแฟเท่าไหร่ใช่ไหมนะ"
 
ซวยแล้วไง! ทำไมพูดแก้เขินไปแบบนั้นเล่า ฉันเนี่ย!

"เรื่องนั้นไม่...."
 
คำแก้ตัวของฉันเลือนหายไปกับเสียงเก้าอี้กระทบกันเมื่อคาบุรากิลุกขึ้นอย่างแข็งขัน ฉันส่งทั้งสองคนไปโดยไม่มีโอกาสแก้ไขคำพูดที่เอ่ยไว้ พลางซุกซ่อนความผิดหวังไว้ในใจ

 

 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

เอ็นโจ---! หล่อมาทั้งตอน แต่เล่นระเบิดเรือตัวเองตอนท้ายแล้วนะเฮ้ยยยย!

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :)

 




NEKOPOST.NET