[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 251 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.251 - ตอนที่ 251


251.


เด็กคนนี้ใช่คุณอิโคมะ นักเรียนสอบเข้ากลุ่มนอกที่เคยอยู่ห้องเดียวกับฉันตอนม.4 นี่นา นี่เธอเป็นคนร้ายที่คอยกลั่นแกล้งวาคาบะจังเองเหรอ!? 
 
"ท่านเรย์กะ..." 
 
คุณอิโคมะเผยสีหน้าตกตะลึงเมื่อเห็นฉันเผลอตัวเดินตามหลังนายตัวสำรองเข้ามาในห้องเรียน 
 
"ทำไมท่านเรย์กะถึง..." 
 
อื้อ ปรกติคนที่อยู่คนละห้องกับวาคาบะจังอย่างฉัน ไม่ควรจะโผล่มาอยู่กับนายตัวสำรองที่เป็นประธานนักเรียนตั้งแต่เช้าตรู่หรอกเนอะ จะแก้ตัวว่าบังเอิญเดินผ่านมามันก็ฟังดูโคตรแถเกินไปหน่อย ฉันเลยทำเป็นไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น 
 
"นี่เป็นฝีมือเธอเรอะ" 
 
นายตัวสำรองเพิกเฉยต่อข้อสงสัยของคุณอิโคมะ ชี้ไปที่เก้าอี้ของวาคาบะจังที่โดนชอล์กขีดเขียนเลอะเทอะ ส่วนคุณอิโคมะที่โดนสอบสวนซีดเผือดไปแล้ว 
 
ถึงจะเป็นประโยคคำถามก็เถอะ แต่บนพื้นก็มีแท่งชอล์กที่คุณอิโคมะสะดุ้งทำร่วงหล่นจากมือกลิ้งเป็นหลักฐานอยู่ พวกเราจับคนร้ายได้คาหนังคาเขา นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่คุณอิโคมะจะหาทางแก้ตัวเพื่อเอาตัวรอดไปได้เลย สิ่งที่เธอพอจะทำได้ก็มีเพียงสารภาพทุกอย่างหมดเปลือก หรือไม่ก็นิ่งเงียบสนิทอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้เท่านั้น---
 
"ทำไมถึงทำแบบนี้"
"..........." 
 
แม้นายตัวสำรองจะถามย้ำ คุณอิโคมะก็เพียงแต่ก้มหน้าซีดเผือดนิ่งไม่ไหวติง 
...สงสัยต้องให้ฉันออกโรงซะละมั้ง 
 
"คุณอิโคมะ" 
 
ฉันเดินเข้าไปใกล้คุณอิโคมะที่ไหล่สั่นระริกเมื่อโดนเรียกชื่อ แล้ววางมือลงบนแผ่นหลังเบาๆ 
 
"นี่ คุณอิโคมะ ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะคะ ถ้าลำบากใจที่จะพูดกับมิซึซากิคุง จะพูดกับฉันแทนก็ได้นะ  ถ้าเป็นคุณอิโคมะคงมีเหตุผลอยู่ใช่ไหมคะ" 
 
อย่างที่เห็นกันในซีรี่ส์สืบสวนบ่อยๆ ไง ที่มีนายตำรวจหน้าดุสอบสวนผู้ต้องสงสัยแบบโหดๆ แล้วนายตำรวจอาวุโสกว่าก็เข้ามาปลอบ "เอาน่าๆ" เข้าหาผู้ต้องสงสัยอย่างมีเมตตา นำไปสู่การสารภาพในที่สุด เรียกว่ากลยุทธ์ลมเหนือกับดวงตะวันยังไงล่ะ 
 
"คุณอิโคมะ...?"
 
ฉันลูบหลังคุณอิโคมะพลางถามอย่างใจเย็น จากนั้น... 
 
"....ก็"
"เอ๋?" 
 
ฉันเงี่ยหูฟังเสียงที่ค่อยจนเกือบไม่ได้ยิน แล้วจู่ๆ คุณอิโคมะก็เงยหน้าพรวดขึ้นมา 
 
"ก็คุณทาคามิจิมาขวางทางท่านเรย์กะกับท่านคาบุรากิ!"
"หา?"
"หา?" 
 
ฉันกับนายตัวสำรองร้องเหวอประสานเสียงกัน 
วาคาบะจังน่ะนะมาขัดขวางฉันกับคาบุรากิ 
 
"...เอ่อ หมายความว่าไงกันคะ..."
"ก็ ก็ ข้างกายท่านเรย์กะเหมาะจะมีจักรพรรดิแห่งซุยรันเคียงข้างแท้ๆ... แต่คุณทาคามิจิกลับเอาแต่พัวพันอยู่รอบข้างท่านคาบุรากิคอยขัดขวาง... ฉันก็เลย..." 
 
ฉันว่ามันกลับกันเลยป่ะ?  น่าจะเป็นคาบุรากิคอยไปพัวพันอยู่รอบข้างวาคาบะจังมากกว่านะ อย่างกับสตอล์กเกอร์ไม่มีผิด 
 
"คุณทาคามิจิทำให้ท่านเรย์กะต้องทุกข์ทรมานใจ อภัยให้ไม่ได้...!"
"เอ๋...." 
 
คำสารภาพเกินคาดสุดๆ ของคุณอิโคมะทำให้ฉันและนายตัวสำรองต้องหันมาสบตากัน
 
แปลว่า แรงกระตุ้นในการกลั่นแกล้งไม่ได้เกิดจากความริษยาที่มาจากความรักในตัวจักรพรรดิทำพิษเอา แต่มาจากฉันที่หลงรักในตัวจักรพรรดิ (เข้าใจผิดอย่างมหาศาล).... 
 
"คิโชวอิน..." 
 
ฉันสัมผัสได้ถึความในใจของนายตัวสำรองจากสายตาที่ส่งมาว่า สาเหตุมันก็มาจากหล่อนเองไม่ใช่เรอะ.... เอ๋.... 
 
"คือว่า คุณอิโคมะคะ ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรผิดอยู่หน่อยนะ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับท่านคาบุรากิเลยนะคะ" 
 
แม้จะพยายามคลายความเข้าใจผิด แต่สีหน้าคุณอิโคมะก็ไม่ได้แสดงความเชื่อถือแม้แต่น้อย นี่ฉันเองออกมาปฎิเสธเองแท้ๆ นะ ทำไมถึงไม่เชื่อล่ะ... 
 
"จริงนะคะ ตั้งแต่เข้าโรงเรียนมาในสมัยประถมจนถึงวันนี้ ฉันไม่เคยรู้สึกรักชอบท่านคาบุรากิเลยแม้แต่ครั้งเดียว" 
 
ฉันปฎิเสธอย่างชัดเจนไม่เว้นที่ไว้ให้ช่องว่างสำหรับความเคลือบแคลงแม้แต่น้อย
 
"แน่นอนว่ามีความเคารพนับถือ แต่ไม่มีความรักเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ"  
 
แต่อย่าลืมเยินยอจักรพรรดิเปิดช่องเอาตัวรอดไว้ด้วยนะ 
 
"........" 
 
เมื่อเจอคำยืนกรานปฎิเสธหัวชนฝาจากฉันหลายครั้งเข้า ใบหน้าคุณอิโคมะก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปสู่ความลังเล 
 
"...จริงหรือคะ"
"จริงสิคะ"
"งั้นที่ฉันทำลงไป..."
"เป็นการกระทำที่ผิดเป้าหมายอย่างยิ่งเลยล่ะ" 
 
สายตาคุณอิโคมะลอยเคว้งคว้างรำพันเหมือนจะหาคำตอบให้ตัวเอง แล้วนายตัวสำรองก็แทรกเข้ามาฟันธงแบบไม่ปราณี
 
"ไม่จริง..." 
 
คุณอิโคมะตกตะลึง ทำท่าหมดแรงตัวอ่อนยวบ พวกเราขอให้คุณอิโคมะอธิบายเรื่องที่ได้ทำลงไปทั้งหมดเสียก่อน 
และแล้วเรื่องราวที่สารภาพออกมา เริ่มจากการขีดเขียนที่ตู้รองเท้า โต๊ะและล็อกเกอร์ของวาคาบะจัง คนที่ทำรองเท้าและเสื้อนอกชุดเครื่องแบบของวาคาบะจังเลอะเทอะก็คือคุณอิโคมะ  เยอะเหมือนกันนะเธอ... 
มิหนำซ้ำ คดีขีดเขียนล็อกเกอร์ที่ทำให้ฉันตกที่นั่งผู้ต้องสงสัย ความจริงก็เป็นฝีมือคุณอิโคมะ! เธอเองน่ะเหรอคนร้ายตัวจริง!
 
"ไม่เคยคิดเลยว่าท่านเรย์กะจะตกเป็นผู้ต้องสงสัย... ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ" 
 
อา อื้อ จะให้พูดยังไงดีนะ... 
 
"ว่าแต่ทำไมถึงต้องเป็นคิโชวอินล่ะ พวกเธอสองคนสนิทกันงั้นเหรอ"
 
ฉันเองก็สงสัยเหมือนกัน ตอนม.4 เราก็แค่อยู่ห้องเดียวกัน ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันซักหน่อย พอแยกห้องกันแล้วก็แทบไม่มีจุดร่วมกันเลยนะ 
 
"อาจจะไม่อยู่ในความทรงจำของท่านเรย์กะ แต่สมัยม.4 ฉันเคยอยู่ห้องเดียวกับท่านเรย์กะค่ะ..."
"ค่ะ เรื่องนั้นฉันยังจำได้" 
 
พอว่าอย่างนั้น ดวงตาคุณอิโคมะก็ปรากฎแววซาบซึ้ง
 
"อุตส่าห์สอบเข้าโรงเรียนซุยรันที่ใฝ่ฝันได้ทั้งที แต่ชีวิตในรั้วโรงเรียนช่างต่างจากวิถีชีวิตที่ฉันคุ้นเคย ในช่วงที่วิตกกังวลทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น ท่านเรย์กะก็กรุณายื่นมือมาช่วยเหลือพวกเรานักเรียนกลุ่มนอก ตอนซ้อมการแสดงในครั้งเดินทางไกลก็เหมือนกัน"
"อ้อ~..." 
 
จะว่าไปก็เคยมีอะไรแบบนั้นอยู่เหมือนกันนี่นะ
 
"บุคคลที่เป็นประดุจตัวตนเหนือเมฆอย่าง Pivoine กรุณาส่งเสียงทักทายอย่างเป็นกันเอง มีเมตตาให้ ฉันดีใจมาก..ดีใจมากจริงๆ ค่ะ! ช่างเป็นคนที่แสนวิเศษอะไรอย่างนี้ เปล่งประกายอย่างที่ฉันไม่พบไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ราวกับไม่ใช่นักเรียนม.ปลายด้วยกันเลยละค่ะ"
"เอ้อ ก็ไม่น่าจะมีอยู่ในโรงเรียนรัฐฯ แหงๆ ล่ะนะ..." 
 
นายตัวสำรองพึมพำ  
 
"ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนที่เหมือนตุ๊กตาฝรั่งเศสที่เคยเห็นในสมัยเด็กอยู่จริงๆ!" 
"ถ้าตุ๊กตาฝรั่งเศสอยู่ในโรงเรียนรัฐฯ  มีหวังได้เผ่นกันป่าราบ..."
"จากนั้นฉันก็หลงใหลในตัวท่านเรย์กะเรื่อยมา อา ที่นี่ก็คือซุยรัน แม้ไม่อาจเข้าใกล้ แต่แค่เพียงได้มองก็เป็นที่ปลาบปลื้มแล้วค่ะ" 
"ถ้าเป็นในโรงเรียนรัฐฯ คงมีแต่คนเหลียวมามองซ้ำสองน่ะนะ..." 
 
เดี๋ยวเถอะ นายตัวสำรอง แซะอยู่นั่นแหละ!
 
"สำหรับฉันแล้ว สัญลักษณ์แห่งซุยรันที่ใฝ่ฝัน ก็คือ Pivoine คือจักรพรรดิ คือท่านเรย์กะค่ะ!"
"............"
"............" 
 
หนักเหลือเกิน... ความคาดหวังในอุดมคติที่คุณอิโคมะมีต่อฉันช่างหนักอึ้งราวกับจะทับให้บี้แบน... 
นายตัวสำรองกระแอมกระไอ แล้วเข้าควบคุมสถานการณ์ใหม่ 
 
"พอจะเข้าใจแรงจูงใจแล้ว แต่สิ่งที่เธอทำลงไป สุดท้ายก็กลายเป็นการไล่ต้อนคิโชวอินที่เธอปลาบปลื้มให้ตกที่นั่งลำบาก และยังทำให้ชื่อเสียงด่างพร้อยไปชั่วระยะหนึ่ง" 
 
คุณอิโคมะตะลึงจังงัง แล้วกัดริมฝีปาก 
 
"...ขอโทษค่ะ" 
 
คุณอิโคมะน้ำตาซึมก้มศีรษะลง 
แต่นายตัวสำรองก็พูดตัดรอนคุณอิโคมะอย่างไม่ปราณี "เธอควรจะขอโทษคนอื่นมากกว่าไม่ใช่เรอะ"
นั่นสิน้า มองจากนายตัวสำรองแล้ว วาคาบะจังที่เป็นเพื่อนพ้องโดนทำร้ายมาตลอด ก็ควรจะไปขอโทษวาคาบะจังก่อนน่ะนะ 
เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน แต่บรรยากาศเย็นชาที่นายตัวสำรองแผ่ออกมานี่มันน่ากลัวแล้วก็กระอักกระอ่วนน่าดูเลยนะนี่... 
 
"คุณอิโคมะ รู้หรือเปล่าว่าเรื่องที่ตัวเองทำลงไปร้ายแรงแค่ไหน"
"ค่ะ..."
"กับคุณทาคามิจิล่ะ"
"...กับคุณทาคามิจิเอง ฉันก็ต้องขอโทษอย่างมาก ฉันเข้าใจผิดคิดไปเอง ทำเรื่องร้ายกาจกับเธอลงไป ขอโทษจริงๆ ค่ะ..." 
 
คุณอิโคมะน้ำตาไหลพราก พร่ำพูดซ้ำไปมาว่า "ขอโทษนะคะ ขอโทษค่ะ" 
แย่จัง... ถึงเจ้าตัวจะสำนึกผิดแล้วก็เถอะ แต่คนที่ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงอย่างฉันจะพูดอะไรกับคนที่น้ำหูน้ำตาไหลร้องห่มร้องไห้อยู่นี่ดีล่ะ... ลำบากใจจัง ช่วยไม่ได้ ฉันเลยได้แต่ลูบหลับปลอบอย่างเอาเป็นเอาตาย 
 
"เอาล่ะ จากนี้ไปจะทำยังไงดีนะ..." 
 
นายตัวสำรองเหลือบมองคุณอิโคมะที่พร่ำขอโทษด้วยหางตา ก่อนทำท่าครุ่นคิดด้วยสีหน้าลำบากใจ 
ที่ว่าจะทำยังไงก็คือเรื่องการยื่นเรื่องฟ้องอาชญากรรมที่คุณอิโคมะทำลงไปน่ะเรอะ---
คุณอิโคมะก็เป็นนักเรียนกลุ่มนอก ถ้าทางฝั่งโรงเรียนรู้เข้าคงต้องได้รับโทษอย่างหนัก อาจจะเป็นการภาคทัณฑ์อยู่บ้าน ไม่ก็พักการเรียน... ถ้าถึงขั้นพักการเรียน นักเรียนกลุ่มนอกอย่างคุณอิโคมะคงโดนตัดสิทธิ์ไม่ให้เลื่อนเข้ามหาวิทยาลัยซุยรันเป็นการภายใน ทั้งที่อุตส่าห์สอบเข้าได้อย่างลำบากยากเย็น จ่ายค่าเล่าเรียนแพงๆ เพื่อให้ได้เรียนโรงเรียนในสังกัด  แต่ถ้าหมดสิทธิเลื่อนขั้นเป็นการภายในก็ถือว่าลำบากล่ะ  

ดูเหมือนจะเพิ่งตระหนักถึงความหนักหนาสาหัสของสถานการณ์  ร่างกายของคุณอิโคมะจึงเริ่มสั่นระริก
 
"ฉัน...." 
 
จะเป็นยังไงต่อไปหรือคะ... คุณอิโคมะกล้ำกลืนคำพูดที่เหลือลงไป ฉันไม่กล้าพูดว่ามีสิทธิโดนพักการเรียน ได้แต่ช่วยประคองร่างกายที่สั่นเทาไว้เงียบๆ แต่ปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าการพักการเรียน การตัดสิทธิเลื่อนขั้นเป็นการภายในก็คือ...
นายตัวสำรองพยักหน้าหนักๆ ราวกับอ่านความคิดฉันออก 
 
"ถ้าเรื่องถึงหูคาบุรากิ มาซายะ คงไม่จบง่ายๆ แน่"
 
ก็คงงั้นล่ะเน้อ~...
คาบุรากิเป็นเดือดเป็นแค้นกับคนร้ายที่คอยกลั่นแกล้งวาคาบะจังถึงขนาดเตรียมออกตามหาคนร้ายด้วยตัวเองเชียวนะ ถ้าเจอคนร้ายเข้าเมื่อไหร่ จะทำยังไงนะ... แค่นึกภาพก็ผวาแล้ว นักเรียนที่บังอาจสร้างความขุ่นเคืองให้จักรพรรดิย่อมหมดอนาคต ไร้ที่ยืนในโรงเรียน ไม่จบแค่อยู่ยากเฉยๆ แน่ 
 
คุณอิโคมะตัวสั่นเทายิ่งกว่าเดิม
นายตัวสำรองมองท่าทางเช่นนั้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ลดสายตาไปจับที่นาฬิกาข้อมือ 

"ใกล้จะได้เวลาที่นักเรียนคนอื่นจะมาถึงโรงเรียนแล้วนะ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฝากฉันไว้ก่อน แล้วพักกลางวัน ไม่สิ หลังเลิกเรียนค่อยมาคุยกันอีกทีดีกว่า โทษทีนะ รบกวนคิโชวอินมาด้วยได้ไหม"
"ฉันด้วยหรือคะ"
"ขอร้องล่ะ"
"แต่ถ้ามีสมาชิกสภานักเรียนท่านอื่นๆ อยู่ด้วย ฉันคง..." 
 
ไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยอ่ะนะ
 
"ฉันจะปิดเรื่องนี้กับสภานักเรียนคนอื่นไว้ก่อน เอาเป็นว่าคุยกันแค่ในวงพวกเรานี่แหละ" 
 
ฉันไม่ได้เต็มใจเลยซักนิด แต่จะให้ทอดทิ้งคุณอิโคมะในสภาพแบบนี้ไปก็ไม่ได้ เลยต้องจำยอมรับคำ ไว้รวมตัวกันที่ห้องสภานักเรียนหลังเลิกเรียน ฉันดึงเอาผ้าขี้ริ้วเวทมนตร์ออกมา ลงมือเช็ดเก้าอี้วาคาบะจังที่โดนขีดเขียนอย่างรวดเร็ว พอเก็บกวาดเศษผงชอล์คที่เรี่ยราดอยู่ที่พื้นแล้ว พวกเราก็สลายตัวกันไปก่อน 
 
นายตัวสำรองมองตามหลังคุณอิโคมะที่เดินโผเผออกไปอย่างไร้เรี่ยวแรง ยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

"ถ้าคนร้ายเป็น Pivoine ละก็น้า..."
"ยังจะพูดแบบนั้นอีก" 

นี่นายตัวสำรองอยากให้ Pivoine เป็นคนร้ายขนาดไหนกันน่ะหา 

"ไม่ใช่อย่างนั้น... ถ้าเป็น Pivoine พอเรื่องราวเปิดเผยขึ้นมา อย่างมากฝั่งโรงเรียนก็แค่ตักเตือนหนักๆ แล้วก็จบใช่ไหมล่ะ"
"...แหม ก็คงงั้นแหละค่ะ"  

ชนชั้นอภิสิทธิ์อย่าง Pivoine นั้น จะรังแกนักเรียนกลุ่มนอกนิดๆ หน่อยๆ (?) ก็ไม่ถึงกับโดนลงโทษหรอก บางทีอาจจะไม่มีแม้แต่การตักเตือนด้วยซ้ำ 

"จากความผิดของคุณอิโคมะแล้ว จะต้องพักการเรียนหรือเปล่าคะ..."
"พักการเรียน หรือไม่ก็ดูจากแนวทางของโรงเรียนแห่งนี้แล้ว แทนที่จะให้เกิดการลงโทษที่เสี่ยงต่อการเสื่อมเสียชื่อเสียงของโรงเรียน ก็อาจเป็นไปได้สูงที่จะแนะนำให้นักเรียนสมัครใจลาออก"
"เอ๋ สมัครใจลาออก!?" 
 
ลาออกตอนม.6 เนี่ยนะ เท่ากับคำสั่งประหารชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ!? ถ้าเป็นแบบนั้นอย่าว่าแต่สิทธิเลื่อนขั้นเป็นการภายในเลย จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังทำไม่ได้...
ฉันตกตะลึงตาเบิกกว้าง ส่วนนายตัวสำรองทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก บอกแค่ "ไว้เจอกันหลังเลิกเรียน" ก่อนเดินจากไป 
 


แม้จะเป็นการรับผลจากการกระทำของตัวเอง แต่การที่ต้องไปเป็นประจักษ์พยานยืนดูคนที่หลงใหลได้ปลื้มในตัวฉันโดนพิพากษาลงโทษก็เป็นเรื่องน่าหนักใจจริงๆ แถมยังอาจจะไม่จบที่พักการเรียน มีสิทธิโดนไล่ออก...
ฉันผ่านวันเวลาวันนั้นทั้งวันไปด้วยความหดหู่
แ 
"ท่านเรย์กะ กำลังจะไปห้องสโมสร Pivoine หรือเปล่าคะ"
 
ระหว่างทางขณะลากเท้าหนักๆ ไปยังลานพิพากษา ท่านฟุยุโกะก็ยิ้มกว้างเข้ามาทัก  
 
"เปล่าค่ะ พอดีวันนี้มีธุระ..." 
 
ท่านฟุยุโกะทำหน้าม่อยกับคำตอบของฉัน 
 
"งั้นหรือคะ พอดีมีเรื่องอยากคุยกับท่านเรย์กะเรื่องนั่งสมาธิซาเซ็นน่ะค่ะ" 
 
พอแจ้งไปว่าซากุระจังช่วยจัดการติดต่อทางวัดให้แล้ว ท่านฟุยุโกะก็หลั่นล้าเริงร่ามาตลอด แล้วก็ตกลงกันว่าฉันจะเข้าร่วมในการนั่งสมาธิซาเซ็นด้วยเพื่อแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน 
 
"มีอะไรหรือคะ"
"ความจริง ฉันลองตรวจสอบคอร์สการฝึกในวัดที่พวกเราจะไปด้วยกันดูนิดหน่อย เห็นว่าที่วัดทางนี้ นอกจากซาเซ็นแล้วยังมีฝึกตนใต้น้ำตกด้วยนะคะ นอกจากซาเซ็นแล้วฉันยังสนใจการฝึกตนใต้น้ำตกนี่มากเลยค่ะ" 
 
...ว่าแล้วเชียวว่าต้องสนใจ
ก่อนหน้านี้ตอนไปกับซากุระจังก็มีคอร์สฝึกตนใต้น้ำตกเหมือนกัน แต่น้ำเย็นเจี๊ยบดูทรมานสังขารออก ที่สำคัญคือฉันไม่อยากเปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วทำให้ผมเปียกลู่ไปด้วย  ก็เลยไม่ได้เลือกน่ะนะ แล้วคนที่สัญจรผ่านไปมาเขาก็มองลงมาจากสะพานด้านบนอย่างอยากรู้อยากเห็นด้วยนะ... ให้ฝึกตนในสภาพแวดล้อมแบบนั้นมันน่าอายออก 
 
"นะคะ ท่านเรย์กะ ไปฝึกตนที่น้ำตกด้วยกันนะคะ!"
"เรื่องนั้น... ซาเซ็นน่ะฉันพอจะไปด้วยได้ แต่น้ำตกคงต้อง..." 
 
ขอโทษนะคะ ท่านฟุยุโกะ ฉันไม่อยากให้ผมม้วนที่เซ็ทเอาไว้แน่นเป๊ะๆ ต้องเปียกซ่กน่ะค่ะ อ๊า อย่าหงอยเหงาไหล่ตกแบบนั้นสิคะ!
 
"เอาไว้ฉันจะคอยดูการฝึกตนใต้น้ำตกของท่านฟุยุโกะอยู่ข้างๆ นะคะ"  
 
นะ นะ พอเกลี้ยกล่อมหนักๆ เข้า ท่านฟุยุโกะก็ทำท่ายอมรับได้ในที่สุดแม้จะยังหน้าม่อยอยู่บ้าง โฮ่ โล่งไปที
แต่ความเอื่อยเฉื่อยของท่านฟุยุโกะผู้ห่างไกลโลกียะดั่งที่เคยเป็นมาช่วยคลายความหดหู่ในใจไปบ้าง ฉันตกใจลงทำใจให้เข้มแข็ง สาวเท้าไปยังห้องสภานักเรียน 
 
เมื่อใกล้จะถึงห้องสภานักเรียน ฉันก็ไม่เข้าห้องไปทันที แต่รออยู่ด้านนอก 
ก่อนจะมาที่นี่ฉันเช็กดูก่อนแล้ว คุณอิโคมะยังอยู่ในห้องเรียนของตัวเอง ฉันตั้งใจจะรอเธออยู่ที่นี่ 
อีกไม่นานนัก คุณอิโคมะที่ทำหน้าตาราวกับเก็บกลั้นความปวดร้าวไว้ในใจไว้ก็เดินมา 
 
"คุณอิโคมะ"
"ท่านเรย์กะ...!"
 
พอส่งเสียงทัก คุณอิโคมะก็ทำหน้าตกใจ
 
"มีอะไรหรือคะ ทำไมมาอยู่ตรงนี้" 
 
คุณอิโคมะดูโรยราไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งวันนี้ ตามที่ได้ยินมาแว่วๆ เห็นว่าเธออาการไม่ดีระหว่างเรียนจนต้องให้เพื่อนช่วยประคองไปห้องพยาบาล คนที่เป็นเวรกรรมกับโรคกระเพาะอักเสบจากความเครียดเพราะพวกใครบางคนเป็นประจำอย่างฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นดี ครึ่งวันนี้คงเหมือนนรกบนดินเลยสินะ
 
"ฉันรอคุณอิโคมะอยู่น่ะค่ะ เข้าไปด้วยกันไหมคะ"
"เอ๋" 
 
จะไปปรากฎตัวยังลานพิพากษาโทษของตัวเองคนเดียวมันก็คงน่ากลัวใช่ม้า ถ้าคนใจเล็กอย่างฉันไปอยู่ตรงนั้น อาจจะร้องห่มร้องไห้เกาะแข้งเกาะขาขอให้ใครไปเป็นเพื่อนด้วยก็ได้ ถึงได้รออยู่ตรงนี้ไงล่ะ
...ทำเป็นพูดดีไปงั้นแหละ ใจจริงคือเพื่อคุณอิโคมะครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งก็คือตัวฉันเองจะไปรายงานตัวต่อหน้าศาล (ห้องสภานักเรียน) คนเดียวน่ะมันตื่นเต้นใจไม่ดีไปหมด ค่ะ ฉันเป็นประเภทต้องไปเข้าห้องน้ำกับเพื่อนน่ะค่ะ ก็ถ้าไปคนเดียวแล้วไปเจอกับพวกคนที่ไม่สนิทสนมด้วยมันน่ากลัวออกนี่นา ลองโดนซุบซิบนินทาหัวเราะเยาะจากด้านหลังระหว่างกำลังล้างมือดูบ้างซี่ มันโหดนะเฮ้ย~ อยู่ไม่ติดเลยนะ~ ห้องน้ำหญิงน่ะดันเจี้ยนชัดๆ ถ้าไม่หอบหิ้วไปด้วยกันทั้งปาร์ตี้ละต้องได้เจ็บตัวแน่! 
 
"ท่านเรย์กะ... ขอบคุณนะคะ..." 
 
คุณอิโคมะริมฝีปากสั่นระริก ฉันตบแขนนั้นปั่บๆ 
 
"ถ้างั้นไปกันเถอะค่ะ"
"ค่ะ..." 
 
ฉันเคาะประตูห้องสภานักเรียน 
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
 
การฝึกตนใต้น้ำตก

สรุปแฟนขับทำเรื่องสินะ ท่านเรย์กะ... 




NEKOPOST.NET