[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 250 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.250 - ตอนที่ 250


250.


เมื่อเรียนคาบเช้าเสร็จ ฉันกับพวกเซริกะจังก็จับกลุ่มกันเดินไปยังโรงอาหารตามปกติ
 
"ท่านเรย์กะ วันนี้จะรับประทานอะไรดีคะ"
"นั่นสินะ ฉันคิดว่าจะรับของหวานที่มีขายเฉพาะสัปดาห์นี้ Eierschecke (ชีสเค้กแบบเยอรมัน) น่ะค่ะ"
"แหม ก็ดีนะคะ"
"ฉันก็เอานั่นเป็นของหวานด้วยดีไหมนะ"
"ฉันด้วย" 
 
อื้ออื้อ ขนมที่ทำจากชีสนี่อร่อยเน้อ แถมเป็นเมนูพิเศษขายเฉพาะช่วงก็เลยได้รับความนิยมสูง ถ้าไม่รีบไปอาจจะขายหมดก่อนก็ได้ ความรู้สึกร้อนใจผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ฉันเดินจ้ำเอาๆ อย่างกลั้นไว้ไม่ไหว แม้ปากจะพูดคุยกับพวกเซริกะจังตามสบาย แต่ใจฉันน่ะบินไปหาชีสเค้กแล้ว~ 
 
"อ๊ะ! ท่านเรย์กะ"
"เอ๋  ว้าย!" 
 
หลังเสียงร้อนรนของคิคุโนะจัง ร่างกายฉันก็ถูกกระแทกดังตึง 
 
"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ท่านเรย์กะ!"
"...อื้อ ไม่เป็นไร" 
 
แค่ผงะหงายหลังไปนิดหน่อย แต่ได้อายาเมะจังที่ยืนอยู่ข้างหลังช่วยพยุงไว้ได้พอดี ก็ไม่ได้เจ็บปวดตรงไหนนะ ไม่มีปัญหา  
 
แต่กำลังงงว่าเกิดอะไรขึ้น  ดูเหมือนเด็กผู้ชายที่พรวดพราดมาจากมุมทางเดินอีกด้านจะชนโครมเข้ากับฉันที่เดินไม่ได้ดูทางอยู่พอดี 
 
"ขะขะขะขะขะขะขอโทษครับบบบบบ!" 
 
นักเรียนชายคนนั้นส่งเสียงร้องแหลมๆ ขอโทษขอโพยชนิดที่ว่าใกล้จะก้มกราบอยู่รอมร่อ นึกว่าใคร ที่แท้ก็ทาคากิคุงที่เรียนห้องเดียวกัน เรียนพิเศษที่เดียวกับฉันนั่นเอง 
ถ้าอยู่ห้องเดียวกันเรียนพิเศษที่เดียวกัน ปรกติก็น่าจะสนิทสนมคุ้นเคยกันได้อีกนิด แต่น่าเสียดายที่แค่สบตากัน ทาคากิคุงก็ทำท่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงเสียแล้ว คงเป็นเพราะยังรู้สึกผิดที่คำพูดพลั้งเผลอของตัวเองเพียงคำเดียวผลักให้ฉันตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ตอนเกิดคดีล็อกเกอร์ของวาคาบะจังละมั้ง แต่ฉันไม่ได้ติดใจอะไรแล้วนะคะ 

พวกเซริกะจังกระจายกันเข้ารายล้อมทาคากิคุงที่พร่ำพูดขอโทษอยู่
 
"เดี๋ยวเถอะนายน่ะ! รู้บ้างหรือเปล่าว่าเมื่อกี้ไปชนใครเข้า!"
"ชนมาแรงเหมือนกันนะ แบบนี้คงไม่จบแค่ฟกช้ำแน่ๆ กระดูกหักหรือเปล่าคะ ท่านเรย์กะ"
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ ท่านเรย์กะ อา ช่างน่าสงสารเหลือเกิน!"
"นี่นาย คิดจะรับผิดชอบยังไงน่ะ!" 
"แสดงความจริงใจให้เห็นหน่อยซิ ความจริงใจน่ะ!" 

...ไม่ทราบว่าเป็นอันธพาลแก๊งไหนเหรอคะ
แค่ชนกันเบาๆ ก็สร้างสถานการณ์เอะอะอึกทึกว่ากระดูกหัก แล้วขู่เข็ญให้รับผิดชอบ แสดงความจริงใจออกมาแบบนี้ โลกเราเขาเรียกว่านักกรรโชกทรัพย์ใช่ไหมนะ---

ทาคากิคุงโดนพวกนักกรรโชกทรัพย์ตรงเข้าหาเรื่องจนหน้าเผือดขาวซีดไปแล้ว 
ฉันคิดว่าสาเหตุส่วนมากของความกลัวเกินขนาดของทาคากิคุงมาจากพวกเซริกะจังนั่นแหละค่ะ... 
 
"หยุดเถอะค่ะ ทุกคน" 
 
ถ้าเป็นการ์ตูนสาวน้อย นี่น่าจะเป็นสถานการณ์ฟ้าประทานให้หนุ่มสาววิ่งชนกันตรงหัวมุมแล้วพัฒนาไปสู่ความรัก แต่สำหรับฉันดันกลายเป็นสถานการณ์แบบบ้านป่าเมืองเถื่อนไร้ขื่อแปไปเสียได้ ฉันอดรนทนดูอยู่ไม่ไหว เลยเข้าไปห้าม 
 
"ท่านเรย์กะ"
"ไม่ได้กระทบกระแทกรุนแรงนักหรอกค่ะ ตัวฉันเองก็มัวแต่มองไปทางอื่นด้วย เอาไว้แค่นี้เถอะนะคะ"
"จะดีหรือคะ ท่านเรย์กะ"
"ค่ะ แต่มันอันตราย จากนี้ไปอย่าวิ่งตามทางเดินอีกนะคะ จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก นะ ทาคากิคุง"
"คะครับ ขออภัยด้วยขอรับ!" 

ฉันตั้งใจยิ้มแย้มให้ดูอ่อนโยนเป็นกันเองแท้ๆ แล้วทำไมถึงยิ่งหวาดผวาหนักเข้าไปอีกเล่า...
ทาคากิคุงก้มหัวแทบจรดพื้นแล้วเผ่นไปไกลลิบในพริบตา เมื่อกี้เพิ่งบอกอยู่หยกๆ ไงคะว่าอย่าวิ่งที่ทางเดิน
เอ๊อะ เอาเถอะ รีบไปโรงอาหารกันดีกว่าค่ะ 
ตรงนั้นเอง  

"อะไรเนี่ย คิดว่าสูงส่งนักหรือไง" 

คำพูดลอยๆ ที่ดูท่าจะตั้งใจให้กระทบฉันปลิวมาจากด้านหลัง 
ใครกันนะ พอเหลียวกลับไปตั้งใจจะมองหาคู่กรณี ก็เป็นตามที่คาด คุณซึรุฮานะยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ตรงนั้น มีคนในกลุ่มติดตามมาด้วย
 
แม้จะสบตากับฉันก็ไม่หลบสายตา กลับส่งสายตาเป็นเชิงท้าทายยกมุมปากขึ้นยิ้มเยื้อน พวกเซริกะจังไอสังหารลุกพรึ่บพรั่บกับท่าทีของคุณซึรุฮานะ ทั้งสองฝ่ายเตรียมเปิดฉากเข้าฉะกันเต็มที่ แต่ฉันปรามพวกเซริกะจังไว้ ยิ้มอย่างสง่างาม 
 
"อ้าว คิดว่าสูงส่งด้วยเหรอคะ  ต้องถือเป็นเกียรติ ขอบคุณนะคะ" 
 
คุณซึรุฮานะหน้าตึงแก้มกระตุกจนคำพูดไปชั่ววูบกับปฎิกริยาเกินคาดของฉัน ฉันเลยซ้ำว่า "เชิญเลยค่ะ จะเอาอย่างบ้างก็ได้นะคะ ไม่ต้องเกรงใจ" ส่งเสียงหัวเราะโอะโฮะโฮะโฮะโฮะแหลมสูงโดยไม่เปิดช่องว่างให้สวนกลับ แล้วหันหลังให้พาพวกเซริกะจังเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 
 
"บังอาจพูดจาแบบนั้นต่อหน้าท่านเรย์กะ อภัยให้ไม่ได้!"
"จริงด้วย!" 

โทสะของพวกเซริกะจังที่เดินตามหลังฉันมายังไม่สงบลง

"มาหาเรื่องไร้สาระแบบนั้น จะไปเสียเวลาต่อปากต่อคำด้วยทำไมกันล่ะคะ ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจหรอกค่ะ"
"แต่ว่า..."
"อย่าติดพันกับภาพเล็กจนหลงลืมภาพใหญ่ ปล่อยไปเถอะค่ะ"
"สมเป็นท่านเรย์กะ ช่างใจกว้างจริงๆ"
"โฮะโฮะโฮะ" 

ก็ไม่ใช่เวลามามัวทะเลาะกันอยู่ซักหน่อยนี่นา ทาคากิคุงวิ่งมาชนฉัน นักกรรโชกทรัพย์ปรากฎตัว แล้วยังโดนพวกคุณซึรุฮานะรั้งไว้อีก เสียเวลาไปเยอะแล้วนะ ต้องรีบหน่อยแล้ว ถ้าไม่รีบไปเดี๋ยวของหวานลิมิตจะขายหมดก่อน! เอ้า ทุกท่านคะ ให้ไวค่ะ ให้ไว!

ทันทีที่ไปถึงโรงอาหาร ฉันก็สั่ง Eierschecke ที่หมายตาไว้ แล้วพนักงานเสิร์ฟก็กล่าวถ้อยคำน่าตกตะลึงออกมาว่า "ต้องขออภัยด้วยค่ะ! ของหวานทางนี้เป็นที่นิยมมาก ชิ้นสุดท้ายเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เอง" เอ๋~~~~~~~!
 
ฉันนั่งไหล่ตก กะอีแค่ของหวาน แต่ก็เป็นถึงของหวาน ความรู้สึกพลาดหวังเวลาไม่ได้กินของที่อยากกินทั้งที่เฝ้ารอมานานแสนนาน ความสิ้นหวังนี้....
 
"ท่านเรย์กะ ดูนั่นสิคะ!" 

ขณะที่ฉันกำลังมึนๆ อยู่ คิคุโนะจังชี้นิ้วไปราวกับพบเห็นอะไรบางอย่าง ทันทีที่เห็นสิ่งนั้น ดวงตาฉันก็เบิกกว้างอย่างตกตะลึง
ตรงหน้าโต๊ะนักเรียนชายที่เพิ่งชนฉันแล้ววิ่งจากไปเมื่อครู่ มี Eierschecke ที่ฉันเฝ้าใฝ่ฝันวางอยู่! 

"เจ้าหมอนั่นอีกแล้ว ทาคากิ!"
"นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ทาคากิ!" 

ฉันทิ้งพวกคิคุโนะจังที่ร้องกรี๊ดกร๊าดเดินไปหาทาคากิคุง หยุดยืนตรงข้างหลังเงียบๆ วางมือลงบนไหล่แล้วว่า
 
"ทาคากิคุง แสดงความจริงใจให้เห็นหน่อยนะ" 
 
นี่ แขนที่โดนชนของฉันน่ะ เจ็บมากๆ เลยนะ 
 

 

จะทำมาตรการแก้ไขที่ปลายเหตุอย่างคอยไล่ลบร่องรอยการกลั่นแกล้งที่ไม่รู้จักหยุดหย่อนไปเรื่อยๆ เรื่องราวก็ไม่ได้รับการสะสางเสียที ฉันเลยปรึกษากับนายตัวสำรอง ตกลงเปิดฉากหาตัวคนร้ายแบบเอาจริงกว่าเดิม พูดตามตรง การมาโรงเรียนแต่เช้าตรู่โดยไม่เห็นวี่แววจบก็เริ่มเป็นภาระหนักสำหรับฉันขึ้นมาเหมือนกัน

...แล้วก็ รู้สึกเหมือนเอ็นโจจะรู้ว่าฉันกับนายตัวสำรองลอบติดต่อกันอยู่อย่างลับๆ นะ ทางโน้นไม่ได้มาพูดแบบจับให้มั่นคั้นให้ตายอะไรงี้หรอก แต่คำพูดลอยๆ ชวนให้คิดกับรอยยิ้มนั่น... ก่อนหน้านั้นก็มาถามฉันว่า "นี่ คุณคิโชวอิน คิดยังไงกับวาระสุดท้ายของสปายหญิง มาตาฮารีบ้างล่ะ" ฉันว่ามันเกินระดับพูดลอยๆ ให้คิดไปแล้วนะ... 
 
ระยะนี้พอสบตากับเอ็นโจทีไร ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันทางจิตใจคล้ายจะถูกบอกว่า ผมรู้นะว่าเธอเป็นสปายน่ะ รู้สึกได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวคล้ายผ้าฝ้ายอ่อนนุ่มค่อยๆ รัดรึงลำคอเข้ามาทีละน้อย ที่ระยะนี้ฉันฝันร้ายว่าโดนตัวอะไรไล่ตามหนีไม่พ้นนี่ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะ ฉันส่งเสียงกรี๊ดอยู่ในใจ สู้เขานะ เรย์กะ สู้เขา 
 
จะปล่อยให้สถานการณ์ที่โดนเอ็นโจกำจุดอ่อนไว้ในกำมือแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต่อไปก็ส่งผลเสียกับเส้นประสาทของฉันเหมือนกัน ฉันอยากล้างมือออกจากชีวิตสปายแบบนี้ให้เร็วที่สุด จ้างให้ก็ไม่ยอมโดนจับแล้วโดนยิงเป้าประหารชีวิตเด็ดขาด! 
ด้วยเหตุนี้ ช่วงสองสามวันนี้ฉันจึงมาโรงเรียนเช้าขึ้นกว่าเดิม มาเฝ้าระวังพร้อมจับกุมคนร้ายในที่เกิดเหตุ
 
"ขอย้ำอีกครั้งนะคะ กรณีที่คนร้ายปรากฎตัวออกมา มิซึซากิคุงจะเป็นคนออกหน้าไปก่อนใช่ไหมคะ" 

ปัจจุบัน ฉันกับนายตัวสำรองกำลังซุ่มตัวอยู่ในเงาทางเดินที่มองเห็นห้องเรียนของวาคาบะจังเพื่อไม่ให้คนร้ายที่ทำการกลั่นแกล้งมองเห็นเข้า 

"นั่นสินะ ทั่วไปแล้วฉันก็ตั้งใจจะจับคนเดียวนี่แหละ แต่ถ้าคนร้ายทำท่าจะหนีไปได้ก็ขอแรงด้วยแล้วกัน" 

ถ้านายตัวสำรองปล่อยให้หลุดมือไปได้ ก็ให้ฉันที่แสร้งทำท่าเหมือนเดินผ่านมาจับตัวคนร้ายไว้สินะคะ

"ขึ้นอยู่กับว่าคนร้ายเป็นใครนะคะ"
"มาถึงตรงนี้แล้วอย่าพูดอะไรให้ใจฝ่อน่า" 

ก็แหม ถ้าเป็นพวกคุณซึรุฮานะละก็ออกจะน่ากลัวหน่อยๆ ไม่สิ มากเลยล่ะ ปรกติที่ฉันเผชิญหน้ากับพวกคุณซึรุฮานะได้อย่างไม่หวั่นเกรงน่ะเฉพาะแต่ตอนที่ได้พวกเซริกะจังคอยคุมกันซ้ายขวาเท่านั้นนะ  จะให้ฉันที่เป็นคนใจเล็กกระจิบกระจ้อยไปรับมือกับพวกคุณซึรุฮานะทั้งแก๊งคนเดียวน่ะไม่มีทางเด็ดๆ มีหวังแพ้ขาดลอย เพราะงั้นเมื่อเวลานั้นมาถึง อาจจะไม่ดีกับนายตัวสำรอง แต่ฉันขอแอบย่องๆ เผ่นไปก่อนใครจะมาเจอเข้าก็แล้วกัน  ถ้าคนร้ายเป็นผู้ชาย คงใช้กำลังเข้าสู้ไม่ไหว เอาตัวเข้าชนแล้วแกล้งทำเป็นบาดเจ็บหนักๆ ให้เกิดเอะอะอึกทึกกันไปหมดดีไหมนะ 
 
นายตัวสำรองอ่านหนังสือเตรียมบทเรียนฆ่าเวลาไปพลางๆ ระหว่างรอ สมแล้วที่พวกคะแนนติดท็อป คนที่เรียนหนังสือเก่งเนี่ยไม่ยอมปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เลยนะ ฉันเองก็ต้องเอาอย่างบ้างแล้วล่ะ 

ฉันดึงเอาแฟ้มที่ทำชีทสรุปสำหรับการเตรียมตัวสอบเข้าออกมา แล้วเริ่มต้นท่องหนังสือเงียบๆ 
 
"...ยอดไปเลยนะ นั่นน่ะ" 
 
สมุดโน้ตของฉันแยกปากกาสีๆ ตามลำดับความสำคัญในการท่องจำ โพสต์อิทก็แยกสีตามแต่ละวิชาด้วย พอนายตัวสำรองเห็นเข้าก็ถึงกับตกตะลึง ใช่ไหมล่า นี่เสียเวลาไปมากเลยนะที่มานั่งทำเนี่ยลำบากแทบแย่ ฉันอยากทำให้เป็นสมุดโน้ตที่สวยเพอร์เฟค พอเขียนอะไรผิดๆ ลงไป แทนที่จะใช้ลิควิดลบให้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ฉันก็เลยตั้งต้นเขียนใหม่หมดตั้งแต่เริ่ม กว่าจะเสร็จซักแผ่นนี่เสียเวลาไปเยอะ ยังอีกไกลกว่าจะเสร็จ แต่เมโม่สั้นๆ ประมาณว่าต้องจำตรงนี้ไว้ด้วยนะ ฉันก็แปะโพสต์อิทแบบบอลลูนเอาไว้ให้สะดุดตา เรียกได้ว่าเป็นโน้ตท่องจำที่ภาคภูมิใจสวยสะดุดตาอ่านง่ายมากนะคะ
 
ในทางกลับกัน หนังสือเรียนที่นายตัวสำรองอ่านอยู่มีแต่ปากกาแดงขีดเขียนเอาไว้ ช่างซิมเปิลอะไรอย่างนี้ ฉันเลยยกโพสต์อิทแบบหนังสือภาพ 3D ที่สั่งซื้อจากร้านเครื่องเขียนให้ ขอแนะนำเป็นพิเศษเลยนะ ต้องใช้ด้วยล่ะ! เปิดหนังสืออ่านเมื่อไหร่จะได้ให้ความเพลิดเพลิน! อ๊ะ โพสต์อิทรูปคนวิ่งอันนี้ก็ยกให้ด้วยนะ พอแปะตามลำดับจากหลังมาหน้าแล้วพลิกๆ ดูจะกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบการ์ตูนภาพพลิกด้วยล่ะ! 
 
"อ่า ขอบใจนะ..."
"ไม่เป็นไรค่ะ" 
 
จากนั้นพวกเราต่างคนต่างก็จมอยู่ในหนังสือเรียน แล้วอยู่ดีๆ นายตัวสำรองก็เงยหน้าขึ้นจากหนังสือ 
 
"เฮ้ มีใครมาแน่ะ..." 
 
พอเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวขึ้นบันไดแว่วมาเบาๆ ฉันกับนายตัวสำรองแนบตัวชิดผนังระวังไม่ให้ใครมาเห็นเข้า คนร้ายมาแล้วเหรอ!? 
 
พวกเรารู้สึกได้ว่าเสียงฝีเท้าย่องเบาๆ เข้าไปในห้องเรียนของวาคาบะจัง ก่อนจะย่องตามไป แอบส่องข้างในห้องเรียนจากช่องว่างทางประตู
 
ในห้องเรียน มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะวาคาบะจัง หันหลังให้ก็เลยไม่รู้ว่าใคร แต่ดูท่าทางไม่ได้เด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ ไม่น่าจะใช่พวกคุณซึรุฮานะนะ ค่อยโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่เธอคนนั้นจะเป็นคนร้ายจริงๆ น่ะเหรอ...
 
ราวกับจะตอบคำถามของฉัน นักเรียนหญิงคนนั้นดึงเก้าอี้วาคาบะจังออกมา แล้วเริ่มใช้อะไรบางอย่างขีดเขียนส่งเสียงแกรกกราก จับได้คาหนังคาเขา! 
 
"ทำอะไรอยู่น่ะ!" 
 
ทันทีที่ฉันตระหนักว่านี่คืออาชญากรรม นายตัวสำรองก็กระชากประตูเปิดกว้างก้าวเข้าไปข้างใน อ๊ะ เดจาวู...
การปรากฎตัวอย่างกะทันหันของประธานนักเรียนทำให้นักเรียนหญิงคนนั้นสะดุ้งสุดตัว ปล่อยชอล์กในมือให้ร่วงลงพื้นก่อนเหลียวกลับมา 

"อ๊ะ..." 

ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้านักเรียนหญิงที่เหลียวกลับมา ชื่อของเธอ ใช่แล้ว...

"คุณอิโคมะ...?" 

คุณอิโคมะที่เคยเรียนอยู่ห้องเดียวกับฉันตอนม.4 นั่นเอง... 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

Eierschecke (จนปัญญากับเสียงอ่าน) 

 

สำหรับท่านที่ "คุณอิโคมะ!... คือใครวะ!?"   
ต้องมีแน่ๆ ผมรู้ ฮา สามารถกลับไปย้อนอ่านชีวิตช่วงม.4 ของท่านเรย์กะได้ คุณเธอโผล่มาครั้งแรกในตอนที่ 79 นะครับ  

ว่าแต่เฉลยตัวฆาตกร (?) แล้ว ก็อู้ได้แล้วดิ่ ใช่ป่าว~ //หมุนสามรอบโดดออกจากสปอยล์ไป

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET