NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.249 - ตอนที่ 249


249.


เช้าวันนี้โต๊ะวาคาบะจับกลับมาสกปรกอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน ขาวๆ แบบนี้นี่ผงชอล์กหรือเปล่านะ ถ้าเป็นแบบนี้ใช้ผ้าขี้ริ้วเวทมนตร์เช็ดเอาเดี๋ยวก็สะอาดแล้ว 
 
"วันนี้ง่ายเลยนะ ถ้าเป็นแค่เศษผงชอล์กทุกครั้งก็สบายล่ะ" 
 
แค่ไม่กี่นาทีก็เสร็จงานแล้ว นายตัวสำรองซาชิกิวาราชิเลยตั้งหน้าตั้งตาเช็ดถูโต๊ะนักเรียนคนอื่นต่อ เอาล่ะ วันนี้สัญลักษณ์แห่งความโชคดีจะส่องประกายแวววับที่โต๊ะใครกันนะ 
 
"แต่ต้องขอบใจนะ ที่อุตส่าห์มาช่วยกันแบบนี้ทุกเช้าเพื่อทาคามิจิ" 
 
ฉันแอบโคลงหัวอยู่ในใจกับคำพูดนั้น ที่ฉันมาทำความสะอาดบวกเฝ้าระวังอยู่แบบนี้เป็นเพราะวาคาบะจังเป็นเพื่อนคนสำคัญของฉันหรอกนะคะ
 
"ฉันทำด้วยความตั้งใจของตัวเอง เพราะงั้นมิซึซากิคุงไม่จำเป็นต้องมาขอบคุณฉันหรอกค่ะ"
 
ฉันรู้สึกเหมือนอ่านความหมายแฝงจากถ้อยคำของนายตัวสำรองได้ว่า "เพื่อทาคามิจิ (พรรคพวกของพวกเรา)" เลยรู้สึกอยากค้านขึ้นมานิดหน่อย
แล้วก็หวนนึกถึงบทสนทนากับคาบุรากิเมื่อวันจันทร์ 
 


นั่นเป็นเหตุการณ์ในห้องประชุมที่ประจำ---
 
"เดทเมื่อวานจบลงโดยไม่มีอะไรคืบหน้า"
"แหม ก็คงงั้นละนะคะ.."
"ทำไมถึงรู้!"
"เห็นทำหน้าบูดบึ้งซะขนาดนั้น ก็คาดได้ว่าคงจบไม่ค่อยสวยน่ะค่ะ" 
 
เมื่อวันอาทิตย์ คาบุรากิไปเดทตามที่ฉวยโอกาสขอนัดมาได้ขณะอยู่ในเหตุการณ์ชุลมุนที่วาคาบะจังโดนกลั่นแกล้งต่อหน้าต่อตา  รู้สึกจะไปดูหนังด้วยกัน  ตกลงไปดูหนังสปายหรือเปล่านะ
 
"แล้วไปพลาดตรงไหนเข้าหรือคะ"
"ก็ไม่ได้พลาดอะไรตรงไหน เพียงแต่ตอนแรกวางแผนไว้ว่าพอดูหนังจบแล้วจะแวะไปคาเฟ่ใช้เวลาสบายๆ แต่ทาคามิจิมีธุระต่อเลยเป็นอันยกเลิก" 
"อ้าว"
"ธุระนั่น... คือนัดดูหนังสือกับมิซึซากิ"
"อ้าวอ้าว~" 
"สุดท้ายเมื่อวานก็เลยจบลงโดยที่ไปดูหนังด้วยกันอย่างเดียว..."
"แบบนี้นี่เอง น่าจะทำเป็นอ่านบรรยากาศไม่ออก ติดสอยห้อยตามไปด้วยก็ได้นี่คะ" 
 
คาบุรากิตวัดสายตาคมปลาบเชือดเฉือน  ขอโทษค่ะที่ทำตลกไม่เข้าเรื่อง 
 
"พวกเราเป็นนักเรียนเตรียมตัวสอบเข้านะคะ คุณทาคามิจิเองก็เป็นนักเรียนทุนพิเศษที่สอบเข้ามาจากภายนอก ช่วงนี้จะให้เที่ยวเล่นทั้งวันก็คงเป็นไปได้ยาก อีกไม่นานก็จะมีสอบวัดความสามารถแล้ว ควรจะมองว่าเธออุตส่าห์หาเวลาให้ขนาดนี้ก็ดีแล้วมากกว่าไม่ใช่หรือคะ" 

เหมือนอาโออิจังที่อยู่ในสภาพแวดล้อมสอบเข้าที่เข้มงวดแบบเดียวกันน่ะ 
 
"...ก็นะ"
 
คาบุรากิเห็นด้วยในจุดนี้ 
 
"แต่ฉันคาใจเรื่องมิซึซากิที่ชอบมาวนเวียนอยู่รอบตัวทาคามิจิทุกครั้งที่เกิดเรื่อง"
"ก็แหม ทางโน้นเขาก็เป็นเพื่อนพ้องสภานักเรียนด้วยกัน ปฎิเสธไม่ได้หรอกนะคะว่ามีภาษีมากกว่าท่านคาบุรากิน่ะค่ะ"
 
ฉันโดนสายตาราวกับนักฆ่าของคาบุรากิทะลุทะลวงจนเผลอหวีดร้องออกมา--- 
 

นายตัวสำรองที่กล่าวขอบคุณแทนวาคาบะจังเหรอ แย่ละนะ คาบุรากิ รู้สึกว่านายจะออกตัวช้ากว่าสองสามก้าวละนะ... 
 
"แต่ถึงยังไง ฉันก็อยากขอบคุณด้วยอีกคนนะ เพราะได้เธอช่วยลบรอยขีดเขียนทุกเช้า ทาคามิจิก็เลยดูเหมือนจะไม่ได้รู้ตัวว่าโดนกลั่นแกล้งอยู่"
"งั้นก็ดีแล้วละค่ะ"
"อื้อ"
 
ถ้าวาคาบะจังได้ผ่านวันเวลาอย่างสนุกสนานปลอดโปร่งก็ดีแล้วละ 
 
"แต่ก็ต้องรีบหาตัวคนร้ายให้เจอแล้วบังคับให้เลิกพฤติกรรมกลั่นแกล้งแบบนี้  การรังแกกัน จะมากจะน้อยก็สร้างบาดแผลสะเทือนใจให้คนที่โดนกระทำทั้งนั้น" 
 
นายตัวสำรองทำหน้าแปลกใจกับคำพึมพำของฉัน 
 
"อะไรคะ"
"เพราะคิโชวอินพูดเหมือนตัวเองเคยมีประสบการณ์โดนรังแกมาก่อนน่ะ แต่เรื่องแบบนั้นคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วละนะ"
"..........." 

โชคดีที่ตัวฉันในตอนนี้ไม่เคยถูกรังแก แม้จะมีการประจันหน้าหรือโดนว่ากระทบจากพวกคุณซึรุฮานะหรือคุณไมฮามะที่มาหลงชอบคาบุรากิอยู่บ้าง แต่คนที่จะมารังแกตัวฉันที่เป็นถึงบุตรสาวบ้านคิโชวอิน สมาชิกของ Pivoine ไม่ได้มีเยอะนักหรอกนะ หากตัวฉันเมื่อชาติก่อนนั้นเป็นคนธรรมดาที่มีอยู่ทั่วไป จะโดนรังแกบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา  แน่นอนว่าก็โดนเพิกเฉย โดนหัวเราะเยาะนินทาลับหลัง แหม การกลั่นแกล้งอย่างที่วาคาบะจังโดนมาฉันก็ผ่านมากับตัวอยู่เหมือนกันนะ ทุกข์ใจจะแย่ ยิ่งเวลาพักหรือเวลาเรียนรวมกันเป็นกลุ่มน่ะอึดอัดที่สุด ได้แต่ภาวนาขอให้เวลาผ่านไปไวๆ อุ~ เผลอคิดถึงเรื่องแย่ๆ ขึ้นมาจนได้ แต่ในกรณีของฉันไม่เหมือนวาคาบะจังตรงที่ไม่ได้โดนอยู่นานนัก เป้าหมายเปลี่ยนไปเป็นเด็กคนอื่นเสียก่อนน่ะนะ 
 
"...แค่ความรู้สึกของคนที่โดนรังแก ก็พอจะจินตนาการได้น่ะค่ะ"
"งั้นหรือ"
 
นายตัวสำรองขยับมือไปมาเงียบๆ ไม่มีทีท่าจะซักไซ้ไปมากกว่านั้น 
 
"คิโชวอิน ถ้าหากคนร้ายนั่นเป็นคนของ Pivoine ขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ"
"เอ๋...." 
 
ฉันหยุดมือที่กำลังเช็ดทำความสะอาด จ้องมองเสี้ยวหน้านายตัวสำรองเขม็ง 
 
"มิซึซากิคุงคิดว่าสมาชิก Pivoine เป็นคนร้ายหรือคะ"
"แค่สมมุติน่ะ"
"........" 
 
ถ้าหากคนร้ายเป็นคนของ Pivoine เหมือนกับฉัน...จะทำยังไงดี
 
"มิซึซากิคุงตั้งใจจะทำยังไงหรือคะ"
 
ออกจะขี้โกงหน่อยๆ  ฉันหาเรื่องไม่ยอมตอบ แต่ย้อนคำถามด้วยคำถาม 
 
"แน่นอน ก็ต้องเปิดเผยความผิดที่ทำลงไป พาตัวไปขอโทษทาคามิจิ ในบางกรณีก็อาจจะต้องเรียกร้องให้มีการลงโทษตามความเหมาะสม" 
 
แหม ก็คงเป็นธรรมดาล่ะนะสำหรับประธานสภานักเรียน
แต่ Pivoine ถือเป็นชนชั้นอภิสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกลู่นอกทางอยู่บ้างในโรงเรียน ถ้าคนแบบนั้นถูกบังคับให้ขอโทษวาคาบะจังที่เป็นนักเรียนกลุ่มนอกที่ตัวเองดูถูกดูแคลน คงจะเสียศักดิ์ศรีอย่างมากจนเกิดอาละวาดขึ้นมาก็เป็นได้ 

"ถึงตอนนั้น สภานักเรียนกับ Pivoine คงไม่อาจหลีกเลี่ยงการปะทะกันโดนตรง"
"........" 

สภานักเรียนกับ Pivoine จะปะทะกันโดนตรงเหรอ...
นายตัวสำรองเสริมต่อด้วยทีท่าสมเพชตัวเองว่า "เอาเถอะ ถึงจะสู้ไปทางนี้ก็แพ้กันอยู่ชัดๆ แล้วน่ะนะ" 

"พูดอะไรอ่อนแอจังนะคะ คิดจะแพ้ตั้งแต่ต้นเลยเหรอ"
"ก็คงงั้นละนะ ถึงจะบอกว่าสภานักเรียนเป็นขั้วฝ่ายถ่วงดุลอำนาจของ Pivoine แต่เอาเข้าจริงความแตกต่างของอิทธิพลมันก็เป็นที่กระจ่างชัดอยู่แล้ว"
"เยือกเย็นกว่าที่คิดนะคะ"
 
เคยคิดว่านายตัวสำรองจะเป็นประเภทที่ประกาศกร้าวท้ารบไม่ยอมสิโรราบจนกว่าจะโค่นล้ม Pivoine ได้เพื่อความยุติธรรมที่ตัวเองเชื่อมั่นเสียอีก
เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน...  
 
"แต่ยังไม่แน่ว่าจะเป็น Pivoine เสียหน่อยใช่ไหมคะ"
"ก็ใช่อยู่หรอกนะ" 

ถ้ายังไม่แน่ก็ไม่อยากให้ตัดสินกันว่าจะเป็น Pivoine นะ
 
"มิซึซากิคุงอาจจะมีอคติกับ Pivoine แต่ในกลุ่มก็มีคนที่รักสันติไม่ชอบความขัดแย้งอยู่เหมือนกันนะคะ" 
 
อย่างน้อย ท่านฟุยุโกะที่ออกจะเลื่อนลอยห่างไกลโลกียโลก แต่ไม่เคยดูถูกคนอื่นแบ่งแยกชนชั้นว่าใครเป็น Pivoine หรือไม่ สาวน้อยวรรณกรรมอย่างท่านซาราระก็ไม่เคยทำท่าอวดเบ่งวางอำนาจกับใคร 
 
"นั่นสินะ... ขอโทษที" 
 
นายตัวสำรองขอโทษฉันด้วยท่าทีสำนึกผิด 
 
"นั่นสินะ มีคนที่ไม่อวดเบ่งใช้อำนาจ แล้วก็มีคนที่อุตส่าห์มาโรงเรียนแต่เช้าเพื่อทำความสะอาดโต๊ะให้นักเรียนกลุ่มนอกโดยไม่มีใครสะกิดใจด้วยนี่นะ"
"เอ๋...." 
 
นี่กำลังชมอยู่เหรอ แต่ฉันไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับยังไงดีนะ
นายตัวสำรองเหลือบมองฉันแล้วหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็รำพึงว่า "เฮ้อ~ ฉันเองก็ยังไม่เอาไหนเลย" 
 
"ความจริงแล้ว ฉันตั้งใจว่าถ้าได้ขึ้นเป็นประธานนักเรียน ก็อยากจะกำจัดความเป็นปฏิปักษ์ระหว่าง Pivoine กับสภานักเรียนไปซะ"
"จริงเหรอคะ!?"

นายตัวสำรองหัวเราะขื่นๆ กับปฎิกริยาของฉัน 

"อา แต่มันยากกว่าที่คิดนะ รอยร้าวที่ผ่านมานานปีก็ยากจะประสาน ถ้าคิดจะโอนอ่อนเข้าหาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ก็เสี่ยงจะถูกรอบข้างมองว่าประธานนักเรียนคิดจะประจบสอพลอ Pivoine" 

ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่านายตัวสำรองมีเป้าหมายลับๆ แบบนั้นอยู่ด้วย 

"แม้แต่ตัวฉันเอง ถึงจะพยายามระวังไว้ แต่ในใจก็ยังมีอคติที่มีต่อ Pivoine  อยู่ที่ไหนสักแห่ง...."
 
นายตัวสำรองต่อว่า "เหมือนเมื่อกี้นี้" แล้วทำหน้าเบ้
 
"แหม  เรื่องนั้นก็มีประวัติศาสตร์ที่สั่งสมกันมายาวนานถึงปัจจุบันนี่คะ" 

ตัวฉันเองตอนนายตัวสำรองมาเจอเข้า ยังคิดเลยว่าคงไม่เชื่อที่ฉันพูดแน่ๆ
พอปลอบใจไปแบบนั้น นายตัวสำรองก็หัวเราะว่า "นั่นสิ" 

"แล้วตัวหัวหน้าของทางโน้นก็ออกจะเรื่อยเฉื่อยนี่นะ"
"อย่าพูดเหมือนหัวหน้าองค์กรร้ายแบบนั้นสิคะ แต่ก็ไม่ปฎิเสธหรอกนะว่าประธาน Pivoine เรื่อยเฉื่อยจริงๆ"
 
นายตัวสำรองหลุดขำพรืด
 
"พูดแบบนั้นจะดีเรอะ"
"ขอให้รู้กันแค่ตรงนี้ก็แล้วกันค่ะ" 
 
นายตัวสำรองยังหัวเราะพลางรับคำ "ตกลง" 
 
"...เรื่องนี้เอาไว้แค่นี้ก็แล้วกัน คุยกันเรื่องอื่นเถอะ คิโชวอินเคยซื้ออะไรจากทีวีไดเรคต์แล้วพลาดบ้างหรือเปล่า"
"ของที่ซื้อพลาดเหรอคะ..." 
 
นายตัวสำรองเปลี่ยนหัวข้อ ฉันเลยปล่อยเลยตามเลย 
 
"สินค้าทีวีไดเรคต์ที่ซื้อพลาด... นั่นสินะคะ ไม่เชิงเป็นของที่พลาด เรียกได้ว่าเป็นของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้แล้วไม่รู้จะเอาไปทำอะไรต่อมากกว่ามั้งคะ มีหลายชิ้นทีเดียวละค่ะ" 
 
หลักๆ ก็พวกอุปกรณ์ไดเอ็ทอย่างเช่นเสต็ปเปอร์น่ะ โดยเฉพาะเสต็ปเปอร์ตอนนี้เหยียบจนเอียงกะเทเร่ไปแล้ว จะเอาของขึ้นไปสุมๆ ไว้ข้างบนก็ไม่ได้ 
 
"เห อย่างเช่น?"
 
อย่างเช่น...
 
"ไทโชโคโตะ" (*)
"เฮ้ ขรึมจังนะ" 
 
ฉันนึกสนใจไทโชโคโตะมาตั้งแต่สมัยได้เห็นแนะนำอยู่ในรายการทีวีไดเรคต์ที่ฉายตอนกลางวันช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของชาติก่อนแล้ว ถึงจะมีชื่อว่าเป็นโคโตะแต่ก็เป็นแบบตั้งโต๊ะแถมหน้าตาเหมือนเครื่องพิมพ์ดีดอีกต่างหาก จิตใจเด็กน้อยเกิดสนใจขึ้นมาทันทีว่า อะไรน่ะ!? เวลาแบบนี้ พอมีทรัพย์สินเงินทองพอจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้ก็ระงับความอยากไม่อยู่เลยอ่ะเนอะ เขาว่าถ้าโทรมาตอนนี้จะแถมสมุดโน้ตเพลงให้ด้วย ฉันเลยรีบโทรสั่งทันควัน 

"ซื้อมาตอนปิดเทอมฤดูร้อนเมื่อหลายปีก่อนน่ะค่ะ ปิดเทอมนั้นก็เห่อดีดทุกวันเลยนะ...."
 
พอจะเริ่มดีดได้ตลอดรอดฝั่งโดยดูโน้ตบ้างไม่ดูบ้าง โรงเรียนก็เปิดพอดี แล้วก็เลยไม่ได้แตะอีกเลย... อื้อ ดูมันจืดๆ ยังไงไม่รู้อ่ะเนอะ ไทโชโคโตะเนี่ย  ทั้งที่ถ้าบอกว่างานอดิเรกคือโคโตะก็จะดูเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์  แต่พอบอกว่างานอดิเรกคือไทโชโคโตะปุ๊บก็ดูกลายเป็นงานอดิเรกของคุณย่าคุณยายทันที... แต่ตอนนี้ฉันเก็บเข้ากล่องลงคลังไปแล้ว กะว่าซักวันถ้าอายุเยอะๆ เมื่อไหร่ก็จะเอาออกมาดีดอีกครั้งนะ แค่หยุดพักจนกว่าจะถึงวันนั้นเท่านั้นเอง แก้ตัวให้ตัวเองฟังอ่ะเนอะ 
 
"มิซึซากิคุงเองก็รู้เรื่องทีวีไดเรคต์ละเอียดเหมือนกัน เคยช้อปอะไรมาหรือเปล่าคะ"
"ฉันน่ะเหรอ" 
 
นายตัวสำรองเงยหน้าขึ้นมองอากาศนิดๆ ทำหน้าครุ่นคิด
 
"...นั่นสินะ ก็ไม่เชิงว่าซื้อของทางเน็ทหรอก แต่ฉันซื้อหนังสือประจำทุกเดือน แล้วก็เอาชิ้นส่วนที่แถมมากับหนังสือมาประกอบ..."
"เอ๋--! !?" มิซึซากิคุง ซื้อวารสารเอ็นไซโคลปิเดียรายเดือนด้วยเหรอ!?" (**) 

เกินคาด! เกินคาดสุดๆ!

"ไอ้นั่นใช่ไหม? แบบที่ฉบับปฐมฤกษ์จะวางจำหน่ายในราคาพิเศษน่ะ"
"......." 

นายตัวสำรองเบือนสายตาหลบฉัน 

"ฉบับปฐมฤกษ์จะแถมแฟ้มแสนสะดวกให้ได้สะสมด้วยใช่ไหมนะ? นะ? นะ?"
"......." 
 
นายตัวสำรองหันหน้าหนีดื้อๆ 
 
"เพิ่งเคยเห็นคนที่ซื้อวารสารเอ็นไซโคลปิเดียรายเดือนเป็นครั้งแรกเนี่ยแหละ! เห~! มิซึซากิคุงเองเหรอเนี่ย~ ที่ซื้อวารสารเอ็นไซโคลปิเดียรายเดือนแบบนี้ แหมแหม เกินคาด เกินคาด" 
"......." 
"แล้วไงต่อ? แล้วไงต่อแล้วไงต่อ? ซื้อซีรี่ส์อะไรมาเหรอ" 
 
ฉันตีๆ แขนนายตัวสำรองที่ไม่รู้ทำไมถึงเงียบกริบไม่พูดไม่จาให้หันกลับมา พอจิ้มๆ "นี่นี่นี่" เซ้าซี้ถามต่อ ทางนั้นก็ตอบกลับมาฝืดๆ ว่า "....พวกซีรี่ส์ปราสาทญี่ปุ่นน่ะ"  
 
"ปราสาท! ยิ่งเกินคาดหนักเข้าไปอีกนะเนี่ย! ไม่นึกเลยนะว่าอย่างมิซึซากิคุงจะมีงานอดิเรกเป็นปราสาท! จริงดิ่ ปราสาทจริงดิ่ แล้วไงต่อ? ปราสาทที่ว่าใช่ปราสาทฮิเมจิหรือเปล่า"
"...ปราสาทมัตสึโมโตะ"
"ปราสาทมัตสึโมโตะ! มิซึซากิคุงต่างหากล่ะงานอดิเรกขรึมชะมัด! ถ้าต่อเสร็จเมื่อไหร่ให้ฉันไปเล่นไทโชโคโตะฉลองให้ที่หน้าปราสาทเอาปะล่ะ แต่ดีดได้แต่เพลง 'จันทรายามปราสาทล่ม' นะ"
"...ขอผ่าน แล้วก็ต่อเสร็จแล้วด้วย"
"โหย สุดยอด" 

ไม่เบื่อทิ้งไปกลางคัน แต่ต่อเสร็จจนถึงท้ายที่สุด เก่งมากเลยนะ แต่นายตัวสำรองที่นั่งคุดคู้อยู่ท่ามกลางปราสาทจำลองที่ตั้งตระหง่านและวารสารเอ็นไซโคลปิเดียรายเดือนนับสิบๆ เล่มที่กองสูงอยู่ในห้องส่วนตัวเหรอ คิดๆ แล้วน่าขำยังไงไม่รู้ 
 
"...ฉันตะหงิดๆ มาพักหนึ่งล่ะ คิโชวอิน นี่คำพูดของเธอมันไม่ได้แปร่งๆ ไปจากปกติเรอะ ดูห่ามๆ ยังไงชอบกลนะ"
"เอ๋!" 
 
อุหวา ไม่ได้การ ตื่นเต้นหนักจนเผลอปล่อยให้ธาตุแท้หลุดออกมา! คนอย่างคิโชวอิน เรย์กะ ผู้เป็น Pivoine กลับประมาทถึงเพียงนั้น

"คิดมากไปเองหรือเปล่าคะ ดิฉันก็พูดตามปรกตินะเจ้าคะ" 

ฉันหัวเราะโอะโฮะโฮะกลบเกลื่อน ส่วนนายตัวสำรองมองมาด้วยสายตาเคลือบแคลง---

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
 
 

ไทโชโคโตะ (*)
เป็นโคโตะที่ประดิษฐ์ขึ้นมาในยุคไทโช เป็นการ simplified โคโตะออริจินัลให้ดีดได้ง่ายขึ้นด้วยการเอาแป้นกดเข้ามาใช้ 

โคโตะ (ออริจินัล)  

 

วารสารเอนไซโคลปิเดียรายเดือน (**)
โอ้โฮ อธิบายกันยาว คือมันเป็นรูปแบบสิ่งพิมพ์ที่ไม่มีในเมืองไทย มันเป็นปทานุกรมรูปแบบหนึ่งซึ่งแต่ละซีรี่ส์จะมีหัวข้อของตัวเอง เช่น โรบอท จักรวาล แมลง ฯลฯ อาจจะตีพิมพ์เดือนละเล่ม แล้วก็มีของแถมเป็นชิ้นส่วนมาในเล่ม พอเก็บครบก็เอาชิ้นส่วนมาประกอบได้แบบซีรี่ส์ปราสาทของนายตัวสำรอง แต่ที่อาริมะอิดเอื้อนไม่อยากพูดเพราะส่วนมากกลุ่มลูกค้าของวารสารจำพวกนี้มักจะเป็นเยาวชนที่มีความเป็นโอตะเล็กๆ  ท่านเรย์กะไปหัวเราะเอิ๊กอ๊ากใส่เขาแบบนั้นมันก็อายน่ะสิ ปัทโธ่...

ฉบับปราสาทมัตสึโมโตะที่นายตัวสำรองซื้อคือเล่มนี้ 

พวกพาร์ทที่เอามาประกอบก็ไม่ใช่เล่นๆ ออกมาได้ขนาดนี้เชียวนา  

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET