[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 248 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.248 - ตอนที่ 248


248.

 

วันนี้มีนัดทานลันช์วันหยุดกับซากุระจังกับอาโออิจังล่ะ
พอไปถึงสถานีที่นัดกันไว้ พวกซากุระจังก็มาคอยอยู่ก่อนแล้ว ฉันวิ่งเหยาะๆ ไปหาทั้งสองคน 
 
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ ซากุระจัง อาโออิจัง!"
"อ๊ะ เรย์กะจัง!"
"อรุณสวัสดิ์ เรย์กะ" 
 
"อาโออิจัง สบายดีหรือเปล่า" 
 
กับซากุระจังนั้น เราคุยโทรศัพท์ด้วยกันเป็นระยะ หรือได้เจอกันบ้างเวลาที่อาคิสะวะคุงไม่ว่าง แต่ซากุระจังว่าง  แต่ไม่ได้เจออาโออิจังแบบนี้มาตั้งหลายเดือนแล้วนะเนี่ย 
 
อาโออิจังที่เรียนอยู่โรงเรียนรัฐนั้นต้องเข้ารับการสอบตามปรกติ ผิดกับพวกเราที่ถ้าทำคะแนนได้ดีประมาณหนึ่งก็รับประกันได้ว่าจะได้เลื่อนขั้นต่อไปในมหาวิทยาลัยในสังกัดโดยอัตโนมัติ เธอจึงยุ่งกับการเตรียมตัวสอบเข้าจนแทบไม่มีเวลาได้เที่ยวเล่น  เห็นว่าวันนี้อีกเดี๋ยวก็ต้องไปเรียนต่อที่โรงเรียนสอนพิเศษจนดึกดื่น
 
"อาโออิจังดูซูบไปหน่อยนะ ผอมลงหรือเปล่า"
"จริงเหรอ"
"เพิ่งคุยกันอยู่เมื่อกี้เอง เห็นว่าวันธรรมดานอกจากเวลากินข้าวกับอาบน้ำแล้วก็ต้องดูหนังสือสอบตลอดเลยนะ"
"เอ๋!" 
 
นักเรียนเตรียมสอบเข้าของจริงเขาเรียนกันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ!?
งั้นก็คงเรียนหนักจนผอมละนะ... ไหวหรือเปล่าน่ะ อาโออิจัง 
 
"ปรกติทุกวันจะอ่านหนังสือนานขนาดไหนเหรอ"
"วันธรรมดามีเรียนด้วยก็ประมาณ 6-8 ชม.น่ะ ถ้าเป็นวันหยุดรวมที่เรียนพิเศษด้วยก็ประมาณ 15 ชม."
"15 ชม.!?"
"ขนาดนี้ยังธรรมดานะ มีคนเรียนหนักกว่าฉันอยู่อีกเยอะแยะ"
"เอ๋~..." 
 
เรียนกันโหดขนาดที่นักเรียนกลุ่มในที่อ่อนปวกเปียกถึงกระดูกอย่างฉันคิดไม่ถึงเลยนะ 15 ชั่วโมงนี่เรียนกันจนควันขึ้นสมองละมั้ง 
 
"วันนี้ที่ชวนมานี่รบกวนหรือเปล่านะ"
"ไม่หรอก ได้พักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดีเหมือนกัน" 

อาโออิจัง... อย่างน้อยวันนี้ก็ขอให้ทานของอร่อยๆ เยอะๆ รับสารอาหารมีประโยชน์ไปบ้างซักนิดก็ยังดีนะ
 
เราจองร้านที่จะทานลันช์ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมีบริการมานำทางไปยังที่นั่งในเทราซในทันที อากาศเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ ลมเย็นสบายดีจัง 
 
"ที่ร้านนี้สั่งของหวานกลับบ้านได้ด้วยใช่ไหม"
"รู้สึกจะใช่นะ อะไรน่ะ ซากุระจัง อยากสั่งกลับบ้านเหรอ"
"อุตส่าห์มาแล้ว ก็เลยว่าจะซื้ออะไรติดมือกลับไปฝากทาคุมิด้วยน่ะนะ" 
 
หืม~ ยังสนิทสนมกันดีเหมือนเดิมเลยนะ ก็ถือว่าเป็นการดีมิใช่หรือเจ้าคะ
 
"ทำสายตาแบบนั้นทำไมยะ" 
 
โอ๊ะ เผลอปล่อยให้ความริษยาเล็ดลอดออกมาทางสายตาแล้วไง ฉันหัวเราะกลบเกลื่อนบอกว่าคิดมากไปเอง อุฮุฮุ 
 
"แล้วอาโออิจังกับแฟนเป็นไงบ้าง" 
 
ซากุระจังหันหัวเรื่องไปหาอาโออิจัง 
 
"เราก็คุยๆ กันว่าคงไปเที่ยวไหนกันไม่ได้จนกว่าจะสอบเสร็จน่ะเนอะ"
"งั้นเหรอ คงเหงาหน่อย แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ"
"อื้อ แต่เราดูหนังสือด้วยกันอยู่นะ" 
 
ความรักของทางนี้ก็ดูราบรื่นดีนะคะ
 
"แล้วเรย์กะล่ะ"
"...อะไรล่ะ"
"ไม่มีอะไรมารายงานบ้างเหรอ"
"...ก็ไม่มีอะไรจะพูดถึงเป็นพิเศษนี่คะ" 
 
อย่าคิดว่าใครๆ เขาเป็นประชากรของหมู่บ้านมีรักกันไปหมดนะ! 
 
"อ้าว แล้วนายคนที่ห้องสมุดที่เคยพูดถึงเมื่อก่อนไปถึงไหนแล้วล่ะ"
"นายคนที่ห้องสมุด..."
 
หมายถึงนารุคุง (ชื่อปลอม) น่ะเอง 
 
"สงสัยจะสอบเสร็จไปแล้ว ก็เลยไม่ปรากฎตัวมาที่ห้องสมุดอีกเลย..."
"เอ๋ แค่เนี้ยเหรอ"
"ก็แค่เนี้ย จะให้มีอะไรอื่นอีกล่ะยะ" 
 
ก็เป็นคนที่ได้เจอกันแต่ในห้องสมุดนี่นา พอเขาไม่มาแล้วก็ไม่รู้จะไปหาจุดร่วมกันที่ไหน  ฉันเองก็ยังโผล่ไปห้องสมุดอีกหลายครั้งเผื่อจะมีโอกาสได้เจอกันอีก เฮ้อ พอนึกถึงแล้วก็อยากเจอจังน้า นารุคุง 
 
"ที่ว่านายคนที่ห้องสมุด หมายถึงรุ่นพี่ที่อยู่โรงเรียนเดียวกับฉันน่ะเหรอ"
 
อาโออิจังถามอย่างเกรงๆ 
 
"ใช่ เห็นว่าเป็นรุ่นพี่โรงเรียนเดียวกับอาโออิจัง ก็เลยขอให้ช่วยตรวจสอบอะไรให้หลายๆ อย่างน่ะ"
"...อื้อ เรย์กะจัง ยังชอบรุ่นพี่คนนั้นอยู่เหรอ..."
"จะว่าชอบหรือไงดี... แค่รู้สึกสนใจน่ะ จริงด้วย อาโออิจัง หลังจากนั้นได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนที่ห้องสมุดมาบ้างหรือเปล่านะ" 
 
ผลการสอบเข้าของนารุคุงเป็นไงบ้างนะ ที่ไม่ปรากฎตัวขึ้นที่ห้องสมุดอีกแปลว่าสอบผ่านแล้วใช่ไหมนะ
ซากุระจังเสริมว่า ถ้าอยู่โรงเรียนเดียวกัน ก็น่าจะให้อาโออิจังช่วยเป็นกำลังให้อีกแรง 
 
"หลังเรียนจบไปแล้วก็ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน แต่ว่า..."
"อื้อ"
 
อาโออิจังอ้ำๆ อึ้งๆ อ้าปากขึ้นแล้วก็หุบลงหลายครั้งอย่างลังเล
 
"รู้สึกว่ารุ่นพี่จะมีแฟนแล้วนะ..." 
 
---ค้อนฟาดเข้าที่หัวใจของฉันอย่างแรง
นารุคุงมีแฟนแล้ว...
ฉันช็อคจัดจนฟุบลงไปกับโต๊ะ ปล่อยให้ซากุระจังถามแทนว่า "เป็นเรื่องจริงเหรอ" 
 
"อื้อ...รุ่นพี่ถ่ายรูปคู่กับแฟนเป็นที่ระลึกในพิธีจบการศึกษา แล้วหลังเรียนจบก็เห็นทั้งสองคนเดินไปห้องพักครูด้วยกัน..."
"แต่แค่นั้นยังไม่แน่ว่าเป็นแฟนหรือเปล่านี่นา"
"จูงมือกันด้วยนะ รุ่นพี่ที่ฉันรู้จักก็บอกว่าสองคนนั้นคบหากันอยู่..."
"...อ๋า งั้นก็ชัวร์แล้วล่ะ"
 
ชัวร์แล้วล่ะ...
อกหักสองรอบ ทั้งจากนารุคุงในชาติก่อน ทั้งนารุคุง (ชื่อปลอม) ในชาตินี้...
 
ก็แค่ใจเต้นเพราะรู้สึกว่าเหมือนนารุคุงลูกพี่ลูกน้องที่เคยชอบเลย~ คิดถึงจังเลย~ ก็เลยช็อคน้อยกว่าตอนรุ่นพี่โทโมเอะเยอะ แต่ก็นะ...! 

"เรย์กะจัง เข้มแข็งไว้นะ"
"อุ~..."
 
อกหักรอบสองในชาตินี้ โชคไม่กลิ้งไปทางห้องสมุดมั่งหรือไงนะ 
 
"โลกนี้จะมีรักสมปรารถนาอยู่จริงเหรอ..."
"มีสิ"
"น่าจะมีนะ" 
 
พวกชาวหมู่บ้านมีรักเอ๊ย! 
 
"จะไปตกหลุมรักคนที่เจอในห้องสมุดก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ทำไมถึงไม่ส่งเสียงทักเขาล่ะ"
"เอ๋ ใครจะกล้าทักล่ะ" 
 
ไม่ไหวๆ จะให้ทักคนที่ไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักมาก่อนว่าอะไรล่ะ เดี๋ยวเขาก็คิดว่าเป็นคนน่าสงสัยหรอก ถ้าถูกมองด้วยสายตาแบบว่าอะไรของยัยนี่น่ะจะทำไงดี ถ้าเจอแบบนั้นเข้าจริงๆ มีหวังอายจนตั้งตัวไม่ติดแน่เลย 
 
"งั้นก็ได้แต่มองเฉยๆ สินะ"
"ก็ส่งจิตไปว่า หันมาทางนี้~ หันมาทางนี้~ แต่ดูเหมือนจะส่งไปไม่ถึงอ่ะนะ"
"อะไรน่ะ น่ากลัวชะมัด"
"บอกว่ามีความไว้ตัวสิ" 

ซากุระจังหัวเราะเยาะหัวใจสาวน้อยบอบบางของฉันเย้ยๆ

"รู้ถึงขนาดว่าเรียนอยู่ที่ไหนแล้ว ก็มีตั้งหลายวิธีในการเข้าหา อย่างไปเที่ยวงานเทศกาลโรงเรียนก็ได้ มัวแต่ทำอะไรอยู่น่ะเธอ"
"ก็แหม..." 
 
ฉันเชิดปาก
ถึงขนาดไปหาที่งานเทศกาลโรงเรียน ถ้าความแตกว่าฉันแอบชอบเขาอยู่ก็น่าอายแย่
ว่าแล้วซากุระจังก็ต่อว่า "เรย์กะนี่นะ" 
 
"ชอบคิดอะไรฝันเฟื่องแบบซักวันหนึ่งจะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมารับอยู่ใช่ไหมล่ะ"
"เอ๋...." 

ดวงตาของซากุระจังที่มองฉันอยู่หรี่ลง

"นี่เธอ มัวเอื่อยเฉื่อยรอเจ้าชายที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนจริงหรือเปล่า จะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้อยู่ไม่ได้หรอกนะ ต้องมีกำลังใจเข้มแข็งขนาดขึ้นขี่ม้าขาวออกไปหาเจ้าชายด้วยตัวเองซี่ กำลังใจน่ะ!" 
 
ซากุระจังรุกย่ำเข้ามาขณะฉันยังระย่อ 
 
"ถ้ามัวแต่รอไปเรื่อยๆ ว่าซักวันจะต้องมีเจ้าชายแสนวิเศษมารับฉันไปละก็ ซักวันได้เป็นคุณยายโดยไม่รู้ตัวแน่ จะเอางั้นเหรอ" 
 
ภาพอันน่าสะพรึงกลัว หญิงชราไว้ผมหลอดเร่ร่อนงกๆ เงิ่นๆ ไปทั่วหมู่บ้านคานทองเฝ้ารอให้เจ้าชายมารับปรากฎขึ้นในสมอง  
 
"...ฉันขี่ม้าไม่เก่ง ขอเป็นม้าโพนี่สีขาวแทนได้ไหม" 
 
ฉันให้สัญญาว่าจะเดินทางออกจากหมู่บ้าน 
 
"ว่าแต่จ่าสิบเอก กระผมยังหาไม่พบเลยขอรับว่าจะไปรับตัวเจ้าชายที่ว่าได้จากที่ไหน"
"ใครเป็นจ่าสิบเอกกันยะ"
 
ก็มันไม่มีวาสนาอ่ะ มันไม่มีวาสนา 
 
"ที่ซุยรันไม่มีเหรอ"
"ไม่มี"
 
กระชับและชัดเจน 
 
"นักเรียนชายซุยรันออกจะป๊อบในโรงเรียนฉันนะ" 
 
ก็พวกผู้ชายที่พอใช้ได้ก็มีแฟนกันแล้วทั้งนั้น หัวหน้าห้องก็ด้วย อิวามุโระคุงก็ด้วย ส่วนผู้ชายคนอื่นนอกเหนือจากนั้นไม่สนิทด้วยก็เลยไม่รู้เหมือนกัน ก็โดนตีตัวออกห่างเรื่อยเลยนี่นา
 
"จะว่าไปทาคุมิก็เคยบอกเหมือนกัน พอเรย์กะเดินไปตามทางเมื่อไหร่เหมือนมีขบวนเสด็จท่านไดเมียวเลย"
"อะไรกันยะ! อาคิสะวะคุงแอบพูดลับหลังฉันแบบนั้นเหรอ! ใจร้าย!"
"จริงเหรอ เรย์กะจัง"
"จะเป็นไปได้ยังไงกัน! โกหกชัดๆ!"
 
ไม่ใช่เรื่องตลกนะ ซากุระจัง! ขบวนเสด็จท่านไดเมียวนี่อะไรน่ะ จะเป็นไปได้ยังไงเล่า ก็จริงอยู่หรอกที่คนส่วนมากจะเว้นทางให้ฉันเดินเป็นแถว แต่ไม่ถึงขั้นทรุดตัวลงหมอบกราบซักหน่อย! ถึงจะไม่มีใครค่อยกล้าสบตาด้วยก็เหอะนะ!
 
"งั้นลองหันไปมองโรงเรียนอื่นบ้างไหมล่ะ"
"โรงเรียนอื่น? แล้วจะทำความรู้จักกันได้ยังไงล่ะ"
"ไม่มีคำชวนมาบ้างเหรอ" 
 
ชวน? ชวนอะไรคะ?  
 
"ของซากุระจังมีด้วยเหรอ"
"โรงเรียนที่ฉันเรียนอยู่มีชื่อในฐานะโรงเรียนคุณหนูน่ะ ก็มีโรงเรียนชายล้วนมาชวนไปโน่นมานี่กันบ่อยๆ นะ" 
 
อะไรเนี่ย!
 
"ทางซุยรันก็น่าจะมีมาบ้างนะ"
"ไม่เห็นเคยได้ยินเลย" 
 
ที่สำคัญคำชวนที่ว่ามันมาจากทางไหนล่ะ ซากุระจังตอบข้อข้องใจของฉันว่าแนะนำผ่านมาทางเพื่อน อะไรกันเนี่ย
 
"ในซุยรันไม่มีเพื่อนที่สนิทๆ กันคนไหนพอจะแนะนำใครให้ได้บ้างเหรอ"
 
ใบหน้าพวกเซริกะจังและคิคุโนะจังผุดขึ้นมา
 
"ไม่มี" 
 
กระชับและชัดเจน 
คนรอบข้างฉันล้วนแล้วแต่สังกัดอยู่ใน "แผนกสตรี" ชั้นม.ปลายของโรงเรียนซุยรันทั้งนั้น
 
"งั้นเพื่อนโรงเรียนอื่นที่พอจะแนะนำใครให้เรย์กะได้ล่ะ" 
 
เพื่อนโรงเรียนอื่น...
ฉันชี้นิ้วไปยังทั้งสองคนตรงหน้าเงียบๆ

"เอ๋ พวกเราน่ะเหรอ!?"

ฉันพยักหน้าหงึกหงักให้ทั้งสองคนที่ตกอกตกใจ
ซากุระจังกับอาโออิจังมองหน้ากันแล้วว่า "เรื่องนั้นออกจะ~" ทำไมเล่า
 
"ไหนซากุระจังว่ามีคนชวนมาเยอะแยะไง"
"ฉันมีทาคุมิอยู่แล้ว ก็เลยปฎิเสธไปหมดน่ะ"
"โรงเรียนอาโออิจังเป็นโรงเรียนสหฯ ไม่ใช่เหรอ..."
"ตอนนี้โรงเรียนฉันเครียดกับเรื่องสอบเข้ากันหมดล่ะ คิดว่าคงไม่มีใครมีแรงมาปาร์ตี้หาคู่ซักคน ขอโทษนะ" 
 
เอ้า เห็นไหมล่ะ! ถึงจะขึ้นม้าโพนี่สีขาวเตรียมใจเดินทางออกจากหมู่บ้านแล้ว ก็ยังหาเบาะแสตามหาตัวเจ้าชายไม่พบเลย! 
ฉันจ้วงพาสต้ากินเอาๆ 
 
"อุตส่าห์เรียนอยู่โรงเรียนสหฯ ทั้งที หาแฟนอยู่โรงเรียนเดียวกันเหมือนอาโออิจังก็สิ้นเรื่อง"
"ยังไงซะฉันมันก็ขายไม่ออกอยู่แล้ว"
"ไม่ได้พูดแบบนั้นซักหน่อย" 
 
ฉันผู้ไม่ได้ใช้ข้อดีของการอยู่โรงเรียนสหฯ ให้เป็นประโยชน์แม้แต่น้อยนิดงอนบู่ไปแล้ว 
 
"เรย์กะก็ไม่ได้นิสัยไม่ดีหรอกนะ แค่แปลกๆ นิดหน่อย"
"ไม่ทราบว่าชมหรือว่ากันแน่คะ"
"เรย์กะจังร่าเริงแล้วก็นิสัยดีด้วย เป็นเด็กดีออกนะ" 
 
ขอบคุณนะ อาโออิจัง
 
"แล้วทำไมกันเล่า" 
 
ซากุระจังจ้องหน้าฉันนิ่ง สายตาแบบนั้น
 
"...จะบอกว่าหน้าตาฉันมันไม่ดีเหรอ"
 
ใจร้าย 
 
"ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย"
"ช่างเหอะ พูดมาให้ชัดๆ เลยเหอะ ยังไงก็นะ"
"อย่าเพิ่งงอนซี่ เรย์กะไม่ได้หน้าตาขี้ริ้วเสียหน่อย ต้องบอกว่าหน้าตาหมดจดได้รูปเลยต่างหาก แต่จะว่าไงดี..."
"ว่าไงดี...?" 
 
ซากุระจังสำรวจใบหน้าฉันทุกซอกทุกมุมแล้วร้องอื~ม
 
"หน้าตาเธอล้าสมัยน่ะ"
 
หน้าตาล้าสมัย! 
เพิ่งเคยถูกว่าเป็นหนแรก หน้าตาล้าสมัย หน้าตาล้าสมัยที่ว่านี่ยังไงเหรอ!? 
 
"เพราะเรย์กะจังมีความสง่างามแบบที่ไม่มีในวัยรุ่นน่ะ" 
 
อาโออิจังรีบปลอบใจ
 
"หน้าตาล้าสมัย..." 
 
จะว่าไป หน้าตาฉันมันก็คล้ายๆ สมุดภาพระบายสีสมัยก่อนนะ...
 
"เรย์กะจัง ทำใจดีๆ ไว้!" 
"เรย์กะ ขอโทษนะ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" 
 
สงสัยฉันจะดูช็อคหนักมาก ซากุระจังถึงรีบตามมาขอโทษด้วยคน 
 
"อย่างที่อาโออิจังว่าน่ะแหละ หมายความว่าดูมีสง่าเกินไปจนไม่คิดว่าเป็นนักเรียนม.ปลายสมัยนี้น่ะ ไม่ใช่แค่หน้าตา ยังรวมถึงทรงผมแล้วก็เสื้อผ้าด้วยนะ ก็เลยคิดว่าเพราะแบบนี้ทำให้นักเรียนชายม.ปลายธรรมดาไม่กล้าเข้าใกล้หรือเปล่า" 
 
...ตรงนั้นฉันก็พอนึกออกอย่างหนักเลย ถึงจะเดินไปในเมืองก็แทบไม่เห็นสาวม.ปลายอย่างฉันเลยนี่นา สาวม.ปลายไว้ผมหลอดเลิศหรูน่ะนะ 
 
"ลองไปทำผิวเกรียมแดดดูดีไหมนะ" 
 
ใช้ความซู่ซ่าจากผิวสีแทนกลบความล้าสมัยไปได้ไหมนะ 
 
"ห้ามเลยเชียวนะ" 
 
ซากุระจังเบรกฉันตัวโก่ง 
 
"คำโบราณเขาว่าผิวขาวปิดเจ็ดข้อด้อย  แค่ผิวขาวก็ช่วยปกปิดข้อบกพร่องไปได้เจ็ดประการแล้วนะ เรย์กะ รักษาผิวขาวๆ นั่นไว้ให้ดีเถอะ"
 
เดี๋ยวเถอะ! พูดแบบนี้หมายความว่าฉันมีข้อด้อยที่ต้องปกปิดตั้ง 7 ประการเชียวเหรอ!? เสียมารยาทจริง!
 
ข้อด้อยเจ็ดประการของฉันมีอะไรบ้างล่ะ พุงกลมๆ หรือว่าตัวที่ยาวกว่าคนอื่นนิดหน่อย แล้วก็หน้าตาล้าสมัย
ฉันกุมอกอย่างขมขื่น แล้วอาโออิจังก็ช่วยลูบๆ หลังให้ปลอบว่าไม่เป็นไรๆ  ความเป็นจริงมันช่างรวดร้าวเหลือเกินจ้ะ อาโออิจัง... 
 


พอเสร็จสิ้นมื้อกลางวันที่เจ็บปวด หลังจากอำลาอาโออิจังที่เลยไปโรงเรียนสอนพิเศษต่อ  ฉันกับซากุระจังก็ไปชอบปิ้งแวะคาเฟ่พลางคุยกันเรื่อยเจื้อย ระหว่างทาง ฉันลองไปดูเสื้อผ้าสบายๆ สไตล์สาวม.ปลายสมัยนี้กับเขาบ้าง แต่รู้สึกว่ากำแพงผมหลอดจะสูงส่งเกินไป ไม่มีช่องว่างให้ความสบายๆ ได้แอบเข้ามาเลย 
 
พอกลับบ้านมาก็ได้เจอท่านอิมาริ
 
"กลับมาแล้วเหรอ~ เรย์กะจัง"
"กลับมาแล้วเหรอ เรย์กะ"
"กลับมาแล้วค่ะ สวัสดีค่ะ ท่านอิมาริ"
 
ท่านอิมาริลุกขึ้นยืนจับมือฉันจูงไปนั่งที่โซฟาอย่างยิ้มแย้ม
 
"วันนี้ไปไหนมาเหรอ"
"ทานลันช์กับเพื่อนๆ ค่ะ"
"สนุกไหมจ๊ะ"
"ค่ะ" 
"งั้นก็ดีแล้วล่ะ"

พอรู้ตัวอีกที ฉันก็นั่งเรียงเคียงกันกับท่านอิมาริบนโซฟาแล้ว
---ด้วยเหตุนี้ วันนี้ฉันจึงได้กลายเป็นลูกค้าของ CLUB KISSHOUIN อีกครั้ง 
 
"ระยะนี้ท่านอิมาริแวะมาที่บ้านบ่อยจังนะคะ"
"ถ้าฉันมาจะเป็นการรบกวนเรย์กะจังเหรอ"
 
ท่านอิมาริปั้นหน้าเศร้า
 
"ไม่หรอกค่ะ ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นเด็ดขาด ถ้าเป็นท่านอิมาริก็ยินดีต้อนรับทุกเมื่อค่ะ เพียงแต่คิดว่าคนอย่างท่านอิมาริในวันหยุดน่าจะมีกำหนดนัดหมายกับผู้หญิงแน่นเอี้ยดตลอด"
"เอ๋~ เห็นฉันเป็นคนอย่างนั้นเหรอ"
 
ขอโทษนะคะ เห็นเป็นแต่แบบนั้นแหละค่ะ... 
 
"คือว่านะ มีเรื่องจะปรึกษาคุณพี่ของเรย์กะจังนิดหน่อยน่ะ"
"เรื่องปรึกษา?" 
 
"อยากรู้หรือเปล่า" ท่านอิมาริโน้มใบหน้าลงมาใกล้พลางหัวเราะอย่างมีนัยลึกซึ้ง ก่อนลูกดอกปาเป้าจะพุ่งเข้ามา
 
"เฮ้ย มันอันตรายนะ! ถ้าโดนเรย์กะจังเข้าจะทำไงเล่า!"
"งั้นก็รีบถอยไปห่างๆ เรย์กะซะ" 
 
ลูกดอกถูกปาปิ้วๆๆๆ มายังท่านอิมาริ ฉันลี้ภัยไปอยู่ข้างตัวท่านพี่ที่ปลอดภัยที่สุด สมแล้วที่เป็นอดีตหัวหน้าชมรมยิงธนู ถึงจะเป็นลูกดอกก็ไม่พลาดเป้าเลย ท่านอิมาริต้องคว้านิตยสารที่อยู่ใกล้ๆ มาป้องกันตัว 
 
เมื่อการลงทัณฑ์ท่านอิมาริของท่านพี่สงบลง ฉันก็ถามทั้งสองคนว่า "คิดว่าฉันหน้าตาล้าสมัยหรือเปล่าคะ"
 
"ล้าสมัย?"
"อยู่ดีๆ เกิดอะไรขึ้นเหรอ"
"แค่สงสัยว่าหนูดูไม่ทันยุคหรือเปล่าน่ะค่ะ" 

ท่านพี่เองก็ใช่ว่าจะได้ไล่ตามกระแสเป็นพิเศษ แต่ท่าทางเยือกเย็นมีสง่านั่นไม่ชวนให้รู้สึกล้าสมัยเลยสักนิด เป็นพี่น้องเหมือนกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้แตกต่างกันแบบนี้นะ เซนส์เรอะ
ท่านพี่กับท่านอิมาริช่วยปลอบใจฉันที่กำลังกลุ้มใจว่าไม่จริงหรอก 

"เรย์กะจังสวยน่ารักเหมือนเหล่าสาวงามในภาพเขียนของโซฟี แอนเดอร์สันเลยล่ะ"
"เอ๋" 
 
ท่านอิมาริคิดว่าฉันน่ารักขนาดนั้นเลยเหรอ อุฮุฮุ แต่ดีใจจัง สมแล้วที่เป็นโฮสต์หมายเลข 1 ของ CLUB KISSHOUIN!
ฉันยกมือทั้งสองขึ้นกุมแก้มขวยเขิน ข้างๆ กันเป็นท่านพี่ที่ทำหน้านิ่งคว้าลูกดอกขึ้นมาอย่างเงียบงัน---

แต่พอลองคิดดูให้ดีทีหลัง ภาพวาดสาวงามที่วาดขึ้นโดยจิตรกรเมื่อร้อยปีก่อนเนี่ย จะว่าล้าสมัยก็ล้าสมัยใช่ไหมนะ? 
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
เพื่อให้ผองเราเข้าถึงความงามอันถ่องแท้ของท่านเรย์กะ จึงขออัญเชิญคอลเลคชั่นสาวงามในภาพเขียนของโซฟี แอนเดอร์สันมาไว้เป็นตัวอย่างในที่นี้ 

ก็...ก็มีเค้าอยู่นะ... 

ป.ล. ขอย้ำอีกนิดนึง ตอนที่ 247 มาลงไว้ให้เมื่อวันศุกร์นะครับ พอดีนานๆ ทีจะลงสองวันติดเลยกลัวจะพลาดกัน อย่าลืมแวะไปดูกันนะกั๊บ ;  w ;

 




NEKOPOST.NET