[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 247 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.247 - ตอนที่ 247


247.


จากนั้นมาฉันก็ร่วมมือกับนายตัวสำรองออกตามหาคนร้าย แต่ศัตรูไม่โผล่หางมาเลย การกลั่นแกล้งกันก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นทุกวัน ในเวลาแบบนั้น พวกเราสองคนก็จะเอาเครื่องมือทำความสะอาดที่ฉันพกติดตัวมาไปขัดถูทำความสะอาดโต๊ะอื่นๆ ด้วย สุดท้ายกลายเป็นว่าเกิดข่าวลือแปลกประหลาดว่าหากเช้าวันไหนในห้องเรียนของวาคาบะจังเกิดโต๊ะเปล่งประกาย แสดงว่านั่นเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี 

ตามข้อมูลของท่านฟุยุโกะผู้สนอกสนใจเรื่องเหล่านี้อย่างแรงกล้า เห็นว่ามีคอมเมนต์อันปลาบปลื้มจากผู้ใช้งานจริง ประมาณว่า "สอบเทสต์ย่อยได้คะแนนดี!" "คบหากับที่คนชอบได้ราบรื่น!" "ได้เงินพิเศษ!" ส่งมาอย่างถล่มทลาย...
 
"ที่ห้องนั้นต้องมีภูตซาชิกิวาราชิอยู่แน่เลยค่ะ" 
 
วันนี้ขนมของ Pivoine เป็น florentins อัลมอนด์คาราเมล์อร่อยจังเลย~ 
ข้างๆ ฉันที่กำลังเอ็นจอยขนมหวาน ท่านฟุยุโกะสาวน้อยไสยศาสตร์กำลังถอนหายใจอย่างเร่าร้อนด้วยความใจเต้นกับเรื่องลึกลับเรื่องใหม่ในซุยรัน  ซาชิกิวาราชิเหรอคะ... 
 
นายตัวสำรองเอ๋ย ดูเหมือนพวกเราได้เมตามอร์โฟซิส (กลายร่าง) เป็นซาชิกิวาราชิไปแล้วโดยไม่ทันรู้ตัวนะ
แต่ว่า ทั้งวีจาบอร์ด ทั้งมนตร์แห่งรักของท่านอาร์เทมิส นึกว่าท่านฟุยุโกะผู้ชื่นชอบเรื่องไสยเวทย์ของทางตะวันตก น่าจะจินตนาการไปถึงภูตน้อยร้านรองเท้ามากกว่าซาชิกิวาราชิเสียอีก พอพูดแบบนี้ออกไป ท่านฟุยุโกะก็ตอบกลับมาว่า "ระยะนี้ ฉันเกิดความตระหนักถึงความเป็นญี่ปุ่นแล้วค่ะ"

"ก่อนหน้านี้ได้ไปร้านขนมหวานแบบญี่ปุ่นกับพวกท่านเรย์กะมาใช่ไหมคะ สนุกมากเลยละค่ะ จากนั้นมาฉันก็เลยเกิดสนใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นและตะวันออก ตอนนี้กำลังศึกษาหลายๆ อย่างอยู่นะคะ"
"เห" 
 
เกิดสนใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นขึ้นมาแล้วเลยแล่นไปหาไสยศาสตร์ญี่ปุ่นนี่ก็สมเป็นท่านฟุยุโกะดีนะคะ
 
จากนั้นท่านฟุยุโกะเริ่มพูดถึงว่าโรงเรียนนี้มีข่ายมนตร์ฮวงจุ้ยกางเอาไว้ มีบานทวารยักษ์หน้า บานทวารยักษ์หลัง ชีพจรมังกรอะไรประหลาดๆ อีกเยอะแยะ หยุดนะ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ 
 
"กำลังคิดว่าจะเปลี่ยนการตกแต่งภายในห้องของฉันตามหลักฮวงจุ้ยด้วยนะคะ" 
 
เอ๋~ แค่ความเชื่อไสยศาสตร์ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าต้องพะวงกับเรื่องฮวงจุ้ยจนจัดบ้านตามใจชอบไม่ได้มันก็วุ่นวายออกนา ถ้าเป็นฉันคงเลือกสมดุลระหว่างความสะดวกสบายกับการตกแต่งภายในมากกว่าฮวงจุ้ยนะ
 
"แบบนี้ก็ขาดอิสระ ไม่อึดอัดแย่เลยเหรอคะ" 
"ไม่ได้ทำอะไรใหญ่โตถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ตอนนี้ที่ทำอยู่ก็แค่ปรับเปลี่ยนองศาการวางกระจก หรือเปลี่ยนตำแหน่งที่เก็บของเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง ที่เหลือก็วางของที่มีสีสันเสริมดวงไว้ตามทิศต่างๆ น่ะค่ะ"
"อ้อ ที่ว่าทิศตะวันตกต้องเป็นสีทอง"
"นั่นเป็นโชคด้านเงินทองนะคะ ค่ะ ใช่แล้วค่ะ! เขาว่าถ้าวางดอกไม้สีเหลืองประดับไว้ทางทิศตะวันตก หรือเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์เป็นสีเหลืองหรือสีทองจะช่วยเสริมโชคลาภด้านเงินทองนะคะ" 
"ดอกไม้สีเหลืองยังพอว่า แต่ถ้าให้ใช้กระเป๋าสตางค์สีทองนี่คงต้องคิดหนักหน่อยนะคะ" 

ถึงจะอยากเสริมดวงด้านเงินๆ ทองๆ แค่ไหน แต่ให้ใช้กระเป๋าสตางค์สีทองวาววับเด่นล้ำแบบนั้นมันก็น้า~ อะฮะฮะ 
 
"ฮุฮุฮุ แหม ก็ท่านเรย์กะไม่สนใจในโชคด้านเงินทองนี่คะ แต่เรื่องสีนี่สำคัญกับฮวงจุ้ยมากเลยนะคะ อย่างเช่นว่า สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของเปลวเพลิง จึงไม่เหมาะจะนำมาใช้ในครัวและกระเป๋าสตางค์ นอกจากนี้ก็..."
"เอ๋ กระเป๋าสตางค์สีแดงใช้ไม่ได้เหรอ!?" 
 
แต่กระเป๋าสตางค์ฉันสีไวน์เรดนะคะ?! 
 
"ค่ะ กระเป๋าสตางค์สีแดงไม่ดีเพราะจะเป็นการเผาเงินทิ้ง แล้วกระเป๋าสตางค์สีฟ้าก็เหมือนเงินทองไหลลงน้ำ นี่ก็ไม่ดีนะคะ" 
 
เอ๋ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย เพราะงั้นฉันถึงใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเก็บเงินไม่อยู่สินะ?! ไม่สิๆ ยังไงนี่ก็แค่ความเชื่อ...
 
"แย่จังเลย สีแดงก็ใช้ไม่ได้ สีฟ้าก็ใช้ไม่ได้ แบบนี้ก็เหลือตัวเลือกอยู่ไม่เท่าไหร่น่ะสิคะ ในด้านฮวงจุ้ยแล้ว กระเป๋าสตางค์เป็นสีอื่นนอกจากสีเหลืองหรือสีทองไม่ได้หรือคะ"
"ไม่หรอกค่ะ สีชมพูหรือสีดำก็เป็นมงคลเช่นกันนะคะ โดยเฉพาะสีชมพูยังช่วยเสริมดวงด้านความรักอีกด้วย" 
"อ้าว งั้นหรือคะ" 
 
นั่นสิน้า คนมีกระตังค์เขาก็ไม่ได้ใช้กระเป๋าสตางค์สีเหลืองกันทุกคนเสียหน่อย หืม~ 
 
"แล้วฉันก็สนใจการนั่งสมาธิแบบซาเซ็นด้วยนะคะ"
"ซาเซ็น?"
"ค่ะ ถ้าพูดการฝึกจิตก็ต้องเป็นการนั่งสมาธิแบบซาเซ็นนี่แหละค่ะ ฉันอยากลองเข้ารับการฝึกดูซักครั้งจัง"
 
ซาเซ็นเหรอ จะว่าไป เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ได้ซากุระจังพาไปฝึกด้วยนี่นา
 
"ฉันเองก็เข้ารับการฝึกซาเซ็นมาก่อนเหมือนกันนะคะ"
"แหม งั้นหรือคะ!?" 
 
แหมแหม น่าอิจฉาจัง ท่านฟุยุโกะตื่นเต้นใหญ่ 
 
"แล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ ได้บรรลุถึงขอบเขตของ 'ซาโตริ' (การบรรลุธรรมอย่างฉับพลัน) หรือเปล่าคะ อริยสัจของจักรวาลเป็นอย่างไรบ้างคะ" 
"เอ๋ เอ่อคือ แค่ครั้งเดียวคงไปไม่ถึงซาโตริ...."
 
ใบหน้าแบบเฮอันของท่านฟุยุโกะรุกไล่กดดันเข้ามาเรื่อยๆ น่ากลัวจัง
แล้วท่านฟุยุโกะก็ว่า "นั่นสินะคะ" ทำท่าผิดหวังนิดหน่อย 
 
"แต่ทราบหรือเปล่าคะ ท่านเรย์กะ ท่านอิคคิวผู้โด่งดังผู้นั้น เพียงแต่ได้ยินเสียงอีการ้องในยามราตรีเพียงครั้งเดียวก็บรรลุถึงซาโตริได้แล้วนะคะ ดังนั้นก็ไม่แน่ว่าท่านเรย์กะเองก็อาจจะเจออะไรบางอย่างที่ทำให้บรรลุถึงซาโตริได้เช่นกันนะคะ" 
 
อื้อ ท่านฟุยุโกะ แต่ฉันไม่ได้มุ่งหวังจะบรรลุซาโตริหรืออะไรนะคะ
ท่านฟุยุโกะแสดงท่าทีอิจฉาฉันที่มีประสบการณ์ซาเซ็นไปก่อนอย่างเห็นได้ชัด เห็นเจ้าตัวว่าอยากไปเข้ารับการฝึก แต่ไม่รู้ว่าวัดไหนหรือสำนักไหนดี ก็จริงนะ อุตส่าห์ตัดขาดกับท่านริวเรย์อาได้แล้วแท้ๆ ถ้าไปผูกสัมพันธ์กับอะไรแปลกๆ อีกฉันก็คงเป็นห่วงเหมือนกัน  
 
"ฉันมีนัดเจอเพื่อนที่แนะนำวัดเซ็นคนนั้นให้เร็วๆ นี้พอดี ถ้าอย่างไรจะถามให้เอาไหมคะ"
"จริงหรือคะ ท่านเรย์กะ! ขอฝากด้วยนะคะ!"
 
ถ้าเป็นวัดที่ซากุระจังไปเป็นลูกศิษย์อยู่ ก็คงมีแนวทางความประพฤติปฎิบัติถูกต้อง ปล่อยให้ท่านฟุยุโกะไปก็น่าปลอดภัย 
พอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าที่วัดนั้นนอกจากนั่งสมาธิซาเซ็นแล้วยังมีการคัดลอกพระสูตรอีกด้วย ท่านฟุยุโกะก็ยิ่งดีใจจนเนื้อเต้น ดีใจด้วยนะคะที่ชอบ 
 
"ท่านคาบุรากิ ท่านเอ็นโจ จะกลับแล้วหรือคะ" 
 
พอส่งสายตามองไปทางนั้น คาบุรากิบเอ็นโจก็กำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้พอดี 
 
"อา ที่เหลือฝากด้วยนะ 
 
คาบุรากิยกมือข้างหนึ่งขึ้นเบาๆ รับคำอำลาจากเหล่าสมาชิกที่ห้อมล้อม "สวัสดีค่ะ" "กรุณากลับอย่างระมัดระวังนะคะ" พลางมุ่งหน้าไปยังประตูห้องสโมสรเตรียมจากไปพร้อมกับเอ็นโจที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ตอนเดินผ่านพวกเราไปก็เหมือนจะมองฉัน แล้วก็เชิดคางขึ้น...หรือเปล่านะ 
 
อีกไม่กี่นาทีให้หลัง มือถือของฉันก็สั่นกึกๆ แจ้งให้ทราบว่ามีเมล์เข้ามา---
 
"...เห็นทีคงต้องขอตัวไปชมรมงานฝีมือก่อนละค่ะ" 
 
"งั้นฉันก็ขอตัวกลับบ้านเลยเหมือนกันค่ะ" ท่านฟุยุโกะว่า จากนั้นพวกเราก็อำลาสมาชิกที่ยังเหลืออยู่ในห้องสโมสร ท่านฟุยุโกะแยกตัวไปทางประตูหน้า ส่วนฉันไปยังทางเดินที่จะไปสู่ห้องชมรมงานฝีมือ 
 
พอเดินไปตามทางได้ซักครึ่งหนึ่งฉันก็หันหลัง เดินย้อนกลับไปตามทางที่ผ่านมา แล้วเคาะประตูห้องประชุมเล็กที่ประจำตามที่ได้รับหมายเรียก 
 
"มาแล้วเรอะ นั่งลงสิ" 
 
ข้ามไหล่เอ็นโจที่เดินมาเปิดประตูให้ฉัน มองเห็นคาบุรากิที่นั่งไขว่ห้างอยู่อย่างกร่างๆ ฉันละเกลียดตัวเองจริงๆ ที่ดันชินกับท่าทีโอหังแบบนั้นได้... 
 
พอนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตามคำสั่ง คาบุรากิก็ตรงเข้าประเด็นทันที 
 
"ที่จะคุยในวันนี้ไม่ใช่เรื่องอื่น นอกจากเรื่องทาคามิจิ"
"ก็คงงั้นล่ะนะคะ" 
 
นอกจากเรื่องนั้นแล้วยังจะมีอะไรให้พูดอีกล่ะยะ
 
"...ทาคามิจิถูกกลั่นแกล้งอยู่"
 
คาบุรากิพูดด้วยสีหน้าตึงเครียด 
 
"รู้หรือเปล่า"
"เรื่องนั้นก็ แหม..." 
 
เมื่อไม่กี่เดือนก่อนยังเกิดเอะอะกันขึ้นสงสัยว่าฉันเป็นคนร้ายอยู่เลยไม่ใช่เรอะ ก็ต้องรู้แน่ล่ะย่ะ 
 
"เธอพอจะนึกอะไรออกบ้างหรือเปล่า" 
 
ถ้านึกอะไรออกก็ไม่ต้องมาควานหาตัวคนร้ายกับนายตัวสำรองทุกเช้าหรอกย่ะ ก่อนหน้านั้น ล็อกเกอร์ของวาคาบะจังในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าโดนปากกาเมจิกขีดเขียนไว้เลอะเทอะ ก็เลยคิดว่าคนร้ายที่มาขีดเขียนพวกข้าวของอาจจะเป็นเด็กผู้หญิงก็ได้ แต่ก็อาจเป็นเด็กผู้ชายที่อิจฉาคะแนนสอบของวาคาบะจังทำอาชญากรรมเลียนแบบได้เหมือนกันน้า หรืออาจจะเป็นไปได้ว่ามีคนร้ายหลายคน อื~ม

"ก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร แต่ก็เป็นที่แน่ชัดว่ามีนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เกลียดชังคุณทาคามิจิอยู่นะคะ"

คาบุรากิกระเดาะลิ้นดังชิอย่างหงุดหงิด

"เกิดอะไรขึ้นหรือคะ จู่ๆ ก็"
"อะไรล่ะ"
"หมายความว่าที่จู่ๆ ก็มาพูดแบบนี้น่ะสิคะ จะพูดแบบนี้ก็กระไรอยู่ แต่กระแสที่คุณทาคามิจิต้องเผชิญก็เริ่มตั้งแต่เข้าเรียนมาได้ไม่นาน ฉันถึงได้แปลกใจที่ท่านคาบุรากิเพิ่งจะมาเห็นเป็นปัญหาเอาตอนนี้ไงคะ" 

คาบุรากิเบ้ปากส่งเสียงเฮอะ นี่นาย มารยาทแย่มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ 

"คือว่านะ เป็นเพราะวันนี้มาซายะบังเอิญไปอยู่ในที่เกิดเหตุ ได้เห็นคุณทาคามิจิโดนคนเอาขยะขยำเป็นก้อนปาใส่หลังต่อหน้าต่อตาน่ะสิ" 

เอ็นโจช่วยตอบข้อสงสัยของฉันแทน แบบนี้นี่เอง...

"จับตัวคนร้ายได้หรือเปล่าคะ"
"ไม่ได้น่ะสิ พอร้องเฮ้ย! มันก็หนีไปทันที ฉันจะไล่ตามไปแล้ว แต่โดนทาคามิจิห้ามไว้เสียก่อน ก็เลยจบลงโดยไม่รู้ตัวคนร้าย"
"พอดีเป็นตอนที่เดินอยู่ข้างนอกน่ะ ทางโน้นปาลงมาจากหน้าต่างชั้นสองแล้วรีบซ่อนตัว ก็เลยไม่ทันเห็นหน้า แต่ก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นกลุ่มนะ"
"งั้นหรือคะ..."
 
ปาขยะใส่คนที่ไม่ชอบขี้หน้าเนี่ยนะ อยู่ม.ปลายกันแล้วยังทำอะไรเป็นเด็กอนุบาลไปได้... 
 
"แต่เจ้าตัวเขาหัวเราะๆ บอกว่าเป็นแค่ก้อนกระดาษขยำๆ  ถึงโดนก็ไม่เจ็บ ไม่ได้ใส่ใจอะไรหรอกน่ะนะ"
"ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นซักหน่อย" 
 
แหม ก็ใช่น่ะนะ
 
"ยังไงซะ จะทนดูดายให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้"
 
คาบุรากิยกกำปั้นขึ้นทุบโต๊ะ
...ชักสังหรณ์ใจไม่ดีล่ะ 
 
"เพราะงั้นนะ"
 
คาบุรากิประกาศก้อง 
 
"ฉันก็เลยตั้งใจว่าจะหาตัวผู้บงการกลั่นแกล้งทาคามิจิออกมา" 
 
เฮื่อออออออ!!!
นี่มันเดจาวูชัดๆ!
 
"ชูสุเกะ คิโชวอิน ทั้งสองคนช่วยร่วมมือกับฉันในการหาตัวผู้บงการด้วยเถอะ"
 
ไม่เอาๆๆๆ ไม่ไหวๆๆๆๆๆ ฉันเป็นผู้ให้ความร่วมมือกับนายตัวสำรองไปก่อนแล้วนะ!
 
ถ้ามีใครรู้ว่าความจริงแล้วฉันแอบร่วมมือกับประธานสภานักเรียนอยู่เบื้องหลัง จุดยืนในฐานะ Pivoine ของฉันคง! แล้วคาบุรากิจะมีปฎิกริยายังไงล่ะ!? จะเห็นว่าผู้ใต้ปกครองแอบติดต่อกับศัตรูอยู่หรือเปล่า ไม่ไหวนะ แค่จินตนาการก็สะพรึงแล้ว...!

"ผู้บงการที่ว่านั่นหมายถึงคนที่ปาขยะใส่น่ะหรือคะ"
"ไม่ใช่แค่นั้น ยังรวมถึงพวกคนที่มีพฤติกรรมมุ่งร้ายต่อทาคามิจิคนอื่นๆ ด้วย"
"...ขอถามไว้ก่อน หาตัวเจอแล้วจะทำยังไงต่อคะ"
"แน่อยู่แล้ว ก็ต้องให้สารภาพออกมา ลากไปขอขมาทาคามิจิ" 
 
อุหวา... อะไรมันจะซื่อบื้อเถรตรงขนาดนั้น 
 
"ฉันว่าน่าจะได้ผลในทางตรงกันข้ามเลยนะคะ ยิ่งท่านคาบุรากิออกหน้ามาฟาดฟันตรงๆ แบบนี้ ดูผิวเผินแล้วการกลั่นแกล้งอาจจะหายไป แต่ความเกลียดชังที่มีต่อคุณทาคามิจิคงจะยิ่งเพิ่มพูน ถ้ามีผู้ชายออกหน้ามาปกป้อง ก็ยิ่งกระตุ้นให้เกิดการต่อต้านจากเพศเดียวกัน" 
"........." 
 
หวา หน้าตาบึ้งตึงสุดๆ อ่ะ แต่มีแต่ตรงนี้เท่านั้นที่จะถอยไม่ได้เด็ดขาด เพื่อปกป้องตัวฉันเองด้วย!
 
"ผมเห็นด้วยกับคุณคิโชวอินนะ" 
 
แล้วจู่ๆ ก็มีคนเข้ามาช่วยโดยไม่ได้คาดหมาย 
 
"สาเหตุที่คุณทาคามิจิตกเป็นเป้าหมายแห่งความริษยาของพวกผู้หญิงส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมาซายะด้วย ยิ่งถ้ามาซายะออกตัวมาปกป้องคุณทาคามิจิอย่างเปิดเผย ก็จะยิ่งเหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟนะ" 
 
พูดได้ดีมาก เอ็นโจ!
 
"แล้วดูเหมือนเธอเองก็มีพรรคพวกที่คอยช่วยเหลืออยู่อย่างมิซึซากิ คงไม่จำเป็นต้องห่วงมากนักหรอกมั้ง"
 
คาบุรากิคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินชื่อนายตัวสำรอง 
 
"ที่สำคัญ คนที่มีพฤติกรรมมุ่งร้ายต่อคุณทาคามิจินี่หมายถึงคนที่คอยนินทาว่าร้ายคุณทาคามิจิด้วยหรือเปล่าคะ โชคร้ายหน่อยนะคะ ช่วงสอบเข้านี่มีคนที่หมั่นไส้คุณทาคามิจิที่ได้คะแนนดี พูดจาว่ากระทบเสียๆ หายๆ  เพิ่มขึ้นไม่น้อย รวมถึงนักเรียนพวกนั้นทุกคนด้วยหรือเปล่าคะ"
"........." 
 
แววตาคาบุรากิที่กอดอกอยู่ยิ่งหงุดหงิดขึ้นทุกที... ก็พอเข้าใจความรู้สึกอยู่หรอกนะว่าอยากช่วยคนที่ชอบจากความลำบาก แล้วฉันก็เคารพความรู้สึกนั่นด้วย เพียงแต่ว่า... 
 
"...ได้ยินมาว่าโต๊ะทาคามิจิโดนขีดเขียนกลั่นแกล้ง"
"!!" 
 
คาบุรากิรู้เข้าแล้ว!
ฉันมาเช็กแล้วก็ตระเวณลบทิ้งทุกเช้าก่อนจะมีใครมา เลยอุตส่าห์หวังไว้ว่านักเรียนห้องอื่นอย่างคาบุรากิจะไม่สังเกตเห็นแท้ๆ แย่ล่ะ 
 
"เรื่องนินทาเอาไว้ทีหลัง น่าจะจัดการอันนี้ไปก่อน" 
 
จัดการที่ว่านี่ ตามหาตัวคนร้ายน่ะเหรอ สามคนเนี่ยนะ ที่ห้องเรียนของวาคาบะจังเหรอ แต่ทุกเช้าฉันกับนายตัวสำรองซาชิกิวาราชิก็ออกแจกจ่ายสัญลักษณ์แห่งความโชคดีไปทั่วอยู่แล้วนะคะ!?
เหงื่อแตกผลั่กๆ จนหน้ามันไปหมด... กระดาษซับมัน!
 
"เรื่องนั้น ผมก็ได้ยินมาเหมือนกัน" 
 
เฮ้ยยย! ไม่ใช่พวกเดียวกันหรอกเรอะ นายตัวช่วย!
ไม่ได้การล่ะ ฉันจะหนีตายล่ะ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ซาชิกิวาราชิเอ๋ย อย่าปากพล่อยเรื่องฉันเชียวล่ะ!
 
"ช่วงที่สอบปลายภาคเสร็จละมั้ง ได้ยินเรื่องนั้นมาแว่วๆ เหมือนกัน แต่ดูเหมือนระยะนี้จะหายไปแล้วนะ" 
 
อาจจะเป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราวละมั้ง เอ็นโจว่า อ้าว? 
 
"งั้นเรอะ"
"อื้อ จะไปควานหาตัวคนร้ายทางโน้นคงยาก ไม่จำเป็นต้องไปแหย่เรื่องที่สงบไปแล้วให้กระพือขึ้นอีกครั้งหรอก"
 
คาบุรากิทำท่ายอมรับคำอธิบายของเอ็นโจด้วย! 
ยอดเลย! นายนี่พึ่งพาได้พอๆ กับเรือบรรทุกเครื่องบินเลย! 

"ที่สำคัญก็คือเจ้าตัวเขาจะคิดยังไงน่ะนะ บุคคลที่สามอย่างพวกเรามานั่งเถียงกันนั่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็ไม่มีความหมายอะไร ถามเจ้าตัวโดยตรงเลยดีกว่านะ ว่าเขาอยากให้มาซายะช่วยหรือเปล่า" 

ถามวาคาบะจังโดยตรงน่ะเหรอ
 
"มาซายะฉวยโอกาสตอนไปเจอเขาโดนปาขยะใส่ขอคำสัญญาเดทครั้งต่อไปได้น่ะสิ บอกว่าไปดูหนังด้วยกันเปลี่ยนบรรยากาศไหม"  
 
ฉวยโอกาสสุดๆ!
 
"อย่ามาหาว่าฉันฉวยโอกาสน่า"
 
คาบุรากิทำปากเชิด
 
"แล้วไง จะไปดูหนังเรื่องอะไรกันล่ะ"
"ยังไม่ได้กำหนด" 
 
คาบุรากิดึงเอานิตยสารออกมาเริ่มค้นหาหนังที่กำลังฉายอยู่ ตกลงว่าเรื่องค้นหาตัวผู้บงการนี่เป็นอันยกเลิกไปแล้วใช่ไหมนะ
ภาวะวิกฤติผ่านพ้นไปในที่สุด ฉันหมดแรงปล่อยตัวเอนหลังลงพิงพนัก เฮ้อ 
 
"เรื่องนี้ก็น่าจะดีนะ หนังสปาย"
"หนังสปายเรอะ"
"ภาพยนตร์แนว Crime Suspense ที่บอกเล่าถึงอนาคตอันทารุณของตัวเอกที่กลายเป็นสปายสองหน้าไงล่ะ" 
 
คาบุรากิแสดงท่าทีสนใจกับคำแนะนำของเอ็นโจ ตั้งหน้าตั้งตาอ่านเรื่องย่อ
ระหว่างนั้น เอ็นโจก็เข้ามาชวนฉันคุยว่า "คุณคิโชวอินก็ชอบหนังสปายด้วยหรือเปล่า" 
 
"คงเฉยๆ ละมั้งคะ" 
 
ก็ไม่ได้ชอบไม่ได้เกลียดอะไรเป็นพิเศษอ่ะนะ เพียงแต่สำหรับฉันตอนนี้แล้ว คำว่าสปายไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย แถมยังเป็นสปายสองหน้าด้วยนะ เข้าตัวโคตรๆ...  ฉันก็อยากให้สปายสองหน้าในหนังคนนั้นได้พบกับตอนจบที่มีความสุขนะคะ
เอ็นโจเออออพยักหน้ารับ
 
"แต่จุดจบของสปายสองหน้าเนี่ยไม่ว่ายุคไหนก็แล้วแต่โหดเหี้ยมทารุณทั้งนั้นเลยนะ พอตัวจริงเปิดเผยออกมาก็ถูกพรรคพวกตัดขาด โดนฝั่งศัตรูตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ โดนไล่ล่าแล้วก็โดนเก็บ" 
 
เอ๋....
 
"วาระสุดท้ายก็ไปจบที่อยู่ที่ก้นทะเลไม่ก็ในหุบเขาโดยไม่มีใครล่วงรู้ละมั้ง... จะยังไงซะ ก็ไม่น่ารับบทเป็นสปายสองหน้าเลยจริงๆ เนอะ"
 
ว่างั้นไหม คุณคิโชวอิน เอ็นโจหัวเราะยิ้มๆ--- 
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
Florentine  ขนมบิสกิตเคลือบหน้าด้วยแอลมอนด์คาราเมล 

นายมันสายยันสินะ คุณชายเอ็นโจ... 


ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET