[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 246 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.246 - ตอนที่ 246


246.


นายตัวสำรองที่ยืนอยู่ที่อีกฟากของประตูขมวดคิ้ว จับจ้องมองมาด้วยแววตาแหลมคมคล้ายจะไม่ยอมปล่อยให้การกระทำใดๆ ของฉันหลุดรอดจากสายตา 
ข้างโต๊ะวาคาบะจังที่โดนกลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำคือตัวฉันที่เป็นนักเรียนต่างห้อง 

"........"
"........"

วิกฤติถึงชีวิต
จนมุมไร้ทางออก 
หมดสิ้นหนทาง 

....ถ้อยคำที่แสดงถึงสถานการณ์ตัวฉันในตอนนี้อย่างสุดโต่งผุดขึ้นมาในสมอง
ตามปรกติ Pivoine กับสภานักเรียนก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่แล้ว ตัวฉันกับวาคาบะจังก็อยู่กันคนละขั้วของซุยรัน หนำซ้ำไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้นก็เพิ่งเกิดคดีที่ทำให้ฉันตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนไปขีดเขียนล็อกเกอร์ของวาคาบะจัง ถ้าคนอย่างฉันเฉียดกรายเข้าใกล้โต๊ะวาคาบะจัง คำตอบที่ได้ออกมาก็มีแต่เพียง---
อา ฉัน จบสิ้นแล้ว...
 

"คิโชวอิน เรย์กะ หลังจากลากไปประจานทั่วเมืองแล้ว ให้รับโทษตัดหัวที่ประตูนรก!"
"กรุณารอก่อนเถิดเจ้าค่ะ ท่านผูัตรวจการ! ดิฉันมีเหตุผลลึกซึ้ง!"
"พาตัวออกไป!"
"ไอ๊~หยา~!"

นายตัวสำรองยืนอยู่ข้างหลังฉัน ใช้น้ำในกระบวยล้างคมดาบ จากนั้นก็เงื้อดาบวาววับฟันลงมาที่ลำคอของฉันที่นั่งคุกเข่าอยู่บนเสื่อในชุดขาว--!


"คิโชวอิน" 

ฉันทนเผชิญหน้ารับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ไหว เลยสติแตกหนีไปยุคสมัยเอโดะ ก่อนจะโดนเสียงนายตัวสำรองเรียกให้รู้สึกตัว 

"ขอถามอีกครั้ง มาทำอะไรอยู่ที่นี่" 

ว่าแล้วนายตัวสำรองก็ปิดประตูลงเงียบๆ เดินตรงเข้ามาทีละก้าวทีละก้าวเพื่อจะไล่ต้อนให้ฉันจนมุม 

"เวลาเช้าตรู่ที่ยังไม่มีใครมาโรงเรียนแบบนี้" 

อีกยี่สิบก้าว หมาป่าเงินก็จะทะยานเข้าขย้ำคอหอยลูกทานุกิปุ้มปุ้ยที่หนีไม่ทัน---
 
"ในห้องเรียนที่ไม่ใช่ห้องตัวเอง"
 
อีกสิบก้าว---
 
"ตกลงเธอทำอะไรอยู่กันแน่" 
 
ถอยก็ไม่ได้ไปต่อก็ไม่ถึง---!
ไม่ไหวแล้ว ฉันจบสิ้นจริงๆ แล้ว 
 
"คิโชวอิน..?" 
 
แม้จะเป็นการกล่าวหา แต่หากเรื่องที่ฉันเป็นคนร้ายแพร่ออกไป คนที่เป็นสมาชิกของ Pivoine อย่างฉันถึงจะไม่มีบทลงโทษอย่างชัดเจน ไม่สิ ไม่มีแน่ๆ แต่ช่วงระยะเวลาตั้งแต่บัดนี้จนถึงจบการศึกษา ฉันคงโดนเหล่านักเรียนซุยรันมองด้วยสายตารังเกียจว่าเป็นคนลับๆ ล่อๆ น่ารังเกียจ แล้วฉันจะทนได้หรือ
 
ทั้งคาบุรากิทั้งเอ็นโจ คงไม่เข้ามาพูดคุยเล่นกับฉันอีกแล้ว คงจะมองมาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม ทั้งยูกิโนะคุง มาโอะจัง ยูริคุง พวกเด็กๆ จากห้องเปอติต์ที่เคยมาอ้อนฉันก็คงไม่เข้าหาฉันด้วยรอยยิ้มอีกต่อไป หัวหน้าห้องสาวน้อยและอิวามุโระคุงก็ขอลาออกจากการเป็นลูกศิษย์ คุณโมชิดะที่เคยเตรียมใจปกป้องฉันอย่างเอาเป็นเอาตายก็คงสิ้นหวัง แล้วพวกเซริกะจังกับคิคุโนะจังล่ะ...
ทำไงดีล่ะ ทำไงดี...
ฉันจินตนาการถึงอนาคตดำมืด มือเริ่มเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งด้วยความหวาดกลัว 
 
"เฮ้ คิโชวอิน ฟังอยู่หรือเปล่า"
"...!" 

ฉันสะดุ้งผวาด้วยความกลัวตามสัญชาตญาณจากมือผู้พิพากษาโทษที่เอื้อมมาแตะแขน 
 
"อ๊ะ ขอโทษ" 
 
สงสัยจะตกใจที่เห็นฉันแสดงปฎิกริยารุนแรงเกินคาด พอเอามือออกห่างจากตัวฉัน นายสำรองก็ร้อง "เฮ้อ~" พลางยกมือนั้นขึ้นเสยผมตัวเอง 
 
"เอาเป็นว่า ช่วยเงยหน้าขึ้นก่อนได้ไหม" 
 
ถ้อยคำถูกปล่อยออกมาพร้อมเสียงถอนใจ ฉันเงยหน้าขึ้นนิดเดียวทั้งที่ยังตัวสั่นเทา แล้วตาก็สบเข้ากับนายตัวสำรองที่ทำหน้าลำบากใจ 
 
"ไหนลองอธิบายมาก่อนซิ" 
 
อธิบาย...
อธิบายว่าทำไมคนต่างห้องอย่างฉันถึงโผล่มาอยู่ในห้องเรียนของวาคาบะจังแต่เช้าตรู่โดยไร้วี่แววคน คิโชวอิน เรย์กะ ผู้เป็น Pivoine แอบมาทำความสะอาดโต๊ะวาคาบะจังที่ถูกกลั่นแกล้งขีดเขียน พูดแบบนี้ไปปรกติเขาจะเชื่อกันเหรอ 
นายตัวสำรองใช้นิ้วเคาะโต๊ะวาคาบะจังก๊อกๆ 
 
"นี่เป็นฝีมือของเธอหรือไง"
"นี่...ที่ว่านี่คือ..?" 
 
ที่ขีดเขียนโต๊ะน่ะเหรอคะ...?
 
"ที่มาขัดโต๊ะทาคามิจิอยู่นี่" 
「 
ฉันสะดุ้งเงยหน้าขึ้น 
 
"ดูเหมือนระยะนี้จะมีใครบางคนมาคอยทำความสะอาดโต๊ะแล้วก็ล็อกเกอร์ของทาคามิจิที่สกปรกเลอะเทอะอยู่" 
 
รู้ด้วยเหรอ!
 
"ทำไมถึง..."
"ทำไมน่ะเรอะ มองดูก็รู้นี่ ตัวทาคามิจิเองยังพูดเลยว่ารู้สึกระยะนี้โต๊ะกับเก้าอี้ของตัวเองจะส่องประกายวาววับขึ้นทุกวันๆ ขนาดตอนนี้ลองเปรียบเทียบกับโต๊ะรอบๆ ก็เห็นชัดๆ เลยไม่ใช่เรอะว่ามีแต่โต๊ะทาคามิจิโต๊ะเดียวที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าโดดเด่นขึ้นมาขนาดไหน" 
 
...ถูกต้องตามที่พูดทุกประการ
โต๊ะวาคาบะจังที่เพิ่งลงแวกซ์เสร็จใหม่ๆ ส่องประกายเจิดจ้าชนิดโต๊ะซ้ายขวาหน้าหลังเทียบไม่ติดจริงๆ น่ะแหละ เหล่าไอเท็มทำความสะอาดที่ซื้อมาจากทีวีไดเรคต์ที่ฉันภาคภูมิใจ วันนี้ก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมไม่น้อยหน้าคำโฆษณาเหมือนเดิม 

"ฉันเองก็แปลกใจว่าทำไมถึงมีแต่โต๊ะกับล็อกเกอร์ของทาคามิจิได้รับการทำความสะอาดเฉพาะจุด เจ้าตัวเขาก็ดีใจนะที่มันสะอาดขึ้น แต่เห็นว่าโต๊ะมันเงาวับเกินไป ชีทเรียนที่วางไว้บนโต๊ะก็เลยลื่นพรืดร่วงลงมาบ่อยๆ กำลังคิดอยู่ว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันแบบใหม่หรือเปล่า..." 
 
เอ๋!? 
 
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนั้นนะ!"
"ก็คงงั้นละนะ"
"เอ๋" 
 
นี่ฉันโดนลองใจเหรอ!? 
 
"ก็นะ จะแกล้งกันด้วยการทำความสะอาดโต๊ะทุกวันนี่ก็ฟังดูพิลึกชอบกล ทาคามิจิเองก็บอกว่าอาจจะเป็นฝีมือของคุณภูตจิ๋วร้านรองเท้าก็ได้ ไม่ได้คิดมากอะไร" 
 
คิดอะไรเพ้อฝันเป็นเทพนิยายไปได้ วาคาบะจัง 
 
นายตัวสำรองไล่นิ้วไปตามมุมทั้งสี่ของโต๊ะวาคาบะจังราวกับจะเช็กความสกปรก ท่าทางแบบนั้นดูแล้วเหมือนแม่สามีจอมเฮี้ยบไม่มีผิด แต่อย่าไปพูดออกมาดังๆ เลยดีกว่า 
 
"กลับมาจากการเดินทางทัศนศึกษาแล้ว การทำร้ายข้าวของทาคามิจิก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลักๆ ก็คือป้ายโคลนแล้วก็ขีดเขียนน่ะนะ แต่ก็เห็นหายไปได้พักหนึ่ง ตอนแรกก็คิดว่าสงบไปแล้ว"

นายตัวสำรองชำเลืองมองมาทางฉัน 

"หรือว่าคิโชวอินมาคอยลบให้ทุกวันงั้นเหรอ"  
 
...จากจุดยืนของฉัน นี่ถือเป็นสถานการณ์ที่ตกลงยอมรับไปได้หรือเปล่านะ ฉันสอดส่ายสายตาอย่างลุนลน  นายตัวสำรองหรี่ตาลงข้างหนึ่ง 
 
"ทำไมคิโชวอินถึงต้องคอยตามดูแลทาคามิจิด้วย" 
"เรื่องนั้น คือว่า... จะว่าอยากให้คุณทาคามิจิได้รับอรุณอย่างสดใสดีไหมคะ..."
"หา อะไรของเธอน่ะ"
"เอ ยังไงกันน้า..." 
 
แม้แต่ตัวฉันเองก็ไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไป ในโรงเรียนนั้นฉันและวาคาบะจังปิดบังเรื่องที่เราเป็นเพื่อนกันไว้เป็นความลับ แล้วทำไมถึงต้องมาทำความสะอาดแต่เช้าตรู่เพื่อให้นักเรียนกลุ่มนอกที่แทบไม่มีจุดร่วมกันได้ผ่านวันเวลาอย่างปลอดโปร่งด้วยเล่า มันแปลก แปลกเกินไปจริงๆ น่ะแหละ 
 
แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ก็แสดงว่านายตัวสำรองที่เป็นประธานสภานักเรียนยังคิดจะฟังคำแก้ตัวของฉันอยู่บ้างใช่ไหมนะ 

"การทำลายโต๊ะแล้วก็ข้าวของของคุณทาคามิจิอาจกลายเป็นชนวน ทำให้คนที่นึกสนุกคิดจะรังแกคุณทาคามิจิเพิ่มขึ้นก็ได้ แล้วการที่ต้องทนเห็นกล่องรองเท้ากับล็อกเกอร์ของตัวเองถูกทำให้เปรอะเปื้อนเลอะเทอะแต่เช้าก็คงอึดอัดใช่ไหมคะ"
"...ก็ใช่นะ"
"เอ๋!?"
 
ขนาดพูดจากปากฉันเองยังรู้สึกว่าปั้นน้ำเป็นตัวเลยนะ 
 
"เอ่อ... เชื่อฉันด้วยเหรอคะ"
"คงงั้นละนะ"
 
นายตัวสำรองพยักหน้า
 
"ทำไมล่ะคะ..."
"ทำไม ยังไงล่ะ"
"ก็ฉันเป็น Pivoine นะคะ?"
"ไม่ต้องบอกก็รู้แล้ว"  
 
นายตัวสำรองทำหน้าแบบว่าป่านนี้แล้วยังมาพูดอะไรอีกกับการแนะนำตัวของฉัน 
 
"...ประธานสภานักเรียนเชื่อสิ่งที่ Pivoine อย่างฉันพูดง่ายๆ ด้วยหรือคะ"
"ไม่รู้ว่าเธอมองฉันยังไงนะ แต่ฉันไม่เคยเอาเรื่องสังกัดหรือจุดยืนของอีกฝ่ายมาเป็นประเด็นใดๆ ทั้งนั้น" 
 
ช่างหมดจดเที่ยงธรรมอะไรปานนั้น! นี่แหละประธานสภานักเรียนตัวอย่าง!
 
"ขอบคุณมากค่ะ..."
"แล้วก็นะ เมื่อก่อนมีใครซักคนเคยพูดไว้ ถ้าเป็นคิโชวอิน ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีกลั่นแกล้งทางอ้อม ถ้าไม่ถูกชะตา ขยับแค่นิ้วเดียวก็ขับไล่ใครออกไปจากโรงเรียนได้แล้วไม่ใช่หรือ"
"ทำไม่ได้หรอกค่ะ ทำไมถึงประเมินฉันใหญ่โตในทางเสียๆ หายๆ นักล่ะ"  
"ก็เป็นผู้ทรงอำนาจที่แท้จริงใน Pivoine นี่"
"รับผิดชอบคำพูดที่ตัวเองพูดออกมาเมื่อ 1 นาทีก่อนด้วยนะคะ!" 
 
ภาพประธานสภานักเรียนตัวอย่างแตกร้าวแล้ว! 
 
"ว่าแต่ใช้อะไรขัดถูน่ะ คงไม่ใช่แค่ผ้าขี้ริ้วชุบน้ำเฉยๆ ใช่ไหม"  
 
เอ๋ อยากเห็นคอลเลคชั่นทีวีไดเรคต์ของฉันงั้นเหรอ อื~ม ยังไงก็อุตส่าห์เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของฉันน่ะนะ จะหยิบให้ดูในฐานะหลักฐานพยานก็ได้ 
ฉันหยิบเอาหลอดครีมทำความสะอาดที่เป็นดาวเด่นในหมู่สมาชิกตัวท็อปในกระเป๋าของฉันออกมา 

"อ๊ะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน" 
"นี่เป็นซุปเปอร์น้ำยาทำความสะอาด ไม่ว่าคราบสกปรกแค่ไหนก็กำจัดได้อย่างสะดวกสบาย ยอดขายเป็นอันดับหนึ่งในอเมริกาเชียวนะคะ"
"อ้อ ที่ว่าเด็กๆ เอาสีเทียนเขียนเล่นบนพื้นก็ลบไปได้อย่างง่ายดาย หรือผสมน้ำแล้วเอาผ้าลงไปแช่ก็จะขาวสะอาดอะไรนั่นสินะ..."
"อ้าว รู้ดีเหมือนกันนี่คะ ตามนั้นแหละ" 
"นี่แค่เอาแช่ไว้แล้วผ้าที่เป็นคราบดำสนิทก็จะขาวสะอาดได้จริงๆ หรือเปล่าน่ะ"
"ค่ะ พอส่งมาถึงฉันก็ลองทำตามที่สาธิตไว้ในทีวีทันที แล้วก็กลับมาขาวสะอาดอย่างที่โฆษณาไว้ได้จริงด้วยนะคะ"
"เห!" 
"ถ้าสนใจจะรับไปซักหลอดไหมล่ะคะ ฉันซื้อมาช่วงโปรโมชั่นได้ราคาซื้อ 1 แถม 1 ด้วยนะคะ" 
"ไม่เป็นไร ไม่ดีกว่า..."
"งั้นหรือคะ" 
 
ไม่ต้องเกรงใจก็ได้นะคะ 
 
"แล้วก็ยังมีนี่ แล้วก็นี่..."
"เฮ้ ขนมาเพียบเชียวนะเธอ" 
 
นายตัวสำรองเบิกตาโพลงเมื่อเห็นไอเท็มนานาสารพันที่ฉันทยอยหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะ แค่นี้ยังกระจอกน่า ที่บ้านฉันยังมีเหล่าสมาชิกที่แม้จะไม่ถึงขั้นเป็นตัวท็อปแต่ก็รอคอยการเปิดตัวอยู่เป็นโขยงนะ 
 
"อ๊ะ หรือว่านี่จะเป็นเมจิคัลอะไรนั่น"
"ผ้าขี้ริ้วเวทมนตร์ที่ไม่ต้องใช้น้ำยาค่ะ สำหรับรอยสกปรกเพียงเล็กน้อย มีแค่ผืนนี้ผืนเดียวก็ไม่ต้องเช็ดซ้ำ ประหยัดแรงและเวลา"
"เอาไปซักแล้วใช้ซ้ำได้หลายหนสินะ" 
"ค่ะ ใช่ค่ะ แต่จริงๆ พอเอาไปซักก็เริ่มเสื่อมสภาพให้ประสิทธิผลน้อยลงนะคะ ใช้ได้ไม่นานอย่างที่คุยในทีวีหรอกค่ะ"
"แหม ก็คงงั้นละนะ" 

ฉันอธิบายแวกซ์ที่นายตัวสำรองจับเป็นรายต่อไป
นายตัวสำรองเอาผ้าขี้ริ้วเวทมนตร์เช็ดโต๊ะข้างๆ แล้วก็ลงแวกซ์ตาม  

"หรือว่าเธอจะมีเครื่องที่ใช้ไอน้ำอบให้คราบสกปรกลอยขึ้นมาแล้วกำจัดทิ้งไปด้วย"
"สตีมคลีนเนอร์อยู่ระหว่างการตรวจสอบค่ะ ความจริงอยากได้มากเลย แต่มีความชื้นออกมาแบบนั้นก็ต้องเลือกจุดที่จะทำความสะอาดอย่างระมัดระวังด้วยนะคะ"
"อ้อ ใช้ได้แต่บริเวณชื้นๆ หรือภายนอกสินะ"  
 
นั่นสิน้า ถ้าเอาไปใช้ในห้องเรียนหรือล็อกเกอร์มีหวังอมน้ำชื้นแฉะกลายเป็นโศกนาฎกรรมแน่ๆ แต่ก็ยังอยากลองใช้ซักครั้งนะ!
ว่าแต่...
ฉันเหลือบตามองนายตัวสำรองที่เอาปากกาเมจิกมาทดลองขีดกับแฟ้มใสของตัวเองเพื่อทดสอบอานุภาพของน้ำยาทำความสะอาด ตานี่ จะคุยเข้าขากันดีมากไปแล้วนะ 
 
"รู้เรื่องสินค้าทีวีไดเรคต์ละเอียดเหมือนกันนะคะ" 
 
มือนายตัวสำรองชะงักไปชั่วครู่
 
"...พอเปิดทีวีตอนดึกๆ ก็เห็นฉายตลอด ก็เลยมองๆ บ้าง" 
 
เช่นนั้นนั่นเอง

"ช่วงกลางคืนเป็นเวลาทองของรายการทีวีไดเรคต์เลยนี่คะ" 
 
นายตัวสำรองนี่ก็เป็นพรรคพวกร่วมอุดมการณ์กับฉันในอีกความหมายหนึ่งเหมือนกันนะ 
แต่เราต่างคนต่างสบตา รู้กันโดยไม่ต้องใช้คำพูดว่าขอให้เรื่องนี้รู้กันแค่ตรงนี้เท่านั้น ก็เด็กม.ปลายมาเฝ้ารอดูรายการทีวีไดเรคต์ในแต่ละคืนๆ อย่างสนุกสนานมันออกจะน่าอายหน่อยๆ นี่นา 

"คิโชวอิน ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป เรามาหาตัวคนร้ายด้วยกันไหม"
"เอ๋!" 

ใกล้จะได้เวลาที่พวกนักเรียนมาถึงโรงเรียนแล้ว ฉันเลยเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดกลับลงกระเป๋า แล้วนายตัวสำรองก็ยื่นข้อเสนอน่าตกตะลึงออกมา 

"ยังไงซะ พรุ่งนี้เธอก็ยังต้องมามาลบรอยขีดเขียนที่ทาคามิจิโดนกลั่นแกล้งอยู่ดีใช่ไหมล่ะ"
"แหม ก็นะ..."
"ฉันว่าก็เป็นเรื่องดีนะ แต่ใช้วิธีแก้ไขที่ปลายเหตุแบบนี้ไปเรื่อยๆ เรื่องราวก็ไม่ได้สะสางให้กระจ่างชัดเจนเสียที ต้องแก้ไขการกลั่นแกล้งกันที่ต้นเหตุนี่แหละ"
"ก็จริงอยู่หรอกนะคะ""
"เพราะงั้นจะมาช่วยฉันอีกแรงได้ไหม ถ้าช่วยกันหาสองคนต้องมีเปอร์เซนต์จะหาเจอมากกว่าคนเดียวอยู่แล้ว" 
 
เอ๋~ จะให้ช่วยหาคนร้ายก็ได้อยู่หรอกนะ แต่ถ้า Pivoine อย่างฉันมาร่วมมือกับประธานสภานักเรียนจะไม่เป็นไรเหรอ สำหรับ Pivoine แล้ว กรณีแบบนี้ถือเป็นคนทรยศที่ลอบติดต่อกับศัตรูเลยนะ
ฉันโอนเอียงไปทางป้องกันตัวเองตั้งท่าจะบ่ายเบี่ยง แต่ถึงจะปฏิเสธไป ยังไงซะถ้าพรุ่งนี้มาโรงเรียนเวลาเดิมก็คงต้องเจอหน้ากันอีกแน่ เป็นอันว่าทางหนีถูกปิดตาย ช่วยไม่ได้ เป็นอันตกกระไดพลอยโจนร่วมกันค้นหาตัวคนร้ายไปจนได้ 
 
แต่ฉันก็บังคับให้นายตัวสำรองสัญญาว่าถ้าเจอตัวคนร้าย คนที่จะออกหน้าคือนายตัวสำรองเท่านั้น ฉันจะรีบเผ่นจากที่เกิดเหตุตรงนั้นไปให้ไวที่สุด หรือถ้าเกิดมีใครมาเห็นเข้าก็ให้ทำเป็นไม่เกี่ยวข้องกัน ห้ามเล่าเรื่องของฉันให้ใครฟังทั้งนั้น 
 
นายตัวสำรองพยักหน้ารับข้อตกลง 
 
"งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไปฝากด้วยนะ" 
 
พรุ่งนี้เอายางลบที่ลบรอยขีดช่วนที่กำแพงหรือพื้นที่ซื้อจากทีวีไดเรคต์มาด้วยดีไหมน้า... 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
เรืออาริมะพุ่งไปแล้ว! แต่ทำไมเหมือนพุ่งเข้าสู่น่านน้ำเฟรนด์โซนซะละเฮ้ย!? 


ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET