[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 240 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.240 - ตอนที่ 240


240.


ฉันอธิบายจนท่านฟุยุโกะพอจะเข้าใจอันตรายของระบบดาวน์ไลน์ ประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นไม่ให้ตกเข้าสู่หนทางการเป็นมิโกะฝึกตนในที่สุด จากนั้นมาฉันเลยตัดสินใจว่าถ้าปล่อยไว้คนเดียว ท่านฟุยุโกะมีหวังได้ลอยเข้าสู่โลกจินตนาการเพี้ยนๆ ไปอีกแน่ เวลาพักหรือตอนกลางวันก็พยายามเข้าไปชวนคุย ดึงให้เข้ามาคลุกคลีอยู่ในกลุ่มด้วยกัน แม้จะยังมีท่าทางสงบเสงี่ยมตามคนอื่นๆ ไม่ค่อยทันอยู่บ้าง  แต่ท่านฟุยุโกะก็เริ่มเปลี่ยนจากการเอาแต่นั่งยิ้มเงียบๆ อยู่นอกวง หันมาพูดคุยกับพวกเซริกะจังอย่างสนุกสนาน 
 
แล้ววันนี้ฉันก็มานั่งดื่มชากับท่านฟุยุโกะในห้องสโมสรของ Pivoine เช่นเคย
 
"ว่าแต่ทำไมถึงไปคบหากับพวกท่านๆ เช่นนั้นได้หรือคะ"
 
ท่านฟุยุโกะถือถ้วยชาไว้ในมือ โคลงศีรษะเล็กน้อย ว่า "นั่นสินะคะ" แล้วเงยหน้ามองขึ้นฟ้าราวกับกำลังหวนระลึกถึงอดีต
 
"รู้สึกว่าตอนแรกจะไปพบเข้าโดยบังเอิญตอนตระเวณหาหมอดูแม่นๆ กระมังคะ ฉันชอบการทำนายทายทัก มนต์ดำ แล้วก็เรื่องอัศจรรย์ เรื่องน่ากลัวในโลกมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว น่าเสียดายที่รอบข้างไม่มีคนที่มีรสนิยมแบบเดียวกันอยู่เลย ก็เลยเฝ้ารออยากจะคบหากับคนที่มีความสนใจแบบเดียวกันบ้าง" 

อื๋อ เมื่อกี้พูดคำว่ามนต์ดำออกมาแบบเนียนๆ หรือเปล่านะ

"เอ่อ ท่านฟุยุโกะ คงไม่ได้เข้าร่วมในพิธีมิสซาดำหรือพิธีซับบาธอะไรพวกนี้หรอกนี้หรอกนะคะ..." 

ท่านฟุยุโกะร้องว่า "ไม่หรอกค่ะ" แล้วหัวเราะให้กับความเป็นห่วงของฉัน ค่อยยังชั่วหน่อย... นึกว่าจะกลายเป็นมาดาม เดอ มงเตสปองแห่งซุยรันไปซะแล้ว ฉันย้ำไปอีกรอบว่า "ห้ามเข้าร่วมพิธีพวกนั้นเด็ดขาดเลยนะคะ" 

"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันชอบพูดคุยเรื่องทำนองนั้นก็จริง แต่ให้เอาเลือดสดๆ ของสัตว์มาราดหัวอะไรแบบนั้นน่ากลัวออกจะแย่ ไม่กล้าทำหรอกค่ะ แล้วถ้าจะให้เลือก ฉันก็ชอบพวกประทับทรงวิญญาณหรือการทำนายแบบโหราศาสตร์มากกว่านะคะ" 

อ้อ ถึงได้ชวนฉันไปเล่นผีถ้วยแก้วของตะวันตกด้วยกันสินะ ก็จริงอยู่ที่อาจจะหาคนที่กระตือรือร้นอยากทำอะไรแบบนี้ด้วยกันแถวๆ นี้ได้ยาก  ที่ซุยรันก็น่าจะตั้งชมรมไสยศาสตร์เหมือนกันนะ แต่ทางโรงเรียนคงไม่มีทางยอมรับชมรมพิลึกๆ แบบนั้นละมั้ง...

"ในช่วงนั้น พอดีฉันมีเรื่องกลุ้มใจในชีวิตส่วนตัวเล็กน้อย แล้วก็ได้ท่านริวเรย์อาช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ในหลายๆ เรื่องน่ะค่ะ"
"แหม มีเรื่องกลุ้มใจหรือคะ... ท่านฟุยุโกะ มีเรื่องกลุ้มใจอะไร ถ้าไม่รังเกียจลองเล่าให้ฉันฟังได้นะคะ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นกำลังให้ได้หรือเปล่า แต่ยินดีจะช่วยกันคิดหาทางออกนะคะ" 

ถ้าเป็นเรื่องกลุ้มใจที่หนักหนาสาหัสเกินก็คงจนปัญญา แต่ถ้าแค่รับฟังก็ได้เลย! ถึงจะไม่รู้ว่าจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ได้หรือเปล่าก็เหอะนะ!
ท่านฟุยุโกะเบิกตาชั้นเดียว ยิ้มแย้มน้อยๆ อย่างดีใจว่า "ขอบคุณมากนะคะ" 
 
"ถ้าเช่นนั้นท่านเรย์กะ จะช่วยรับฟังเรื่องกลุ้มใจของฉันได้หรือเปล่าคะ"
"แน่นอนค่ะ ได้สิคะ"  
 
ฉันพยักหน้าอย่างหนักแน่น ก็อายุขนาดพวกเราเป็นวัยที่มีเรื่องกลุ้มใจมากมายนี่นา อะไรกันนะ เรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือเปล่านะ หรือว่าความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง?  เรื่องการเรียน? หรือว่าจะกลุ้มเรื่องความรักตามประสาหนุ่มๆ สาวๆ ในวัยนี้?
เพื่อจะให้รับฟังได้อย่างถี่ถ้วนไม่ตกหล่น ฉันเลยย้ายไปนั่งข้างๆ โน้มตัวไปทางท่านฟุยุโกะจะได้เงี่ยหูฟังชัดๆ เหมือนเตรียมคุยเรื่องลับๆ  เอ้า ท่านฟุยุโกะ เชิญเล่าเรื่องกลุ้มใจมาได้เลยค่ะ! 
 
"ความจริงแล้ว พออยู่ในห้องคนเดียวตอนกลางคืน ก็จะได้ยินเสียงเคาะน่ะค่ะ"
"เอ๋" 
 
เรื่องทางโลกโน้นเหรอ!? 
 
"กลุ้มใจเรื่องเสียงเคาะหรือคะ..."
 
...สมแล้วที่เป็นท่านฟุยุโกะ ขนาดเรื่องกลุ้มใจยังเป็นเรื่องไสยศาสตร์เลย... ฮางิโนะโคจิ ฟุยุโกะ สตรีผู้ไม่หวั่นไหวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า--- 
 
"ตั้งแต่เมื่อ 2-3 ปีก่อนกระมังคะ พอขึ้นเตียงไปกำลังจะหลับ ก็ได้ยินเสียงเคาะเป็นลางร้ายดังมาจากมุมห้อง แล้วก็รู้สึกว่าโดนผีอำด้วยค่ะ..."
"หวา..." 

รู้สึกเหมือนได้ยินเพลง BGM ตือดื่อดือดื๊อดือ~...แว่วมาจากทางด้านหลังท่านฟุยุโกะ 
 
"แล้วตกดึก พอลืมตาตื่นด้วยเสียงเคาะก๊อกแก๊กน่าขนลุกที่ดังมาจากตรงโน้นตรงนี้ของห้อง ก็จะโดนผีอำทุกครั้ง อึดอัดจากแรงกดดันเหมือนโดนใครทับจากข้างบนน่ะค่ะ..."
"อุหวา..." 
 
น่ากลัวจังเลย เสียงเคาะแถมยังเจอผีอำ อาจจะเป็นปรากฎการณ์ด้านวิญญาณจริงๆ ก็ได้... เป็นเรื่องกลุ้มใจที่หนักหนาสาหัสในอีกความหมายหนึ่งจริงๆ
ฉันเริ่มรู้สึกเหมือนเห็นดวงไฟมายาร่อนไปมาในห้องสโมสรข้างหลังท่านฟุยุโกะ อุอุอุอุ สันหลังลุกวูบๆ ยังไงไม่รู้ 

"...เอ่อ ถ้าอย่างไรลองไปนิมนต์พระจากวัดหรือศาลเจ้าให้มาทำพิธีปัดรังควานไปไม่ดีกว่าหรือคะ"
"ค่ะ ฉันเองก็คิดอย่างนั้น ก็เลยลองไปปรึกษาท่านริวเรย์อา แล้วก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับท่านผู้มีพลังวิญญาณผู้มีชื่อเสียง" 
"ผู้มีพลังวิญญาณ..."
"ค่ะ ท่านผู้มีพลังวิญญาณผู้นั้นมีพลังสูงส่งมาก สามารถนั่งทางในมองออกว่ามีบ่อน้ำเก่าๆ อยู่ในสวนที่บ้านของฉันด้วยนะคะ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นไม่เคยไปมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว!" 

ท่านฟุยุโกะเล่าอย่างดุเดือดราวกับหวนระลึกถึงความตื่นเต้นในครั้งนั้น

"แน่นอนว่าฉันเองก็ไม่ได้พูดเลยนะคะว่าที่สวนในบ้านมีบ่อน้ำอยู่ด้วย แม้แต่ตัวฉันเองก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีบ่อน้ำเก่าๆ ที่แห้งเหือดไปแล้วอยู่" 
"ยอดไปเลยนะคะ..." 
"ค่ะ ยอดไปเลย นอกจากนี้ยังทายอย่างแม่นยาราวกับตาเห็นด้วยนะคะว่าในสวนมีต้นสนต้นใหญ่ ตกใจหมดเลยละค่ะ แล้วที่อาจารย์หมอผู้นั้นพูดก็คือ นานมาแล้วในบ่อนั้นเคยมีผู้หญิงสาวที่กำลังจะแต่งงานตกลงไปเสียชีวิต... ในตอนนั้นมีการปิดคดีไปว่าเป็นอุบัติเหตุโชคร้าย แต่ความจริงแล้วนั่นไม่ใช่อุบัติเหตุ หากแต่ผู้หญิงคนนั้นถูกคู่หมั้น..."
"เอ๋!" 

ถูกฆาตกรรมเหรอ!? ตายแล้วๆ! น่ากลัวที่สุดเลย! ขอโทษนะคะ ท่านฟุยุโกะ รู้สึกว่าปัญหาของท่านฟุยุโกะจะร้ายแรงเกินกว่าที่ฉันจะรับไหวเสียแล้วละค่ะ!

"แล้วที่อาจารย์ผู้นั้นนั่งทางในมองเห็นก็คือ ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดจนบัดนี้ เฝ้าสร้างปรากฎการณ์วิญญาณเช่นการเคาะหรือผีอำ เพื่อให้ฉันที่มีอายุใกล้เคียงกับเธอได้รับรู้ถึงความแค้นและความเศร้าของตัวเองน่ะค่ะ..." 

อ้าว จู่ๆ ไหงรู้สึกว่าไหล่ปวดๆ ยังไงชอบกล...

"ได้เชิญท่านอาจารย์มาทำพิธีขับไล่วิญญาณแล้วนะคะ แต่อาจารย์ว่าบ่อน้ำนั้นได้เชื่อมต่อกับเส้นทางวิญญาณเสียแล้วจากการที่มีวิญญาณเฮี้ยนสิงสู่อยู่เป็นเวลานานปี" 
"เส้นทางวิญญาณ?" 
"อย่างที่เกียวโตก็มีไม่ใช่หรือคะ บ่อน้ำที่เล่ากันว่าโอโนะทาคามุระใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมายังยมโลก เห็นว่าบ่อน้ำเก่าที่บ้านฉันก็ตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นแหละค่ะ"  
"แบบนี้ก็แย่เลยน่ะสิคะ!" 
"ค่ะ แต่อาจารย์ได้มอบยันต์ผนึกบ่อน้ำให้ฉันแล้ว ตอนนี้ยังไม่ถึงกับเกิดเรื่องใหญ่อะไร แต่ก็ยังเกิดเสียงเคาะกับโดนผีอำอยู่เนืองๆ"
".........." 

...แย่ละสิ ทำเป็นปากเบาพูดไปว่าพอจะช่วยอะไรได้ แต่ปัญหาผีหลอกวิญญาณหลอนเนี่ยฉันก็ไม่มีปัญญาไปสู้รบตบมือด้วยเหมือนกันนะ ถ้าเป็นฉันเองคงทนอยู่ในห้องผีสิงไม่ได้หรอก แม้แต่แว้บเดียวก็ไม่ได้ อุตส่าห์ทนอยู่ได้เป็นนานนะ ท่านฟุยุโกะ ไม่สิ ก็ถึงได้กลุ้มอยู่นี่นา 
 
"อุ..."
 
รู้สึกไหล่หนักๆ ยังไงไม่รู้ นี่ หรือว่าฉันก็จะโดนสิงสู่ไปด้วยเหรอ!? 
 
"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"
"เปล่าค่ะ... รู้สึกว่าไหล่จะ..."
"แหม อะไรกันคะนี่! รอซักครู่นะคะ" 
 
ท่านฟุยุโกะดึงเอาหยกแก้วสีชมพูออกมาจากกระเป๋าชุดนักเรียนกำไว้แน่น ลูบบ่าของฉันไปมาพลางตั้งต้นสวดมนต์ "โอม คิริคิริ ..." 
 
"ท่านฟุยุโกะ นั่นเป็นหยกแก้วขับไล่มารหรือเปล่าคะ"
"เปล่าค่ะ นี่เป็นหยกแก้วครองรักจากศาลเจ้าผูกสัมพันธ์ค่ะ" 
 
จะเอาอิทธิฤทธิ์ผูกสัมพันธ์มาทำอะไรล่ะคะ!? 
แต่ถึงกระนั้นระหว่างที่ท่านฟุยุโกะช่วยลูบๆ ไหล่ให้ ก็รู้สึกว่าไหล่ค่อยๆ เบาลง ค่อยยังชั่ว...
 
"แต่ว่า ตราบใดที่ทางวิญญาณยังเชื่อมต่อ ปัญหาของท่านฟุยุโกะก็ยังไม่คลี่คลายสินะคะ..." 
"ค่ะ แต่ฉันก็ตัดใจไปครึ่งหนึ่งแล้วนะคะ ให้อาจารย์มาทำพิธีปัดรังควานให้เป็นระยะ ส่วนฉันเองก็ได้รับพลังฮีลเลอร์มาจากท่านริวเรย์อา พอจะปัดเป่าปราณไม่ดีไปได้ด้วยตัวเองค่ะ..." 

ว่าแล้วท่านฟุยุโกะก็ยื่นมือมาช่วยลูบบ่าฉันลากยาวลงมาถึงหลังอย่างระมัดระวัง 
 
"พวกเธอทำอะไรกันอยู่น่ะ" 
 
จู่ๆ ก็มีเสียงทักฉันเลยสะดุ้งเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นคาบุรากิทำหน้าเหมือนมองอะไรไม่น่าไว้ใจยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าพวกเรา
ตอนนี้ฉันกำลังเอนร่างเบียดกับท่านฟุยุโกะอยู่ที่มุมสโมสร ให้เขาช่วยลูบๆ ถูๆ ไหล่ให้ อื้อ อาจจะดูไม่น่าไว้ใจนิดหน่อยจริงๆ น่ะแหละ ฉันยืดตัวตรงปรับท่านั่งเสียใหม่ 
 
"สวัสดีค่ะ ท่านคาบุรากิ" 
 
ก่อนอื่นต้องกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มและคำทักทายเสมือนหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คาบุรากิยิ่งทำสายตาหวาดระแวงหนักขึ้นไปอีก ชิ ไม่รู้จักคำว่าปล่อยผ่านบ้างหรือไงนะตานี่ 
 
"...เอ่อ ฉันกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่กับท่านฟุยุโกะทางนี้นะคะ" 
 
ท่านฟุยุโกะเสริมคำพูดที่ฟังดูเป็นคำแก้ตัวของฉันว่า "ค่ะ ท่านเรย์กะช่วยรับฟังเรื่องกลุ้มใจของฉันอยู่ค่ะ" อ๊ะ พูดแบบนั้นออกไปจะดีเหรอ 
 
"เรื่องกลุ้มใจ?"
 
คาบุรากิหรี่ตาลงข้างหนึ่ง
 
"คะ... ค่ะ ใช่แล้วค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังรับฟังเพื่อให้คำปรึกษาอยู่นะคะ..." 
 
ฉันแสดงทั้งท่าทางทั้งคำพูดไล่ให้ตัวเกะกะไปไกลๆ ไวๆ แต่คาบุรากิกลับทรุดตัวลงนั่งลงบนโซฟาตรงหน้าพวกเรา อะไรคะ?
 
"ดีล่ะ ไหนลองเล่ามาซิ"
"หา?"
 
ไหงงั้น? 
 
"ฉันก็มีธุระกับคิโชวอินนิดหน่อย จัดการปัญหาทางโน้นให้เสร็จไปก่อนดีกว่า" 
 
เอ๋ ไหงมาคิดเองเออเองอีกล่ะยะ แถมธุระของคาบุรากินี่มีแต่ลางสังหรณ์ไม่ดีลูกเดียวอ่ะ
 
"เรื่องนั้นออกจะ...."
 
สีหน้าคาบุรากิบ่งบอกให้พูดต่อ แต่ฉันลังเลอยู่
 
"ถ้างั้นพอจะหาทางแก้ไขปัญหานั้นได้หรือยัง" 
 
คือนี่เป็นปัญหาเรื่องปรากฎการณ์ทางวิญญาณ แถมยังอยู่ในสภาวะจนปัญญาด้วยน่ะสิคะ
 
"อะไรล่ะ เป็นปัญหาที่เล่าให้ฉันฟังไม่ได้หรือไง" 
 
อืม~ เรื่องแบบนี้เล่าไปจะดีเหรอ ดีไม่ดีจะกลายเป็นตีกระแสให้เกิดข่าวลือร้ายๆ ว่าคฤหาสน์ฮางิโนะโคจิมีวิญญาณสิงสู่ กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ราคาตกไปซะอีก... 
 
ฉันส่งสายตาสอบถามท่านฟุยุโกะที่นั่งอยู่ข้างๆ ว่าจะเอาไงดี แล้วท่านฟุยุโกะก็ผงกศีรษะขึ้นลงน้อยๆ ดูท่าทางจะอนุญาตให้พูดกับคาบุรากิได้ ฉันเลยจำต้องรับหน้าที่เป็นตัวแทนในการอธิบาย 

"เอาเป็นว่าช่วยอย่าไปแพร่งพรายต่อก็แล้วกันค่ะ"
"เข้าใจแล้ว" 

รอคาบุรากิพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นแล้ว ฉันจึงเริ่มเล่าด้วยเสียงเบา
 
"ความจริงแล้ว ท่านฟุุยุโกะกลุ้มใจกับปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติมาซักพักแล้ว..."
"ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ?" 
 
คาบุรากิขมวดคิ้ว 
 
"ค่ะ จะให้เล่าละเอียดก็คือได้ยินเสียงเคาะในห้องตอนกลางคืน แล้วก็โดนผีอำน่ะค่ะ นะคะ ท่านฟุยุโกะ"
"ค่ะ..." 
 
ท่านฟุยุโกะยิ้มอย่างลำบากใจ ฉันรีบอธิบายเพิ่มเติมว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงสองสามปีมานี้ คาบุรากิเบนสายตาไปทางท่านฟุยุโกะ
 
"บ้านเป็นโครงไม้หรือเปล่า"
"เอ๋ ค่ะ..." 
"คงเป็นเสียงวัสดุก่อสร้างหรือไม่ก็เครื่องเรือนไม้ในห้องหดตัวจากอากาศแห้งหรือความชื้นน่ะสิ เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่าบ้านลั่น ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไรมาก แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดปัญหาในตัวอาคาร พอกลับบ้านไปก็ลองเอาลูกแก้วไปวางไว้ที่กลางห้อง ถ้าลูกแก้วกลิ้งไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งก็ขอแนะนำให้รีบติดต่อหน่วยงานโยธาโดยเร็ว" 
"ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ..."
"ลูกแก้ว..." 
 
คาบุรากิแก้ปัญหาเรื่องเสียงเคาะไปได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็เสริมว่า "ถ้าเจอปลวกล่ะเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ"  
 
"แต่ว่าผีอำ..."
"คงเป็นเพราะนอนหลับไม่สนิทน่ะสิ ช่วงที่เจอผีอำมีการเปลี่ยนแปลงด้านความเป็นอยู่บ้างหรือเปล่า"
"ใกล้ๆ บ้านมีการจัดพิธีศพค่ะ"
"ไม่เกี่ยวหรอก อย่างเช่นว่าเปลี่ยนหมอนหรือหลับไม่สนิทจากความเครียดล่ะ?"
"หมอน..? จะว่าไป ช่วงที่เลื่อนขึ้นชั้นม.ปลายมีการรีฟอร์มห้องแบบญี่ปุ่นเป็นแบบตะวันตก ก็เลยเปลี่ยนจากฟุตงที่ปูนอนกับพื้นเป็นเตียงด้วยน่ะค่ะ"  
 
ท่านฟุยุโกะยิ้มอย่างอายๆ บอกว่าอยากลองนอนเตียงมาตั้งแต่สมัยเด็ก  แล้วคาบุรากิก็พยักหน้า "ก็นั่นแหละ"  
 
"ปรากฎการณ์บ้านลั่นจากการต่อเติมบ้านใหม่ และปรากฎการณ์ผีอำที่เกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอจากเครื่องนอนที่ไม่คุ้นชินสินะ เรื่องบ้านลั่นนั้นพอการหดตัวของวัสดุอยู่ตัวแล้วก็จะลดลงไปเอง ส่วนผีอำ ให้ลองปูฟุตงนอนกับพื้นก็น่าจะหาย"
"เตียงที่ไม่คุ้นชิน..."
"ปูฟุตงนอนกับพื้น..." 

ดูเหมือนท่านฟุยุโกะที่มีใบหน้าแบบเฮอันจะไม่เหมาะกับเตียงนะ...

"เท่านี้จบหรือยัง"

ในยามที่คาบุรากิกำลังจะขยับตัวลุกขึ้น ท่านฟุยุโกะก็เผลอหลุดออกมาว่า "แต่ท่านอาจารย์ผู้มีพลังวิญญาณ..."
 
"ผู้มีพลังวิญญาณ...?"
 
อ๋า ได้ยินเข้าแล้วไงล่ะ คาบุรากิหย่อนตัวลงที่ยกค้างลงนั่งอีกครั้ง ท่านฟุยุโกะ คิดจะพูดเรื่องบ่อน้ำจริงๆ เหรอ
 
"ผู้มีพลังวิญญาณที่ว่านี่คืออะไร" 
 
ฉันกับท่านฟุยุโกะลอบสบตากันวูบหนึ่ง
 
"เอ่อ เห็นว่าเป็นท่านที่มองเห็นสิ่งที่พวกเรามองไม่เห็น..."
"มองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น?" 
 
แววตาคาบุรากิคมปลาบขึ้น 
 
"นั่นอาจจะเป็นอาการจอประสาทตาเสื่อมหรือโรค Charles Bonnet syndrome ที่ทำให้เห็นภาพหลอนก็ได้นะ ขอแนะนำให้รีบเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลจะดีกว่า"
"จอประสาทตาเสื่อม..."
"โรค Charles Bonnet syndrome..." 
 
คาบุรากิเอ่ยชื่อโรงพยาบาลที่มีแพทย์ทางจักษุชื่อดังประจำอยู่ 
 
"เอ่อ แต่ท่านผู้นั้นรู้ว่าในสวนบ้านท่านฟุยุโกะมีบ่อน้ำเก่าแห้งๆ แล้วก็มีต้นสนอยู่โดยที่ไม่เคยไปมาก่อนด้วยนะคะ..." 

ท่านฟุยุโกะพยักหน้าหงึกหงักแสดงความเห็นด้วย 

"ค่ะ ใช่แล้วค่ะ สามารถชี้จุดที่มีบ่อน้ำอยู่ได้อย่างถูกต้องโดยไม่มีใครบอก นี่คงไม่ใช่เห็นภาพหลอนแต่เป็นพลังวิญ..."
"ไปตรวจสอบจากสำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน หรือไม่ก็ดูภาพถ่ายทางอากาศก็ได้นี่"
"สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน..."
"ภาพถ่ายทางอากาศ..."
"การเปิดเผยข้อมูลที่มีการตรวจสอบมาล่วงหน้าราวกับตนเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติแบบนี้เรียกว่าเทคนิก hot reading นะ" 
"..........."
"..........."

ช่างเป็นคำตอบที่สมจริงอะไรอย่างนี้ แล้วก็มีพลังในการอธิบายอะไรอย่างนี้ เสียงเคาะมาจากเสียงเอี๊ยดอ๊าดบีบตัวของวัสดุสร้างบ้านที่มีการต่อเติม ส่วนผีอำมาจากอาการนอนหลับไม่สนิทที่เกิดจากเครื่องนอนที่ไม่คุ้นชิน เห็นผีจากโรค Charles Bonnet syndrome นั่งทางในรู้เรื่องจากสำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดินและภาพถ่ายทางอากาศ แล้วก็เทคนิก hot reading...
ฉันเหลือบมองท่านฟุยุโกะที่นั่งอยู่ข้างๆ 
 
"เขาว่างั้นแน่ะค่ะ ท่านฟุยุโกะ..."
"เอ๋ อะ... ค่ะ" 
 
ท่านฟุยุโกะอ้าปากค้างไปแล้ว
สุดท้ายแล้วความกังวลของฉันล่ะ "เอ่อ แล้วที่ปวดไหล่หนักๆ มาตั้งแต่เมื่อครู่ล่ะคะ..." 
 
"คิโชวอิน นั่นเป็นอาการปวดไหล่จากการนั่งผิดท่าต่างหาก"
 
คำเดียวจบ 
 
"เท่านี้คงเรียบร้อยแล้วใช่ไหม"
 
คราวนี้คาบุรากิลุกขึ้นยืน แล้ววางมือหนักๆ ลงบนบ่าฉัน
 
"เอ้า ต่อไปถึงเรื่องของฉันบ้างล่ะ"
 
อ๊ะ ที่บ่ามีน้ำหนักของวิญญาณร้ายกดทับ...! 
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

หยกแก้วรูปหยดน้ำที่เป็นเครื่องรางของขลัง 

ท่านฟุยุโกะออกมาเมื่อไหร่ บรรยากาศเปลี่ยนจากท่านเรย์กะชวนชิมเป็น QED อย่างนี้ต้องพิสูจน์ทุกที... 

ไหนๆ แล้ว ทำ footnote อธิบายหน่อย 

* มาดาม เดอ มงเตสปองเป็นชู้รักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 นางเคยเข้าไปเกี่ยวพันกับคดีอื้อฉาวที่เรียกว่า Affaire des Poisons ว่ากันว่ามาดามร่วมทำพิธีกับแม่มด ในการบูชาปีศาจเพื่อขอความรักจากพระจ้าหลุยส์ และมีการเชือดคอทารกที่เพิ่งเกิดทำบูชายัญและนำศพกับกระดูกทารกไปบดเพื่อทำยาสั่งผสมในอาหารพระเจ้าหลุยส์อีกด้วย อย่างไรก็ดี ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่านางได้ประกอบพิธีนี้ขึ้นจริง  

** โอโนะ ทาคามุระ เป็นข้าราชการชั้นสูง นักวิชาการ และนักกวีในสมัยเฮอัน และยังเล่าลือกันว่าแกไปรับจ๊อบช่วยงานยมบาลในการพิพากษาโทษคนตายด้วย และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้หลุมศพของแกตั้งอยู่ติดกับหลุมศพของมุราซากิ ชิกิบุ (ผู้แต่งเรื่องเก็นจิโมโนกะตะริ) ในเกียวโต ทั้งที่มุราซากิ ชิกิบุเกิดหลังแกประมาณ 120 ปีได้ ทั้งชีวิตสองคนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย 
นั่นเพราะคติทางพุทธในสมัยนั้นเชื่อกันว่าคนที่เขียนเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เริงรมย์ลวงโลกย์อย่างเก็นจินั้นบาปหนาน่าดู ตายแล้วต้องลงไปทุกข์ทรมานในนรกแหงๆ  แฟนๆ ของเรื่องเก็นจิในสมัยนั้นก็มีความเป็นห่วงในชีวิตหลังความตายของนักเขียนที่ตัวเองรักเป็นอันมาก จึงได้ย้ายหลุมศพของโอโนะ ทาคามุระมาใกล้ๆ มุราซากิ ชิกิบุ เผื่อว่าเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกันแล้วแกจะได้ไปเจรจาต้าอ่วยกับยมบาล ขอผ่อนผันโทษให้มุราซากิ ชิกิบุได้บ้าง 
 เอวังก็เป็นเช่นนั้นเอง 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET