[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 233 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.233 - ตอนที่ 233


233.

 

พวกลูกแกะกำลังเล็มหญ้ากันอยู่อย่างเอื่อยเฉื่อยภายใต้แสงตะวันอ่อนท่ามกลางบรรยากาศสงบสุขราวกับบทเพลงของคนเลี้ยงแกะ  ทันใดนั้นก็พลันมีสัตว์ร้ายกระหายเลือดน่าสะพรึงกลัว คุณแมรี่ทมิฬโผล่พรวดออกมา---
 
ต่อหน้าสายตาเป็นประกายคมกล้าฉายแววดุดันของเสือดำตัวนั้น แม้กระทั่งหมาเฝ้าแกะที่มีหน้าที่ปกป้องเหล่าลูกแกะจากศัตรูภายนอกอย่างฉันก็ได้แต่ม้วนหางหมดปัญญาจะต่อกร ไม่สิ ความจริงแล้วตัวฉันเองก็เป็นพวกเดียวกับบรรดาลูกแกะน้อยอ่อนแอเหมือนกันนะคะ
 
เมื่อเผชิญหน้ากับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของจักรพรรดิแห่งซุยรัน เหล่าสมาชิกชมรมงานฝีมือที่เปรียบประดุจฝูงลูกแกะน้อยไม่มีพิษภัยก็พากันแตกฮือตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เหล่าสมาชิกใหม่ที่เพิ่งพูดถึงจักรพรรดิด้วยดวงตาเคลิบเคลิ้มอยู่หยกๆ เมื่อครู่เบิกตาอ้าปากกว้างแข็งค้างกลายเป็นหินไปแล้ว 
 
"คิโชวอิน! เมื่อวานก็บอกแล้วไงว่าห้ามเมินเมล์ฉันน่ะ!" 
 
เหล่าสมาชิกชมรมสะดุ้งเฮือกกับเสียงตะคอกของคาบุรากิเมื่อเห็นหน้าฉัน  

"อ้าวตายจริง ท่านคาบุรากิ ยินดีต้อนรับสู่ชมรมงานฝีมือค่ะ เรื่องเมล์ที่ส่งมา ฉันเพิ่งจะสังเกตเห็นเมื่อครู่นี้เอง ต้องขอประทานอภัยด้วยนะคะ"  

ฉันกระตุกมุมปากสั่นๆ ตอบรับด้วยรอยยิ้ม พยายามปกป้องพวกลูกแกะที่หวาดหวั่นเอาไว้ 

"ทุกครั้งเลยสิน่า ต้องให้บอกหรือเปล่าว่ามือถือมีไว้ทำอะไร" 

นั่นมันประโยคของฉันต่างหาก ทุกครั้งเลยสิน่า ต้องให้บอกหรือเปล่าว่าหัดคิดถึงความสะดวกของคนอื่นเขาบ้าง
คาบุรากิเชิดคางออกคำสั่งกับฉันว่า "ไปได้แล้ว" ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา หากฉันปั้นหน้าขอโทษขอโพยก้มหัวลง 
 
"เกรงใจอย่างยิ่งเลยค่ะที่อุตส่าห์มารับถึงที่นี่ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ฉันกำลังทำงานฝีมืออยู่ คงไม่อาจไปกับท่านคาบุรากิได้"
"...งานฝีมือ?" 
"ค่ะ อย่างที่เห็น ที่นี่เป็นชมรมงานฝีมือ ฉันกำลังทำกิจกรรมชมรมอยู่ ที่สำคัญ ฉันเป็นหัวหน้าชมรมนี้ คงจะถอนตัวออกไปกลางคันโดยพลการไม่ได้หรอกค่ะ" 
 
ว่าไงล่า ถ้าคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปตามคำบัญชาของพระจักรพรรดิเสมอละก็คิดผิดมหันต์ อย่าคิดว่าโลกหมุนโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลางเชียวนะ!
แต่สหายกลับหักหลังฉันหน้าตาเฉย
 
"ท่านเรย์กะ ถ้ามีธุระกับท่านคาบุรากิ จะออกไปก่อนก็ได้นะคะ พวกเราดูแลชมรมกันต่อเองได้ค่ะ"
 
รองหัวหน้าขายฉันออกไป
พอรองหัวหน้าเอ่ยวาจาเช่นนั้น ทุกคนก็พากันว่า "จริงด้วยค่ะ" ไม่ต้องเกรงใจนะคะ" พยักเพยิดเห็นพ้องกันเป็นแถบ ความในใจว่าอยากไล่ตัวเสนียดไปให้พ้นๆ นี่เล็ดรอดออกมาเลยเชียวล่ะ... ทั้งที่นี่เป็นโอกาสหนึ่งในพันที่จะเข้าใกล้จักรพรรดิที่บัดนี้ไม่มีฝูงคนห้อมล้อมติดตามแล้วแท้ๆ แต่พวกสมาชิกชมรมกลับปรารถนาจะใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างสงบสุขต่อไปมากกว่า แต่ฉันไม่ยอมหรอกย่ะ 
 
"ไม่ได้ค่ะ ฉันยังขึ้นงานค้างอยู่เลย จะละมือไปครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้ ต้องขออภัยด้วยนะคะ ท่านคาบุรากิ" 
 
หึหืม เป็นไงล่า ฉันโชว์กระสวยถักแท็ตติ้งให้คาบุรากิดูราวกับเผยตราพระราชลัญจกร

"ทำงานอะไรอยู่"
"รุ่นน้องบอกว่าอยากถักลูกไม้ร้อยลูกปัดทำเป็นเครื่องประดับสำหรับสุนัขตัวโปรด ฉันเลยจะช่วยอีกแรงค่ะ"
 
ได้โอกาสโชว์ความใส่ใจที่มีต่อรุ่นน้องแบบเนียนๆ โฮะโฮะโฮะ 
 
"เครื่องประดับสำหรับสุนัข...?" 
 
แล้วคาบุรากิก็ก้าวยาวๆ เข้ามาหาทั้งที่ยังหรี่ตาลงข้างหนึ่ง เหล่าเด็กปีหนึ่งที่ตื่นตกใจผวาปัดเก้าอี้ล้มลงกระทบกันดังกึงกัง ดินสอร่างแบบร่วงตกส่งเสียงกลิ้งไปตามพื้น 
 
"...ชิ้นไหน?"
"หา?" 
 
ฉันไม่เข้าใจคำถาม ยิ่งทำให้คาบุรากิเปล่งออร่าหงุดหงิดหนักกว่าเดิม ขณะส่งสายตาไปบนโต๊ะทำงาน
คาบุรากิเอื้อมมือไปหยิบลูกไม้ร้อยลูกปัดที่คุณนาโทริทำค้างไว้บนโต๊ะ ไล่สายตาไปตามแพทเทิร์นถักก่อนพ่นลมทางจมูกส่งเสียง "หืม" แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ฉันนั่งเมื่อครู่ 
 
"เอามา"
"หา?" 
 
คาบุรากิยื่นมือมาทางฉัน ขณะกำลังชะงักงันอยู่ว่าหรือหมอนี่จะ... คาบุรากิที่ใจร้อนก็คว้ากระสวยถักไปจากมือฉัน ไขว้ขายาวๆ อย่างเกียจคร้าน แล้วลงมือถักลูกไม้ร้อยลูกปัดหน้าตาเฉย!
 
จักรพรรดิแห่งซุยรันถักลูกไม้ ห้องชมรมพลันเงียบกริบราวกับโดนน้ำสาดต่อหน้าภาพทิวทัศน์อันเหลือจริง มีเสียงนาฬิกาติ๊กติ๊กติ๊กที่ดังก้องกังวาน 
 
"นี่เธอ ตาถักตรงนี้มันแปลกๆ นะ"
"...ตรงนั้นมัน จะกลับไปแก้มันลำบาก ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นก็ได้ค่ะ"
"ชิ อะไรน่ะ ไหมตรงนี้พันกันยุ่งเชียว"
"...ขออภัยด้วยค่ะ" 
 
ความไร้ฝีมือของหัวหน้าชมรมถูกแฉประจานต่อหน้าสมาชิกทุกคน ช่างน่าอัปยศอะไรอย่างนี้! ฉันตัวสั่นด้วยความอับอาย ยกโทษให้ไม่ได้
ฉันส่งสายตาเคียดแค้นแฝงแรงกดดันไปยังกระหม่อมของศัตรูคู่อาฆาต จงตื่นขึ้นเถิด ดวงตาที่สาม! คาบุรากิเอ๋ย จงเข้าๆ ออกๆ ห้องน้ำอย่าได้หยุด จงเกลือกกลิ้งด้วยความทรมานจากท้องร่วงไปซะ! 
ว่าแล้ว คาบุรากิที่ดูเหมือนจะตรวจจับกลิ่นอายไม่น่าไว้วางใจได้ก็หันขวับมาหาฉันที่ยืนเฉียงๆ ค่อนไปทางข้างหลัง 
 
"...อะไร"
"เปล่า ไม่มีอะไรนี่คะ?" 
 
ดวงตาที่สามปิดลง
คาบุรากิคลายปมไหมที่พันกันได้อย่างง่ายดาย แล้วลงมือถักแท็ตติ้งฉึบฉับๆ ต่อไป ไม่มีทีท่าจะเหลียวไปดูแพทเทิร์นอีก สงสัยว่าจะจับเคล็ดได้แล้ว 
 
"เก่งจังเลยนะคะ... หรือว่าเคยมีประสบการณ์ถักลูกไม้มาก่อน"
"จะมีได้ยังไงเล่า แค่ทำตามคำอธิบายของแค่นี้ใครๆ ก็ทำได้"  
 
คาบุรากิลงดาบสะบั้นความยากลำบากที่ผ่านมาของฉันขาดดังฉับ  ยัวะว้อย จงตื่นขึ้น ดวงตาที่สาม... หวา โดนจ้องเขม็งกลับมาแล้ว ทำไมถึงรู้ล่ะ 
 
"คิโชวอิน"
"คะ..."
"อย่ามายืนข้างหลังฉัน" 
 
นายเป็นนักฆ่าที่ไหนเรอะ
จากนั้น ระหว่างที่ทุกคนกำลังเฝ้ามองจักรพรรดิถักไปทีละห่วงๆ อย่างลืมหายใจ ในที่สุดคาบุรากิก็ถอนหายใจเบาๆ เงยหน้าขึ้นมาจากงานในมือ 

"เสร็จแล้ว"  
 
ลูกไม้ร้อยลูกปัดรูปดอกไม้เล็กๆ ที่ถักทอขึ้นมาอย่างไม่มีลังเล ฉันรับงานที่คาบุรากิโยนมาเช็คดูความเรียบร้อย สมบูรณ์แบบ 

เสียงฮือฮาด้วยความชื่นชมดังแว่วมาจากเหล่าสมาชิก "เวลาสั้นๆ แค่นี้เอง..." "สมเป็นท่านคาบุรากิ" น่าแค้นก็จริงอยู่ แต่ทำออกมาได้สวยกว่าที่ฉันทำไปครึ่งๆ อีกนะ 
ฉันจับมือคุณนาโทริขึ้นมา ว่า "เชิญจ้ะ" แล้ววางชิ้นงานฝีมือลงบนกลางฝ่ามือ

"เอ๋...!" 

คุณนาโทริเบิกตากว้าง ทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ หันมาหาฉันพลางสั่นศีรษะไปมาเหมือนจะหลีกหนีความเป็นจริงว่าโกหกใช่มั้ย!? แต่ฉันเผยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาส่ายศีรษะไปมาช้าๆ เหมือนจะบอกว่า นั่นเป็นของเธอนะ รับไว้เถอะจ้ะ 
คาบุรากิจ้องมองบทสนทนาที่ปราศจากถ้อยคำของพวกเรา หยิบงานลูกไม้บนฝ่ามือคุณนาโทริขึ้นมา ชี้ไปตรงจุดหนึ่ง แล้วว่า

"ตรงที่ไหมย่นๆ ตาถักหายไปตรงนี้เป็นฝีมือแม่นี่นะ" 

ว่าพลางยกหัวแม่โป้งชี้มาทางฉัน เป็นคำย้ำเตือนที่ฉีกหน้าฉันในฐานะหัวหน้าชมรมจนแหลกเป็นผุยผง ไม่ยกโทษให้เด็ดขาด..! ฉันตัดสินใจจะหย่อนลูกปัดเล็กจิ๋วเม็ดหนึ่งลงไปในรองเท้าคาบุรากิ จงทุกข์ทรมานกับความรู้สึกไม่น่าพึงใจที่้่ทิ่มตำฝ่าเท้าในยามเดินไปมาเสียเถอะ!
 
คุณนาโทริมือไม้สั่นรับเอาลูกไม้ถักที่จักรพรรดิประทานคืนให้ คุณนาโทริที่ถืองานลูกไม้ถักฝีมือของจักรพรรดิแห่งซุยรันไว้ในกำมือ อีกทั้งจักรพรรดิยังมีรับสั่งด้วยโดยตรง ไม่ต้องเล่นลูกไม้โปรยเหยื่ออะไร ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปก็คงกลายเป็นคนที่เป็นศูนย์กลางแห่งความสนใจในห้องอย่างแน่นอน---

 

"เอ้า วันนี้แหละ ไปซุปเปอร์กันได้แล้ว" 

สุดท้ายฉันก็ต้องออกจากห้องชมรมมาพร้อมกับคาบุรากิ เมื่อเหลียวดูแล้วว่ารอบข้างไม่มีใคร ก็เผยรอยยิ้มสวนกลับ 
 
"ไม่ทราบว่าต้องเรียนให้ทราบอีกกี่ครั้งจึงจะเข้าใจหรือคะว่าฉันเองก็มีธุระต้องทำเหมือนกัน วันนี้หลังจากนี้ฉันก็มีกำหนดการต่อนะคะ ไปไม่ได้ค่ะ"
"อะไร อย่าบอกนะว่าวันนี้ก็มีไปโรงเรียนสอนพิเศษต่ออีก"
"เปล่าค่ะ วันนี้เป็นวันที่มีอาจารย์สอนพิเศษมาที่บ้านค่ะ" 
 
ทำสายตาแบบนั้นหมายความว่าไงยะ นายน่ะแหละอย่าเอาแต่เที่ยวเล่นหัดดูหนังสือซะบ้างสิ  นี่ใกล้สอบกลางภาคแล้วนะ
ฉันหยิบใบปลิวร้านซุปเปอร์หลายร้านที่โหลดมาจากเน็ทปรินต์เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานออกมาจากกระเป๋า 
 
"เชิญค่ะ"
"...นี่คือ?"
"ใบปลิวร้านซุปเปอร์ค่ะ เท่านี้ก็คงพอเห็นแนวโน้มภาพรวมแล้วใช่ไหมคะ เอากลับบ้านไปอ่านเตรียมตัวไว้ก่อนนะคะ"  
 
คาบุรากิรับใบปลิวไปจากฉัน เริ่มต้นอ่านอย่างสนอกสนใจ ได้ยินเสียงพึมพำว่า "วันปลา...วันเนื้อ..?" แว่วมา ดีมากๆ ระหว่างที่ใช้ใบปลิวเบี่ยงเบนความสนใจอยู่นี่แหละ ฉันว่า "ถ้าเช่นนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ" เตรียมจากไป ทว่าคาบุรากิพูดลอยๆ ขึ้นเสียก่อน 
 
"...เมื่อกี้ เหมือนเห็นขนมอบในกระเป๋าเธอเลยนะ"
 
ฉันชะงักงันอยู่ตรงนั้น 
 
"นั่นเป็นขนมที่ไว้กินกับน้ำชาของ Pivoine สินะ"
"..........." 
 
ก็ไม่ได้มีกฎห้ามเอาขนมออกจากห้องสโมสรกลับบ้านหรอกนะ ไม่มีหรอก... แต่ความรู้สึกผิดมัน...
 
"คิโชวอิน"
"...ท่านคาบุรากิ ขออนุญาตติดตามไปด้วยนะคะ" 
 
ท่านประธาน Pivoine คาบุรากิเผยยิ้มกว้าง
แค้นนัก ความตะกละของตัวเองมันน่าแค้นนัก! ทำไมต้องถือติดมือกลับมาด้วยเล่า ฉันนี่! แล้วทำไมถึงทำพลาดเผยให้คาบุรากิเห็นได้เล่า ฉันนี่!
 
ฉันข่มความรู้สึกพ่ายแพ้อันยากจะบรรยายลงในอก ตั้งสติใหม่คิดถึงซุปเปอร์ที่จะพาคาบุรากิไป น่าจะพาไปซุปเปอร์ไฮโซแถวๆ ฮิโรโอะไม่ก็อาโอยามะนะ แต่เมืองแถวๆ นั้นมีสายตาคนที่น่าจะรู้จักพวกเราอยู่เต็มไปหมดเลยนี่น้า~
 
"มีอะไร"
"เปล่าค่ะ แค่คิดว่าจะไปร้านไหนดี..." 
 
แล้วคาบุรากิก็เลือกเอาใบปลิวแผ่นหนึ่งออกมาจากกองที่ฉันส่งให้ไปยื่นมาบอกว่า "อยากไปที่นี่" ในใบปลิวนั้นมีตัวอักษร "สินค้าราคาพิเศษ!" "อาหารแช่แข็งลดครึ่งราคา!" เด่นสะดุดตา บางทีคงจะเป็นซุปเปอร์สามัญชนที่เอื้อเฟื้อกับกระเป๋าสตางค์ แต่ไม่น่าจะมีวาสนากับบ้านคาบุรากิแน่นอน 
 
"ทำไมถึงได้เลือกร้านนี้หรือคะ"
"ในใบปลิวกองนี้ แผ่นนี้มีความกระตือรือร้นอยากขายพวยพุ่งออกมามากที่สุด"
"แบบนี้นี่เอง" 
 
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ไหนไกลๆ ที่ไม่น่าจะมีสายตาคนรู้จักอยู่หรือเปล่าน้า เฮ้อ~ วุ่นวายชะมัด...
 
"เฮ้อ~..."
"อะไรเล่า"  
 
เผลอปล่อยให้เสียงในใจเล็ดรอดไปถึงหูคาบุรากิแล้วไง
 
"เปล่าค่ะ... จะว่าไป อุตส่าห์รู้ด้วยนะคะว่าฉันอยู่ที่ชมรมงานฝีมือ"
"อ้อ ถามเพื่อนเธอที่นั่งอยู่ในห้องสโมสรน่ะ"
"เพื่อน?" 
 
ฉันคิดอยู่ครู่หนึ่ง อ๊ะ หรือว่าจะหมายถึงท่านฟุยุโกะ? 
 
"เขาบอกว่าเมื่อกี้ยังนั่งอยู่ด้วยกันเลย แต่คิโชวอินลาไปห้องชมรม แล้วก็บอกด้วยว่าเธออยู่ชมรมงานฝีมือ รวมถึงสถานที่ของห้องชมรมด้วยนะ"  
 
ท่านฟุยุโกะ พูดอะไรไม่เข้าเรื่อง... 
 
แต่ท่านฟุยุโกะรู้ด้วยเหรอเนี่ยว่าฉันอยู่ชมรมงานฝีมือ เราอยู่กลุ่มเดียวกันก็จริง แต่ท่านฟุยุโกะดูห่างไกลโลกียโลก ไม่มีทีท่าจะสนิทสนมกับเด็กคนไหนเป็นพิเศษ ทุกคนรวมทั้งฉันด้วยก็เลยคิดว่าไม่ค่อยสนใจใครเสียอีก  
 
ว่าแล้วก็นึกถึงเรื่องของคุณนาโทริเมื่อครู่นี้ขึ้นมา ท่านฟุยุโกะเป็นสมาชิก Pivoine เป็นนักเรียนสายเลือดแท้ที่อยู่มาตั้งแต่ชั้นประถม ยังไงก็สังกัดอยู่ในกลุ่มพวกเราที่มีอิทธิพลสูงสุด สถานการณ์คนละเรื่องกับคุณนาโทริเลย แต่ว่า... 
 
ท่านฟุยุโกะที่เข้ามาทักว่าฉันมีเรื่องกลุ้มใจอะไรหรือเปล่า ท่านฟุยุโกะที่ชวนเล่นวีจีบอร์ดด้วยกันอย่างสนุกสนาน 
มักจะอยู่ในกลุ่มเสมอๆ แต่ไม่เคยเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน เพียงแต่ยิ้มบางๆ อย่างสงบเสงี่ยมเท่านั้น ฉันคิดแค่ว่าท่านฟุยุโกะเป็นคนแบบนั้นเอง แต่ความจริงอาจจะอยากคุยกับทุกคนให้มากกว่านี้ แค่จับจังหวะไม่ได้เท่านั้น เมื่อกี้ก็อาจจะเป็นฝ่ายพยายามมาพูดคุยกับฉันเพราะอยากสนิทกันมากขึ้นก็ได้ นี่แค่เป็นจินตนาการของฉันคนเดียวนะ
แต่ถ้าเป็นงั้น ท่าทางของฉันที่จงใจปลีกตัวออกมาก็เย็นชาน่าดูเลย
 
"มีอะไร"
"เปล่าค่ะ..." 
 
พรุ่งนี้ลองชวนท่านฟุยุโกะคุยดูดีไหมนะ เอาเรื่องอื่นที่ไม่ต้องข้องแวะกับไสยศาสตร์ 
 
"เฮ้ คิโชวอิน! ไม่มีเวลาแล้วนะ เอ้า รีบไปกันได้แล้ว!"
"ค่า~..."
"อะไรน่ะ ตอบไม่มีกะจิตกะใจเลย! ให้มันแข็งขันหน่อย!"
 
ก่อนอื่นต้องจัดการปัญหาตรงหน้าไปก่อน 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.  
"อย่ามายืนข้างหลังฉัน" 
ประโยคประจำตัวของนักฆ่าตาขวางคนหนึ่ง นักอ่านที่พอมีอายุน่าจะรู้จักกันดี...


 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET