[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 232 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.232 - ตอนที่ 232


232.


จากนั้นถึงจะมาที่ห้องชมรม แต่ระยะนี้ความร้อนแรงที่มีต่องานผ้าเฟลท์ดูจะลดลงเล็กน้อย ฉันไม่มีอะไรที่อยากประดิษฐ์เป็นพิเศษ เลยไปเดินดูท่าทางของเหล่าสมาชิกในชมรมให้ทั่วๆ เป็นการฆ่าเวลาในฐานะหัวหน้าชมรม ช่วงที่พวกเราม.6 หายไปทัศนศึกษานี่ ชมรมดูจะไม่มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ วันนี้เหล่าสมาชิกก็ยังเพลิดเพลินกับงานฝีมือกันแบบสบายๆ เช่นเคย ดีมาก ดีมาก
ที่มุมหนึ่งของห้องมีเด็กม.4 เข้าใหม่จับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนานพลางทำงานในมือไปด้วย ฉันเลยลองเดินเข้าไปใกล้ๆ 

"สวัสดีค่ะ ทุกคน มีปัญหาอะไรติดขัดตรงไหนหรือเปล่าเอ่ย ถ้ามีอะไรก็มาปรึกษาหัวหน้าชมรมอย่างฉันได้ทุกเมื่อนะคะ"
"คะ ค่ะ!" 

ฉันพยายายามจะทักอย่างร่าเริงเป็นกันเองที่สุดแล้วนะ แต่พวกเด็กม.4 พากันหยุดงานในมืออย่างพร้อมเพรียง แล้วเขยิบเข้าตัวหากันอย่างกลัวๆ  รู้สึกอย่างกับเป็นหมาเฝ้าฝูงแกะที่กำลังไล่ต้อนเหล่าลูกแกะไร้เดียงสางั้นแหละ... 
 
"แหม ไม่ต้องเกร็งนะคะ พวกเราเป็นเพื่อนพ้องชมรมงานฝีมือเหมือนกัน ทำตัวตามสบายนะคะ"
"ค่ะ..." 
 
เข้าชมรมมาได้หนึ่งเดือน น่าเสียดายที่เหล่าสมาชิกใหม่ยังไม่ยอมลดระยะห่างกับฉันแม้ในจนบัดนี้ ทั้งที่ดูจะพูดคุยตามสบายกับเหล่าสมาชิกรุ่นพี่คนอื่นได้แท้ๆ คนเขาอุตส่าห์มุ่งหวังจะเป็นหัวหน้าชมรมผู้สนิทสนมเป็นกันเองนะ แบบนี้ไม่ได้การล่ะ ฉันไม่ใช่หมาเฝ้าแกะนะค้า~ ถึงจะเป็นพันธุ์ขนยาวแต่เราก็เป็นเพื่อนพ้องลูกแกะเหมือนกันน้า~
 
พอฉันนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ แสดงเจตนาจะอยู่ยาว พวกเธอก็ทำหน้าเหวออย่างโจ่งแจ้ง อื้อ จะปักหลักอยู่ตรงนี้แหละค่ะ 
ฉันโปรยยิ้มให้พลางจ้องดูงานฝีมือในมือเหล่าสมาชิกใหม่ พอชวนคุยว่า "ทุกคน ไม่ทราบว่ากำลังทำงานอะไรกันอยู่หรือคะ" พวกเธอก็นำงานในมือออกมาให้ดูอย่างเกรงๆ 
 
"แหม นี่งานควิลท์นี่คะ ตัดสินใจหรือยังคะว่าจะเอาไปทำอะไร"
"ค่ะ ตั้งใจจะทำปลอกหมอนค่ะ..."
"วิเศษไปเลย! นี่แพทเทิร์นหรอคะ น่ารักจังเลย อยากเห็นตอนทำเสร็จจังเลยค่ะ พยายามเข้านะ แล้วสองคนทางนี้ทำงานปักเหรอ"
"ค่ะ... เอ่อ  ปักครอสติชสำหรับปกหนังสือน่ะค่ะ..."
"ฉันก็เหมือนกันค่ะ..."
"งานปักสำหรับปกหนังสือทำมือนี่เอง วิเศษจริงๆ! ทำออกมาเข้าคู่กันหรือเปล่าเอ่ย"
"เปล่าค่ะ ของฉันเป็นแบบทางนี้"
"ส่วนของฉันใช้ทางนี้เป็นแบบค่ะ..."
 
ว่าแล้วต่างคนต่างก็หยิบกระดาษแพทเทิร์นมาให้ดู โอ้ น่ารักจัง ถ้าเป็นครอสติชก็ไม่ยากเท่าไหร่นะ ฉันก็น่าจะปักได้เหมือนกันน้า 
 
"ฉันลองปักดูมั่งดีไหมน้า"
"เอ๋ รุ่นพี่เรย์กะน่ะหรือคะ"
"ค่ะ ดูผลงานของทั้งสองคนแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าอยากลองปักครอสติชสร้างผลงานอะไรขึ้นมาบ้าง"
"งั้นหรือคะ... ปรกติรุ่นพี่เรย์กะจะเชี่ยวชาญด้านผ้าเฟลท์ใช่ไหมคะ"
"ก็ไม่ได้ถึงกับเชี่ยวชาญอะไรหรอกนะคะ..."
 
ก็แค่เอาเข็มจิ้มๆ ผ้าเฟลท์จึ้กจั้กจึ้กจั้กเป็นการฆ่าเวลากับระบายความเครียดแค่นั้นเองอ่ะนะ
 
"ผ้าเฟลท์ก็สนุกดี แต่ระยะนี้ฉันอยากลองท้าทายกับอะไรใหม่ๆ ดูน่ะค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรจะแนะนำไหมเอ่ย"
"แนะนำเหรอคะ..." 
 
เหล่าเด็กปีหนึ่งมองหน้ากันไปมา แล้วเด็กที่ทำงานควิลท์ก็เสนอขึ้นว่า "ถ้างั้นลองถักแท็ตติ้งลูกไม้เป็นไงคะ"
 
"คุณนาโทริทางนี้ถักลูกไม้เก่งมากเลยนะคะ ตอนนี้กำลังถักแท็ตติ้งลูกไม้อยู่ เนอะ คุณนาโทริ"
"เอ๋!?"
"แหม จริงเหรอคะ"
 
 เด็กผู้หญิงร่างเล็กท่าทางเรียบร้อยที่สุดในกลุ่มแสดงท่าทีเงอะงะเมื่อจู่ๆ ก็ถูกชี้ตัวออกมา แบบนี้นี่เอง ในมือมีกระสวยเฉพาะที่ใช้ถักแท็ตติ้งอยู่ด้วย 
 
"คุณนาโทริถักลูกไม้เก่งหรือคะ"
"ค่ะ เอ๊ย ยังไม่ได้เก่งอะไรเลย... แต่ก็ใช่ค่ะ... ฉันชอบถักลูกไม้ เอ่อ พอดีว่าคุณยายสอน... ที่ผ่านมาก็ใช้ไม้ถักมาตลอด แต่รุ่นพี่มินามิบอกว่าถ้าชอบถักลูกไม้ก็ไม่น่าจะใช้เข็มถักอย่างเดียว น่าลองถักแบบอื่นๆ ดูบ้าง แล้วก็ช่วยสอนวิธีการถักแท็ตติ้งให้ค่ะ"
"แหม! มินามิคุงน่ะเหรอ"

มินามิคุง สมาชิกชายคนเดียวในชั้นม.5 ไม่ได้เก่งแต่งานปักอย่างเดียวยังเชี่ยวชาญการถักลูกไม้อีกด้วยเหรอเนี่ย! แถมยังดูแลรุ่นน้องได้ดี งานฝีมือก็เลิศ แบบนี้ต้องถือว่ามินามิคุงเป็นตัวเลือกที่มีความหวังที่สุดสำหรับตำแหน่งหัวหน้าชมรมงานฝีมือรุ่นต่อไปแล้วล่ะ! ไว้เดี๋ยวลองไปปรึกษารองหัวหน้าชมรมดูดีกว่า 
 
"ไหนๆ แล้ว ช่วยสอนให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ"
"ไม่ดีมั้งคะ! อย่างฉันน่ะหรือคะจะสอนให้รุ่นพี่เรย์กะ...!"
 
คุณนาโทริรีบปฎิเสธอย่างถ่อมตน แต่ฉันไม่สนหยิบเอากระสวยกับไหมที่เหลืออยู่มานั่งแสตนด์บายอยู่แล้ว ในฐานะหัวหน้าชมรม การสร้างสัมพันธ์กับเหล่าสมาชิกก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ 
 
"คุณนาโทริถักอะไรอยู่น่ะคะ"
"ตอนนี้ฉันกำลังถักแท็ตติ้งร้อยลูกปัดทำเครื่องประดับขนสำหรับสุนัขน่ะค่ะ..."
"แหม เครื่องประดับขน!?" 
 
คุณนาโทริยื่นดอกไม้เล็กๆ ห้ากลีบที่ถักลูกไม้ร้อยลูกปัดมาให้ฉันดู รู้สึกว่าจะเอาดอกไม้นี้มามัดซ้อนๆ กันทำเป็นเครื่องประดับผมนะ  
 
"น่ารักจังเลย ขอฉันช่วยทำดอกไม้นี่ด้วยคนนะคะ!"
"เอ๋!?"
 
พูดถึงถักลูกไม้ก็นึกออกแต่พวกผ้าปูสีขาวๆ ตัวแทนศิลปะแบบคุณแม่ๆ ที่ไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไงดี แต่เครื่องประดับลูกไม้ร้อยลูกปัดในแบบช่างน่ารักเหลือเกิน เครื่องประดับขนสุนัขทำมือเหรอ ถ้าเล่าให้อุเมวากะคุงฟังต้องขอเสนอตัวช่วยทำด้วยแน่ๆ เลย 
 
ฉันปลอบคุณนาโทริที่หวั่นไหวสุดๆ ให้นิ่ง แล้วขอให้เขาสอนวิธีทักแท็ตติ้งให้ ที่ต่างกับงานถักทั่วๆ ไปก็แค่จะใช้ไม้ถักหรือกระสวยถักแค่นั้นใช่มะ ฉันเองก็เคยใช้เข็มถักตุ๊กตามาแล้ว คงพอทำได้แหละน่า สบายๆ 
 
---เริ่มด้วยความคิดง่ายๆ แบบนั้น แต่เอาเข้าจริงนี่โคตรยาก...
ถักลูกไม้เนี่ยไหมที่ใช้ก็เป็นเส้นบางๆ อยู่แล้ว เวลาทำผิดทีกว่าจะคลายปมได้ก็เหนื่อยแฮ่ก สงสัยจะยากล่ะ แต่คุณนาโทริอุตส่าห์ตั้งอกตั้งใจสอน ฉันก็จะโยนทิ้งกลางทางไม่ได้ โอ๊ะ เผลอถักข้ามไปแล้ว ทำใหม่!
ระหว่างที่ฉันกำลังฮึดสู้กับไหมถักลูกไม้อย่างเอาเป็นเอาตาย ปากก็ถามทุกคนไปด้วยว่า "ชินกับแผนกม.ปลายหรือยัง" 

"ไม่ใช่แค่เรื่องงานฝีมือ ถ้ามีปัญหาอะไรในโรงเรียน ก็มาปรึกษาได้เลยนะจ๊ะ" 
 
จริงๆ เอาเป็นอะไรที่ไม่เกี่ยวกับงานฝีมือดีกว่านะ
แล้วเด็กที่แนะนำเรื่องถักแท็ตติ้งมาเมื่อครู่ก็ว่า "นี่ คุณนาโทริ ได้โอกาสแล้ว น่าจะลองปรึกษารุ่นพี่เรย์กะดูนะ..." 
 
"อ้าว คุณนาโทริ มีอะไรกลุ้มใจหรือเปล่าจ๊ะ ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ก็บอกมาได้นะ"
"เปล่าค่ะ... คือว่า..." 
 
คุณนาโทริหลุบสายตาลงต่ำ แสดงท่าทีลังเลว่าควรพูดหรือไม่ควรพูดดี เด็กคนที่อยู่ข้างๆ เลยช่วยพูดแทนว่า "ความจริง คุณนาโทริกลุ้มใจที่ปรับตัวเข้ากับห้องไม่ได้น่ะค่ะ" 
 
"ปรับตัวไม่ได้ โดนรังแกหรือเปล่า!?" 

ถ้างั้นก็ปล่อยไว้ไม่ได้ล่ะ ในฐานะหัวหน้าชมรม ฉันจะทนดูดายปล่อยให้สมาชิกชมรมแสนสำคัญโดนรังแกต่อไปไม่ได้ ต้องบุกไปถึงห้องเรียน จัดการให้รู้เรื่องราวกันไปเลย! ก่อนอื่นต้องไปเด็ดหัวตัวบงการที่บังอาจมารังแกรุ่นน้องแสนน่ารักของฉันก่อน! 
 ฉันพ่นลมทางจมูกฮึ่ดๆ เป่าแตรหอยสังข์ออกศึกอยู่ในใจ สงสัยว่าจะจับกลิ่นอายไม่น่าไว้ใจได้เสียก่อน คุณนาโทริกับเด็กอื่นๆ ก็เลยรีบลนลานปฎิเสธว่า "ไม่ใช่นะคะ! ไม่ได้โดนรังแกค่ะ!" อ้าวเหรอ?  ถ้ายังไงดักซุ่มลอบสังหารเงียบๆ ก็ได้นะ 
 
ตามที่อธิบายก็คือ คุณนาโทริเป็นนักเรียนกลุ่มนอกที่เพิ่งสอบเข้ามาตอนม.ปลาย แต่โชคร้ายที่พอเปิดเทอมได้ไม่นานก็โดนไข้หวัดใหญ่ผิดฤดูกาลเล่นงานจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ พลาดโอกาสในการเข้าร่วมงานเดินทางไกลเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับนักเรียนกลุ่มนอกและการฝึกซ้อมเพื่อการแสดงในช่วงนั้น  กว่าจะมาโรงเรียนได้อีกครั้ง เพื่อนๆ ในห้องก็จับกลุ่มกันตามความสนิทสนมที่เกิดจากการเดินทางไกลไปแล้ว ยากจะขอเข้ารวมกลุ่มกับใครๆ 
อย่างน้อยถ้ามีสมาชิกในชมรมงานฝีมืออยู่ในห้องด้วยก็ยังดี แต่ปีนี้แม้จะมีสมาชิกใหม่เข้าร่วมชมรมงานฝีมือมากมาย แต่ในห้องคุณนาโทริกลับมีเธอเพียงคนเดียวที่เป็นสมาชิกอยู่ นับเป็นความโชคร้ายซ้ำสอง 
 
"ตอนกลางวันก็มากินข้าวกับเพื่อนๆ ที่ชมรมก็เลยไม่ได้อะไร แต่เวลาพักต้องนั่งอยู่คนเดียวในห้องแล้วก็อึดอัด..."
"ก็คงอึดอัดล่ะเนอะ"
"แล้วก็... พออยู่คนเดียว ก็กังวลว่าสายตาคนอื่นจะมองยังไง..." 
"อ้อ~"
 
พอนั่งจ๋องอยู่คนเดียวในห้องแล้วก็กลัวว่าคนรอบข้างจะมองว่า ยัยนั่นไม่มีเพื่อนเหรอ โดนรังเกียจหรือเปล่า โดนรังแกหรือเปล่านี่เนอะ 
 
"ฉันเข้าใจความรู้สึกนะคะ" 
 
พอฉันกอดอกพยักหน้าหงึกๆ พวกคุณนาโทริก็ทำหน้าตกใจ คิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวฉันสินะ 
แต่เห็นแบบนี้ความจริงฉันก็ใจเต้นตึกตักทุกครั้งที่เปลี่ยนห้องเหมือนกันนะ เป็นเพราะเข้าเรียนซุยรันมาตั้งแต่ชั้นประถม มีเพื่อนๆ ที่สนิทกันอยู่เยอะหรอก อัตราที่จะได้อยู่ห้องเดียวกันกับเพื่อนก็เลยสูงตามไปด้วย แต่ก็เป็นกังวลใจทุกครั้งเลยนะว่าถ้าเกิดไม่มีเพื่อนอยู่ด้วยเลยจะทำไงดี ถ้าเป็นห้องที่ไม่มีเพื่อนอยู่ด้วย แถมกลุ่มคุณซึรุฮานะยังยกกันมาทั้งโขยงล่ะจะทำไงดี ใครๆ ก็เป็นอย่างงี้ทั้งนั้นแหละ 

เด็กที่นั่งข้างๆ คุณนาโทริลูบหลังเพื่อนอย่างจะปลอบใจ แล้วก็ถามว่า "รุ่นพี่เรย์กะคิดว่าควรทำไงดีคะ"

"นั่นสินะ..." 

วิธีแก้ที่ดีที่สุดก็คือ ตัวเองเป็นฝ่ายพยายามเข้าหาพูดจากับคนอื่นๆ ก่อนน่ะนะ แต่เพราะทำไม่ได้ถึงได้มานั่งกลุ้มอยู่อย่างงี้ใช่ม้า นั่นสิน้า ก่อนอื่นคงต้องเริ่มจากการใช้เวลาในช่วงพักละมั้ง...
ฉันหวนนึกถึงความทรงจำที่โดนเด็กๆ คนอื่นในห้องเพิกเฉยในสมัยชาติก่อน 

"เวลาแบบนี้ หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านก็ดีนะคะ"
"หนังสือหรือคะ"
"ค่ะ ถ้าอ่านหนังสือ ก็แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวเพราะไม่มีเพื่อน แต่เป็นเพราะอ่านหนังสือติดพันอยู่จึงเลือกที่จะไม่เข้าร่วมในวงเองไม่ใช่หรือคะ ฆ่าเวลาได้ด้วย หรือจะจิ้มมือถือก็ได้ แต่ถ้าเอาแต่จ้องจอมือถืออยู่คนเดียวทุกครั้งตลอดเลาพัก เขาอาจจะมองว่าเราเป็นพวกติดมือถือได้ ตรงนี้อ่านหนังสือดีกว่าค่ะ"
"อ้อ..." 
 
ในกรณีของฉัน ไม่รู้ทำไมถึงเอาหนังสือจุดนัดพบวิญญาณเฮี้ยนทั่วญี่ปุ่นของน้องสาวมาอ่าน ตอนนั้นหนังสือก็มีให้เลือกตั้งมากมายหลายเล่ม ทำไมฉันถึงหยิบเล่มนั้นมานะ แต่ก็ปรากฎว่าอ่านสนุกกว่าที่คิด  ระหว่างที่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านจนลืมเวลาในช่วงพักก็มีพวกเด็กๆ ที่สนใจในชื่อเรื่องเข้ามาหาขออ่านด้วยนะ จากนั้นมาการเพิกเฉยฉันก็เป็นอันสิ้นสุดไปแบบเงียบๆ ด้วยพระคุณของท่านวิญญาณเฮี้ยนแท้ๆ  อ๊ะ หรือเห็นฉันอ่านหนังสือแนวๆ คนมีของเลยเกิดกลัวจนไม่กล้าทำเพิกเฉยอีกต่อไปกันนะ 
 
"ถ้าทำได้ก็อยากจะสนิทกับเพื่อนๆ ในห้องใช่ไหมคะ ถ้างั้นก็น่าจะลองอ่านนิยายขายดีโดยไม่ต้องหุ้มปกหนังสือดู อาจจะมีคนที่สนใจมาทักเราก็ได้นะ" 
 
ยังไงก็ไม่กล้าแนะนำหนังสือวิญญาณเฮี้ยน ฉันเลยแนะนำหนังสืออื่่นๆ ที่น่าจะดึงความสนใจของคนรอบข้างได้ 
 
"ทราบแล้วค่ะ ไว้พรุ่งนี้ไปจะลองหยิบหนังสือติดมือมาดูนะคะ" 
 
ฉันสบายใจที่เห็นคุณนาโทริรับคำอย่างว่าง่าย เลยแนะนำข้อต่อไป 
 
"แล้วก็ลองใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ดีนะ พวกปากกาหรือกระเป๋าดีไซน์น่ารักๆ น่ะ เหมือนเป็นการแนะนำตัวเองไปด้วยนะว่าฉันเป็นคนชอบของแนวๆ นี้นะคะ อาจจะได้เพื่อนที่มีรสนิยมเหมือนกันก็ได้ แล้วก็อาจจะลองทำงานฝีมือดูด้วยเป็นไงคะ เป็นการโฆษณาตัวเองว่าฉันอยู่ชมรมงานฝีมือนะ เปิดโอกาสให้เด็กที่ชอบงานฝีมือหรือเห็นว่าน่าสนใจมาทักว่า "ทำอะไรอยู่เหรอ" ได้อีกด้วยนะคะ"
 
ถ้าไปได้สวยอาจจะมีสมาชิกมาสมัครเข้าชมรมงานฝีมือเพิ่มก็ได้นะ?! 
 
"ทราบแล้วค่ะ จะลองทำดูตั้งแต่พรุ่งนี้เลยนะคะ!" 

คุณนาโทริกำมือที่ถือกระสวยถักแน่น อื้ออื้อ สู้เขานะ! 
 
"แต่ไม่นึกเลยนะคะว่าจะได้รับคำแนะนำอย่างละเอียดชัดเจนขนาดนี้จากรุ่นพี่เรย์กะ"
"เนอะ"
"ฮุฮุ ถ้าเป็นประโยชน์ก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ" 
 
ถ้าตัวเองไม่กล้าเป็นฝ่ายเข้าไปทักก่อน ก็ต้องโปรยเหยื่อเยอะๆ ล่อให้อีกฝ่ายเข้ามางับเบ็ดนี่ล่ะนะ ขอตั้งชื่อว่ายุทธการต้นไม้กินแมลง 
นอกจากนี้ถ้าให้ข้อมูลที่เป็นประเด็นที่ดึงความสนใจของทุกคนก็ได้แต้มสูงนะ ฉันคิดแบบนั้นก็เลยลองถามว่า "มีประเด็นอะไรที่เป็นที่สนใจในกลุ่มม.4 หรือเปล่าคะ" 
 
"สนใจงั้นหรือคะ นั่นสินะคะ พวกเราเพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นาน ส่วนมากก็เลยเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในโรงเรียนกันน่ะค่ะ"
"ยังมีเรื่องที่ไม่รู้อยู่อีกเยอะแยะเลยค่ะ"
"จริงด้วย โดยเฉพาะ Pivoi...อ๊ะ!" 
 
อื๋อ? อะไรเหรอๆ  เห็นหุบปากไปกะทันหัน แต่ได้ยินว่า Pivoi อะไรอยู่นะคะ 
 
"หมายถึง Pivoine น่ะเหรอคะ"
"อ่า... ค่ะ ขอโทษนะคะ"
"ไม่เห็นต้องขอโทษเลยนี่คะ ทุกคนสนใจใน Pivoine หรือคะนี่"
"...ค่ะ" 
 
ทุกคนพยักหน้าค่อยๆ  งี้นี่เอง มองจากนักเรียนทั่วไปแล้ว Pivoine คงเป็นเหมือนองค์กรปริศนาสินะ งั้นก็น่าจะเอาข้อมูลนี้ไปใช้เป็นเหยื่อตกเพื่อนได้นี่นา 
 
"ความจริงแล้ว เห็นอย่างนี้ฉันก็เป็นสมาชิก Pivoine คนหนึ่งนะคะ!"
"...ทราบอยู่แล้วค่ะ"
"...ก็โด่งดังกว่าใครๆ เลยนี่คะ"
"...เรียกได้ว่าไม่มีคนไม่รู้จักดีกว่าค่ะ" 

อ้าวเหรอ?
ฉันตั้งสติใหม่ 

"อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับ Pivoine หรือเปล่าคะ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวของสมาชิกคงบอกไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆ ที่อยู่ในขอบเขตไม่มีปัญหาก็พอจะเล่าให้ฟังได้นะ"  
 
พอพูดเช่นนั้น เหล่าเด็กม.4 ก็ส่งเสียงร้องวี้ดว้ายอย่างดีอกดีใจ
ฉันทำงานฝีมือไปพลางเล่าเรื่องในห้องสโมสร ไม่ก็ให้ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีอะไรเสียหายของ Pivoine ทุกคนรับฟังตาเป็นประกาย เท่านี้คุณนาโทริก็มีเหยื่อไว้โปรยล่อเพิ่มขึ้นแล้วใช่ไหมนะ 
ส่วนเรื่องที่ทุกคนสนอกสนใจที่สุดในเรื่องที่เล่าก็หนีไม่พ้นเรื่องของคาบุรากิกับเอ็นโจ 
 
"ดูเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ส่องประกายเจิดจ้ามากๆ เลยค่ะ ตกใจเลยนะคะว่าในโลกเรามีคนแบบนั้นอยู่ด้วย"
"ที่เขาเรียกกันว่าตัวตนเหนือเมฆคงจะหมายถึงท่านๆ เช่นนั้นสินะคะ"
"ท่านคาบุรากิช่างมีบุคลิกสง่างามสมคำเรียกขานว่าจักรพรรดิแห่งซุยรันจริงๆ ค่ะ"  
 
เหล่าเด็กม.4 จ้องมองอากาศพลางพูดอย่างเคลิบเคลิ้ม 
นั่นสิ  จักรพรรดินี่มองไกลๆ แล้วดูเป็นคาแรคเตอร์คูล&เคลเว่อร์เลยนี่นะ ก็คงน่าปลื้มล่ะเนอะ แต่ความจริงแล้วเนื้อในเป็นคุณชายหล่อเสียของที่ขาดความใส่ใจ สามัญสำนึกและความละเอียดอ่อนชัดๆ  แล้วฉายาจักรพรรดินั่นก็มีที่มาจากการแข่งขี่ม้าชิงเมืองสมัยประถมนะคะ 
แต่จะทำลายความฝันคนอื่นก็น่าสงสาร เลยบอกไปแค่ว่างานอดิเรกของจักรพรรดิคือการขี่ม้า 
 
"จริงด้วย เมื่อกี้ฉันได้ขนมอบมาจากห้องสโมสร Pivoine ด้วยนะคะ มาทานด้วยกันเถอะค่ะ!"

ได้ทานขนมของ Pivoine นี่ก็ถือเป็นประเด็นชวนคุยได้อย่างหนึ่งหรือเปล่านะ 
พอเปิดกระเป๋าจะหยิบขนมออกมา ก็เห็นอะไรสั่นเบาๆ อยู่ที่ก้นกระเป๋า มือถือเหรอ? 
รู้สึกว่าตอนเอากระเป๋าตบๆ หลังตัวเองปัดเป่าวิญญาณร้ายเมื่อครู่นี้ จะทำให้มือถือร่วงตกลงไปในซอก ไม่ได้สังเกตเลยนะเนี่ย 
ฉันหยิบออกมาดูสัญญาณโทรเข้า ชื่อคนที่ส่งเมล์มาเรียงรายคือคาบุรากิ มาซายะ 
 
"มีเรื่องจะคุยด้วย ให้มาที่ห้องประชุมเล็กที่เดิม"
"ยังไม่มาอีกเรอะ"
"ช้าจริง มัวทำอะไรอยู่"
"ติดต่อกลับมาเดี๋ยวนี้"
"อยู่ไหน"
"จะไปหาที่ห้องชมรม" 
"จะถึงแล้ว" 
 
ไม่น้าาาาาาาาาาา! คุณแมรี่!!
ฉันโยนมือถือต้องสาปลงบนโต๊ะ พร้อมกับที่ประตูห้องชมรมเปิดผางส่งเสียงดังปัง! 
 
"คิโชวอิน! คิดจะปล่อยให้คอยไปถึงเมื่อไหร่!"
สัตว์กินเนื้อดุร้ายกระหายเลือดโผล่มากลางฝูงลูกแกะรักสงบแล้วเจ้าข้า---!!

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

* คุณแมรี่นี่คนชอบอ่านเรื่องผีผีของญี่ปุ่นน่าจะคุ้นเคยกันอยู่เนอะ โครงเรื่องประมาณว่าคุณแมรี่เป็นตุ๊กตาที่เด็กน้อยเคยรักมากแต่แล้วก็ทอดทิ้งเมื่อเวลาผ่านไป  จากนั้นก็มีโทรศัพท์ลึกลับโทรเข้ามาประมาณว่า "นี่คุณแมรี่นะ ตอนนี้อยู่ที่ทิ้งขยะ" "นี่คุณแมรี่นะ ตอนนี้อยู่ที่สวนสาธารณะ" "นี่คุณแมรี่นะ ตอนนี้อยู่ที่หัวมุมถนน"  ทุกครั้งที่โทรเข้ามาสถานที่ก็จะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สุดท้ายก็คือ "นี่คุณแมรี่นะ ตอนนี้อยู่ข้างหลังเธอ"  ผ่าง!! //ตัดฉากแบบผีโป๊งฉึ่ง 

ตัวอย่างงานถักแท็ตติ้งลูกไม้ งานออกมาอ่อนหวานน่ารักมากเลยนะ แต่วิธีทำต้องใช้ความอดทนพอดู ใครสนใจลองไปหาดูวิธีถักใน youtube ได้


ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET