[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 230 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.230 - ตอนที่ 230


230.


พอไปถึงที่เรียนพิเศษ ฉันก็ลงมือแจกจ่ายของฝากจากทริปทัศนศึกษาให้ทุกคนทันที ปากกา สมุด ที่คั่นหนังสือที่สีสันสดใสดีไซน์โดดเด่นที่ซื้อจากโรมเป็นที่ฮือฮาตามสมควร ใช้ได้! 
 
"กล่องนี่ช็อกโกแลตเหรอ แพ็คเกจเก๋จังเลย~" 
"เป็นของจากร้านช็อกโกลาโทรี่ (ร้านเฉพาะทางด้านช็อกโกแลต) ที่ฮิตกันอยู่ในปารีสในตอนนี้นะคะ คิดว่ายังไม่ได้เข้ามาในญี่ปุ่น เป็นช็อคโกล่าที่ทำขึ้นโดยวางคอนเซปต์ให้เหมาะกับไวน์ รสชาติออกจะเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ เป็นของโปรดของฉันในช่วงนี้ ถ้ายังไงลองทานกันดูนะคะ" 

"เห ยอดเลย~ ไหนๆ ขอลองเปิดทานดูซักชิ้นเลยได้ไหม"
"เนอะ หวา อร่อยจัง! จริงด้วย จะขมๆ หน่อย แต่หวานอ่อนๆ นะ"
"สมเป็นคุณคิโชวอิน ของฝากยังไม่ธรรมดาเลย"
"อุฮุฮุ ถ้าชอบก็ดีใจแล้วค่ะ" 

ความภาคภูมิใจของฉันเต้นยุบยิบจากปฎิกริยาตอบรับดีเกินคาด แล้วเมื่อกี้คุณโมริยามะว่า "เก๋" ใช่มั้ยนะ อุโฮะโฮะ คำศัพท์นั้นจะพูดรัวๆ เลยก็ได้นะคะ อ๊ะ คิตะซาวะคุงว่า "ช็อกโกนี่โคตรอร่อย" โยนใส่ปากรัวๆ หยั่งกะกินช็อกโกแลตสิบเยนงั้นแหละ! ช็อกโกแลตนั่นเป็นของฝากจากร้านช็อกโกลาโทรี่ชื่อดัง ยังไม่วางจำหน่ายในญี่ปุ่น ได้รับการเลือกเฟ้นมาอย่างดี... เอ๊อะ ช่างเหอะ กินให้เยอะๆ เลยนะ 

"แต่ไปทัศนศึกษาที่ยุโรปนี่ ให้ความรู้สึกสมเป็นซุยรันเลยน้า~"
"โรงเรียนฉันไปฮากิกับสึวาโนะงี้ เอ้อ ก็เป็นที่ที่ดีอ่ะนะ แต่ไปทัศนศึกษาเนี่ยมันขรึมไปหน่อยมะ ฮากิกับสึวาโนะเนี่ย จะไม่ขออะไรหรูๆ อย่างไปต่างประเทศหรอก แต่อย่างน้อยก็อขอออกนอกเกาะฮอนชูหน่อยเหอะ"
"ที่โรงเรียนฉันมีให้เลือกระหว่างฮอกไกโดกับคิวชู ฉันเลือกไปฮอกไกโด สนุกนะ ของกินก็อร่อย" 
"ฉันเลือกไปคิวชูแฮะ"
"อ้อ ยังได้ของฝากจากนายเป็นขนมคารุคังเลยนี่นะ" 

แต่ละคนกินขนมของฝากที่ฉันเอามาให้พลางพูดคุยถึงความทรงจำจากทริปทัศนศึกษา 

"ทริปทัศนศึกษาเนี่ย ต้องมีคนแหกคอกออกมาซักคนนะว่ามั้ย โดยเฉพาะพวกผู้ชาย"
"พวกเรายังกลับช้ากว่าเวลาเคอร์ฟิว แล้วก็โดนจับได้ตอนจะแอบหนีออกจากที่พักตอนดึก โดนวิ่งไล่กวดมาติดๆ เลยนี่น้า~"
"พวกฉันก็มาสายกว่าเวลานัดทุกรอบ เล่นเอาโดนกรรมการห้องบ่นเลย แค่นี้ก็น่าจะใจกว้างหน่อยนะ"

รู้สึกโรงเรียนอื่นจะลำบากกันจังนะ... ในฐานะกรรมการห้องเหมือนกันนี่อดสงสารไม่ได้ โชคดีที่ห้องฉันมีแต่เด็กๆ เรียบร้อยให้ความร่วมมือดีๆ กันทั้งนั้น แทบไม่มีใครมาสายเมื่อถึงเวลานัดเลย แต่ไม่รู้ทำไมซาโตมิคุงถึงมาขอบคุณว่าเป็นเพราะคุณคิโชวอินกันนะ 
 
เมื่อกินขนมเสร็จแล้ว พวกอุเมวากะคุงก็เริ่มคุยกันถึงเนื้อหาบทเรียนวิชาต่อไป ฉันเลยแอบทำรีเสิร์ชเรื่องหญิงๆ กับพวกคุณโมริยามะ ความเห็นจากสาวม.ปลายปัจจุบันก็เป็นแหล่งข้อมูลล้ำค่า 

"ทุกท่านคะ ถ้าไปเดทจะไปที่ไหนกันบ้างเหรอคะ"
"เอ๋ คุณคิโชวอินจะไปเดทเหรอ อะไรๆ มีแฟนแล้วเหรอ"
"เปล่าค่ะ ไม่ใช่ฉัน พอดีวันนี้มีคุยๆ กันเรื่องนี้นิดหน่อย... ก็แหม คุณโมริยามะบอกว่ามีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอคะ ก็เลยสงสัยว่าไปเดทกันที่ไหนบ้างน้า อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ" 

คุณโมริยามะกับคุณซากากิว่า "นั่นสินะ" แล้วทำท่าครุ่นคิดนิดหน่อย 

"ที่แนะนำก็คงเป็นสวนสนุกละมั้ง มันแพงก็เลยไปบ่อยๆ ไม่ได้ แต่สนุกด้วย เฮฮาดีด้วยนะ!" 
"สวนสนุกนี่ไม่มีพลาดแน่นอนเนอะ ขึ้นรถไฟเหาะ เข้าบ้านผีสิง แล้วก็ต้องปิดท้ายด้วยชิงช้าสวรรค์ใช่ม้า"
"ต้องขึ้นชัวร์อยู่แล้วล่ะ ทิวทัศน์ยามราตรีเป็นประกายวิบวับ สวยจังเลยเนอะ"
"ฉันก็ชอบชิงช้าสวรรค์นะ บางทีแค่แวะไปขึ้นชิงช้าสวรรค์เฉยๆ ก็มี"
"เข้าใจๆ" 
"ชิงช้าสวรรค์..." 
 
...ชิงช้าสวรรค์เนี่ย ไอ้นั่นใช่ไหม ที่ร่ำลือกันว่าคู่รักจะขึ้นไป จะ จูบกันบนท้องฟ้าใช่ไหม
.............
 
กรี๊ดดดดด! น่าอายจัง ไม่ไหว! ฉันคงไม่ไหวแหงๆ! จะชวนเองหรือมีคนชวนไปก็ไม่ไหวทั้งนั้นแหละ! ก็แหม ไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ก็หมายความว่าอย่างงั้นใช่ไหมล่ะ บัดสีบัดเถลิงอะไรอย่างนี้! พวกเรายังเป็นนักเรียนม.ปลายอยู่เลยนะคะ!? แต่ซักวัน ถ้ามีคนรักชวนฉันไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ล่ะก็... อุเฮี้ยว ทำไงดีล่า~! เค้า~ลำ~บาก~ใจ~น้า~
จูบ... จูบ...
 
"คุณคิโชวอิน ทำตาน่ากลัวยังไงไม่รู้ เป็นอะไรน่ะ"
"เอ๋! อ๋อ ขอโทษนะคะ ระยะนี้ตาฉันค่อนข้างแห้ง แก้วตาเลยเบิกค้างน่ะค่ะ"
 
ไม่ได้การ ไม่ได้การล่ะ ตื่นเต้นหนักจนเผลอลืมกระพริบตาเลย
ระหว่างที่ฉันหยอดตา พวกคุณโมริยามะก็ยังเล่าเรื่องเดทต่อไป
 
"บางทีก็ไปดูหนังด้วยกันนะ แล้วแฟนฉันก็ชอบเล่นกีฬา ก็เลยไปเล่นบาสไม่ก็แบดมินตันด้วยกันที่สวนสาธารณะบ่อยๆ"
"สวนสาธารณะก็ดีนะ ไม่ต้องใช้เงินด้วย ฉันก็เพิ่งไปที่สวนฯ มาเหมือนกัน ไปให้อาหารปลาด้วยนะ"
"อะไรน่ะ อย่างกับเดทผู้สูงอายุแน่ะ แต่ทั่วๆ ไปหลังเลิกเรียนก็กลับด้วยกันคุยกันไปเป็นส่วนมากละมั้ง นี่นับเป็นเดทหรือเปล่านะ" 
 
พูดอะไรน่ะ คุณโมริยามะ! นี่ก็เป็นเดทอย่างเต็มภาคภูมิแล้วนะ! เดทในชุดเครื่องแบบหลังเลิกเรียนที่ฉันใฝ่ฝัน!

คะ คงจะจูงมือกันด้วยใช่ไหม นักเรียนม.ปลายในชุดเครื่องแบบจับมือกันอย่างเขินๆ.... กรี๊ด! ดีจังน้า ดีจังน้า อยากทำบ้างจังน้า อื๋อ ไม่สิ ฉันเองซักวันก็ต้องมีเดทที่ได้จูงมือกันบ้างซักครั้ง! อ๋า แต่ว่าฉันเนี่ยพอตื่นเต้นแล้วมือจะเหงื่อออกนะ! ถ้าจับมือแฟนแล้วฝ่ามือชื้นเหงื่อแหยะๆ เนี่ยจะเหวอๆ ไปมั้ยนะ!?  ทำไงดีล่ะ แกว่งมือไปมาเปะปะตากลมให้แห้งก่อนดีไหมนะ หรือจะกดจุดข่มความตื่นเต้นดี แค่จับมือเนี่ยทำไมมันยากจัง!
แต่ถ้าข้ามผ่านอุปสรรคไปได้ ก็จะได้จับมือกับคนที่ชอบในชุดเครื่องแบบไปนั่งชิงช้าสวรรค์... ชิงช้าสวรรค์!? หลังเลิกเรียนก็แต่งชุดเครื่องแบบไปนั่งชิงช้าสวรรค์!? 

"คุณคิโชวอิน รู้สึกจะตาแห้งอีกแล้วนะ..."
"เอ๋! อ้าว ขอโทษนะคะ ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกค่ะ เชิญต่อไปได้เลย"
"ไปหาจักษุแพทย์ดีกว่านะ..."

ไม่ได้การ ไม่ได้การ รู้สึกจะตื่นเต้นจนตาค้างไปแล้ว ฉันหยอดยาหยอดตาติ๋งๆ 

"ที่เหลือก็ไปคาราโอกะ ไปเกมเซนเตอร์ ไปดูหนังสือด้วยกันที่แฟมิเรสละมั้ง แต่แบบนี้เพื่อนกันก็ไปด้วยกันเหมือนกันนี่นะ"
"เอ๋ มีไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายด้วยเหรอ"
"พอมีแฟนแล้วก็ไม่ได้ไปกันสองต่อสองหรอกนะ อย่างเวลาสอบเสร็จก็ไปฉลองด้วยกันกับทุกคนในห้องไง"
"อ้อ~ มีๆ อย่างหลังเลิกเรียนก็ประกาศรับคนไปเล่นโบว์ลิ่งด้วยกัน ไม่ก็แข่งร้องคาราโอเกะกันนี่นะ ก่อนหน้านี้หนุ่มที่จับคู่แข่งโบว์ลิ่งกับฉันน่ะเก่งสุดๆ คู่ของพวกเราชนะเลิศไปเลย สนุกจัง~"
"โบว์ลิ่งนี่ไปบ่อยเลยเนอะ ที่ห้องฉันนี่ตอนเดือนเมษาก็จัดงานกระชับสัมพันธ์ ไปเล่นโบว์ลิ่งกันทั้งห้องเหมือนกัน"
"คู่ไหนคะแนนห่วยต้องเลี้ยงน้ำผลไม้คนทั้งห้องด้วยนะ"
"ใช่ๆ! เวลาจับคู่ต้องมีคนกระตือรือร้นทำสลากขึ้นมาด้วยนะ"
"เด็กที่มีคนที่แอบชอบก็เล่นลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ตอนจับคู่น่ะเนอะ บางคู่ไปกันได้สวยก็มีนะ"

อะไรกัน! โรงเรียนสหฯ ที่อื่นๆ เขามีอีเวนท์สนุกสนานแบบนั้นกันด้วยเหรอ!? 
ฉันอดเบิกตากว้างจ้องมองพวกคุณโมริยามะที่คุยกันเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ ไม่ได้ ฉลองหลังสอบเสร็จ!? เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ ทำไมโรงเรียนเราไม่มีทำอะไรแบบนั้นบ้างล่ะ เป็นเพราะขนบของซุยรันงั้นเหรอ อะไรกันนี่ ที่ผ่านมาจนถึงบัดนี้ฉันแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์จากความเป็นโรงเรียนสหฯ เลยเหรอ... ที่ฉันเข้าเรียนเป็นแผนกม.ปลาย "สตรี" ของโรงเรียนซุยรันชัดๆ

"แล้วคุณคิโชวอินไปเที่ยวที่ไหนกับหนุ่มๆ ซุยรันบ้างล่ะ"
"เอ๋!" 
 
โดนโยนคำถามที่ไม่อยากตอบที่สุดมาแล้ว---! ทำไมต้องมาถามฉันด้วยเล่า! แถมที่เรียนพิเศษก็ยังมีทาคากิคุงที่เป็นเด็กซุยรันเหมือนกันอยู่ จะโกหกซี้ซั้วก็ไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันเป็นประชากรหมู่บ้านคานทอง แถมยังเป็นผู้ใหญ่บ้านอีกตะหากนี่นา! อย่าว่าแต่แฟนเลย เพื่อนผู้ชายยังแทบไม่มี เหมือนอยู่ในโรงเรียนสตรี จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอันขาด! 
 
"...นั่นสินะคะ ต่างคนต่างก็มีเรื่องเรียนหรือมีกำหนดการอื่นๆ ก็เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสไปเที่ยวเล่นด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาซักเท่าไหร่ แต่ก็มีไปรวมตัวกันเล่นเกมที่บ้านคนที่สนิทๆ กันนะคะ (งานวันเกิดเด็กประถม) บางทีก็ไปทานข้าวด้วยกัน (มาโอะจัง ยูริคุง) เวลาวันหยุดก็ไปเที่ยวไกลๆ หน่อย อย่างไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหรือไปชอปปิ้ง (มาโอะจัง ยูริคุง ท่านพี่กับท่านอิมาริ) อ้อ จะว่าไป วันนี้เพื่อนร่วมชั้นผู้ชายก็ขอให้ไปชอปปิ้งด้วยกัน (ที่ซุปเปอร์) ตอนขากลับด้วยนะคะ แต่พอดีติดเรียนพิเศษก็เลยขอเลื่อนเป็นวันอื่น"
"เห พวกเด็กซุยรันก็ฟีลประมาณนั้นกันสิเนอะ~" 

ไม่ได้โกหกนะ ทุกคนเป็นนักเรียนซุยรันนะ แค่เป็นเด็กประถม ไม่ก็รุ่นพี่ที่จบไปแล้วเอ๊ง ก็แค่เติมไข่ใส่สีนิดหน่อยเอ๊ง ไม่ได้โกหกซักหน่อย
ฉันหันไปพลิกชีทที่เรียนพิเศษพั่บๆ ราวกับจะหลีกหนีจากสายตาของพวกคุณโมริยามะ 
 
"พวกนักเรียนชายซุยรันนี่คงไม่มีไปเกมเซนเตอร์หรือคาราโอเกะหลังเลิกเรียนกันสินะ"
"อื~ม ยังไงกันน้า คนอื่นๆ จะยังไงไม่รู้เหมือนกัน แต่กลุ่มที่ฉันสนิทด้วยก็ไม่ได้ไปกันนะคะ แต่อย่างที่บอกไป มีเด็กผู้ชาย (ยูกิโนะคุง) ที่ชอบเล่นเกมทีวีเกมอยู่ด้วย ก็เลยมีไปเล่นเกมที่บ้านเด็กคนนั้นน่ะค่ะ (งานวันเกิด) ฉันไม่ถนัดเล่นเกมเท่าไหร่ ก็เลยมักจะเป็นฝ่ายดูคนอื่นเล่นกันอยู่ใกล้ๆ มากกว่า" 
 
เหตุการณ์เดียวก็ทำให้มันพองโตที่สุดเท่าที่จะทำได้ เกลี่ยให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยืดให้มันบางๆ~ จับประยุกต์ใช้ได้หลายโอกาส ไม่ได้โกหกน้า  
 
"งั้นทริปทัศนศึกษาก็ไปเที่ยวกับกลุ่มผู้ชายพวกนั้นเหรอ"
"อื๋อ ทริปนั้นเกาะกลุ่มกันไปกับเพื่อนๆ ผู้หญิงเสียเป็นส่วนมากนะคะ แต่ตอนชั่วโมงอิสระที่ปารีสก็มีชวนไปชอปปิ้ง ไปกินทีรามิสุด้วยกันที่โรม ประมาณนี้น่ะค่ะ"
 
ฉันโยนข่าวลือของฉันที่แพร่สะพัดอยู่ในซุยรันลงไปเต็มๆ

"เอ๋~ อะไรกัน เห็นคุณคิโชวอินไม่ค่อยพูดถึงพวกผู้ชายเท่าไหร่ แต่ความจริงก็มีเพื่อนผู้ชายอยู่เยอะเหมือนกันนี่นา~!"
"ไม่หรอกค่ะ ก็ทั่วๆ ไปนี่แหละ"
 
แต่ในหมู่เด็กผู้ชายที่พูดถึงตะกี้ เป็นเด็กประถมไปซะสองแล้วนะ...
คำว่าโกหก ขยายความ จงใจทำให้คลุมเครือแผ่ปกคลุมอยู่ในมุมหนึ่งของศีรษะ--- ไม่สิๆ ไม่ได้โกหกนะ ไม่ได้โกหกซักหน่อย... แต่ตัวเองพูดเองแล้วก็เศร้าใจจนน้ำตาเกือบไหลแน่ะ ในจมูกนี่ฮึดฮัดๆ เลย
ไทม์ลิมิตที่จะได้เดทในชุดเครื่องแบบเหลืออีกแค่ปีเดียวแล้ว ฉันนี่มัวทำอะไรอยู่นะ... 
 


ตอนขากลับ ฉันแอบส่งของฝากเป็นแปรงกับเครื่องประดับผมสำหรับเบียทริชให้อุเมวากะคุงอย่างลับๆ พอตกกลางคืนก็มีเมล์ขอบคุณส่งมาว่า "ขอบคุณนะเรย์กะทัน! เท่านี้เบียทันก็เป็นปาริเชี่ยนแล้ว!" พร้อมแนบรูปเบียทันแสนน่ารักมาด้วย 
 
พร้อมกันนั้นก็มีเมล์จากอุเมวากะคุงส่งตามมาติดๆ ต่างหากว่า "ระยะนี้มีหมาตัวผู้มาตามเบียทริชต้อยๆ ระหว่างออกไปเดินเล่น ยัวะจนผมชี้! แถมเบียทริชก็ท่าทางมีใจให้ด้วย น่าโมโหที่สุด!" บอกเล่าถึงความสัมพันธ์รักสามเส้ากับหมาคู่แข่ง 
 
นายบ้าหมาก็อาจจะเข้าเป็นประชากรหมู่บ้านของเราในเร็ววัน--- ไว้จะเตรียมที่ดินดีๆ ได้รับแสงแดดทั่วถึงไว้รอนะคะ 
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

ขนมคารุคัง ของฝากจากคาโกชิมะ

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET