[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 228 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.228 - ตอนที่ 228


228.


กรุ๊กกรูกรูกรุ๊กกรูกรู... ฉันตื่นขึ้นมาด้วยเสียงร้องของนกพิราบ เจ้าตัวกินบนเรือนขี้บนหลังคา---
ดูเหมือนพวกนกพิราบ ศัตรูตัวฉกาจของฉัน เมื่อถูกสกัดกันไม่ให้ล่วงล้ำเข้ามาในเขตระเบียงด้วยขอบข่ายกุหลาบ ก็ยังวนเวียนอยู่ในบริเวณบ้านนี้เอง ฉันทำเป็นไม่สนใจ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตรงไปยังห้องทานข้าว

วันนี้ก็สดใส ข้าวเช้าก็อร่อย ตอนเช้าก็ต้องข้าวขาวนี่ล่ะเนอะ!


ที่ซุยรัน วันนี้พวกชาวประชากรหมู่บ้านมีรักที่มีใจระเริงต่างก็พากันทำตัวกร่างขยายอาณาเขตอยู่ตรงนั้นตรงนี้เป็นที่สะดุดตาแต่เช้า เพิ่งย้ายหมู่บ้านไปแท้ๆ ทำเป็นหลั่นล้ากันใหญ่เลยนะยะ!

ตั้งแต่กลับมาญี่ปุ่นหลังจากทริปทัศนศึกษา ฉันก็เริ่มรู้สึกถึงอันตรายใหญ่หลวง ประชากรหมู่บ้านคานทองของเราลดฮวบๆ อย่างกะทันหัน จะวางแผนเพิ่มจำนวนประชากรหมู่บ้านเรายังไงดีนะ... ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน จะให้มีคนตีตัวจากไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ต้องคุมประพฤติกันอย่างเข้มงวดล่ะ
 
อ๊ะ! เด็กพวกนั้นมองตากันแล้วจับมือกันด้วย! เหลวไหลอะไรอย่างนี้... ในกฎโรงเรียนของซุยรันยอมรับการคบหาระหว่างชายหญิงด้วยเหรอ?! ต้องตรวจสอบแล้ว คู่มือนักเรียน คู่มือนักเรียน!


"อ๊ะ คุณคิโชวอิน อรุณสวัสดิ์ พอดีเลย"  
 
ระหว่างที่กำลังปล่อยแก๊สคำสาปพวยพุ่ง ชะโงกมองเข้าไปในบ่อลึกดำมืดในใจตัวเองอยู่นั้น หัวหน้าห้องก็มาทักฉันเข้าพอดี

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ หัวหน้าห้อง มีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ"
"อื้อ ขอเวลานิดหนึ่งได้ไหม"
"ได้สิคะ"  
 
หัวหน้าห้องฉุดแขนเสื้อของฉันไปที่สุดทางเดิน แล้วลดเสียงลงเริ่มเล่าเรื่อง
 
"ความจริงแล้ว ตอนไปทริปทัศนศึกษา ผมได้ออกไปเที่ยวกับพวกคุณฮนดะในชั่วโมงอิสระด้วยนะ"
"...นั่นสิ เราเจอกันที่บริติชมิวเซียมด้วยนี่คะ ได้ยินว่าไปล่องเรือแม่น้ำแซนน์ด้วยกัน"
"จำได้ด้วยเหรอ นั่นแหละ ไปล่องเรือด้วยกัน สนุกจังเลยน้า ตอนลงเรือมันโคลงเคลงนิดหน่อย ผมก็เลยยื่นมือให้คุณฮนดะจับด้วย..."

หัวหน้ารายงานอย่างปลาบปลื้มระคนขวยเขิน ที่ตรงนี้ก็มีประชากรของหมู่บ้านมีรักอยู่ด้วย... หมู่บ้านเราจะเป็นหมู่บ้านร้างแล้ว

"ได้จับมือแล้วดีใจมาก อยากมารายงานความในใจแอบแฝงอะไรอย่างงี้เหรอคะ"
"เอ๋! อะ แอบแฝงอะไรกัน ผมไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยนะ คุณคิโชวอิน!"
"หื~ม"

ยังไงกันน้า~ ยังมีคำว่า 'ได้จังหวะก็ฉวยโอกาส' อยู่เลยไม่ใช่เหรอ  เรือล่องแม่น้ำแซนน์ก็มีราวจับอยู่นะ ฉันยังจับราวจับก้าวขึ้นเรือคนเดียวได้เลยนะคะ

"แล้วไงคะ"
"เอ่อ คุณคิโชวอิน อารมณ์เสียมาจากไหนหรือเปล่า... แต่ถ้าไม่ได้อารมณ์เสียก็แล้วไปเถอะนะ... อ้อ แล้วอิวามุโระคุงก็ถอดเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองให้คุณโนโนเสะที่ทำท่าหนาวๆ ด้วยนะ ผมว่าดูๆ แล้วบรรยากาศดีมากเลยล่ะ"
"เห~"

ฉันกับพวกอายาเมะจังยังซุกตัวเบียดกันเหมือนแฮมสเตอร์โหยหาไออุ่นเลยนะคะ อา มิตรภาพของลูกผู้หญิงช่างวิเศษเหลือเกิน!

"ความจริงก็อยากเอาแม่กุญแจไปแขวนที่สะพานปงเดซาร์ด้วยกันนะ แต่เขินๆ ก็เลยไม่กล้าชวนน่ะ ความจริงก็อุตส่าห์แอบซื้อแม่กุญแจเอาไว้ ถ้าซักวันได้ไปแขวนด้วยกันก็ดีหรอกน้า~...อ๊ะ นี่ความลับนะ!"

อยากไปเที่ยวปารีสด้วยกันอีกครั้งซักวัน ป่าวประกาศอย่างกล้าหาญเหลือเกินนะ หัวหน้าห้อง ถึงครั้งนี้จะไม่ได้เอาแม่กุญแจไปแขวนที่สะพานแห่งความรัก แต่ก็เห็นว่าได้โยนเหรียญสองเหรียญลงไปในน้ำพุเทรวี่เพื่ออธิษฐานขอให้ได้อยู่กับคนรักชั่วนิรันดร์  อ้อ เหรอคะ ฉันเองก็โยนไปสองเหรียญเหมือนกันนะคะ แต่ยังหาคู่ไม่ได้เลยอ่ะค่ะ!
 
รู้สึกทั้งสี่คนจะสัญญากันว่ากลับญี่ปุ่นแล้วก็จะไปเที่ยวด้วยกันอีก แหม น่าสนุกเหลือเกินนะคะ ตรงนี้ขอแนะนำให้ไปดับเบิลเดทพายเรือที่สวนสาธารณะอิโนคาชิระ จะได้สานต่อเดททางน้ำอย่างต่อเนื่อง ค่ะ แน่นอนค่ะว่าไม่มีเจตนาอื่นจริงๆ นะคะ (*)

หัวหน้าห้องเอ๋ย จงกลายเป็นเหยื่อสังเวยบ่อน้ำทมิฬที่ปลดปล่อยไอสังหารนี้เสียเถิด---
สาวน้อยผู้กำลังจะตกเป็นเหยื่อสังเวยยังหัวเราะอย่างสดใสไม่ได้รู้ถึงความในใจของฉันเลย ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน

"ผมกับอิวามุโระคุงก็เลยคิดว่าน่าจะตอบแทนคุณคิโชวอิน... อ๊ะ อิวามุโระคุงนี่ เฮ้~ อิวามุโระคุง!"
 
ตอบแทน? พูดเรื่องอะไรกันนะ
อิวามุโระคุงที่อยู่สุดอีกฟากของทางเดินสังเกตเห็นหัวหน้าห้องที่โบกไม้โบกมืออยู่แล้วก้าวยาวๆ เข้ามาหา อรุณสวัสดิ์จ้ะ
 
"อิวามุโระคุง กำลังคุยกับคุณคิโชวอินเรื่องทริปทัศนศึกษาอยู่พอดีเลย กะว่าจะให้ของขวัญที่พวกเราสองคนซื้อมาด้วยกันน่ะ"
"นั่นสินะ"  
 
หัวหน้าห้องเปิดกระเป๋าออกแล้วหยิบห่อของเล็กๆ ที่ห่ออย่างน่ารักน่าเอ็นดูออกมา

"นี่ของตอบแทนจากผมกับอิวามุโระคุงให้คุณคิโชวอินนะ ขอบคุณที่ช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ตลอดมา"
"ขอบคุณครับอาจารย์"
"......."
 
...อะไรกันนี่ ฉันรู้สึกละอายตัวเองเหลือเกิน ด้วยความริษยาทำให้ฉันถึงกับหน้ามืดตามัวภาวนาให้เกิดอะไรร้ายๆ กับคนดีๆ แบบนี้ หมดคุณสมบัติเป็นเทพเกศาบันดาลรักแล้ว อุ่กกกก ยังดีนะที่คิดได้ก่อนจะแนะนำให้ไปสวนสาธารณะอิโนคาชิระจริงๆ

"ขอบคุณนะคะ ดีใจมากเลย"

ฉันกอดห่อของขวัญอย่างทนุถนอม

"ข้างในเป็นทรีตเมนต์แล้วก็แฮร์ออยล์ที่ซื้อมาจากฝรั่งเศสนะ อิวามุโระคุงเป็นคนเลือกมาเอง เพราะอยากให้ผมม้วนแห่งโชคลาภของคุณคิโชวอินสลวยสวยเก๋อยู่เสมอน่ะ"
"ผมชื่นชมทรงผมของอาจารย์มานานแล้ว ถ้าชอบก็จะดีใจนะครับ..."

สมแล้วที่เป็นสาวน้อยผู้รักสวยรักงาม ของขวัญที่เลือกก็แสดงออกถึงความเอาใจใส่ละเอียดอ่อนแบบผู้หญิ๊งผู้หญิง เส้นผมของอิวามุโระคุงถึงจะตัดสั้นแต่ก็เป็นประกายเงางามดีนะคะ ดูเหมือนจะหมั่นเอาใจใส่ดูแลอยู่ทุกวัน ในฐานะอาจารย์ด้านความงามก็ดีใจด้วยนะจ๊ะ

เพราะทั้งสองคน ทำให้ฉันเกิดจิตเมตตาพอจะเอื้อเฟื้อให้พวกประชากรหมู่บ้านมีรักขึ้นมาได้เล็กน้อย
 


หลังเลิกเรียน ฉันหอบหิ้วถุงกระดาษเต็มสองมือมุ่งหน้าไปห้องเปอติต์เพื่อมอบของฝากให้พวกมาโอะจัง ระหว่างทางก็มีเมล์จากคาบุรากิเรียกเข้ามารัวๆ แต่ไม่สนๆ ยังไงซะก็คงเป็นธุระไม่สลักสำคัญประมาณว่าโม้เรื่องเดทที่โรมกับวาคาบะจังอีกล่ะสิท่า เฮอะ ต่อหน้าการนัดพบอันปลอบประโลมใจกับเหล่าเทวดาน้อยแล้ว เรื่องขี้โม้ของจักรพรรดิก็ไม่ต่างจากขี้ฝุ่นหรอกน่า!
 
พอเปิดประตูห้องเปอติต์ออก มาโอะจังก็เข้ามารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

"ท่านพี่เรย์กะ สวัสดีค่ะ!"
"สวัสดีจ้ะ มาโอะจัง"
 
พอเข้าห้องไป เหล่าเด็กน้อยคนอื่นๆ ในห้องเปอติต์ก็ทยอยกันมาสวัสดีฉันด้วยรอยยิ้ม น่ารักอะไรอย่างงี้น้า สบายใจจัง~
 
พอฉันแจกจ่ายของฝากจำพวกช็อกโกแลตและเยลลี่ผลไม้ให้พวกเด็กๆ เสียงเฮฮาด้วยความดีใจก็ดังขึ้น พวกเด็กๆ ในชั้นเปอติต์พากันมารุมล้อมอ้อนฉันเรียกท่านพี่เรย์กะอย่างนั้น ท่านเรย์กะอย่างนี้ อ้าวอ้าว พี่ไม่หนีไปไหนหรอกจ้ะ ไม่ต้องทะเลาะกันแย่งตัวพี่นะจ๊า~

อา อยากย้อนเวลากลับไปเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเด็กๆ พวกนี้จังเลย... ฉันเกิดมาเร็วไปหน่อยนะ ถ้าได้เกิดเป็นเด็กชั้นปีเดียวกับเด็กพวกนี้ จะได้ใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างสุขสมบูรณ์ขนาดไหนกันนะ ที่นี่เหมือนกับสวนสวรรค์จำลอง...

"สวัสดีฮะ คุณพี่เรย์กะ"
"ยูกิโนะคุง!"

เจ้าชายน้อยที่น่าจะเป็นตัวจริงของฉันถ้าเป็นเด็กประถมปรากฎกาย! อา ฉันนี่เกิดเร็วไปจริงๆ ด้วย
พอแจกของฝากเสร็จ พวกมาโอะจังก็ดึงฉันไปนั่งที่โซฟาไกลออกมาจากวงพวกเด็กๆ ข้างๆ ฉันเป็นยูกิโนะคุง ตรงข้ามเป็นมาโอะจังกับยูริคุง

"นี่จ้ะของฝากที่สัญญาไว้กับทั้งสามคน"

สำหรับสามคนนี้ นอกจากขนมแล้ว ฉันยังซื้อหนังสือภาพฉบับดั้งเดิมและดินสอสีมาให้ด้วย ดินสอสีนี่ให้สีอ่อนโยนนุ่มนวล ว่ากันว่าเป็นดินสอสีที่ใช้ในหนังสือภาพที่โด่งดังระดับโลกด้วยนะ ลองเอาไปใช้ในวิชาศิลปะนะจ้ะ
เพื่อนตัวน้อยๆ ที่น่ารักของฉันพากันยิ้มแย้มอย่างเบิกบาน
 
"จริงด้วย มาโอะจัง ช่วยฝากนี่ให้คุณอิชิโนะคุระหน่อยได้ไหมจ๊ะ"
 
สำหรับคุณอาของมาโอะจังที่พาฉันไปเลี้ยงอาหารอร่อยๆ มาหลายครั้ง นอกจากชีสและชาแล้ว ก็ยังมีที่ทับกระดาษที่ทำจากแก้วรูปเชสไชร์แคทที่ระลึกสำหรับอลิสแมวเลี้ยง สัมภาระขากลับอาจจะเยอะไปหน่อย แต่ยังไงก็กลับรถของทางบ้านอยู่แล้ว ไม่เป็นไรมั้ง?
 
"ทราบแล้วค่ะ ไว้หนูจะส่งให้ท่านพี่ฮารุโตะนะคะ จริงด้วย ท่านพี่เรย์กะ ฟังหน่อยสิคะ ความจริง ระหว่างที่ท่านพี่เรย์กะไปทริปทัศนศึกษา หนูก็อยากตอบแทนที่ได้ไปเรียนทำอาหารกับคุณอาคิมิ ก็เลยขอให้ท่านพี่ฮารุโตะพาไปทานอาหารด้วยกันสามคนน่ะค่ะ!"
"เอ๋ จริงเหรอ"
"ค่ะ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้คุยกับท่านพี่เรย์กะก่อน แต่พอดีวันของสองคนนั้นว่างตรงกันพอดี..."
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ... ว่าแต่ที่ไปกินข้าวด้วยกันสนุกไหม"
"อุฮุฮุ หนูขอให้ท่านพี่ฮารุโตะจองร้านดีๆ ไว้ให้ อาหารอร่อยมากเลยล่ะค่ะ รู้สึกจะถูกปากคุณอาคิมิด้วย ทั้งสองคนต่างก็ชอบการกินกันทั้งคู่ใช่ไหมล่ะคะ ก็เลยคุยกันเพลินเลย ครั้งหน้าก็คิดว่าถ้าให้ไปทานข้าวกันสองคนจะเป็นไงบ้างน้า~"
"แหม..."  
 
อะไรกันนี่ มาโอะจังที่แสนน่ารักกลายเป็นคุณป้าแม่สื่อผู้ช่ำชองไปแล้วโดยที่ฉันไม่ทันรู้ตัว!
นี่คิดจะกำจัดคุณเอริกะ คุณแฟนที่ไม่ชอบหน้าไปให้พ้นๆ ทาง แล้วดันคุณอาคิมิให้คุณอิชิโนะคุระแทนชัดๆ ใช่ไหมนะ~
ยูริคุงที่ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ไปกับแผนการร้ายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของมาโอะจัง ยิ้มแย้มว่า "ดีจังนะ มาโอะ" อยู่ข้างๆ พวกเด็กผู้ชายนี่... ไม่สิ นั่นสินะ บางทีไม่รู้ก็อาจจะมีความสุขกว่านะ...
ส่วนยูกิโนะคุงอ่านหนังสือมาเธอร์กู๊ซอยู่ข้างๆ ฉันอย่างตั้งอกตั้งใจ ไหนๆ อ่านบทไหนอยู่เหรอจ๊ะ~ …My mother has killed me  อื้อ ยูกิโนะคุง อ่านกลอนที่ใสๆ กว่านี้หน่อยดีไหมจ๊ะ เดี๋ยวตอนกลางคืนหลับไม่ลงนะ

เราสี่คนผลัดกันดูหนังสือของฝากของกันและกัน แล้วฉันก็เล่าเรื่องที่ไปทัศนศึกษาให้ฟัง เมื่อจู่ๆ ประตูห้องสโมสรก็เปิดออกพร้อมกับเสียงกรี๊ดของพวกเด็กผู้หญิงดังระงม พวกเราหันไปดูตามเสียงว่าเกิดอะไรขึ้น เฮื่อ!

"อ้าว ท่านพี่นี่"
 
ที่ปลายสายตาเป็นเอ็นโจ พี่ชายของยูกิโนะคุง และจักรพรรดิคาบุรากิ มาทำอะไรที่ห้องสโมสรเปอติต์ล่ะนี่

"พวกท่านพี่ มีอะไรเหรอฮะ"

ยูกิโนะคุงทำหน้าสงสัยถามทั้งสองที่เดินมาทางพวกเรา เอ็นโจยิ้มขื่นๆ ตอบว่า "เห็นว่ามาซายะมีธุระอะไรกับคุณคิโชวอินแน่ะ" เอ๋ มีธุระกับฉันเหรอ รู้สึกสังหรณ์ใจโคตรเลวร้ายเลย...
คาบุรากิกอดอกขมวดคิ้วพยักหน้ารับคำของเอ็นโจ แล้วหันมาทางฉัน
 
"นี่เธอ ฉันส่งเมล์ไปหาตั้งหลายครั้งแล้วไม่เห็นเลยหรือไง เห็นว่าช่วยไม่ได้หรอกนะ ฉันถึงต้องเดินมาหาเองนี่น่ะ"
"......."

....ว่าแล้วเชียว
พอไม่ตอบเมล์ก็มาตามถึงตัว ช่างสมกับเป็นความคิดของสตอล์กเกอร์โดยธรรมชาติอะไรอย่างนี้... แนเชอรัลบอร์นสตอล์กเกอร์ คาบุรากิ อื้อ ฟังดูน่าเกรงขามดีน่าใช้เป็นชื่อบนสังเวียน
ฉันขอโทษแนเชอรัลบอร์นสตอล์กเกอร์ด้วยท่าทางอ่อนน้อมว่า "ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีเก็บมือถือลงกระเป๋าแล้วไม่ได้เช็คเลยค่ะ"  พอเงยหน้าขึ้น สายตาก็สบเข้ากับเอ็นโจที่ผุดรอยยิ้มพราย  ชิ
ว่าแล้วคาบุรากิกับเอ็นโจก็พลอยเข้าร่วมวงนั่งล้อมรอบโต๊ะตัวเดียวกับพวกเรา

"ยูกิโนะ หนังสือนั่น?"
"คุณพี่เรย์กะให้มาฮะ บอกว่าเป็นของฝากจากทริปทัศนศึกษา"
"จากคุณคิโชวอิน? งั้นเหรอ คุณคิโชวอิน ขอบคุณมากนะที่อุตส่าห์ซื้อของฝากมาให้น้องชายผม"
"ไม่หรอกค่ะ ของเล็กๆ น้อยๆ อย่าได้ใส่ใจเลยค่ะ"  

คาบุรากิหันมามองหนังสือในมือยูกิโนะถามว่า "เรื่องอะไรน่ะ"

"หนังสือของมาเธอร์กู๊ซน่ะฮะ"
"มาเธอร์กู๊ซ? อ้อ ในห้องหนังสือในบ้านฉันก็มีนะ จะว่าไป พูดถึงมาเธอร์กู๊ซ ที่บ้านก็มีตุ๊กตาอินเดียนที่ได้แรงบันดาลใจจากกลอนอินเดียนทั้งสิบด้วยนะ แต่ไม่รู้พังไปตัวนึงตั้งแต่เมื่อไหร่"

รู้สึกว่าจะเป็นช่วงจบม.4 ละมั้ง คาบุรากิพึมพำ ช่วงจบม.4 นี่ก็เป็นช่วงที่คาบุรากิอกหักจากท่านยูริเอะไม่ใช่เหรอ....
ตุ๊กตาอินเดียต้องสาปที่จะพังทุกครั้งที่คาบุรากิอกหัก จากนั้นก็ไม่เหลือใครเลย... น่ากลัวจัง~! (**)

ระหว่างที่ฉันคิดอะไรเพ้อเจ้อไม่เป็นมงคลอยู่ พวกมาโอะจังก็ถามเรื่องราวการไปเที่ยวจากพวกคาบุรากิ พอทั้งสองคนบอกว่าไปดูบอลที่อังกฤษมา ยูริคุงก็ติดเบ็ดทันที
พวกเราคุยกันอย่างครื้นเครง ช่วงที่ชาตรงหน้าทุกคนกำลังจะเกลี้ยงถ้วย โทรศัพท์มือถือของเอ็นโจก็ดังขึ้น เอ็นโจลุกขึ้นขยับเดินห่างออกไปก่อนรับสาย พอคุยเสร็จก็กลับมาชวนยูกิโนะคุงกลับบ้าน

"มีคนมารับแล้วนะ กลับกันเถอะ ยูกิโนะ"
"เอ๋~... แต่ผมยังอยากอยู่คุยต่อนี่ฮะ..."
"เอาไว้ครั้งหน้า  เอ้า เขามารออยู่ข้างล่างแล้วนะ"

ยูกิโนะคุงทำหน้ามุ่ย เอ็นโจลูบหัวน้องชายพลางเกลี้ยกล่อมจนยูกิโนะคุงยอมลุกขึ้นอย่างบูดๆ ในที่สุด แต่รู้สึกว่าคาบุรากิจะอยู่ต่อนะ กลับๆ ไปด้วยกันซะก็ได้นี่นา...

"ยูกิโนะคุงยังทำท่าอยากคุยต่ออยู่เลยนะคะ ไหนๆ แล้ว ให้ท่านคาบุรากิกลับไปด้วยกัน..."
"โชคร้ายหน่อยนะ วันนี้ผมมีธุระที่อื่นต่อน่ะ"

เชอะ งั้นหรือคะ

"งั้นกลับก่อนนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ คุณคิโชวอิน"
"ลาก่อนค่ะ ท่านเอ็นโจ ไว้คุยกันใหม่นะจ๊ะ ยูกิโนะคุง"
"ลาก่อนฮะ คุณพี่เรย์กะ ขอบคุณสำหรับหนังสือกับดินสอสี แล้วก็ขนมด้วย!"
"หุหุ ไม่เป็นไรจ้ะ"

ฉันยังอาลัยอาวรณ์กับการจากไปของเทวดาน้อยผู้เยียวยา แล้วเงาแห่งลางร้ายหนักอึ้งก็ทาบทับลงบนบ่า
"เอ้า ย้ายที่กันได้หรือยัง มีเรื่องอยากคุยด้วยเป็นภูเขาเลยนะ"

...ช่วยสรุปประเด็นลงกระดาษรายงานส่งมาได้ไหมคะ ไว้ว่างๆ จะหยิบขึ้นมาอ่านค่ะ

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

(*) อันนี้เคยมีพูดถึงครั้งหนึ่งจากตอนซากุระจังแล้ว มีตำนานเมืองเล่าลือกันว่าหากคู่รักไปพายเรือที่สวนสาธารณะอิโนคาชิระจะต้องเลิกกันด้วยคำสาปจากความริษยาของเจ้าแม่เบ็นไซเท็น หนึ่งในเจ็ดเทพแห่งโชคลาภที่มีศาลเจ้าตั้งบูชาอยู่แถวๆ นั้น

(**) คิดว่าท่านเรย์กะกำลังพูดถึงเรื่อง And then there were none นิยายสืบสวนชื่อดังของอกาธา คริสตี้ ที่เป็นการฆาตกรรมในเกาะลึกลับ เมื่อมีคนตายคนหนึ่ง ตุ๊กตาอินเดียนก็ถูกทำลายไปในลักษณะการตายแบบเดียวกับเหยื่อคนนั้น เรื่องนี้สนุกมากนะ แนะนำๆ แต่นี่คือจะแช่งให้คาบุรากิอกหักเท่ากับจำนวนตุ๊กตาอินเดียนเลยใช่ไหมนะ ท่านเรย์กะ...

มุมหนึ่งของสะพานปงเดซาร์ เป้าหมายของหัวหน้าห้องสาวน้อย

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :)

 




NEKOPOST.NET