[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 224 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.224 - ตอนที่ 224


224.

 

ประเทศที่สองในทริปทัศนศึกษาคือฝรั่งเศส ปารีส กู๊ดบาย! ลอนดอน! ไว้จะมาใหม่นะ แล้วก็บองจูร์! ปารีส!
ปารีสเป็นมาตุภูมิแห่งที่สองของราชินีโรโคโค่ อา จะมองไปทางไหนก็มีแต่ของสวยๆ งามๆ! ผู้คนที่เดินไปเดินมาก็ดูจะแต่งตัวกันตามปกติ แต่ก็ดูเก๋ไก๋อย่างบอกไม่ถูก นี่คือเวทมนตร์ของฝรั่งเศส แต่ความจริง ปารีสน่าจะเป็นมาตุภูมิแห่งที่สองของฉันแท้ๆ แต่ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็รู้สึกผิดเล็กๆ ตลอดเลย
 
ลอนดอนเนี่ย ตัวเมืองมีความกะทัดรัดและการไหลของเวลาก็รู้สึกว่าจะละม้ายคล้ายคลึงกับโตเกียว ก็เลยเป็นเมืองใหญ่ต่างประเทศที่ฉันชื่นชอบใช้ชีวิตได้สบายๆ แต่ปารีสเนี่ย ไม่สิ คนฝรั่งเศสเนี่ยมีความเย่อหยิ่งหัวสูง คิดว่าแฟชั่น อาหาร ศิลปะในประเทศตัวเองเป็นที่หนึ่ง ตรงจุดนี้ก็คล้ายๆ เกียวโต แต่ฉันก็ชอบเกียวโตมากเหมือนกันนะ
 
ที่ปารีสก็เหมือนกับที่ลอนดอน วันแรกทุกคนจะไปเที่ยวในเมืองเพื่อเยี่ยมชมหอไอเฟล ประตูชัย มหาวิหารนอร์ธเธอดาม โบสถ์ซาเครเกอร์ด้วยกัน พอได้เห็นหอไอเฟลก็รู้สึกว่ามาถึงปารีสแล้ว! สมเป็นฝรั่งเศสเลย ระดับความเริ่ดหรูผิดกับหอโตเกียวลิบลับ  

โอ้ นั่นมันโรงละครโอเปร่านี่นา! แฟนธอม คุณอยู่ที่นี่เองสินะคะ! ลา~ล้าลา~ เหล่านักเรียนที่ดูแฟนธอมออฟดิโอเปร่ารอบเดียวกันที่ลอนดอนต่างก็ตื่นเต้นเหมือนฉันกันทั้งนั้น นั่นสิเน้อ~ ก็ฉากของละครเวทีที่เพิ่งดูไปเมื่อไม่กี่วันก่อนมาอยู่ตรงหน้าแล้วนี่นา ความระทึกใจในตอนนั้นย่อมต้องย้อนกลับมาเป็นธรรมดา 
 
พอไปทัศนศึกษาในโรงอุปรากรปาแลการ์นีเย ฉันก็เคลิ้มไปกับความหรูหราตระการตาของการตกแต่งภายใน นี่สินะแชนเดเลียร์ที่ร่วงตกลงมา~ แม้จะไม่มีกำหนดการไปดูโรงโอเปร่าที่เป็นฉากละคร แต่อย่างน้อยไปดูโรงอุปรากรปาแลการ์นีเยไว้ก็ดีนะ  พอดูแฟนธอมออฟดิโอเปร่าแล้วก็อยากดูละครอื่นขึ้นมาอีก  แอบนึกเสียใจเหมือนกันที่คิดว่าดูละครที่ลอนดอนไปแล้วก็ไม่ต้องดูที่ปารีสก็ได้ ก็เลยไม่ได้จองไว้ 
 
จัตุรัสเดอลากงกอร์ดเป็นสถานที่ที่ราชินีโรโคโค่ถูกประหารชีวิตนี่นา ฮึย~ฉันยกมือขึ้นกุมคอโดยอัตโนมัติ กิโยตินนี่น่ากลัวจัง แต่โดนประหารกลางสาธารณชนด้วยกิโยตินนี่สุดยอดไปเลยนะ... แห่กันมาดูหัวคนกระเด็นเป็นงานโชว์เลยนี่นา คนฝรั่งเศสนี่น่ากลัวจริงๆ ถ้าเป็นฉันคงทนดูตรงๆ ไม่ได้แหงๆ อุโหย~แค่คิดก็สันหลังลุกวาบๆ แล้ว 
อ๊ะ ซาโตมิคุงเขยิบเข้ามาใกล้ จะพูดอะไรไม่เข้าเรื่องอีกล่ะสิ! 

"คุณคิโชวอินรู้หรือเปล่า กิโยตินเนี่ย ยังใช้ประหารคนอยู่จนถึงเมื่อไม่นานมานี้เองเลยนะ"
 
ซา--โต--มิ--!

 ถ้าตอนกลางคืนศพไม่มีหัวมายืนค้ำหมอนจะทำไงดีล่ะ! เพราะซาโตมิคุงแท้ๆ พอกลับไปโรงแรมฉันเลยต้องโปรยเกลือชำระทั่วห้องอีกจนได้!
 
สะพานปงเดซาร์  มีอีกชื่อหนึ่งว่าสะพานคู่รัก เห็นว่าบรรดาคู่รักทั้งหลายจะเอาแม่กุญแจเขียนชื่อตัวเองสองคนแล้วเอามาคล้องกับรั้วเพื่อสาบานรักชั่วนิรันดร์ นี่มันสะพานหาเรื่องต่อยตีกับผู้ใหญ่บ้านคานทองชัดๆ เฮอะ รีบๆ ไปพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์กันได้แล้ว! เฮ้ย มีพวกที่ไม่ยอมขยับไปไหนอยู่ด้วย! พวกนี้เป็นประชากรหมู่บ้านมีรักกันทั้งนั้นเลยเรอะ!? เดี๋ยวเหอะ นี่จะวิ่งไปซื้อแม่กุญแจกันเรอะ!? มาทัศนศึกษากับโรงเรียนนี่ช่วยอย่าทำอะไรโดยพลการได้มั้ย! ฮึ่มแฮ่ 
 
"รู้สึกว่าท่านคาบุรากิอารมณ์ดีจังเลยนะ"
 
ระหว่างเที่ยวชม ฉันได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างเช่นนี้ลอยมาเข้าหู 
 
"ไปเจออะไรสนุกๆ มาหรือเปล่านะคะ"
"เห็นว่าไปดูฟุตบอลที่ลอนดอนมานี่นา สงสัยว่าทีมที่เชียร์จะเป็นฝ่ายชนะละมั้ง"
"อ้อ น่าจะใช่เนอะ ก็ท่านคาบุรากิชอบกีฬานี่นา" 
 
ที่คาบุรากิอารมณ์ดี น่าจะเป็นเพราะอีกไม่นานก็จะได้ใช้เวลาอิสระร่วมกันกับวาคาบะจังแล้วน่ะแหละ จะได้ไปเดทที่ปารีสนี่ระเริงเหลือเกินนะยะ ตาคาบุรากินี่อ่านออกง่ายจริงๆ คงไม่ได้ซื้อแม่กุญแจมาจากสะพานคู่รักด้วยหรอกนะ หัวหน้าห้องสาวน้อยแอบไปซื้อมากับเขาอันนึง แต่สุดท้ายแล้วคงจบไปลงด้วยความเขินอายไม่กล้าบอกเจ้าตัวเขาแหงๆ 
 


ช่วงเวลาอิสระที่ปารีส กิจกรรมหลักก็คือชอปปิ้งเหมือนเคย พวกเราออกกันตั้งแต่เช้าเพื่อหาของที่ยังไม่มีวางจำหน่ายในญี่ปุ่น กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของกระจุกกระจิก ขนม... ถนนฌ็องเซลิเซ่คือสมรภูมิ!
 
อ๊ะ กลุ่มของซาโตมิคุงมาซื้อของกับพวกผู้หญิงด้วย! ทั้งที่เมื่อคืนทางนี้ต้องหลับอย่างอกสั่นขวัญแขวนเพราะซาโตมิคุงคนเดียว! แต่เจ้าตัวกลับมาเดินถนนฌ็องเซลิเซ่กับพวกผู้หญิงอย่างสนุกสนาน ยกโทษให้ไม่ได้  หนึ่งในบาปมหันต์ทั้งเจ็ด  "ความริษยา" ลุกฮือ ฉันร่ายคำสาปคานทองใส่แผ่นหลังนั้น 

พวกเครื่องสำอางยอดฮิตที่ญี่ปุ่นที่นี่ก็ราคาถูกจัง ฉันชอบแฮนด์ครีมที่นี่ที่สุดเลย ซื้อไปเยอะๆ เผื่อไปเป็นของฝากให้ซากุระจัง อาโออิจัง พวกผู้หญิงที่โรงเรียนสอนพิเศษด้วยดีกว่า ซื้ออะไรให้พวกอุเมวากะคุงดีนะ ของขวัญให้เด็กผู้หญิงเนี่ยมีไอเดียเพียบ แต่สำหรับพวกเด็กผู้ชายแล้วนึกไม่ออกเลยแฮะ ก็ฉันมันผู้ใหญ่บ้านนี่ 
 
พูดถึงของขวัญให้เด็กผู้ชาย ก็ต้องหาของขวัญไปฝากท่านอิมาริที่หมั่นส่งของขวัญมาให้เสมอๆ ท่านอิมาริผู้เป็นผู้ใหญ่บ้านคาสโนว่ามักจะประพฤติตัวประดุจผู้ชายอิตาเลียน แต่โปรดปรานแฟชั่นหรูหราแบบฝรั่งเศสมักจะใส่ติดตัวอยู่บ่อยๆ ฉันก็เลยตั้งใจจะมาเลือกของให้ที่ปารีส แต่จะให้เลือกของที่เข้าตาท่านอิมาริผู้มีรสนิยมสูงส่งเนี่ยมันช่างยากเย็นเหลือเกิ๊น~ 
 
ยังไงก็อยู่ข้างๆ มานานปี ฉันก็เลยพอจะรู้ของที่ต้องรสนิยมท่านพี่ แต่รสนิยมหรือของที่เหมาะกับผู้ชายคนอื่นๆ นี่ฉันเข้าขั้นมืดบอดเลยล่ะ ก็ผู้ใหญ่บ้านนี่คะ ก่อนออกเดินทางฉันถามท่านพี่ว่าซื้ออะไรเป็นของฝากให้ท่านอิมาริดี แล้วท่านพี่ก็ตอบมาคำเดียวว่า "ของที่ให้แล้วหมดไป" แห้งแล้งอะไรอย่างนี้! ท่านพี่คะ เอื้อเฟื้ออีกซักนิดเถอะค่ะ~ อยากให้น้องถูกมองว่าเป็นเด็กไร้รสนิยมเหรอคะ!? 
 
แต่ของที่ให้แล้วหมดไปเหรอ... จะเอาขนมให้ท่านอิมาริก็คงไม่ได้อะไร งั้นเอาเป็นไวน์ดีไหมนะ แต่ก็ไม่รู้รสนิยมของท่านอิมาริอีกน่แหละ ของแบบนี้คงไม่ใช่ว่าแพงแล้วจะดีเสมอไปละมั้ง ฉันสะสมฉลากไวน์ไว้เตรียมดื่มในอนาคต แต่เอาจริงๆ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าแบบไหนรสดี ถึงจะเป็นไวน์ที่โด่งดังแต่เหมือนบางปีก็ดี บางปีก็แย่นะ ในไอเดียกระพร่องกระแพร่งของฉันน่ะไวน์ก็ต้องผลิตที่ฝรั่งเศส แต่ท่านพี่ก็ดื่มไวน์แคลิฟอร์เนียบ่อยอยู่เหมือนกันนะ~ ตอนแรกก็ตกใจอยู่เหมือนกันที่ท่านพี่ดื่มไวน์แคชช่วลแบบไวน์แคลิฟอร์เนีย แต่เห็นว่าระยะนี้ไวน์แคลิฟอร์เนียที่อร่อยกว่าไวน์ฝรั่งเศสก็ออกมาเยอะเหมือนกัน คุณซอมเมอลิเยร์เคยเล่าเรื่อง "การตัดสินของปารีส" เป็นการตัดสินกันระหว่างฝรั่งเศสและไวน์แคลิฟอร์เนีย ไวน์นี่ลึกซึ้งเกินไป คงต้องขอถอยห่างอ่า~ อื้อ เอาเป็นว่าไวน์ตัดทิ้ง  

เมื่อชอปปิ้งเสร็จไปแล้วรอบหนึ่ง พวกเราก็แวะเข้าคาเฟ่ทานอาหารกลางวัน ฉันใช้เวลาตอนนั้นลองปรึกษากับทุกคน 

"ของฝากให้ผู้ชายหรือคะ~"
"อื้อ ใช่แล้ว ลังเลอยู่น่ะ"
 
ขนมปังฝรั่งเศสเนี่ยอร่อยจัง! สมเป็นประเทศแห่งขนมปังฝรั่งเศส! ปารีสเนี่ยไปไหนของกินก็อร่อย ผิดกับลอนดอนเลย~ ฉันเป็นแฟนหนังเรื่อง Amélie ก็เลยสั่งครีมบรูเล่ด้วย แต่คนละร้านกับในหนังนะ เคาะคาราเมลต๊อกๆ ให้แตก ให้ความรู้สึกเหมือนเอมิลี่เลย (*) เอะเฮะเฮะ

"คงต้องเป็นเนคไทหรืออะไรทำนองนี้ละมั้งคะ"
"ฉันก็เคยให้เนคไทเป็นของขวัญคนในครอบครัวนะคะ"
"เนคไทนะ"
 
ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ถึงได้มาเลือกที่ปารีสนี่แหละ 
 
"งั้นทานอาหารเสร็จเมื่อไหร่ ลองไปดูแบรนด์ผู้ชายช่วยท่านเรย์กะเลือกของฝากกันเถอะ"
 
รุเนะจังว่าแบบนั้น ว้าย ขอบคุณนะ!
 


...อืม แต่พอลองมาดูเข้าจริงๆ ก็ยังคิดไม่ตก เนคไทเนี่ยมันรสนิยมของใครของมันเหมือนกันนะ ถ้าได้ของที่ไม่ตรงความชอบมาก็ลำบากใจเปล่าๆ... เข็มกลัดติดปกชุดสูทนี่ก็ยาก ถ้าเป็นกระดุมแขนเสื้อยังซ่อนอยู่ใต้ชุดสูทรอดไป แต่ก็น้า... ไม่เอาของที่ใส่ติดตัวดีกว่า อืม~....
 
"ดูท่าจะต้องใช้เวลาเลือกนาน ทุกท่านไปเลือกดูของที่ร้านอื่นกันก่อนก็ได้นะคะ"
 
ฉันบอกพวกเซริกะจังที่อุตส่าห์มาถึงร้านด้วยกัน เวลาชอปปิ้งแท้ๆ จะมาเสียเวลากับการเลือกของฝากของฉันตลอดก็คงไม่ดี ฉันเองก็ยังตัดสินใจเลือกไม่ได้ด้วย
 
"แต่จะปล่อยให้ท่านเรย์กะอยู่คนเดียวเหรอคะ"
"ซื้อของคนเดียวไม่เหงาเหรอคะ" 
 
ดีใจนะที่เป็นห่วง แต่ทุกคนคงมีร้านที่อยากไปดูอยู่อีกเยอะเลยใช่ม้า ดูของผู้ชายไปก็น่าเบื่อใช่ม้า 
 
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นัดเวลาเจอกันเถอะค่ะ"
"แต่ว่า..."
"อ้าว คุณคิโชวอิน?"
"เอ๋" 
 
นึกว่าใครกันที่เรียกชื่อฉัน ที่แท้ก็เอ็นโจที่เข้าร้านมาพร้อมกลุ่มพวกผู้ชาย 
 
"ท่านเอ็นโจ!" 
 
พวกเซริกะจังส่งเสียงกรี๊ดเล็กๆ กับการปรากฎตัวอย่างกะทันหันของเอ็นโจ ทางเอ็นโจส่งยิ้มให้แล้วเดินเข้ามาหาพวกเรา
 
"คุณคิโชวอินมาทำอะไรที่ร้านแบบนี้ล่ะ"
"ก็มาชอปปิ้งอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ"
"อ้อ ของขวัญให้คุณพี่ชาย" 

อ๊ะ ไอ้หมอนี่! คิดว่าคนที่ฉันจะซื้อของที่เมนส์บูติกเป็นของขวัญให้ได้มีแต่พี่ชายใช่มะ! หนอยยย หยามกันชัดๆ! มั่นใจมากเลยสินะว่าฉันมันขายไม่ออก! แค้นนัก!
 
"เปล่าค่ะ ของฝากให้ท่านพี่ซื้อเสร็จไปที่ลอนดอนแล้วค่ะ!"
"อ๊ะ งั้นเหรอ"
"ค่ะ ที่กำลังเลือกอยู่ตอนนี้ เป็นของขวัญให้ท่านอื่นน่ะค่ะ"  

โอะโฮะโฮะโฮะโฮะ อย่าคิดว่าซุยรันคือทั้งหมดของฉันเชียวล่ะ
 
"หืม" 
 
เอ็นโจมองหน้าฉันหัวเราะอย่างนึกสนุก อึ่ก อย่าสบตากันเชียวนะ ตัวฉัน เดี๋ยวจะถูกมองออกว่าดีแต่ท่า!
 
"ท่านเอ็นโจนั่นแหละค่ะ มาทำอะไรที่นี่หรือคะ"
"อย่างที่เห็นนั่นแหละ ชอปปิ้ง"
 
ชิ เอ็นโจก็ชอบแบรนด์นี้ด้วยเหรอ ตอนนี้ก็ยังพันผ้าพันคอเนื้อบางอย่างเก๋ไก๋อยู่เลยนี่คะ คงจะเหมาะกับเสื้อผ้าดีไซน์หรูหราสง่างามของแบรนด์นี้แน่ๆ ล่ะค่ะ! 
 
"เอ่อ ท่านเอ็นโจ ท่านคาบุรากิไม่ได้มาด้วยหรือคะ"
 
คิคุโนะจังถามเอ็นโจ ในหมู่เพื่อนๆ ที่เข้าร้านมาด้วยกันไม่มีเงาร่างของคาบุรากิอยู่ด้วย
 
"อื๋อ? มาซายะมีธุระนิดหน่อย เดี๋ยวจะตามมาเจอกันทีหลังน่ะ" 
 
ว่าแล้วเอ็นโจก็เหลือบมองมาทางนี้ อ้อ คาบุรากิไปเดทของหวานกับวาคาบะจังนี่นา 
 
วาคาบะจังออกไปดูพระราชวังแวร์ซายส์ที่อยู่นอกตัวเมืองปารีสแต่เช้า จะกลับมาทางนี้ช่วงหลังเที่ยง แสดงว่าคงใกล้ได้เวลากลับมาแล้วละมั้ง ก็พระราชวังแวร์ซายส์มันไกลนี่นา ความจริงเป็นสถานที่ที่รานิชิโรโคโค่ต้องไปเยือน แต่พวกเรามีกิจกรรมชอปปิ้งเป็นหลักอยู่แล้ว ครั้งนี้ก็เลยตัดทิ้งเพราะมันไกลไป ยังไงซะทุกคนก็เคยไปเยือนมาอย่างน้อยก็หนหนึ่งอยู่แล้ว  แต่ถ้ามีเวลาก็อยากไปเหมือนกันนะ 
 
"จริงด้วยค่ะ! ท่านเรย์กะ ลองปรึกษาท่านเอ็นโจดูเป็นไงคะ!"
"หา?"
 
อยู่ดีๆ พูดอะไรออกมาน่ะ อายาเมะจัง!
 
"ปรึกษา?" 
 
เอ็นโจโคลงศีรษะน้อยๆ ทั้งที่ยังยิ้มบางๆ 
 
"ค่ะ! ท่านเรย์กะกลุ้มใจมาตลอดเลยว่าจะซื้ออะไรเป็นของฝากให้ท่านผู้มีพระคุณดี ท่านเอ็นโจ จะกรุณาช่วยเหลือท่านเรย์กะด้วยได้ไหมคะ"
 
เดี๋ยวเถอะ ไม่เอาน่า
 
"แหม ไม่ได้นะ คุณอายาเมะ ไปรบกวนท่านเอ็นโจไม่ได้นะคะ..."
"ถ้าไม่รังเกียจ ผมพอจะเป็นที่ปรึกษาให้ได้นะครับ องค์หญิง" 
 
เอ็นโจแย้มยิ้มว่าขัดคำพูดของฉัน เอื่อ---!!
พวกอายาเมะจังร้องกรี๊ดกร๊าดดีใจกันใหญ่ อะไรเนี่ย! เดินเรื่องไปถึงไหนๆ ทิ้งฉันไว้คนเดียว!
 
"แต่ท่านเอ็นโจมากับเพื่อนๆ นะคะ..."
"ไม่เป็นไรหรอก พวกเขาไปซื้อของกันอยู่ทางโน้น ผมหลุดจากวงไปซักคนก็ไม่มีปัญหาอะไร"
 
เอื่อ งั้นหรือคะ
 
"ดีจังเลยนะคะ ท่านเรย์กะ!
"ถ้าให้ท่านเอ็นโจเลือกให้ต้องไม่พลาดแน่นอนค่ะ!"
 
แหม~ อือ แต่ก็คงจริงน่ะนะ... แต่ก็เป็นเอ็นโจคนนั้นนี่น้า
 
"คุณคิโชวอินไม่พอใจที่มีผมเป็นที่ปรึกษาเหรอ"
 
เฮื่อ! ถ้าพูดแบบนั้นก็เหมือนฉันเป็นมนุษย์น่ารังเกียจที่เหยียดหยามความมีน้ำใจของคนอื่นเลยไม่ใช่เรอะ! คำนวณมาแล้วสินะ!
 
"...ถ้างั้นขอรบกวนด้วยนะคะ"
 
อ่อย แพ้จนได้...
 
เอาเถอะ พวกอายาเมะจังจะอยากอยู่กับเอ็นโจที่เป็นปลื้มมานานก็ช่วยไม่ได้นะ...
ทั้งที่คิดแบบนั้น พวกอายาเมะจังกลับทิ้งท้ายว่า "พวกเราจะไปดูของร้านอื่นนะคะ!" "ท่านเอ็นโจคะ ฝากท่านเรย์กะด้วยนะคะ~" ยิ้มแย้มประหลาดๆ ออกจากร้านไป อะไรกันยะ!? 
 
"เพื่อนๆ ไปกันหมดแล้วนะ"
"...นั่นสินะคะ"
 
ใจร้าย...
 
"งั้นมาช่วยกันเลือกของฝากให้คุณคิโชวอินดีกว่านะ"
"...นั่นสินะคะ"
 
อื้อ จริงด้วย! ถ้าเป็นงี้ก็ต้องใช้เซนส์ของเอ็นโจให้เป็นประโยชน์เต็มที่ไปเลย!
 
"จะซื้ออะไร มีตัวเลือกในใจหรือยัง"
"ยังเลยค่ะ ยังนึกอะไรไม่ค่อยออกเลย... เนคไทก็แล้วแต่รสนิยมของเจ้าตัวคนใส่ด้วยใช่ไหมคะ"
"นั่นสินะ"
"จะเลือกกระดุมแขนเสื้อเชิร์ตหรือเข็มกลัดติดปกเสื้อสูทก็ยาก..."
"อีกฝ่ายอายุเท่าไหร่เหรอ"
"ประมาณท่านพี่ค่ะ"
"หืม ถ้าเลือกซื้อพวกเสื้อผ้าลำบาก จะเอาเป็นที่ใส่นามบัตรหรือที่ใส่การ์ดไปไหม"
"จริงด้วย!" 
 
ไอเดียดีนี่นา! 
 
"แต่บางคนก็ใช้ของแบรนด์เดียวกันให้ครบไลน์น่ะนะ"
"แบบนี้นี่เอง~" 
 
ถ้าเป็นท่านอิมาริก็ดูท่าจะใช้ของที่เลือกเฟ้นอย่างเข้มงวดมาแล้วนี่นะ
 
"ไม่ลองปรึกษาคุณทาคาเทรุดูล่ะ"
"ท่านพี่บอกว่าของที่ให้แล้วหมดไปอย่างเดียวค่ะ"
"อะฮะฮะ ก็สมแล้วล่ะนะ"
 
ที่ว่าสมแล้วน่ะอะไรล่ะ? เอ๊อะ ช่างเหอะ
 
"ของอื่นๆ ที่ให้ได้อย่างสบายใจ ก็น่าจะเป็นพวกกอล์ฟมาร์กเกอร์ล่ะนะ"
"กอล์ฟมาร์กเกอร์?"
"ชิ้นส่วนที่ใช้เป็นสัญลักษณ์วางแทนลูกกอล์ฟของตัวเองบนกรีนไงล่ะ ถ้ามีลูกกอล์ฟของคนอื่นมากลิ้งอยู่บนกรีนเต็มไปหมดก็เกะกะเวลาตีใช่ไหม ปกติก็เลยจะใช้มาร์กเกอร์วางเป็นสัญลักษณ์แทนแล้วเอาลูกบอลหลบไปน่ะ"

โฮะโฮ่~ มีของแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอเนี่ย! ฉันไม่ได้เล่นกอล์ฟแถมไม่ได้สนใจ  ก็เลยไม่เคยรู้เรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน!
 
"แต่ก็ดูท่าทางจะมีอันโปรดที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้วนี่สิคะ"
 
ถ้าเป็นคนที่กำลังจะเริ่มเล่นก็ว่าไปอย่าง แต่คนที่เล่นอยู่แล้วก็น่าจะมีอุปกรณ์ครบครันแล้วนี่นา
 
"แหม ก็ใช่อยู่หรอก แต่มีไว้หลายๆ อันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา"
"งั้นเหรอคะ"
"อื้อ บางคนก็เลือกใช้แต่ละวันตามอารมณ์ก็มีนะ ตรงนี้ก็เหมือนกระดุมข้อมือนี่แหละ"
"แบบนี้นี่เอง~!" 
 
ถ้าเป็นของที่มีไว้หลายๆ อันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถึงให้เป็นของขวัญไปก็คงไม่รู้สึกว่าเป็นภาระละมั้ง
 
"ถ้างั้น ถึงเซนส์จะมีปัญหานิดหน่อยก็ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ"
"อะฮะฮะ คุณคิโชวอิน ไม่เชื่อมั่นในเซนส์ของตัวเองเหรอ แต่คงไม่เป็นไรหรอก ยิ่งคนมีสไตล์เท่าไหร่ก็ยิ่งเล่นกับมาร์กเกอร์ที่มีดีไซน์โดดเด่นเท่านั้นนะ"
"มีลูกเล่นแพรวพราวสินะคะ" 
 
อันนี้น่าจะง่ายหน่อย! ตัดสินใจแล้ว! ของฝากให้ท่านอิมาริเอาเป็นกอล์ฟมาร์กเกอร์นี่แหละ!
อ๊า! แต่ถ้างั้นก็น่าจะหาซื้อซะตั้งแต่ที่อังกฤษไม่ดีกว่าเหรอ!? พูดถึงกอล์ฟก็ต้องอังกฤษสิ! พลาดแล้ว! อยากกลับ! อยากกลับไปอังกฤษเดี๋ยวนี้เลย! 
 
"เป็นอะไรเหรอ เห็นทำหน้าผิดหวัง"
"...คิดว่าถ้ารู้ข้อมูลนี้ตั้งแต่ตอนอยู่ที่ลอนดอนก็ดีน่ะค่ะ"
"อ้อ เรื่องนี้นี่เอง แต่ไม่เห็นเกี่ยวเลยนี่นา ที่ปารีสนี่ก็มีแบรนด์ชื่อดังเรื่องกอล์ฟอยู่ แต่การได้เจอมาร์กเกอร์น่าสนใจที่ตัวเองไม่รู้จักในแบรนด์ที่ไม่คุ้นเคยก็อาจจะเป็นที่ยินดีมากกว่าก็ได้นะ"
"แบบนี้นี่เอง!" 
 
พูดได้ดีนี่ เอ็นโจ! ดีล่ะ เอาไว้ซื้อกอล์ฟมาร์กเกอร์จากปารีสกับโรมมาหลายๆ แบบ แล้วเลือกเอาอันที่คิดว่าดีที่สุดเป็นของขวัญให้ท่านอิมาริดีกว่า ส่วนที่เหลือก็เอาเป็นของฝากให้ท่านพ่อละกัน ส่วนมาร์กเกอร์สำหรับท่านพี่ไว้น้องจะเลือกซื้ออันดีๆ ให้นะคะ 
 
ที่ร้านนี้ก็มีมาร์กเกอร์วางไว้เป็นเครื่องตกแต่งด้วย โฮะโฮ่ น่ารักจัง ไว้ลองดูร้านอื่นๆ ด้วยดีกว่า
ค่อยโล่งใจหน่อย ของฝากให้ท่านอิมารินี่เป็นของที่ฉันกลุ้มใจที่สุดเลยนะ ครั้งนี้ต้องขอบคุณเอ็นโจจริงๆ ล่ะ
 
"ท่านเอ็นโจ ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำแสนวิเศษ"
"ไม่เป็นไรครับ เป็นเกียรติที่ได้รับใช้" 
 
เอ็นโจเนี่ยเป็นคนดีกว่าที่คิดนะ! เราสองคนยิ้มให้แก่กัน
เอ็นโจยังคงยิ้มแย้มขณะวางมือลงบนบ่าฉัน อื๋อ?
 
"ไม่ต้องคิดเป็นบุญคุณกันก็ได้นะ คุณคิโชวอิน"
 
ติดหนี้บุญคุณอีกจนได้----!! 
 


เอ็นโจแยกไปตามที่นัดหมายไว้กับคาบุรากิ พวกเราไปล่องเรือแม่น้ำแซนน์ตามที่สัญญากันไว้ที่ลอนดอน แถมยังเป็นล่องเรือยามตะวันตกดินแสนไก๋ไก๋ด้วยนะ! วิเศษไปเลย!
แต่รอบข้างนี่มีแต่คู่รัก อ๊ะ นั่นมันพวกเด็กซุยรันนี่! จับมือกันด้วย! ชายหญิงเมื่ออายุเกินเจ็ดขวบไม่ควรนั่งปะปนกัน! อ๊ะ คู่รักต่างชาติทางนี้จูบกันด้วย! รู้หรือเปล่าว่ามารยาทในที่สาธารณะคืออะไร! ...น่าอิจฉาจัง
 
...เรื่องที่เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ ที่ว่าถ้าสุมหัวกระจุกตัวกันอยู่กับเพื่อนๆ ผู้หญิงที่ไม่มีแฟน ก็จะไม่มีวันหาแฟนได้ตลอดกาลแล่นผ่านสมองไปแวบหนึ่ง นี่มันตัวฉันตอนนี้เป๊ะๆ เลยไม่ใช่เรอะ ที่ฉันไม่ป๊อบอาจจะเป็นเพราะอยู่กับเพื่อนๆ ที่ไม่ป๊อบแบบนี้... 
 
"สนุกจังเลยนะคะ ท่านเรย์กะ! คิดถูกนะคะที่มาล่องเรือ!"
 
อายาเมะจังที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดกับฉันอย่างยิ้มแย้ม อุ่ก! ฉันนี่คิดอะไรของฉันน่ะ! ถึงเพื่อนไม่ป๊อบก็ไม่เห็นเป็นไรเลย พอบอกว่าอยากล่องเรือก็อุตส่าห์มานั่งเป็นเพื่อนกัน พอบอกว่าอยากกินฟิชแอนด์ชิปส์ก็อุตส่าห์ไปกินด้วยกัน เซริกะจังยังอุตส่าห์แปลงเป็นแฟนธอมเพื่อฉันเลย 
 
ใช่แล้ว! มิตรภาพสำคัญกว่าความรัก พวกเราแค่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพลูกผู้หญิงเหนือสิ่งอื่นใดเท่านั้น ไม่ใช่ว่าไม่ป๊อบหรอกนะ แค่จงใจวางตัวไกลห่างออกมาเท่านั้นแหละ ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ

แต่ล่องเรือแม่น้ำแซนน์ในเดือนพฤษภาเนี่ย สนุกก็จริง แต่หนาวจัง... 
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

(*) อ้างอิงจากภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่อง เอมิลี่ สาวน้อยหัวใจสะดุดรัก  เป็นเรื่องของสาวน้อยผู้มีนิสัยขี้อาย ที่จะพยายามเปลี่ยนชีวิตของคนรอบตัวเธอให้ดีขึ้นและในขณะเดียวกันก็ต้องต่อสู้กับความโดดเดี่ยวของตัวเธอเอง คุ้นๆ มั้ย!? 

ครีมบูเล่!

ตัวอย่างของ Golf marker

 


ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET