[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 223 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.223 - ตอนที่ 223


223.

 

สถานที่แรกที่เราไปเยือนในทริปทัศนศึกษาคือลอนดอน
โปรแกรมทัศนศึกษาร่วมกันมีการไปเยี่ยมชมหอนาฬิกาบิ๊กเบน ลอนดอนทาวเวอร์ จตุรัสทราฟัลการ์ พระราชวังบัคกิ้งแฮม วิหารเวสมินิสเตอร์ ต่างๆ นานา นักเรียนส่วนมากมักจะเคยมาเที่ยวหลายครั้งมาก่อนแล้วทั้งนั้น ก็เลยไม่มีอะไรตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ แต่มาทัศนศึกษากับทางโรงเรียน มีเพื่อนๆ มาด้วยเนี่ยทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปเลยเนอะ ตอนมีการเปลี่ยนผลัดทหารยามที่พระราชวังบัคกิ้งแฮม ฉันก็ยังกรี๊ดกร๊าดถ่ายรูปรัวๆ กับพวกเซริกะจังอยู่เลย คุณม้าขา~ เดินเร็วไปแล้วค่า! 
 
แม้จะนึกสงสัยอยู่บ้างว่าพวกกองทหารที่ดูเหมือนของเด็กเล่นพวกนี้มีฝีมือในการรบจริงๆ หรือเปล่า  แต่พอได้เห็นอะไรแบบนี้แล้วก็รู้สึกว่าได้มาเที่ยวต่างประเทศจริงๆ รู้สึกสนุกขึ้นมายังไงไม่รู้เนอะ!
ส่วนลอนดอนทาวเวอร์มันน่ากลัว ฉันก็เลยแอบกำมือซ่อนหัวแม่โป้งไว้ตลอดทาง (*) เป็นเพราะเรื่องที่ซาโตมิคุงเล่าที่ญี่ปุ่นนั่นแหละ... เอ๋ จะถ่ายรูปกันตรงนี้เหรอ?! จะดีเหรอ... แต่ชูสองนิ้วไม่ได้นะ ก็ต้องกำมือซ่อนหัวแม่โป้งอ่ะ
 
"ต่อไปเราจะไปชมลอนดอนบริดจ์และทาวเวอร์บริดจ์จากในรถกันนะคะ" 
 
คุณไกด์นำทางพวกนักเรียนไปขึ้นรถบัสพลางโฆษณา
ลอนดอนบริดจ์งั้นเหรอ พอได้ยินคำว่าลอนดอนบริดจ์ ในหัวก็เล่นเพลงลอนดอนบริดจ์อิสฟอลลิ่งดาวน์~ ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ฉันยืนคู่กับซาโตะมิคุงคอยนำทางพวกนักเรียนในฐานะที่เป็นกรรมการห้อง แล้วซาโตมิคุงก็ว่า "คุณคิโชวอิน โคลงหัวทำไมน่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า" อ้าว ตายจริง พอเล่นเพลงในหัวแล้วร่างกายก็เผลอขยับไปตามจังหวะโดยอัตโนมัติน่ะ
 
"นี่ ซาโตมิคุง พอได้ยินชื่อลอนดอนบริดจ์ ก็นึกถึงเพลงกล่อมเด็กชื่อดังที่มาจากกลอนมาเธอร์กู๊ซนั่นเนอะ ที่ว่าลอนดอนบริดจ์ร่วงลงมา..."
"อ้อ เพลงเสามนุษย์นั่นน่ะเหรอ" (**) 
 
เสามนุษย์---
...ซา--โต--มิ--!
 
กำลังจะข้ามสะพานกันอยู่แล้วแท้ๆ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงพูดเรื่องน่ากลัวอย่างเสามนุษย์ขึ้นมาล่ะยะ นายนี่?! ฉันน่ะขี้กลัวนะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เพราะซาโตมิคุงแท้ๆ ทำให้ฉันต้องเอาหัวแม่มือไปซ่อนอีกแล้ว!
คิดว่าจะซื้อหนังสือของมาเธอร์กู๊ซกลับไปเป็นของฝากจากอังกฤษเสียหน่อย แต่เอาไว้กลับไปญี่ปุ่นก่อนค่อยอ่านก็แล้วกัน... ทั้งที่มาเธอร์กู๊ซเนี่ยเป็นกลอนสำหรับเด็กแท้ๆ แต่ทำไมถึงมีแต่เรื่องโหดๆ นะ เอาขวานจามคุณพ่อคุณแม่เนี่ย... (***) เด็กๆ ชาวอังกฤษได้ฟังเรื่องแบบนี้แล้วตอนกลางคืนจะหลับสบายได้เหรอ

ซาโตมิคุงทำให้ฉันเกิดหวาดๆ ขึ้นมา ระหว่างคิคุโนะจังที่พักอยู่ห้องเดียวกันเข้าห้องอาบน้ำไป ฉันเลยเอาเกลือชำระที่ติดมาด้วยมาสาดไปทั่วห้อง ถ้าพื้นมันสากๆ ก็ขอโทษนะคะ 


ในวันที่ปล่อยอิสระ กลุ่มพวกเรามีกำหนดการไปดูละครเพลงตอนกลางคืนเป็นหลัก แต่ก็ออกแต่เช้าไปชอปปิ้งแล้วก็จิบอาฟเตอร์นูนที มีของที่อยากได้เยอะแยะเลย  คราวนี้จะซื้อรองเท้า Rocking Horse Ballerina  ซักทีได้ไหมน้า แต่จะใส่รองเท้าแบบนั้นออกไปเดินข้างนอกก็น่ากลัวอยู่นะ ฉันตั้งใจว่าจะใส่อยู่บ้านนี่แหละ เอาไงดีน้า จะซื้อดีไหมน้า แต่ก่อนหน้านั้นก็อยากได้พวกอโรม่าแคนเดิล น้ำมันหอม ของกระจุกกระจิกพวกนี้ด้วยแหละ! แล้วก็ต้องซื้อชากลับไปเป็นของฝากเผื่อๆ แจกจ่ายด้วย อยากได้หนังสือนิทานที่มีรูปประกอบสวยๆ ด้วย ซื้อเรื่องอลิซในแดนมหัศจรรย์กับอลิซในแดนกระจกไปฝากมาโอะจังดีกว่า ส่วนยูริคุงเอาเป็นปีเตอร์แพนดีไหมนะ ส่วนยูกิโนะคุงอยากได้หนังสือกลอนมาเธอร์กู๊ซเหมือนกับฉัน แต่จะให้เทวดาน้อยยูกิโนะคุงอ่านเรื่องที่มีฆาตกรออกมากันพรึ่บพรั่บน่ะจะดีเหรอ... อยากซื้อของฝากให้ท่านพี่ผู้โปรดปรานแบรนด์อังกฤษด้วยล่ะ โอ๊ะ เจอกระดุมแขนเสื้อน่ารักๆ แล้ว! ซื้อเนคไทไปด้วยดีไหมนะ!? เฮ้อ จับจ่ายซื้อของเนี่ยสนุกจังน้า 

พวกเราเอาของไปเก็บที่โรงแรมรอบหนึ่งก่อนค่อยออกมาใหม่ พูดถึงอังกฤษก็ต้องเป็นอาฟเตอร์นูนทีสิเนอะ บางร้านยกขนมมาเสิร์ฟบนจานใช่ไหม แต่ฉันเนี่ยยังๆ ก็ต้องขอแบบที่ยกมาเสิร์ฟบนถาดเงินสามชั้น! ต้องถาดสามชั้นนี่แหละถึงจะได้ฟีลเจ้าหญิงสุดๆ ตรงนี้ยังไงก็ยอมอ่อนข้อให้ไม่ได้เด็ดขาด! รูปลักษณ์ก็สำคัญเนอะ  

"สโคนนี่อร่อยจังเลยนะคะ"
"จริงด้วย แยมกับคล็อทครีมเนี่ยอร่อยจังเลย"
"ของต้นตำรับนี่คะ"   

อาหารอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องความไม่อร่อย อาฟเตอร์นูนทีเนี่ยอาจจะสำคัญที่บรรยากาศด้วยก็ได้ ก็เลยรู้สึกอร๊อยอร่อย บรรยากาศเนี่ยสำคัญจริงๆ เลยนะ อย่างสโคนเนี่ยที่ญี่ปุ่นฉันก็ไม่ได้ทานบ่อยๆ ร้อก~ แต่รู้สึกว่าจากวันนี้ไปสโคนบูมทำท่าจะเข้ามาหาฉันเสียแล้ว กลับญี่ปุ่นเมื่อไหร่ไปซื้อสโคนที่ร้านอร่อยๆ มาลองกินดูดีไหมน้า แต่นี่เป็นความลับนะ ความจริงพวกบิสกิตที่ขายในร้านฟาสต์ฟู้ดเนี่ยถูกปากฉันมากกว่าสโคนชั้นดีอีก เมเปิลไซรัปที่ให้มาด้วยไม่เคยพอเลยล่ะนะ 
...แต่แยมกับครีมที่จับคู่กันนี่ช่างเป็นศัตรูตัวร้ายของรอบเอวสาวน้อยจริงๆ แต่ฉันจะหันหลังวิ่งหนีจากศัตรูไม่ได้ เจ้าสโคนเอ๋ย มาประลองกัน!  

"อา~ สนุกจังเลย นิวยอร์กกับลอสแองเจลิสก็ดีอยู่หรอก แต่ยังไงก็ต้องยุโรปน่ะนะ..."
"เน้อ~"
"ฉันก็ชอบยุโรปที่สุดเลยค่ะ" 

ทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของรุเนะจัง นั่นน่ะสิเนอะ จะว่ายังไงก็ตาม ยุโรปเนี่ยมีทั้งปราสาท ตัวเมืองเก่าแก่ มีขนมน่ารักๆ แสนแฟนตาซี เติมเต็มความฝันของสาวน้อยได้สนุกที่สุดเลย 

 "อา ถ้าท่านคาบุรากิและท่านเอ็นโจมาอยู่ตรงนี้ด้วยล่ะก็..." 
 
เซริกะจังถอนหายใจเฮือก ภาพทิวทัศน์อันสมบูรณ์แบบที่เด็กผู้หญิงวาดหวังไว้จะขาดเจ้าชายไปเสียไม่ได้ สำหรับเซริกะจังแล้วดูเหมือนนั่นจะเป็นพวกคาบุรากิ ทั้งคาบุรากิทั้งเอ็นโจต่างก็ดีแต่หน้าตานั้นนี่เนอะ

"ดื่มอาฟเตอร์นูนทีร่วมกับท่านคาบุรากิและท่านเอ็นโจ!"
"แหม ถ้างั้นฉันคงตื่นเต้นจนกลืนอะไรไม่ลงคอแน่เลย!"
"ฉันด้วย! คงกัดแซนด์วิชคำเดียวแล้วอิ่มใจไปเลย"
"เนอะ ท่านเรย์กะ ว่างั้นไหมคะ"

ฉันกำลังสู้รัดฟัดเหวี่ยงกับสโคนที่โปะแยมกับครีมเต็มที่อยู่พอดีตอนมีคนโยนเรื่องมาหา

"เอ๊ะ แหม ก็คงงั้นมั้งคะ" 

ถ้าอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ชอบ กระเพาะก็คงตีบไปโดยอัตโนมัติละมั้งคะ ไม่อยากให้เขาคิดว่าเป็นจอมตะกละนี่เนอะ 
แล้วคิคุโนะจังก็ถามฉันว่า "แต่ท่านเรย์กะก็ใช้เวลาเช่นนี้กับทั้งสองท่านในห้องสโมสรของ Pivoine เสมอเลยใช่ไหมคะ"  

"จริงด้วย ก็ท่านเรย์กะได้เจออยู่ทุกวันเลยนี่คะ น่าอิจฉาเหลือเกิน ทั้งสองท่านตอนอยู่ในห้องสโมสรเป็นอย่างไรบ้างคะ"
"เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ ท่านเรย์กะ" 

ยังไงน่ะเหรอ ก็ดื่มชากินขนมแค่นั้นเองนะ แต่ทุกคนคงไม่ได้คาดหวังเรื่องทำนองนี้หรอกมั้ง ฉันเป็นคนรักเพื่อน เอาเป็นว่าจะช่วยให้แรงมโนฟุ้งขึ้นๆ นะคะ 

"ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษนะคะ ทำนองเดียวกับที่พวกเราทำอยู่ตอนนี้แหละค่ะ ถ้าอารมณ์ดี ท่านคาบุรากิก็จะบรรเลงเปียโน พวกเราจิบชาไปพลางรับฟังการบรรเลงเพลงเหล่านั้นไปด้วย"
"แหม!" 

มิเตอร์ความเคลิบเคลิ้มของพวกเซริกะจังพุ่งทะยาน

"แล้วท่านเอ็นโจล่ะคะ"
"นั่นสินะคะ มักจะยิ้มบางๆ ดื่มชาอย่างเงียบสงบเสียเป็นส่วนมาก ปรกติก็จะพูดคุยเรื่องจิปาถะกับท่านคาบุรากิน่ะค่ะ อย่างที่ทราบกันดี ทั้งสองท่านสนิทสนมกันมาก ในยามที่ท่านคาบุรากิบรรเลงเปียโน ท่านเอ็นโจก็มักจะยืนอยู่เคียงข้างคอยรับชมการบรรเลงเพลง แล้วบางครั้งทั้งสองท่านต่างก็หันหลังชนกันต่างคนต่างอ่านหนังสือของตัวเองไปก็มีนะคะ"
"วิเศษเหลือเกิน...!"
"เป็นโลกของเราสองคนที่ไม่มีใครมาแทรกกลางสินะคะ..."
"ช่างงดงามเหลือเกินค่ะ..."

ที่หันหลังชนกันอ่านหนังสือน่ะแค่ตอนประถมเท่านั้นนะคะ แหม แต่ก็ไม่ได้โกหกใช่ไหมล่ะ
ทุกคนจมไปกับจินตนาการของตัวเองขณะปล่อยสายตาล่องลอยไปในอากาศ ส่วนฉันกลับมาท้าสู้กับสโคนต่อ อย่าเพิ่งเร่งร้อนไป ตัวฉัน จากนี้ไปยังมีการต่อสู้กับเค้กบนชั้นสูงสุดของปราสาทรอคอยอยู่อีกนะ  
"ไม่รู้ว่าตอนนี้ทั้งสองท่านจะทำอะไรอยู่นะคะ..."
"ได้ยินว่าไปดูฟุตบอลนะคะ"
 
โฮ่ สองคนนั้นก็ไปดูฟุตบอลเหมือนกันเรอะ 
 
"ถ้าไปดูบอล คนที่ไปด้วยกันก็คงมีแต่พวกผู้ชาย ค่อยวางใจหน่อย"
"นั่นสิเนอะ ในทริปทัศนศึกษาเนี่ย มีพวกผู้หญิงจ้องจะฉวยโอกาสเข้าใกล้พวกท่านคาบุรากิอยู่ไม่น้อยเลยนะคะ"
"หน้าทนเหลือเกินเนอะ!"
"โดยเฉพาะพวกท่านๆ จากข้างนอกที่จะเฉียดเข้าใกล้ซุยรันสายเลือดบริสุทธิ์อย่างพวกท่านคาบุรากิน่ะ อภัยให้ไม่ได้เป็นอันขาด!"
"นั่นสิเนอะ"
"ต่อไปที่ปารีสจะไปเที่ยวที่ไหนดีล่ะคะ อยากลองเดินเที่ยวเมืองปารีสกับพวกท่านคาบุรากิดูจังเลย"
"คงวิเศษไปเลยนะคะ" 

...แต่คาบุรากิสัญญากับวาคาบะจังไว้ว่าจะไปกินของหวานด้วยกันที่ปารีสกับโรมแล้วน้า~ สลัดพวกสาวๆ ผู้ติดตามให้หลุดก่อนล่ะ คาบุรากิ!
พวกเราทานเค้กจนถึงชั้นบนสุดจนเกลี้ยง แล้วพูดคุยกันถึงเรื่องกำหนดการต่อไป 

"ชอปปิ้งเสร็จแล้วจะไปไหนกันต่อดีล่ะคะ จะพักสบายๆ ตรงนี้ก็ได้นะ"
"นั่นสิเนอะ"

ก็เดินชอปปิ้งจนเหนื่อยนะน้า แต่อุตส่าห์มาทั้งที ก็อยากไปเที่ยวเล่นให้ทั่วๆ ซักหน่อย
 
"นี่ ยังพอมีเวลาจนกว่าละครเพลงจะเริ่ม ไปเที่ยวบริติชมิวเซียมกันไหมคะ" 
 
อายาเมะจังเป็นผู้เสนอเช่นนั้นออกมา บริติชมิวเซียมเหรอ รู้สึกจะเป็นสถานที่ที่วาคาบะจังอยากไปที่สุดในทริปนี้เลยนี่นา ได้เห็นมัมมี่แมวหรือยังนะ

"นั่นสินะ ลองไปกันดูเถอะค่ะ" 

 แม้จะเสียดายที่ต้องอำลาจากอาฟเตอร์นูนทีที่เปี่ยมด้วยความฝันของสาวน้อย  แต่พวกเราก็ลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างอาลัยอาวรณ์ในที่สุดเพื่อไปที่บริติชมิวเซียมกันต่อ 

พอนั่งแท็กซี่ไปถึงบริติชมิวเซียม ก็เจอคนคุ้นๆ หน้าจากซุยรันอยู่ตรงนั้นตรงนี้เป็นระยะ 
ถึงจะมาที่บริติชมิวเซียม พวกเราก็ไม่มีนิทรรศการอะไรที่อยากดูเป็นพิเศษ ก็เลยคุยกันพลางเดินดูตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อยเปื่อย 

"อ้าว นี่ นั่นมัน..."
 
ในทิศทางที่คิคุโนะจังชี้ไป มีวาคาบะจังกับนายตัวสำรองและชายหญิงคนอื่นๆ อีกหลายคนอยู่
วาคาบะจังมาดูพิพิธภัณฑ์กับพวกนายตัวสำรองเหรอเนี่ย วาคาบะจังห้อยกระเป๋าไว้ข้างตัว พลางถ่ายรูปและจดเมโม่อย่างตั้งอกตั้งใจสมกับที่รอคอยมานาน ส่วนนายตัวสำรองที่อยู่ข้างๆ บางทีก็จะชี้ไปทางของที่ตั้งโชว์อยู่พลางส่งเสียงเรียกวาคาบะจัง ส่วนวาคาบะจังก็พยักเพยิดตาม สนิทสนมกันดีจัง 
 
"คุณทาคามิจิกับมิซึซากิคุงดูท่าทางสนิทกันดีจังนะคะ..."
"ก็อยู่สภานักเรียนเหมือนกันนี่คะ..."  

พวกเซริกะจังสังเกตการณ์ทั้งสองคนตาเป๋ง ไม่เอาน่า ทุกคน! ฉันพยายามดึงทุกคนไปกันต่อก่อนที่พวกวาคาบะจังจะหันมาเห็นเสียก่อน
 
"อ๊ะ คุณคิโชวอิน" 
 
พอหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นหัวหน้าห้องกับอิวามุโระคุง มิฮารุจังกับคุณโนโนเสะยืนอยู่ด้วยกันที่หน้าโรเซ็ตต้าสโตน 
 
"แหม ทุกท่านก็มาด้วยหรือคะ" 
 
ไปเดินเที่ยวด้วยกัน 4 คนในช่วงเวลาอิสระในทริปเหรอ หนอย น่าอิจฉาจัง!
 
"อื้อ บริติชมิวเซียมเนี่ยมากี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลยนะ" 

เน้อ ทั้งสี่คนหันไปพยักเพยิดให้แก่กัน สนิทสนมกลมเกลียวกันไปแล้วนะ ความสุขของลูกศิษย์ย่อมเป็นความปลาบปลื้มของผู้เป็นอาจารย์ ก็ปลาบปลื้มอยู่หรอกะ...แต่ก็แอบเจ็บใจนิดๆ อ่ะ วาคาบะจังก็มากับกลุ่มชายหญิง พอลองมองไปในพิพิธภัณฑ์ดีๆ ก็มีเด็กซุยรันที่มากันเป็นกลุ่มชายหญิงทั้งนั้นเลย นั่นสิเนอะ ก็โรงเรียนสหฯ นี่เนอะ แล้วทำไมถึงมีแต่กลุ่มฉันเป็นหญิงล้วนอยู่กลุ่มเดียวยะ!
พอถามดูก็เห็นว่าตอนกลางคืนพวกหัวหน้าห้องก็จะไปดูแฟนธอมออฟดิโอเปร่าเหมือนกัน โฮ่ ก็เป็นเรื่องที่สาวน้อยในห้วงรักอย่างหัวหน้าห้องน่าจะชอบนี่นะ 
 
"แล้วพวกเราสี่คนก็ตั้งใจว่าจะไปล่องเรือเลียบแม่น้ำแซนน์ด้วยกันที่ปารีสน่ะ เนอะ"
"อื้อ"
"ใช่แล้วครับ"
"เห..."
 
ล่องเรือชมแม่น้ำแซนน์ด้วยกันเป็นคู่ๆ... โรแมนติคอะไรจะปานนั้น โคตรอิจฉาอ่ะ... เอ๊อะ ช่างเถอะ ฉันเองก็เคยขึ้นเรือกับท่านพี่มาแล้วนี่นา! ซักวันฉันเองก็จะได้มาขึ้นกับคนรักในอนาคตเหมือนกันแหละ!
 
ฉันมองตามหลังพวกหัวหน้าห้องที่เดินจากไปพลางพึมพำว่า "แม่น้ำแซนน์เหรอ ดีจังน้า..." พวกเซริกะจังมาได้ยินเข้าก็ดูเหมือนจะคิดว่าฉันอยากล่องเรือชมแม่น้ำเฉยๆ ก็เลยบอกว่า "งั้นพวกเราไปนั่งด้วยกันที่ปารีสก็ได้นะคะ!" อื้อ ขอบคุณนะ... 
 

ยังพอมีเวลากว่าละครเพลงจะเริ่ม ก็เลยคิดว่าน่าจะทานอาหารเย็นให้เสร็จไปก่อน แต่ตอนอาฟเตอร์นูนทีฉันก็กินไปเยอะเหมือนกันก็เลยท้องไม่หิวเท่าไหร่ จริงด้วย!
 
"นี่ ทุกท่านคะ ไปทานฟิชแอนด์ชิปส์กันไหมคะ"
 
ฟิชแอนด์ชิปส์เป็นฟาสต์ฟู้ดที่เป็นอาหารพื้นบ้านของอังกฤษ แต่ฉันก็รู้จักแค่ชื่อ เพราะมาเที่ยวอังกฤษทีไรก็มากับครอบครัวตลอด ก็เลยไมมีโอกาสได้ทานอาหารสามัญชนแบบนี้ แต่ก็แอบสนมาตลอดเลยน้า~ ยังไงดีนะ?
  
"ฟิชแอนด์ชิปส์หรือคะ...?" 
 
อ๊ะ แลดูทุกคนทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย

"ค่ะ เห็นว่าเป็นอาหารที่ออกมาในหนังสือบ่อยๆ ฉันนึกสงสัยมานานแล้วล่ะค่ะว่าเป็นอาหารแบบไหนกันน้า" 
"นั่นสินะคะ ฉันเองก็ได้ยินบ่อยๆ แต่ไม่เคยกินเลยนะคะ" 
"ฉันด้วย" 
"ก็น่าสนใจหน่อยๆ นะ..."
"อุตส่าห์มาถึงนี่ ลองไปทานกันดูดีไหมคะ"
"นั่นสิเนอะ!"
"เห็นด้วย!"
 
ไชโย! ได้เก็บประสบการณ์ฟาสต์ฟู้ดที่ลอนดอน!
ไม่มีใครเคยกินมาก่อน ก็เลยไม่รู้ว่าร้านอยู่ที่ไหน แต่ก็พอค้นหาข้อมูลมาได้ ในหนังสือที่ฉันเคยอ่านบอกว่าเป็นอาหารที่ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์นั่งกินในสวนสาธารณะ แต่ร้านที่พวกเราเลือกดูจะเสิร์ฟมาบนจานนะ ทั้งปลาทั้งมันฝรั่งเป็นของโปรดของฉันอยู่แล้ว จะเป็นอาหารแบบไหนกันน้า
 สั่งไปอย่างตื่นเต้นดีใจ แล้วฟิชแอนด์ชิปส์ที่ใฝ่ฝันที่ยกมาเสิร์ฟก็แบบว่า ฟรายด์โพเทโทตู้มๆ! ปลาทอดตู้มๆ! ทั้งจานพูนไปด้วยปลากับมันตามชื่อเปี๊ยบ

"......."

...จะว่าไงดี อยากให้ลงแรงมากกว่านี้อีกนิดนึงนะ จะช่วยหั่นมันฝรั่งให้พอดีคำ หรือช่วยประดับตกแต่งจานให้ออกมาหน้าตาดีกว่านี้นิดไม่ได้หรือไงนะ แล้วปริมาณก็เยอะจัง...
แต่รสชาติอาจจะอร่อยก็ได้นะ! ก็โด่งดังออกจะขนาดนั้นนี่นา! ฉันง่ำเข้าไปคำหนึ่ง ...รสชาติถอดแบบหน้าตามาเป๊ะๆ นี่หรืออาหารประจำชาติ สมเป็นอาหารอังกฤษที่โด่งดังสมคำเล่าลือจริงๆ... อาหารเกรด B ญี่ปุ่นนี่ช่างยิ่งใหญ่ ขอโทษนะคะทุกคน
ฉันหอบหิ้วท้องที่อืดเลี่ยนไปด้วยน้ำมันกลับโรงแรมแล้วแต่งองค์ทรงเครื่องออกมา เอื่อ ทานเยอะไปจนพุงออกมาหน่อยๆ เลย... ก่อนนอนต้องยืดเส้นยืดสายแล้ว 

ในโรงละครมีเด็กซุยรันอยู่เป็นส่วนมาก ก็ผลงานฮิตนี่เน้อ แถมหนำซ้ำพรุ่งนี้ก็จะออกเดินทางไปปารีสที่เป็นต้นตำรับของละครโอเปร่าแล้ว ยังไงก็ต้องดูไว้ล่ะ!
แล้วละครเพลงแฟนธอมออฟดิโอเปร่าที่เริ่มขึ้นก็วิเศษจริงๆ  โรงละครไม่ได้กว้างนัก ทำให้เวทีอยู่ใกล้ ได้อารมณ์ร่วมสุดๆ ฉันโน้มตัวไปข้างหน้าจ้องตาไม่กระพริบ ในฉากที่แชนเดเลียร์ร่วงลงมานั้น ขนาดรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ก็ยังเผลอหลุดปากร้องออกมาว่า "อุเฮี้ยว!' 
 
เอ๋~ อย่าทำแบบนั้นซี่ คริสทีน! อย่าโศกเศร้าไปเลยแฟนธอม~ คุณยังมีฉันอยู่ทั้งคนนะคะ~! ฉันงี้อินสุดๆ แฟนธอม! คุณนี่แหละคือผู้ใหญ่บ้านคานทองสาขาปารีส! ฉันปรบมือรัวๆ ให้จากใจในฐานะผู้ใหญ่บ้านด้วยกัน
แม้จะออกจากโรงละครมาแล้ว ฉันก็ยังรู้สึกเลื่อนลอยราวกับยังอยู่ค้างอยู่ในโลกของละครเพลง ทุกคนก็ยังดำดิ่งอยู่ในโลกนั้นเช่นเดียวกัน ละครเนี่ยดีจริงๆ ด้วยเนอะ! อา อยากร้องเพลงออกมาดังๆ แล้วไง!
ระหว่างทางขากลับ ฉันแอบเห็นมิฮารุจังลูบๆ หลังหัวหน้าห้องที่น้ำตาซึมดวยความสะเทือนใจแรงกล้า 


วันนี้ออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าถึงเย็น เหนื่อยจังเลย~  พอกลับโรงแรม ฉันก็เอาลูกกอล์ฟมากลิ้งๆ ใต้ฝ่าเท้าเป็นการกดจุด เฮ้อ~! ได้ผลจริงๆ! ฉันคงพอจะหนีบบอลไว้ใต้ฝ่าเท้าแล้วลุกขึ้นเดินไปมาได้เลยนะเนี่ย แต่เดินย่องๆ อ่ะนะ กลุกกลุกกลุกกลุก เฮ้อ~ แฟนธอมออฟดิโอเปร่า ดีจังเลยน้า ตอนจบเศร้าจังเลย 
 
ระหว่างที่เซริกะจังเพื่อนร่วมห้องเข้าห้องอาบน้ำไป  ฉันเลยสวมบทบาทเป็นคริสทีน ร้องเพลงล้า~ลา~งึมงาเบาๆ ไปๆ มาๆ ก็ชักติดลมลุกขึ้นมาเต้นประกอบ เสียงก็ชักดังขึ้นๆ โดยไม่รู้ตัว พอรู้ตัวอีกทีฉันก็หมุนซ้ายหมุนขวากระโดดโลดเต้นไปมาพลางร้องเพลงเต็มเสียง แล้วตาก็บังเอิญไปสบกับเซริกะจังที่ออกมาจากห้องน้ำตั้งแต่ไม่รู้เมื่อไหร่เข้าพอดี พวกเราชะงักกึกกันไปทั้งคู่... เห็นเข้าแล้วสินะ!
แต่เซริกะจังนิ่งเงียบหลุบตาลงครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยื่นมือมาทางฉัน 
 

"คริสทีน!"

แฟนธอม!
 เซริกะแฟนธอมสะบัดผ้าเช็ดตัวที่ใช้ต่างผ้าคลุม ชักชวนเทพธิดาแห่งเสียงเพลงอย่างฉันไปสู่ความมืด ค่ะ ฉันยินดีติดตามคุณไปค่ะ! ล้า~หล่า~หล้าล่าลาหล่า~!
พวกเราจับมือกันไว้มั่นพลางขับขานเสียงเพลง ออกเดินทางลึกเข้าไปด้านในโรงละครโอเปร่า 
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
ตอนนี้เกร็ดเพียบเลย แปลเกือบไม่ทัน อ๊ากกกก 
.
.
.
 (*) เป็นความเชื่อแบบ Jinx แบบเด็กๆ ของญี่ปุ่น บางทีพอรถขนศพแล่นผ่านก็จะกำหัวแม่มือซ่อนไว้ เพราะเชื่อว่าเป็นจุดที่อ่อนไหวต่อภูตผีปีศาจที่สุด 

 (**)     London Bridge is falling down,
    Falling down, falling down.
    London Bridge is falling down,
    My fair lady. 
    บ้างก็ว่าเพลงนี้มาจากการนำเด็กห้าคนลงไปเป็นเหยื่อเซ่นสังเวยตอนลงเสาสะพาน แต่เป็นความเชื่อที่ไม่มีหลักฐานยืนยันนะครับ 

 (***) มาจากเรื่องจริงของลิซซี บอร์เดน ผู้ต้องสงสัยว่าฆาตกรรมบิดามารดาตัวเองด้วยขวาน  
    Lizzie Borden took an axe 
    And gave her mother forty whacks. 
    And when she saw what she had done  
    She gave her father forty-one. 


รองเท้า Rocking Horse Ballerina ของ| Vivienne Westwood

อาฟเตอร์นูนที 

ฟิชแอนด์ชิปส์

ส่วนใครสนใจ ลองไปหาบิสกิตของร้าน Texas Fried Chicken ทานกันได้นะ อร่อยกว่าสโคนจริงๆ 

งวดนี้ทำหมายเหตุเหนื่อยกว่าแปลอีก แฮ่ก... 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET