[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 222 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.222 - ตอนที่ 222


222.


เรื่องที่ฉันขึ้นรถขึ้นรถไปกับคาบุรากิด้วยกันสองคนในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นข่าวไปแล้ว
กลายเป็นว่า "ท่านคาบุรากิกับท่านเรย์กะกลับบ้านด้วยกันอีกแล้ว" "ตอนเช้า ท่านคาบุรากิทักท่านเรย์กะด้วยล่ะว่าอย่าลืมสัญญาหลังเลิกเรียนนะ" ต่างๆ นานา
ซวยสุดๆ ต้นเหตุข่าวลือในครั้งนี้มีสาเหตุมาจากคาบุรากิเอง ถ้าหมอนั่นเกิดมาโวยวายฉันจะวีนกลับให้ แต่ข่าวลือความรักที่ไม่มีมูลเนี่ย น่ารำคาญสุดๆ อ่ะ 
 
"ท่านเรย์กะเนี่ย ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะคะ"
"คิดอยู่แล้วละค่ะว่าถ้าเป็นท่านเรย์กะต้องเหมาะสมกับท่านคาบุรากิแน่ๆ"
"นี่ ท่านเรย์กะคะ กรุณาเล่าให้ฟังหน่อยสิคะว่าพูดคุยเรื่องอะไรกับท่านคาบุรากิบ้าง"
"ว้าย อยากฟังจังค่ะ อยากฟัง!" 
 
ตอนพักกลางวัน พวกเซริกะจังทำตาเป็นประกายมาแง้วๆ ขอฟังเรื่องรักๆ จากฉัน  เรื่องอะไรน่ะเหรอคะ โดยมากก็เป็นเรื่องคาบุรากิมาขอคำปรึกษาเรื่องความรักที่แสนจะซื่อบื้อ  และเลคเชอร์เรื่องสามัญชนน่ะค่ะ คาบุรากิน่ะนะ คิดจะจุดดอกไม้ไฟอลังการตอนสารภาพรัก แล้วก็ให้ของขวัญเป็นเครื่องประดับทำเองสลักชื่อย่อของเราสองกับผู้หญิงที่แอบชอบเขาข้างเดียวด้วยน้า~
 
"แค่มีธุระก็เลยนั่งรถคันเดียวกันไปเท่านั้นเองค่ะ ไม่มีอะไรอย่างที่ทุกคนคาดหวังกันหรอกนะคะ"
"เอ๋~ แต่มีพยานเห็นท่านคาบุรากิจับมือท่านเรย์กะไปด้วยนะคะ" 
 
คิดว่าคงเป็นตอนที่ฉันมัวแต่อิดออดโอ้เอ้ เค้าไม่อยากไปอ่า~ แล้วคาบุรากิก็มาจับแขนฉันฉุดกระชากลากถูไปด้วยกันแน่ๆ เลยค่ะ  

"ฉันมัวแต่ชักช้า ท่านคาบุรากิเลยช่วยฉุดเล็กน้อยกระมังคะ แต่ก็แค่เท่านั้นเองค่ะ"
"ได้ยินมาว่าทั้งสองท่านพูดคุยกันท่าทางสนิทสนมเชียวนะคะ"
"คุยเรื่องเรียนกันน่ะค่ะ" 


ให้คำแนะนำเรื่องของขวัญให้วาคาบะจังเป็นตำราเรียนกับหนังสือรวมโจทย์ แล้วก็รับฟังเรื่องเดทที่ห้องสมุดของคาบุรากิน่ะค่ะ
พวกเซริกะจังทำหน้าเบื่อๆ กับคำตอบจืดชืดไร้รสรสชาติของฉัน แต่ฉันทนไม่ได้หรอกนะที่จะต้องตกเป็นข่าวลือไม่มีมูลกับคาบุรากิจนเรื่องรักๆ ของฉันมันยิ่งไกลห่างออกไปทุกทีน่ะ ฉันยังมีความหวังแผ่วบางอยู่ว่าในโรงเรียนนี้อาจจะยังพอมีผู้ชายที่แอบชอบฉันอยู่ซักคนก็ได้นะคะ นี่ก็ปล่อยหนังสือบทกวีลางร้ายนั่นไปได้แล้ว จากนี้ไปดวงความรักของฉันต้องพุ่งทะยานแน่ๆ 
 
"คุณคิโชวอิน รวบรวมกำหนดการวันท่องเที่ยวอิสระในทริปทัศนศึกษาของพวกผู้ชายมาให้แล้วนะ" 
 
ซาโตมิคุงชูกระดาษในมือขึ้นเดินมาหาฉัน ส่วนทางฉันไปรวบรวมของฝั่งอยู่หญิงมาเรียบร้อยแล้ว 
 
"งั้นเอาไปส่งกันไหมคะ"
"ให้ผมเอาไปส่งคนเดียวก็ได้นะ"  

ซาโตมิคุงเสนอเช่นนั้นอย่างเกรงใจ สงสัยจะเห็นฉันคุยกับพวกเซริกะจังอยู่ 
 
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไปด้วยดีกว่า" 
 
เอาใบตารางกิจกรรมในช่วงเวลาอิสระในทริปทัศนศึกษาที่ใกล้เข้ามาทุกทีไปส่งให้สภานักเรียน ทุกคนไปที่คล้ายๆ กันหมดเลยเนอะ  
พวกเซริกะจังโบกมือส่งฉันกับซาโตมิคุง พวกเราออกจากห้องเรียนไป  

"วันท่องเที่ยวอิสระ พวกคุณคิโชวอินจะไปไหนเหรอ"
"พวกเรามีกำหนดการจะไปดูละครเพลงค่ะ"
"เห รู้สึกมีคนจะไปดูละครเพลงเยอะเหมือนกันนะ จะไปดูเรื่องอะไรเหรอ"
"แฟนธอมออฟดิโอเปร่าค่ะ"
"อ้อ~ เรื่องที่มีแชนเดเลียร์ร่วงโครมลงมาน่ะเหรอ"
"ค่ะ แล้วพวกซาโตมิคุงล่ะคะ"
"พวกผมจะไปดูฟุตบอลน่ะ" 

แบบนี้นี่เอง พวกผู้ชายไปทางนั้นกันสินะ ก็ไปยุโรปนี่นา พวกเคมาริไดนากงก็คงไปด้วยแหงๆ 

"แต่แม่ฝากซื้อของด้วยนี่สิ วุ่นวายชะมัดเลย"
"แหม"
"แม่ฝากลิสต์ซื้อของมาให้แล้ว แต่ผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน ก็เลยกะว่าจะตามพวกผู้หญิงที่ไปซื้อของแบรนด์นั้น แล้วให้เขาช่วยดูให้น่ะ" 

มีกำหนดการไปเที่ยวกับพวกผู้หญิงในชั่วโมงอิสระแล้วเหรอ...! ตาซาโตมิ น่าอิจฉาจังนะยะ นี่แหละทริปทัศนศึกษาที่ฉันใฝ่ฝันล่ะ คุณโมริยามะก็บอกว่าตัวเองตกลงคบหากับเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันจากการไปเดินดูวัดด้วยกัน ไปไหว้พระด้วยกัน ไปกินดังโกะด้วยกันในทริปทัศนศึกษานี่นา แต่กลุ่มฉันตอนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีหนุ่มมาทักเลยแม้แต่คนเดียว เหงาจัง ที่นี่มันโรงเรียนสหศึกษานะ รอบข้างฉันมีแต่พวกผู้หญิงที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นประถม ทั้งที่ไม่เคยมีกฎให้หญิงชายแยกที่นั่งห้ามปะปนกันตั้งแต่เจ็ดขวบไปแท้ๆ  

"ว่าแต่คุณคิโชวอิน รู้เรื่องวิญญาณที่ลอนดอนทาวเวอร์หรือเปล่า"
"มันน่ากลัวนะคะ หยุดเถอะค่ะ" 

พอคุยเรื่องผีแล้วผีมันจะมาหาจริงๆ นะ! 
 
"เอ๋~ มันน่าตื่นเต้นดีออกนะ ได้ยินว่าอย่างวิญญาณของแอนน์โบลีนก็มีทั้งเวอร์ชั่นมีหัวกับไม่มีหัวด้วย"
"ไม่ตื่นเต้นเลยค่ะ ขอเปลี่ยนเรื่องนะคะ ซาโตมิคุงโยนเหรียญที่น้ำพุเทรวี่กี่เหรียญคะ"
 

ซาโตมิคุงคงเป็นพวกอยากไปดูเพดานเลือดที่เกียวโตแหงๆ เลย  เหย~ มันน่ากลัวอ่า สันหลังฉันนี่ลุกวาบๆ เลย! มาคุยเรื่องสนุกๆ กันเห้อ~
พวกเราเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ว่าอยากไปที่ไหน อยากกินอะไรบ้างไปจนถึงห้องสภานักเรียน   

"เอากำหนดการมาส่งค่ะ"
"ขอบคุณครับ"  

ในห้องสภานักเรียนมีนายตัวสำรอง วาคาบะจังและนักเรียนชายชั้นม.5 อยู่ ทั้งที่เป็นพักกลางวันแต่กรรมการนักเรียนต้องผลัดกันเป็นเวรมานั่งเฝ้าห้องเนี่ยลำบากเนอะ  

"มิซึซากิ ตั้งใจทำงานอยู่หรือเปล่า~"
"ก็นะ นายนั่นแหละ ตั้งใจทำงานกรรมการห้องหรือเปล่าเถอะ"
"ก็ทำอยู่นา ขนาดพักกลางวันแบบนี้ยังอุตส่าห์มาถึงนี่เลยนะ ชมเชยให้มากกว่านี้หน่อยซี่"
"พูดอะไรของนายน่ะ" 

รู้สึกว่าซาโตมิคุงจะเป็นเพื่อนกับนายตัวสำรองด้วย ก็เลยมีแซวกันไปมา  ซาโตมิคุงเนี่ยเป็นคนอัธยาศัยดี ก็เลยเพื่อนเยอะทั้งชายหญิงเลยเนอะ  

"อ้าว คุกกี้นี่อะไรเนี่ย" 

บนโต๊ะประธานมีคุกกี้ใส่ถุงโปร่งใสวางอยู่  

"ของฝากจากทาคามิจิ"
"ของคุณทาคามิจิ?"
 
คุกกี้ทำเองฝีมือวาคาบะจังเหรอ!? 
 
"เมื่อวานพอดีอบคุกกี้ที่บ้าน ก็เลยเอาติดมากะว่าจะมาทานด้วยกันกับทุกคนน่ะ~" 
 
วาคาบะจังตอบอย่างยิ้มแย้ม

"เห งั้นเหรอ งั้นขอผมซักชิ้นนะ เป็นค่าปิดปากที่กินขนมกันในห้องสภานักเรียนไง"
"อะฮะฮะ เชิญเลย~"  

ซาโตมิคุงกัดเข้าไปคำหนึ่งแล้วเอ่ยปากชมว่า "อร่อยนี่ คุณทาคามิจิ ทำขนมเก่งจังเลยนะ" ก็ลูกสาวร้านเค้กนี่คะ  

"คุณคิโชวอิน ถ้าไม่รังเกียจก็เชิญเลยนะคะ"  

วาคาบะจังเชื้อเชิญให้ฉันทานคุกกี้อย่างแจ่มใส ฉันเลยไม่เกรงใจ ตอบรับว่า "ขอบคุณค่ะ ขอทานเลยนะคะ" เป็นช็อกโกแลตคุกกี้ ในความหวานเจือความขมเบาๆ อร่อยจังเลย สมเป็นวาคาบะจัง ครั้งหน้าขอให้สอนวิธีทำคุกกี้นี่ให้ด้วยดีกว่า 
แต่ดูเหมือนพวกนายตัวสำรองจะทำหน้าแปลกใจหน่อยๆ ที่เห็นฉันกินคุกกี้ทำมือของวาคาบะจังตามปกติ อ๊ะ จริงด้วย พวกคนอื่นๆ ไม่รู้นี่นาว่าฉันโดนวาคาบะจังกุมกระเพาะไปเรียบร้อยแล้ว  
 
"ขอบคุณนะคะ อร่อยมากเลยค่ะ" 
 
ความจริงอยากขอกินอีกชิ้น แต่อย่าดีกว่า

จากนั้นพวกเราก็รับฟังข้อควรระวังในการปฎิบัติตัวในช่วงเวลาอิสระ แล้วก็ออกจากห้องสภานักเรียนไป 
อื~ม ดูท่าทางแบบนั้น วาคาบะจังคงไม่ได้เอาขนมทำเองมาฝากสภานักเรียนวันนี้เป็นหนแรกแน่นอน ถ้าคาบุรากิรู้คงเจ็บใจแน่เลยน้า~ ตอนนี้ทางนายตัวสำรองมีเวลาที่ได้อยู่กับวาคาบะจังมากกว่าได้เปรียบกว่าเยอะเลย จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้หรือเปล่านะ คาบุรากิ!?  

 

คืนนั้น ฉันโทรไปหาวาคาบะจังเป็นการขอบคุณคุกกี้ในวันนี้ด้วย  

"คุกกี้นั่นกรอบร่วนอร่อยมากเลย ไว้ไปขอให้สอนให้อีกได้ไหมคะ"
"แน่อยู่แล้ว มาได้ทุกเวลาเลย เทปปันยากิครั้งก่อนก็สนุกเนอะ เนื้อที่คุณคิโชวอินเอามาฝากอร่อยมากๆ เลยล่ะ!"
"หึหึ นั่นสิเนอะ" 

วันนั้นก็สนุกจริงๆ เนอะ วันนั้นฉันรีแลกซ์สุดๆ ขนาดเผลอหลุดเรียกชื่อวาคาบะจังตรงๆ ไปตั้งหลายรอบ 

"เอาของฝากไปที่โรงเรียนบ่อยๆ เหรอ"
"บางทีน่ะ อย่างเวลางานสภานักเรียนยุ่งๆ อาจจะต้องออกจากโรงเรียนช้า กะว่าพอทุกคนเริ่มท้องหิวก็จะเอาออกมากินด้วยกัน" 

พอไปห้องสภานักเรียน ก็เห็นรุ่นพี่โทโมเอะทานขนมอยู่บ่อยๆ เลยนี่นา คิดถึงจังเลย อยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอนก็ท้องหิวงี้แหละเนอะ  

"อภิสิทธิ์ของสภานักเรียนนี่คะ"
"อะฮะฮะ อ๊ะ จริงด้วย คู่มือที่ได้คุณคิโชวอินช่วยออกไอเดียเมื่อตอนนั้นน่ะเสร็จแล้วนะ"
"เห! เป็นไงบ้าง"
"อื้อ รู้สึกว่าจะเป็นประโยชน์กับเด็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่มากเลยนะ เห็นว่ามีเรื่องที่ไม่รู้ไม่เข้าใจเต็มไปหมดเลย"
"เหรอ งั้นก็ดีแล้วล่ะ"
"เรื่องห้ามเอาข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อเข้ามาน่ะ มีเด็กที่เผลอทำไปแล้วด้วยนะ ก็ที่โรงเรียนอื่นมันเป็นเรื่องปกตินี่นา"
"นั่นสินะ" 

ในโรงเรียนมัธยมปลายที่ฉันไปเรียนในชาติก่อน ก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ เหมือนกันนะ 
 
"พวกนักเรียนซุยรันเนี่ย จะไม่เคยทานข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อมาก่อนเลยหรือเปล่าน้า"
"อื~ม ยังไงกันน้า" 
 
อย่างน้อยพวกนักเรียนลูกหม้อนี่คงไม่เคยละมั้ง แต่ฉันแว้บไปซื้อข้าวปั้นบ่อยๆ นะ ข้าวปั้นเนี่ยมีให้เลือกหลายแบบก็จริง แต่ก็มักจะหยิบแซลมอนติดมือมาเสมอๆ เลยน้า~ 
 
"อ๊ะ แต่ว่านะ ก่อนหน้านี้ไปร้านฟาสต์ฟู้ดกับคาบุรากิคุงมาด้วยล่ะ"
 
โอ๊ะ! เรื่องนั้นมัน!?
 
"แหม ไปกับท่านคาบุรากิน่ะเหรอคะ"
"ใช่แล้วล่ะ เราไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดด้วยกัน ตอนพักก็เดินออกมาข้างนอก แต่แถวนั้นไม่มีร้านแบบที่คาบุรากิคุงน่าจะเข้าเลย กำลังลำบากใจอยู่พอดี แล้วคาบุรากิก็เสนอออกมาเองว่า 'ร้านนี้ไหม?' แล้วก็เดินดุ่มๆ เข้าร้านฟาสต์ฟู้ดไปเลย ฉันตกใจหมดล่า~ คิดว่าคนระดับ Pivoine จะไม่มีวันเข้าร้านแบบนั้นเสียอีก"  

อื้อ คิดถูกแล้วล่ะ คาบุรากิเพิ่งเปิดซิงกับร้านฟาสต์ฟู้ดไปไม่นานนี้เองค่ะ
 
"รู้สึกว่าจะไปบ่อยพอสมควรเลยนะ ปกติเหมือนจะกินแฮมเบอเกอร์ เพิ่งจะเคยสั่งเมนูประจำฤดูกาลเป็นหนแรก"
"เห~"
"คิดว่าเวลาไปทานอาหารข้างนอก คาบุรากิคุงจะไปแต่ร้านมิชลินสามดาวเสียอีก ไม่นึกเลยนะว่าเข้าร้านฟาสต์ฟู้ดด้วย ตกใจหมดเลยล่ะ เห็นบอกว่าหมั่นเข้าร้านแบบนี้เพื่อจะให้มองสังคมให้กว้างเข้าไว้น่ะ"
 
อ๊ะ ประโยคนั้นแอบลอก "เพื่อการเรียนรู้" ของฉันมาใช่มะ คาบุรากิเอ๊ย 
 
"ที่ผ่านมา ถึงจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นปีที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ก็เหมือนเป็นคนระดับเหนือเมฆหรือไงดี แบบว่าเป็นคนที่อยู่กันคนละโลกน่ะ แต่ก็มีจุดที่ธรรมดาๆ เกินคาดเหมือนกันนะ รู้สึกค่อยใกล้ตัวขึ้นมาหน่อย"
"งั้นเหรอคะ" 
 
โอ้ แสดงว่ายุทธการสร้างความใกล้ชิดประสบความสำเร็จล่ะสิ ทำได้ดีมาก ตัวฉัน แนะนำได้เยี่ยม! 
 
"แล้วก็นะ เมื่อกี้คาบุรากิคุงโทรมา คุยกันเรื่องทริปทัศนศึกษาน่ะ พอฉันบอกไปว่าอยากไปร้านของหวานชื่อดัง เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะพาไปเอง สุดท้ายก็เลยตกลงว่าจะไปด้วยกันน่ะ คุณคิโชวอินคิดว่าไง...?"
"หา!?"
 
คาบุรากิ!!?! ตานี่ทำอะไรอีกแล้วเนี่ย!? ฉันบอกให้ลองชวนคุยเรื่องทริปทัศนศึกษาค้นหาความชอบของวาคาบะจัง แต่ไม่ได้บอกให้นายเอาตัวไปแทรกในช่วงเวลาอิสระระหว่างทริปนะยะ!  

"เรื่องนั้น... ถ้าทางคุณทาคามิจิมีกำหนดการอยู่ก่อนแล้ว เห็นว่าเป็นการรบกวน จะปฎิเสธไปก็ได้นะคะ"

ตาบ้าเอ๊ย ตาบ้าเอ๊ย... ถ้าโดนเขารำคาญเอาไม่รู้ด้วยนะ  

"อื๋อ ไม่เป็นการรบกวนเลยล่ะ ดีใจอีกต่างหาก"
"เอ๋!?" 
 
เกินคาดแฮะ! ก็วาคาบะจังน่าจะมีนัดกับเพื่อนๆ นี่นา
 
"แต่ว่า แล้วเพื่อนๆ ของคุณทาคามิจิล่ะคะ"
"คือว่านะ เพื่อนๆ คนอื่นอยากไปชอปปิ้งในชั่วโมงอิสระ แต่ฉันไม่ค่อยสนใจพวกแบรนด์เนมเท่าไหร่ ก็เลยตั้งใจว่าอยากจะลองไปร้านขนมหวานชื่อดังที่ใฝ่ฝัน ตอนแรกก็กะว่าจะไปคนเดียวเหมือนกัน แต่ยังไงก็เพิ่งไปต่างประเทศหนแรก ออกเไปเดินคนเดียวก็ยังกลัวๆ อยู่ใช่ม้า ไม่ค่อยรู้เรื่องระบบทิปด้วยล่ะ..."
"นั่นสินะ"
"พอเล่าเรื่องนี้ให้คาบุรากิคุงฟัง เขาก็เลยบอกว่าจะพาไปเอง แต่ว่านะ คาบุรากิคุงอุตสาห์ออกปากแบบนั้นก็จริง แต่จะให้คาบุรากิใช้เวลาในชั่วโมงอิสระไปกับการเดินหาร้านขนมหวานกับฉันก็คงไม่ดีใช่ไหม คาบุรากิคุงเองก็น่าจะมีที่ที่อยากไปเหมือนกันนี่นา..." 
 
ที่ที่คาบุรากิอยากไปน่ะเหรอ จะมีสถานที่ที่เจ้าศิษย์โง่นั่นอยากไปมากกว่าได้ใช้เวลากับวาคาบะจังได้ยังไง๊  

"...ก็ไม่แน่นะคะ ท่านคาบุรากิเองก็ไปยุโรปมาหลายรอบแล้ว ป่านนี้แล้วคงไม่มีที่ไหนอยากไปเป็นพิเศษในทริปทัศนศึกษานี่หรอกค่ะ"
"จริงเหรอ?"
"ค่ะ แล้วท่านคาบุรากิก็โปรดปรานของหวานอยู่แล้ว ตัวเองก็น่าจะรู้สึกสนุกไปด้วยนะคะ"
"งั้นเหรอ งั้นขอรับความหวังดีไว้ได้ไหมนะ...? คือว่านะ คาบุรากิคุงบอกว่ามีร้าน Dolce ที่แนะนำในโรม พอได้ฟังแล้วก็อยากไปสุดๆ เลยล่ะ!"
"เอ๋ Dolce...!?" 

จู่ๆ ศัพท์คำนั้นก็หลุดมาจากปากตัวเอกเรื่อง "เธอคือ Dolce ของผม" (Kimi wa boku no dolce) หัวใจฉันเลยกระชากแบบไม่ทันตั้งตัว แทบจะทำโทรศัพท์มือถือพลัดร่วงจากมือ 
ชื่อการ์ตูนมาจากการที่จักรพรรดิผู้โปรดปรานของหวานเปรียบเทียบผู้หญิงที่ตัวเองชอบเป็น Dolce 
จักรพรรดิคนนั้นชวนวาคาบะจังไปกิน Dolce ด้วยกันแล้ว หรือว่า Dolce สื่อรักจะบันดาลให้สมหวังทันตาเห็น!? อุเฮี้ยว! อะไรก็ไม่รู้ล่ะแต่ตื่นเต้นจังเลย~! 
 
"ถ้าวาคาบะจังอยากไปก็ไปเล้ย! Dolce เนี่ยมันดีเนอะ Dolce เนี่ย!" 
"อะ อื้อ ขอบคุณนะ..."  

พอวางโทรศัพท์ไปด้วยความรู้สึกคึกคักแปลกๆ คาบุรากิก็ส่งเมล์เบิกบานมาว่า "ตกลงจะไปเที่ยวด้วยกันในชั่วโมงอิสระที่ปารีสกับโรม!" ฉันเลยตอบกลับไปว่า "ขอให้โชคดี!" 
ซักวันจะพูดกับวาคาบะจังว่า "เธอคือ Dolce ของผม" ตามชื่อการ์ตูนหรือเปล่านะ!? นี่ จะพูดจริงๆ หรือเปล่าน่ะ?! คาบุรากิ!!

หลับไปคืนหนึ่ง พอตื่นมาสติสัมปชัญญะกลับเข้าที่เดิม  ฉันก็ส่งเมล์มอบคำแนะนำอย่างเยือกเย็นไปให้ว่า "อย่าทำอะไรให้โดดเด่นสะดุดตา อย่าให้ใครในซุยรันเห็น อย่ารั้งเขาเอาไว้นาน" 

ขอให้ทริปทัศนศึกษาสนุกสนานเถอะนะ

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
Dolce มาจากภาษาอิตาเลียน แปลว่า ของหวาน ความนุ่มนวล หวานใจ อะไรเทือกๆ นั้น ถ้าเทียบเป็นนิยายจีน อาจจะตั้งชื่อว่า 'มธุรสหวานล้ำ' ก็เป็นได้ //ยิ้มมุมปาก// ญี่ปุ่นเอามาใช้ทับศัพท์ว่า ドルチェ หมายถึงขนมฝรั่งหวานๆ ทั้งหลายแหล่

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET