[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 221 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.221 - ตอนที่ 221


221.

 

วันจันทร์หลังสุดสัปดาห์ พอมาโรงเรียนก็บังเอิญเจอกับคาบุรากิที่บันไดขึ้นลง หมอนั่นกระซิบย้ำมาด้วยเสียงสดใสกว่าปกติเล็กน้อยว่า "อย่าลืมสัญญาหลังเลิกเรียนเชียวนะ"
อา ค่าค่า เมื่อวานไปเดทกับวาคาบะจังที่ห้องสมุดมาใช่ไหมล่า
เมื่อวานคาบุรากิเมล์มาว่า "วันนี้ไปห้องสมุดมาแล้ว เดี๋ยวจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนเจอกันที่ห้องประชุมเล็กที่เดิม" เห็นทีแบบนี้จะไปได้สวยกว่าครั้งก่อนละสิท่า เข้าใจง่ายจริงจริ๊ง... 
 
"มาช้านะ คิโชวอิน!" 
 
พอไปถึงห้องประชุมเล็กหลังเลิกเรียน คาบุรากิก็ออกมารับฉันด้วยสีหน้าปิดบังความยินดีไม่มิด  คงอยากโม้สุดๆ ฉุดไม่อยู่แล้วใช่มะ 
ทันทีที่ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ คาบุรากิก็โน้มตัวมาข้างหน้าเปิดฉากเล่าทันที
 
"ครั้งนี้ ฉันเรียนรู้จากประสบการณ์ในครั้งก่อน เลยเลือกไปที่ห้องสมุดที่อยู่ใกล้บ้านทาคามิจิ จะได้ไม่ไปเจอมิซึซากิโดยบังเอิญอีก"
"เห~"
"แล้วพวกเราก็ดูหนังสือกันสองคนโดยไม่มีใครมาขัดจังหวะ แต่ที่นั่นไม่มีคาเฟ่เหมือนกับห้องสมุดที่ไปครั้งก่อน พอจะพักหายใจชั่วครู่พวกเราก็เลยออกมาข้างนอก"
"โฮ่~"
"แต่ใกล้ๆ นั้นไม่มีร้านดีๆ อยู่เลย มีแต่ร้านฟาสต์ฟู้ดเท่านั้น"
"เห~"  
"ฉันก็เลยเป็นฝ่ายชวนว่ากินข้าวกันที่นี่ดีไหม ทาคามิจิก็ทำท่าตกใจไปเหมือนกัน แต่ฉันเป็นชายผู้ผ่านด่านฟาสต์ฟู้ดมาเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าร้านไปโดยไม่มีการลังเล แน่นอนว่าที่สั่งก็เป็นเซ็ทเมนู คราวนี้สั่งเมนูพิเศษเฉพาะฤดูกาลด้วยนะ รู้หรือเปล่า คิโชวอิน ที่ร้านฟาสต์ฟู้ดน่ะมีเมนูพิเศษขายเฉพาะช่วงด้วยนะ"  
 
รู้สิยะ ร้านที่ไปครั้งก่อนก็มีนะ
 
"แน่นอนว่าขอซอสมะเขือเทศมาด้วย มิหนำซ้ำ ทาคามิจิยังลืมที่จะขอซอสมะเขือเทศกับพนักงาน ฉันเลยเสนอซอสมะเขือเทศของฉันให้แบ่งกันกิน" 
 
ตรงนี้มุมปากของคาบุรากิยกขึ้นอย่างอดไว้ไม่อยู่
 
"ฉันน่ะใจกว้างผิดกับเธอ ไม่คิดจะหวงไว้กินคนเดียวหรอก ทาคามิจิบอกว่า ขอบคุณค่ะ มีแค่กล่องเดียวต้องกินถนอมๆ เนอะ ฉันก็ว่า นั่นสิเนอะ แล้วเราสองคนก็แบ่งซอสมะเขือเทศกันจิ้มกินทีละหน่อย..." 
 
ยิ้มไม่หุบเชียวนะ คาบุรากิ
 
"พอได้ซอสมะเขือเทศที่เป็นออพชั่นมาด้วย ทาคามิจิดูเหมือนจะคิดว่าฉันเคยชินกับฟาสต์ฟู้ด ทักว่าคนระดับคาบุรากิคุงก็เข้าร้านแบบนี้ด้วยนะเนี่ย~ ฉันก็เลยตอบไปว่านานๆ ที ความจริงแล้วก็ครั้งที่สองเองน่ะนะ แต่ก็กลมกลืนเข้ากับสถานที่แล้ว บทสนทนาหลังจากนั้นก็ครื้นเครงกว่าปกติด้วยนะ ในห้องสมุดคุยกันไม่ได้ เราก็เลยคุยกันเรื่องบทเรียนที่ไม่เข้าใจ หรือไม่ก็เรื่องคลาสในซุยรัน คุยกันสนุกมาก พอรู้สึกตัวอีกทีก็นั่งอยู่ในร้านชั่วโมงกว่าแล้ว พอกลับมาที่ห้องสมุด ทาคามิก็หัวเราะๆ ว่าคุยกันเพลินเลยเนอะ แล้วก็ให้ลูกอมมาด้วย ทั้งที่เป็นรสมินต์แท้ๆ แต่กลับหวานฉ่ำ..."
"โฮ่~" 
 
คือจะบอกว่าได้ลูกอมจากสาวที่ชอบก็เลยรู้สึกว่ารสมันหวานใช่มะ นายยื่นเท้าข้างหนึ่งเข้ามาในเขตแดนสมาพันธ์สาวน้อยแล้วนะ  

"เฮ้ย คิโชวอิน! ตั้งใจฟังอยู่หรือเปล่า ตอบเออออขอไปทีมาซักพักแล้วนะ!"
"ฟังอยู่สิคะ" 
 
เรื่องราวแห่งความสำเร็จในการไปเดทกับวาคาบะจังที่ห้องสมุดใช่ไหมล่ะคะ ก็ดีแล้วนี่เจ้าคะ~ 
 
"ฉันว่าการไปฟาสต์ฟู้ดนี่ได้แต้มสูงทีเดียวนะ ทาคามิจิก็หัวเราะบ่อยๆ ด้วย"
"อยู่ในพื้นที่ที่คุ้นเคยตามปกติ ก็เลยรีแลกซ์ได้ละมั้งคะ แล้วก็รู้สึกใกล้ชิดที่ท่านคาบุรากิเองก็เข้าๆ ออกๆ ร้านที่ตัวเองเคยไปด้วย"
"นั่นสินะ ฉันเองก็คิดแบบนั้น"

คาบุรากิพยักหน้าหนักๆ
 
"ก็ดีแล้วนี่คะ จากนี้ไปก็ขอให้เพียรพยายามต่อไป งั้นเรื่องนี้ก็จบลงตรงนี้นะคะ"
 
เดี๋ยวโผล่หน้าไปห้องสโมสรเสียหน่อยแล้วไปชมรมงานฝีมือดีกว่า ในฐานะหัวหน้าชมรมนี่ต้องหมั่นสานสัมพันธ์กับสมาชิกหน้าใหม่ไว้หน่อยล่ะ
 
"พูดอะไรของเธอ ประเด็นอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก"
"เอ๋"
"ครั้งนี้ ระยะห่างระหว่างเราสองกระชับสั้นลงจากการที่ฉันปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของทาคามิจิ ดังนั้น ฉันจึงตั้งใจว่าจากนี้ไปก็จะขอเรียนรู้วิถีสามัญชนต่อไปเรื่อยๆ ต่อไปเป็นแฟมิเรส"
 
เอื่อ สังหรณ์ใจไม่ดีสุดๆ... คาบุรากิลุกพรวดขึ้นประกาศก้อง
 
"เอ้า คิโชวอิน! ไปแฟมิเรสกันเลย!"
 
ว่าแล้วเชียว---!

 

แม้จะพยายามประท้วงว่ามีธุระก็ไร้ผล ฉันโดนคาบุรากิที่กระตือรือร้นสุดๆ ลากตัวไปยังร้านแฟมิเรสที่อยู่ห่างไกลซุยรันออกไปจนได้
 
"แฟมิเรสก็ไม่ต่างจากร้านธรรมดาๆ หรอกค่ะ ไม่เห็นจำเป็นต้องทดลองไปก่อนเลย..."
"เอ้า อย่าพูดแบบนั้นน่า เธอเป็นเสนาธิการของฉันไม่ใช่เรอะ"
"ฉันจำไม่ได้เลยนะคะว่าเคยเข้ารับตำแหน่งพิลึกพิลั่นแบบนั้นด้วย"
 
นายกับฉันมีความสัมพันธ์ฉันท์ศิษย์อาจารย์กันนะยะ! ให้เป็นเสนาธิการกองทัพรักของคาบุรากิเนี่ยไม่ขำแน่ๆ อ่ะ
คาบุรากิที่ไม่รู้จักฟังใครพูดจ้องมองแผ่นเมนูไม่วางตา ฟังหน่อยสิเฮ้ย
 
ฉันสั่งโดเรีย ส่วนคาบุรากิสั่งเสต็กเซ็ทเมนู คาบุรากิดูท่าทางกระเหี้ยนกระหือรืออยากใช้คำว่า 'เซ็ทเมนู' ที่เพิ่งจำได้จนทนไม่ไหว พอบอกว่าดริงค์บาร์ต้องไปกดเอาเองก็ตกอกตกใจ แล้วก็ดูท่าทางตื่นตาตื่นใจกับหัวกดเครื่องดื่มสุดๆ  ไปเอาเครื่องดื่มมาทีละอย่าง! เป็นเด็กหรือไง! 
พอกลับมาที่โต๊ะได้ซักพัก อาหารก็ยกมาเสิร์ฟ ฉันละชอบโดเรียที่สุดเลย มาร้อนจี๋เชียว แรกๆ ต้องตักกินทีละนิดจะได้ไม่ลวกปาก

"...ตอนกินแฮมเบอเกอร์ที่ร้านฟาสต์ฟู้ดก็คิดอยู่เหมือนกัน เนื้อนี่มันต่างกับเนื้อที่ฉันรู้จักนะ"

พอเสต็กเข้าปากไปได้คำหนึ่ง คาบุรากิก็พึมพำ ก็คงงั้นแหละ เนื้อที่คาบุรากิกินเป็นประจำมีแต่เนื้อวากิวชั้นสูงสุดประเภทที่สืบสายตระกูลย้อนหลังกลับไป ได้รางวัลในงานประกวดทั้งนั้นเลยนี่นา

"เนื้อก็มีหลายประเภทนะคะ"
"งั้นหรือ..."
 
คาบุรากิไม่พูดอะไรต่อ นั่งกินไปเงียบๆ

"จะว่าไป ทาคามิจิเล่าให้ฟังว่าเปิดหนังสือเรียนอ่านทั้งในรถไฟขาไปขากลับทุกวัน แต่รถไฟน่ะมันแน่นใช่ไหม อ่านหนังสือในสภาพอึดอัดแบบนั้นคงลำบาก ฉันเลยคิดๆ อยู่ว่าจะส่งรถไปรับไปส่งทุกวัน"
"อย่าเชียวนะคะ"
 
ตาบ้านี่คิดจะทำอะไรไม่เข้าเรื่องอีกล่ะ...

"ทำไมล่ะ ฉันหวังดีกับทาคามิจินะ" 

เพื่อวาคาบะจังตรงไหนยะ ใจจริงก็แค่อยากนั่งรถไปกลับโรงเรียนกับวาคาบะจังใช่ไหมล่ะ 

"เธอเองก็มีจังหวะการใช้ชีวิตของเธออยู่นะคะ สำหรับคุณทาคามิจิแล้ว อ่านหนังสือในรถไฟอาจจะมีสมาธิดีกว่าก็ได้ ในโลกนี้ก็มีคนที่ตั้งสมาธิกับการท่องหนังสือได้ดีกว่าเวลาโดยสารยานพาหนะด้วยนะคะ สิ่งที่ท่านคาบุรากิคิดจะทำอาจกลายเป็นการรบกวนก็ได้" 
"...ท่องหนังสือในรถก็ได้นี่นา"
"อุตส่าห์มารับถึงบ้าน ที่นั่งข้างๆ เป็นท่านคาบุรากิ จะให้ไม่พูดคุยอะไรเลยจมอยู่ในหนังสือเรียนคนเดียวเนี่ยเป็นไปได้เหรอคะ ท่านคาบุรากิเคยไปรับคุณทาคามิจจิขึ้นรถมาโรงเรียนหลายครั้งแล้วใช่ไหมคะ เคยเห็นเธอเปิดหนังสือหรือตำราอ่านบ้างไหม"
"ไม่นะ..."
"ใช่ไหมล่ะคะ ปกติก็ทำอะไรเสียมารยาทแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าเจ้าตัวเขาบอกเองว่าขึ้นรถไฟมาโรงเรียนลำบากก็ว่าไปอย่าง ถ้าเขาไม่ได้พูดก็อย่าทำอะไรไม่เข้าเรื่องเลยค่ะ เข้าใจแล้วนะคะ"
"เข้าใจแล้ว..."
 
คาบุรากิพยักหน้ารับอึนๆ ไม่เห็นต้องทำหน้าสลดหดหู่โจ่งแจ้งขนาดนั้นเลยนี่... ตานี่ดีแต่คิดอะไรไม่เป็นสัปปะรดจริงๆ 
 
"งั้นปัญหาต่อไป ฉันอยากไปที่อื่นที่ไม่ใช่ห้องสมุดกับทาคามิจิบ้าง คิดว่าไปที่ไหนดี"
"นั่นสินะคะ ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของอีกฝ่ายด้วย ถ้าพาไปสถานที่เธอที่ไม่สนใจก็รังแต่จะทำให้เบื่อหน่ายเปล่าๆ"
"นั่นสินะ"
"ลองชวนคุยเรื่องทริปทัศนศึกษา แล้วแอบๆ ถามถึงสิ่งที่เธอชอบหรือสถานที่ที่เธออยากไปดูสิคะ จะได้คุยเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเรียนด้วย" 
"ไอเดียดีนี่! ไว้จะลองถามทันทีเลย"
"จะเป็นทางเมล์หรือทางโทรศัพท์ เวลาติดต่อก็คิดถึงความสะดวกของอีกฝ่ายด้วยนะคะ"
"เธอนี่ย้ำอยู่ได้ ก็บอกไปตั้งหลายรอบแล้วไงว่ารู้แล้ว" 

คนที่เพิ่งเพิกเฉยความสะดวกของฉันจับลากมาถึงนี่ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอยะ!
จักรพรรดิเคลียร์ดันเจี้ยนแฟมิเรสได้อย่างปลอดภัย เป็นอันว่าวันนี้กลับกันแค่นี้ 
 
"แฟมิเรสก็เป็นแค่ร้านสาธารณชน ไม่ค่อยแตกต่างกับร้านทั่วไปเท่าไหร่นี่นา"

ถึงได้บอกไงเล่า! แต่ไหนๆ ก็มาทั้งที สุดท้ายนี้จะแสดงวิชาที่คาบุรากิไม่มีทางใช้ออกมาให้ดูก็แล้วกัน
พวกเราหยิบใบเสร็จขึ้นมาไปยืนหน้าเครื่องคิดเงิน
 
"ชำระเงินแยกกันนะคะ" 
 
ในโลกเรามีระบบที่เรียกว่าหารกันจ่ายอยู่ด้วย จำเอาไว้ให้ดีล่ะ 
 


วันที่ 23 เมษายนเป็นวันเซนต์จอร์จ (*เทศกาลเฉลิมฉลองนักบุญ Sant Jordi ของสเปน) ผู้ชายจะมอบดอกกุหลาบให้ผู้หญิง ส่วนผู้หญิงจะมอบหนังสือเป็นของกำนัลให้ฝ่ายชาย เป็นวันที่ระลึกอันเป็นแผนสมคบคิดอันร้ายกาจของร้านดอกไม้กับร้านหนังสือ
ฉันไม่ปล่อยให้วันนี้รอดสายตาไปได้ 

"ท่านคาบุรากิ เชิญรับนี่ไปสิคะ"
"นี่มันอะไรน่ะ"
"วันนี้เป็นวันเซนต์จอร์จ เป็นวันที่มอบหนังสือให้คนรัก ครอบครัว ผู้ที่สนิทสนมหรือผู้มีพระคุณนะคะ" 

ฉันเลือกหนังสือมามั่วๆ แล้วตีเนียนแอบเอาหนังสือบทกวีส่งกลิ่นอกหักคละคลุ้งที่ผนึกไว้ในคลังห้องเก็บของส่งคืนไปด้วย ไชโย! 

"นี่เธอ! ถ้ารู้ว่ามีวันแบบนี้อยู่ทำไมไม่บอกกันก่อน! อา! ลืมไปเสียสนิท อุตส่าห์เป็นอีเวนท์สำคัญแท้ๆ!"

คาบุรากิพรวดพราดออกไปจากห้องสโมสรวิ่งตรงดิ่งไปร้านดอกไม้ทันที หัดคิดถึงปริมาณดอกกุหลาบให้มันพอดีๆ ด้วยล่ะ~ 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

Drink Bar เป็นระบบเครื่องดื่มแบบบุฟเฟต์ของร้านแฟมิเรส โดยบวกเพิ่มเข้าไปประมาณ 200-300 เยน ลูกค้าสามารถไปกดเครื่องดื่มร้อนเย็นทั้งน้ำอัดลมชากาแฟได้ไม่อั้น นับว่าคุ้มสุดๆ 

Doria หรือข้าวอบชีส

เซ็ทเมนูเสต็กของร้านแฟมิเรสกัสโตะ

ส่วนเนื้อที่คาบุรากิรู้จักและคุ้นเคย น่าจะเป็นประมาณนี้...


ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET