[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 215 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.215 - ตอนที่ 215


215.

เอาเป็นว่าลืมเรื่องของขวัญแสนเศร้าไปก่อน พอกลับมาที่ห้องนั่งเล่น พวกเราก็นั่งกินพุดดิ้งนมแสนอร่อยที่คันตะคุงทำให้ ฉันพูดคุยกับวาคาบะจังเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทัศนศึกษา  ดูท่าทางวาคาบะจังจะเพลิดเพลินกับการเตรียมตัวไปทัศนศึกษามาก ถึงขนาดซื้อไกด์บุ๊คมาเตรียมไว้ 
 
"ฉันเพิ่งจะเคยไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก ก็เลยตื่นเต้นไปหมดเลย  นี่ คุณคิโชวอินเคยเห็นกองทหารรักษาพระองค์เปลี่ยนผลัดกันหรือเปล่า"
"เคยสิ คุณทหารที่สวมหมวกสูงๆ~ ขนาดนี้เดินขบวนผ่านหน้ากันไปเลยนะ"
"ดีจัง อยากเห็นบ้างจังเลย" 

แล้วพวกน้องชายน้องสาวของวาคาบะจังก็เข้าร่วมวงด้วย พวกเราดูไกด์บุ๊คพลางกรี๊ดกร๊าดพูดคุยกันถึงเรื่องจุดท่องเที่ยวอย่างครื้นเครง
พอใกล้ได้เวลาเตรียมมื้อเย็น คุณแม่ของวาคาบะจังก็กลับมา 

"ยินดีต้อนรับจ้ะ โคโระจัง!"
"สวัสดีค่ะ ขอรบกวนหน่อยนะคะ"
"คุณแม่ คุณคิโชวอินเอาของฝากมาให้ด้วยค่ะ"
"แหม ขอบใจนะจ๊ะ! ตายจริง เนื้อนี่สวยจังเลย!"

วาคาบะจังเข้าครัวไปช่วยคุณแม่ ฉันช่วยพวกคันตะคุงเช็ดโต๊ะ เอาฮอตเพลทออกมาตั้ง บ้านวาคาบะจังคนเยอะ ก็เลยใช้ฮอตเพลทตั้งสองเครื่องแน่ะ 
แต่ได้ช่วยงานกับทุกคนแบบนี้ รู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นแค่แขกที่เป็นคนนอกทั่วไป ดีใจจังเลย  เหมือนได้เป็นสมาชิกบ้านทาคามิจิคนหนึ่งไปด้วย อะไรทำนองนั้นน่ะ เอะเฮะเฮะ  

"นี่ โคโรเน่ ที่ซุยรันเนี่ยเขาทักทายกันว่า "โกะคิเก็งโย่" ใช่มะ ทำไมโคโรเน่ไม่พูดว่า "โกะคิเก็งโย่" มั่งล่ะ"
"กาลเทศะค่ะ" 

ฉันตอบคำถามของคันตะคุงทันควัน
ไปบ้านคนธรรมดา จะให้พูด "โกะคิเก็งโย่" มันก็ไม่เข้ากับบรรยากาศใช่ไหมล่ะ แถมฟังดูขี้โอ่หน่อยๆ อีกต่างหาก ก็ต้องปรับไปตามสถานการณ์แหละ แต่พอได้ฟังดังนั้น น้องแฝดสองคนเลยขอว่า "โคโระจัง ลองพูด "โกะคิเก็งโย่" ให้ฟังหน่อยสิ~" "หัวเราะ "โอะโฮะโฮะ" ให้ฟังหน่อย"  อิมเมจของฉันกลายเป็น "โอะโฮะโฮะ" ไปแล้วสินะ... "โคโรเน่โอะโฮะโฮะ"... เวลาอยู่ที่บ้านวาคาบะจัง ระวังๆ วิธีหัวเราะไว้หน่อยดีกว่า 

คุณพ่อของวาคาบะจังกลับบ้านมาหลังจากเสร็จงาน ในที่สุดเทปันยากิก็เริ่มขึ้น ฉันใช้ฮอตเพลตร่วมกันสามคนกับวาคาบะจังและคันตะคุง 

"สุดยอด! ไหงวันนี้เนื้อเพียบเลยล่ะ"
"โคโระจังเอามาเป็นของฝากน่ะสิ จานนี้เป็นเนื้อดีๆ ทั้งนั้นเลยนะ เวลากินก็เคี้ยวให้รู้รสด้วยล่ะ"
"เยี่ยมมาก โคโรเน่!" 

เนื้อที่ฉันเอามาดูจะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนในบ้านทาคามิจิ ฉันเลยพลอยรับเลี้ยงมื้อเย็นบ้านคนอื่นได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ นั่งล้อมวงโต๊ะอาหารกันหลายๆ คนแบบนี้แล้วมื้ออาหารก็อร่อยขึ้นเยอะเลยเนอะ อา~ น้ำจิ้มพอนซึอร่อยจัง! 

ในชาติก่อนก็เคยล้อมวงย่างเนื้อหน้าฮอตเพลทกับครอบครัวแบบนี้เหมือนกันนี่น้า พอได้อยู่ในบรรยากาศสามัญชนที่โหยหาแบบนี้แล้วฉันก็เผลอขาดความระมัดระวัง บางทีก็หลุดปากออกไปว่า "วาคาบะจัง" เล่นเอาตัวเองสะดุ้ง แล้วก็เผลอใช้คำพูดแบบสบายๆ ไปด้วย แต่วาคาบะจังไม่มีทีท่าจะสะดุดใจ ถ้างั้นเวลาอยู่นอกโรงเรียน จะขอเรียกว่าวาคาบะจังได้ไหมนะ...? 

ท้องอิ่มแล้ว ฉันอยากนั่งแช่อยู่ในบรรยากาศสบายๆ ไม่ประดับประดาของบ้านทาคามิจิไปเรื่อยๆ แต่ก็มีกำหนดเคอร์ฟิวของทางบ้าน ต้องรีบกลับแล้วล่ะ 
ตอนขากลับ ทางโน้นว่า "ขอโทษนะที่มีแต่ของเหลือ" แล้วให้เค้กติดมือกลับบ้านมา คุณพ่อขับรถมาส่งฉันถึงสถานี ดูแลกันถึงขนาดนี้ ต้องขอบคุณมากเลยค่ะ พอลงจากรถ วาคาบะจังก็ว่า "ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ!" แล้วโบกไม้โบกมือส่งฉันจากรถกับคุณพ่อ ฉันเองก็โบกมือกลับไปด้วย อา สนุกจัง อยากมาอีกจัง
ฉันส่งเมล์ขอบคุณวาคาบะจังไปจากในรถไฟ 
 
คืนนี้ท่านพ่อกับท่านแม่ออกไปงานปาร์ตี้ เลยโชคดีไปที่ไม่มีคนคอยถามว่าไปไหนมา
พอกลับถึงบ้านเฉียดๆ เวลาเคอร์ฟิว ก็เจอท่านพี่นั่งอยู่ 

"กลับมาแล้วเหรอ เรย์กะ"
"กลับมาแล้วค่ะ ท่านพี่" 

ท่านพี่ทำจมูกฟุดฟิดแล้วว่า "เหมือนได้กลิ่นอะไรหอมๆ นะ" ซวยล่ะ! ตรงดิ่งไปอาบน้ำก่อนล่ะค่า! 
ฉันสระผมด้วยแชมพูกลิ่นหอมอย่างพิถีพิถัน แล้วเปลี่ยนชุดเป็นชุดอยู่บ้าน ถือเค้กที่ได้รับมาเป็นของฝากไปที่ห้องนั่งเล่น  

"ท่านพี่ มีเค้กด้วยนะคะ ทานด้วยกันไหม"
"ขอบใจนะ ทานสิ"  
 
ฉันรินชาแล้วนั่งลงข้างท่านพี่ ทานช็อตเค้กสตรอว์เบอร์รี่  

"นี่ ท่านพี่คะ เพื่อนๆ ของท่านพี่ ส่วนมากเป็นคนแบบไหนเหรอ"
"เพื่อนเหรอ? นั่นสินะ โดยมากก็เป็นเพื่อนสมัยเรียนละมั้ง พอเข้าทำงานในบริษัทเมื่อไหร่ คนที่รู้จักกันก็กลายเป็นคนที่มีความสัมพันธ์กันด้วยเรื่องงานเสียเป็นส่วนมากน่ะนะ จะบอกว่าเป็นเพื่อนเฉยๆ ก็พูดยาก" 
"เหรอคะ เพื่อนสมัยเรียนก็เพื่อนร่วมชั้นที่ซุยรันน่ะเหรอ"
"อืม นั่นสินะ นอกนั้นก็มีเพื่อนโรงเรียนอื่น แล้วก็คนที่ได้เจอกันตอนไปเที่ยวแล้วเกิดถูกชะตากันขึ้นมา ก็หลายแบบน่ะนะ"
"งั้นเหรอคะ... ในบรรดาเพื่อนของท่านพี่ มีท่านที่มาจากครอบครัวธรรมดาๆ บ้างไหมคะ"
"ครอบครัวธรรมดาๆ? หมายถึงมาจากบ้านที่เป็นคนทำงานบริษัททั่วไปน่ะเหรอ"
"แหม ก็ทำนองนั้น..." 

พอถามแบบนั้นออกไป ท่านพี่ก็มองหน้าฉันที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างค้นหาอยู่ชั่วครู่ แล้วตอบว่า "...มีสิ" 

"เพื่อนๆ ที่เข้ามาจากม.ปลายก็ใช่ เพื่อนสมัยมหาลัยก็มีเยอะแยะ"
"งั้นเหรอคะ..." 

ฉันวางส้อมลงบนจานที่ทานเสร็จ  พึมพำเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเอง
ท่านพี่ดูเหมือนจะเดาอะไรได้ จึงลูบหัวฉันเบาๆ 

"เรย์กะ ไม่ต้องสนใจความคิดของพวกท่านพ่อหรอก ไม่ว่าจะมีพื้นเพแบบไหน ถ้าเรย์กะคิดว่าเขาเป็นคนดี ก็คบหาเป็นเพื่อนกับเขาไปเถอะ"
"อื้อ..." 

ซักวันถ้าได้แนะนำวาคาบะจังให้รู้จักกับท่านพี่ก็ดีน่ะสิ

 

ในวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดมา ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนนิดหน่อยที่ต้องเจอหน้าท่านฟุยุโกะ แต่ทางโน้นไม่ได้เข้ามาพูดอะไรเป็นพิเศษ โฮ่ โล่งไปที... ขออย่าให้ใครรู้เลยว่าวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาฉันกินแหลกจนต้องคำสาปของทานุกิเข้าอีกรอบ 

แต่คนที่ไม่อยากเจอหน้ายิ่งกว่าท่านฟุยุโกะก็คือคาบุรากินี่แหละ 
ถ้าแค่รับฟังเรื่องราวเฉยๆ ก็ยังคิดได้ว่าเป็นเรื่องของคนอื่น ไม่เกี่ยวกับฉัน แต่เมื่อวานพอได้เห็นสร้อยคอจากหยาดเหงื่อแรงงานของคาบุรากิลงเอยไปแบบนั้น ก็อดนึกสงสารขึ้นมาไม่ได้จริงๆ จะทนดูดายปล่อยให้คาบุรากิทำตามใจชอบอย่างแต่ก่อนคงไม่ได้ล่ะ
 
มันน่าเศร้าจริงๆ นะ
นายคาบุรากินี่ ขืนปล่อยไปแบบนี้มีหวังได้ผลิตตำนานรักแสนเศร้าเคล้าน้ำตาตามสไตล์คนทึ่มทึบออกมาได้ไม่หยุดแน่ๆ แล้วถ้าปล่อยไว้ต่อไป คนที่จะต้องเป็นประจักษ์พยานคนแรกก็คือฉันนี่แหละ ไม่ได้การล่ะ  น้ำตาจะไหลแล้ว ร้องไห้โฮจริงๆ นะ 
ก็สร้อยคอนั่นน่ะ คิดว่าคงต้องใช้เวลานานมากเลยนะกว่าจะทำเสร็จ ฉันไม่เคยลงมือทำเครื่องประดับด้วยตัวเอง ก็เลยไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่คงเป็นประเภทเดียวกับเด็กผู้หญิงครุ่นคิดถึงคนที่ตัวเองชอบตอนถักผ้าพันคอให้น่ะแหละ ส่วนเรื่องความหนักอึ้งเป็นอีกเรื่องนะ...
 
ฉันตกลงตัดสินใจจะให้คำปรึกษากับคาบุรากิอย่างเอื้อเฟื้อเพิ่มขึ้นอีกนิด เพื่อความสงบสุขในใจฉันต่อไปด้วย 


---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

"เรย์กะ ไม่ต้องสนใจความคิดของพวกท่านพ่อหรอก ไม่ว่าจะมีพื้นเพแบบไหน ถ้าเรย์กะคิดว่าเขาเป็นคนดี ก็คบหาเป็นแฟนกับเขาไปเถอะ"
"อื้อ..." 

ซักวันถ้าได้แนะนำวาคาบะจังให้รู้จักกับท่านพี่ก็ดีน่ะสิ
 .
.
อยากบิดเบือนให้เป็นแบบด้านต้นจริงๆ... ย้ายมาแจวเรือยูริกับท่านพี่ไปด้วยกันได้ไหมเนี่ย!? 

เมนูของคุณหนูเรย์กะในวันนี้ พุดดิ้งนม (ตามภาพ) เทปันยากิ ปิดท้ายด้วยช็อตเค้กสตรอว์เบอรี่ที่ยกมาเสิร์ฟท่านพี่ แต่ไหงเหมือนจะจ้วงอยู่คนเดียว... 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET