[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 213 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.213 - ตอนที่ 213


213.

เหนื่อยชะมัด...
ฉันต้องปวดหัวกับความไร้สามัญสำนึกในฐานะสามัญชนและทักษะความรักต่ำเตี้ยยิ่งกว่าที่คิดไว้ของคาบุรากิ
จากนั้นพอกลับมาห้องที่ห้องสโมสร คาบุรากิยังพล่ามถึงสถานการณ์สารภาพรักแสนวิเศษให้ฉันฟังต่อ ไอเดียบ้าๆ บอๆ ไม่เป็นสัปปะรดพวยพุ่งออกมาไม่หยุดอย่างกับตาน้ำ แม้จะไม่ออกชื่อวาคาบะจังมา แต่ไอเดียทั้งหลายทั้งแหล่ที่คิดได้ล้วนแล้วแต่เว่อร์วังไม่ก็ไร้ความสมจริง นี่มันไม่ไหวล่ะ เอาเป็นว่าเรื่องสารภาพรักเอาไว้ก่อน ก่อนอื่นต้องให้ตาบ้านี่ทำความเข้าใจเซนส์ของสามัญชนให้ได้ก่อน อุหวา สงสัยหนทางข้างหน้าจะยากเย็น...  

"คุณคิโชวอิน ได้ข่าวว่าเข้าเป็นเสนาธิการของมาซายะเหรอ"
"หา!?"

ฉันเกรงสายตาคน แถมยังรำค๊าญรำคาญ เลยสั่งการบ้านคาบุรากิไปว่ายังไม่ต้องไปคิดถึงสถานการณ์ ให้คิดถึงถ้อยคำที่จะสารภาพรักก่อนแล้วไล่ไปให้พ้นๆ ส่วนฉันนั่งดื่มชาอย่างอ่อนแรง คราวนี้เอ็นโจเดินยิ้มแย้มมาทักฉันท่าทางสนุกสนาน

"อะไรคะ เสนาธิการที่ว่า"
"อื๋อ มาซายะพูดเองนะ บอกว่าตอนนี้รับคุณคิโชวอินมาประจำตำแหน่งเสนาธิการแล้ว"

อะไรเนี่ย! แล้วเสนาธิการก็เป็นตำแหน่งลูกน้องไม่ใช่เหรอ ฉันเป็นลูกน้องคาบุรากิเรอะ! มันน่านัก ตัวเองเป็นแค่ลูกศิษย์แท้ๆ !  

"หน้าที่นั้นออกจะหนักหนาเกินไปสำหรับฉัน ขอมอบที่เหลือให้ท่านเอ็นโจผู้เป็นสหายสนิทก็แล้วกันนะคะ"
"แหม อย่างผมมิบังอาจ..."

เฮอะ ลูกบ้านของหมู่บ้านมีรักอย่างนายจะมาพูดอะไรยะ ก็ให้คำแนะนำจากประสบการณ์จริงของตัวเองไปซี่
 
"ท่านเอ็นโจทราบด้วยหรือคะว่าท่านคาบุรากิมาปรึกษาเรื่องอะไรกับฉัน"
"อื้อ ก็นะ"

เอ็นโจเหลือบไปทางทิศที่คาบุรากินั่งอยู่ หมอนั่นนั่งไขว้ขายาวๆ อยู่ริมหน้าต่างพลางอ่านหนังสืออย่างเงียบสงบ สงสัยจะเป็นหนังสือบทกวีรักน่ารำคาญแหงๆ จะไปโควตอะไรแปลกๆ มาอ้างอีกเรอะ...
สมาชิกคนอื่นๆ ที่ไม่รู้ถึงเนื้อในหล่อเสียของของคาบุรากิพากันจ้องมองพลางถอนหายใจอย่างเคลิบเคลิ้ม

"ถ้างั้นฉันว่าให้ท่านเอ็นโจเป็นที่ปรึกษาน่าจะยิ่งจะเหมาะสมกว่ากันเยอะเลยนะคะ"
"ทำไมล่ะ"

เพราะมีแฟนแล้วยังไงล่ะยะ!
ว่าแต่ทำไมหวยมาออกที่ฉันที่ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันด้วยละนี่  อ้อ พวกอิวามุโระคุง...

"ผมว่าความเห็นของเพศตรงข้ามน่าจะมีประโยชน์กว่าเยอะนะ"

เอ็นโจว่าด้วยรอยยิ้มสดใส

"ฝากมาซายะด้วยนะ คุณคิโชวอิน"  

 

ทั้งที่มีอุณาโลมมางอกตรงหน้าผากแท้ๆ แต่ตั้งแต่เข้าปีนี้มากลับมีแต่เรื่องวุ่นวาย เฮ้อ~ เบื่อชะมัด
ฉันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยขณะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาในวันเสาร์ แล้วท่านฟุยุโกะที่เป็นสมาชิก Pivoine เหมือนกันและยังอยู่กลุ่มเดียวกับฉันก็ชวนไปดื่มชาอย่างกะทันหัน เห็นว่า "อยากพูดคุยกับท่านเรย์กะอย่างสนิทสนมซักครั้ง"

ฉันดีใจที่จะได้เจอเพื่อนๆ นอกรั้วโรงเรียนอยู่แล้ว จึงตอบตกลงไปอย่างกระตือรือร้น
 ฉันอยู่กลุ่มเดียวกันกับท่านฟุยุโกะมาตั้งแต่ชั้นประถม แล้วยังมีการคบหากันในฐานะสมาชิก Pivoine  แต่เราไม่มีโอกาสได้สนิทสนมกันเป็นการส่วนตัวนัก จะว่าท่านฟุยุโกะดูมีความเป็นขุนน้ำขุนนางที่จูนกันไม่ค่อยติดหรือไงดี
แต่นี่ก็อุตส่าห์ชวนออกมาเจอกันวันหยุดนะ จากนี้ไปเราอาจจะสนิทกันมากขึ้นก็ได้? ได้เพื่อนใหม่แล้ว!?

ฉันหลั่นล้าไปถึงเลานจ์ของโรงแรมที่อีกฝ่ายระบุมา แล้วก็พบท่านฟุยุโกะอยู่กับผู้หญิงท่าทางอาวุโสกว่าอีกคน
อื๋อ? ท่านพี่ของท่านฟุยุโกะเหรอคะ?

"ท่านฟุยุโกะ"
"ท่านเรย์กะ!"

ฉันเดินไปหาทั้งสองถึงที่นั่งแล้วส่งเสียงเรียก

"ดีใจจังที่อุตส่าห์มา! เอ้า นั่งสิคะ"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะ"

ฉันนั่งลงตรงข้ามสองคนนั้น แล้วสั่งชาสมุนไพร

"...เอ่อ~ ว่าแต่วันนี้ ?"
"ค่ะ! ฉันอยากมีโอกาสพูดคุยกับท่านเรย์กะยาวๆ ซักครั้งน่ะค่ะ"

...งั้นเหรอคะ ก็น่าดีใจอยู่หรอก แล้วทำไมต้องพาคนไม่รู้จักมาด้วยล่ะคะ
ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ท่านฟุยุโกะดูอายุน่าจะประมาณ 25 ปี ใส่สูทเรียบๆ ดูไม่มีทีท่าว่าจะเป็นญาติของท่านฟุยุโกะที่อยู่ในสังคมชั้นสูงแม้แต่น้อย ใครกันนะ
ฉันเริ่มรู้สึกเสียใจชอบกลที่มา

"ฉันรู้สึกเป็นห่วงที่เห็นท่านเรย์กะทำหน้าเหนื่อยๆ มาตลอดในช่วงนี้น่ะค่ะ"
"แหม งั้นเหรอคะ"
"ค่ะ ท่านเรย์กะ ไม่ทราบว่าช่วงนี้มีปัญหากลุ้มใจอะไรหรือเปล่าคะ"
"กลุ้มใจ... ก็ไม่ได้อะไรนี่คะ..."
"อ้าว ไม่ได้มีปัญหากระทบกระทั่งกับท่านคาบุรากิเรื่องเกี่ยวกับเด็กสามัญชนคนนั้นหรือคะ แล้วฉันก็เห็นท่านเรย์กะกระซิบกระซาบอะไรกับท่านคาบุรากิในห้องสโมสรของ Pivoine ด้วย ท่านอื่นๆ พากันพูดว่าท่านเรย์กะสนิทสนมกับท่านคาบุรากิ ท่านเอ็นโจดี ช่างน่าอิจฉาเหลือเกิน แต่ฉันมองออกนะคะว่าไม่ใช่ ก็ใบหน้าท่านเรย์กะไม่ได้แสดงออกว่ามีความสุขเลยนี่คะ"
"อ้อ"

ท่านฟุยุโกะที่ปกติเป็นคนเรียบร้อยกลับรุกเร้าเข้ามาหาฉันราวกับเป็นคนละคน

"ว่าแต่ว่า ท่านฟุยุโกะ ท่านผู้นี้คือ..."
"อื้อ! ใช่แล้วละค่ะ! ท่านผู้นี้คือท่านริวเรย์อา เป็นฮีลเล่อร์ชั้นสูงค่ะ!"

หา?
ฮีลเล่อร์? ฮีลเล่อรนี่คืออะไรนะ?  ฮิระ? ฮิระ? คุณพนักงานฮิระ?

"ฮีลเล่อร์น่ะนะคะ ก็คือคนที่มีพลังในการเยียวยารักษา สามารถใช้พลังนั่นเพื่อเยียวยาร่างกายและจิตใจได้นะคะ!"
"สวัสดีค่ะ ฮีลเล่อร์ริวเรย์อาค่ะ"

ผู้หญิงที่ดูจะไม่ได้มีสายเลือดตะวันตกปะปนอยู่เลยแม้แต่หยดเดียว ใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายไม่ได้แต่งหน้าใดๆ มีชื่อว่าคุณริวเรย์อา

"...เป็นชื่อที่แปลกดีนะคะ"
"นี่เป็นฮีลเล่อร์เนมค่ะ ได้รับมาจากเทวดาผู้คุ้มครอง เวอร์ทรู พร้อมกับบัญชาจากสวรรค์ให้จงใช้พลังแห่งปาฎิหารย์นี้เยียวยานำทางผู้คน"
"อ้อ..."

นามบัตรสีม่วงที่ได้รับจากคุณริวเรย์อา เขียนไว้ว่า "龍霊愛 (ริวเรย์อา) ฮีลเล่อร์ชั้นสูงผู้ได้รับการคุ้มครองจากเวอร์ทรู เทวดาแห่งพลัง"
เขียนชื่อเป็นตัวคันจิด้วล่ะ

"ตอนที่ฉันทุกข์ใจอย่างหนัก ก็ได้พบกับท่านริวเรย์อาช่วยเยียวยาหัวใจนี่แหละค่ะ จากนั้นมา ท่านริวเรย์อาก็ช่วยนำทางให้ฉันมาตลอด"
"อ๊ะ ขอโทษนะคะ ขอสั่งเมนูแนะนำประจำวัน เค้กรวมมิตร 3 ชนิดนี้ค่ะ"

ฉันเรียกพนักงานที่เดินผ่านมาสั่งอาหารในเมนู  ได้กินเค้กเล็กๆ ถึง 3 ชนิดด้วยกันเนี่ย ช่างเป็นเสน่ห์เย้ายวนจริงๆ

"...แล้วระยะนี้ดูๆ ท่านเรย์กะจะลำบากพอดูไม่ใช่หรือคะ ฉันอยากช่วยอะไรได้บ้าง ก็เลยไปปรึกษาท่านริวเรย์อานี่แหละค่ะ"

เห...
หลังจากนั้นก็มีคำอธิบายอะไรมั่วๆ อีกเยอะแยะ แต่ฉันทำเป็นนิ่งๆ ไว้ไม่แสดงท่าทีสนอกสนใจ จนในที่สุดสายตาของฮีลเล่อร์ชั้นสูงก็เริ่มขุ่นเคือง

"มีวิญญาณจิ้งจอกสิงสู่คุณอยู่"
"แย่แล้วละค่ะ! ท่านเรย์กะ"
"อ้อ..."

เอางี้เลยนะ จิ้งจอกนะ....
จะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันเถ้อ

"ถ้าไม่รีบปัดเป่าออกไปตอนนี้ ความอับโชคจะยิ่งเพิ่มพูน..."
"ไม่เป็นไร ไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ"

ฉันปฎิเสธอย่างชัดเจน

"เพราะที่สิงสู่ฉันอยู่ ไม่ใช่จิ้งจอก แต่เป็นทานุกิค่ะ"
"หา?"
"ทานุกินั่นร่ายคำสาปให้ฉันกลายเป็นลูกทานุกิเหมือนตัวเอง ถ้าประมาทเพียงนิด พุงก็จะยื่นเป็นทานุกิทันที เป็นคำสาปที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แล้วก็ไม่มีหนทางใดๆ จะลบล้างคำสาปนี้ไปได้"
"ท่านเรย์กะ พูดอะไรน่ะคะ..."
"แต่ว่า ฉันรักและผูกพันกับทานุกิตัวนี้ดีอยู่ จึงเตรียมใจที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตแล้วค่ะ ถึงจะเป็นทานุกิปากมาก แต่พอชินแล้วก็น่ารักดี เพราะงั้นไม่ต้องขับไล่ไปหรอกค่ะ ดวงชะตาอาภัพอะไรนั่น ฉันจะเหยียบขยี้ เตะให้กระเด็น ก้าวต่อไปข้างหน้าเองค่ะ"

กินเค้กกับชาสมุนไพรเสร็จแล้ว ฉันจึงประกาศอย่างหนักแน่น กล่าวคำอำลา "ถ้าเช่นนั้น ลาก่อนนะคะ" แล้วลุกออกจากที่นั่งไป

เคยคิดว่าท่านฟุยุโกะดูห่างไกลโลกียโลกอยู่หรอก ที่แท้ก็เป็นคนของโลกฝั่งโน้นเองเหรอ... ซวยชะมัด
พอกลับถึงบ้าน วิญญาณคนเป็นของทานุกิที่ตามสิงฉันอยู่ก็เตรียมฟรุตทาร์ตตั้งหน้ารอเตรียมสาปฉันให้อ้วนอยู่แล้ว ฮึ่ม! เดี๋ยวจะกำจัดไปเอง!

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
ใครจำท่านฟุยุโกะไม่ได้ ให้ยกมือขึ้น (ฮา) ท่านฟุยุโกะปรากฎตัวตอนแรกช่วงเดินทางไกลทัศนศึกษา แล้วเดินไม่ไหวขึ้นรถไปก่อน ทิ้งให้ท่านเรย์กะมองด้วยความอิจฉานั่นไง ว่าแต่ ไหงอยู่ดีๆ ก็เท่ห์ขึ้นมาได้น่ะ ท่านเรย์กะ!?

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :)

 




NEKOPOST.NET