[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 209 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.209 - ตอนที่ 209


209.


วันนี้ฉันมีนัดไปทานข้าวที่ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสกับท่านพี่ เป็นการตอบแทนสำหรับวันไวท์เดย์ที่ล่าช้าไปเล็กน้อย
ท่านพี่ได้รับมอบหมายให้ดูแลโปรเจคต์ใหญ่ ระยะนี้ก็เลยยุ่งๆ มาตลอด เห็นอยู่ทำงานล่วงเวลากว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่นทุกวัน พอกลับมาก็ยังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกเป็นนาน  คนทำงานนี่ลำบากจังเลยน้า แต่ดูเหมือนงานจะลุล่วงไปเปลาะนึง วันนี้ท่านพี่ก็เลยพาฉันไปดินเน่อร์ตามที่สัญญากันไว้ได้ ไม่ได้ทานข้าวข้างนอกกับท่านพี่ตั้งนาน ดีใจจัง! วันนี้ฉันม้วนผมมาเป๊ะกว่าทุกวันเลยนะ เดรสก็เป็นชุดโปรดที่เพิ่งซื้อมา พอมีท่านพี่มาเอสคอร์ทแล้วรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงเลย~! 


"ขอโทษนะ สัญญาล่าช้าไปหน่อย"
"ไม่หรอกค่ะ! ท่านพี่งานยุ่งใช่ไหมคะ อย่าใส่ใจเลยค่ะ" 

พอฉันว่าแบบนั้น ท่านพี่ที่นั่งอยู่อีกฟากของแสงเทียนก็ยิ้มอย่างนุ่มนวล

"แต่อย่าหักโหมเกินไปนะคะ น้องเป็นห่วงสุขภาพของท่านพี่" 
"ขอบใจนะ แต่พี่ต้องทำให้โปรเจคต์นี้ประสบความสำเร็จให้ได้ พี่เป็นทายาทผู้สืบทอดก็จริง แต่ถ้าไม่แสดงความสามารถที่แท้จริงให้เห็น ทั้งภายนอกและภายนอกก็จะพากันซุบซิบเอาได้ว่าพี่เป็นแค่คุณชายที่มีดีแต่ชื่อ แต่เท่านี้ก็น่าจะทำให้รอบข้างยอมรับได้แล้ว ในหลายๆ ความหมายนะ" 
"แหม!"  
 
สุดยอด! สุดยอดเลยค่ะ ท่านพี่! ไม่ได้ดีแต่วางท่าอยู่บนเก้าอี้ผู้สืบทอดอย่างเดียว แต่ทำให้รอบข้างยอมรับด้วยฝีมือการทำงาน สมเป็นท่านพี่ที่น้องภาคภูมิใจจริงๆ! 

"นับถือเลยค่ะ ท่านพี่! ในฐานะน้องสาวน้องก็พลอยยืดไปด้วย!"

ฉันกำหมัดแน่น ท่านพี่หัวเราะว่า "เว่อร์จริงๆ" แล้วจิบไวน์

"เป็นไงบ้างคะ ท่านพี่ รสชาติไวน์วันนี้"
"อื้อ ฟูลบอดี้กำลังพอดี รสแบบนี้เรย์กะน่าจะชอบนะ" 

ฉันขอฉลากไวน์ที่ท่านพี่ดื่มจากคุณซอมเมอลิเยร์ ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ฉันคอยสะสมฉลากไวน์ที่คนในครอบครัวดื่มแล้วบอกว่าอร่อยมาเรื่อยๆ ถ้าอายุ 20 แล้วทางบ้านยังไม่ล่มสลาย ฉันจะไล่ดื่มไวน์ที่พวกท่านพี่บอกว่าอร่อยไปทีละขวด ตามที่ท่านพี่ว่า ท่าทางบริษัทก็จะไปได้ดี อนาคตที่จะได้ดื่มไวน์แพงๆ เป็นน้ำก็อยู่อีกไม่ไกล ชาติก่อนเคยได้แต่ดื่มค็อกเทลผสมโซดาในร้านเหล้าแค่นั้นเอง อยากดื่มเร็วๆ จัง~! เมื่อชาติที่แล้วฉันไม่ค่อยถูกโรคกับเหล้าเท่าไหร่ แต่ชาตินี้คงไม่เป็นไรมั้ง! 

ว่าแต่เนื้อเป็ดนี่อร่อยจังน้า ฉันอ้าปากอ้าม~ กินอีกคำ  

"ว่าแต่เรย์กะ กับมาซายะคุงของตระกูลคาบุรากิ พักนี้เป็นไงบ้าง" 

อ็อก! เป็ดติดคอ! แต่จะแสดงสภาพน่าทุเรศทุรังออกไปตรงนี้ไม่ได้ ฉันกลั้นใจกลืนเอื่อกลงไป 

"เรย์กะ ไม่เป็นอะไรนะ"
"...ค่ะ ท่านพี่"

สมเป็นท่านพี่จริงๆ ค่ะ แทงใจดำตอนอีกฝ่ายกำลังสูดลมหายใจเข้าพอดี หวั่นไหวกันเห็นๆ 

"พักนี้น่ะเหรอคะ ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนี่คะ..."
"งั้นเหรอ แต่ในงานชมซากุระก่อนหน้านี้ เห็นพูดคุยอะไรกันดูสนิทสนมออกนี่นา" 

เห็นด้วยเหรอคะ... แต่ไม่ได้สนิทสนมกันหรอกนะ! 

"ก็แค่คุยกันเฉยๆ น่ะค่ะ แต่ไม่ได้สนิทหรือเกลียดกันเป็นพิเศษนะคะ..."  

ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีซักหน่อย แต่ฉันกระอักกระอ่วนยังไงชอบกล เลยแกล้งทำเป็นตั้งอกตั้งใจกับอาหารตรงหน้า หลบสายตาท่านพี่ แล้วท่านพี่ก็ปล่อยผ่านว่า "อย่างงั้นเหรอ" 

"แล้วกับชูสุเกะคุงของตระกูลเอ็นโจล่ะเป็นไงบ้าง"

อ็อก! 

"...เช่นเดียวกันกับด้านต้นค่ะ" 

พอเถอะค่า~ ทางนั้นยิ่งไม่อยากโดนถามหนักเข้าไปใหญ่...

"เห็นในงานชมซากุระ มีสาวงามประกบข้างเขามาด้วยนี่นะ เรย์กะรู้จักหรือเปล่า"
"ได้ยินมาว่าเป็นญาติกับทางตระกูลเอ็นโจน่ะค่ะ..."
"เห เป็นญาตินะ" 

ท่านพี่ยิ้มอย่างมีนัยลึกซึ้ง เอ๊ะ อะไรคะ...? 

"เอาเถอะ ถ้ามีอะไรก็มาบอกพี่นะ"
"ค่ะ ท่านพี่" 

ฉันพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม 

"ระยะนี้เรย์กะมีเรื่องปิดบังเยอะแยะ พี่ก็เลยเป็นห่วงน่ะสิ"
"เอ๋...!?" 

พอฉันสะดุ้งเงยหน้าขึ้น ท่านพี่ก็ส่งยิ้มให้ 
ท่านพี่ รู้อะไรถึงไหนกันแน่คะ...? 

 

วันนี้เป็นวันประสูติของพระพุทธองค์ ฉันไปสรงน้ำพระพุทธรูปด้วยชาหวานที่วัดด้วย 
พระพุทธองค์เจ้าขา ดิฉันเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีมีศรัทธาในพุทธศาสนา เข้าร่วมในพิธีพุทธบูชาเช่นนี้ ไม่ได้แห่แหนไปร่วมงานเทศกาลคริสต์มาสหรือวาเลนไทน์อย่างที่พวกเห่อฝรั่งเขาชอบไปกันนะเจ้าคะ 
กรุณาประทานความรักแสนหวานให้ดิฉันด้วย! แล้วก็ชีวิตนักเรียนเทอมใหม่ที่แสนสงบสุขด้วยนะเจ้าคะ!


ในม.6 นี่มีงานทัศนศึกษานอกโรงเรียนอยู่ สำคัญนะว่าเปลี่ยนห้องครั้งนี้จะได้อยู่กับใครบ้าง พอมองดูบอร์ดประกาศรายชื่อห้องด้วยใจเต้นตึกตัก ก็พบว่าฉันได้อยู่ห้องเดียวกับเซริกะจังกับคิคุโนะจังล่ะ! ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันสามคนมาตั้งแต่สมัยประถมแล้วมั้ง!? 

"ท่านเรย์กะ ได้อยู่ห้องเดียวกันด้วยละค่ะ!"
"ขอให้พวกเราสามคนผ่านหนึ่งปีนี้ไปอย่างสนุกสนานนะคะ!"
"ดีใจจังเลยค่ะ! ปีนี้ก็ขอให้สนิทสนมกันเหมือนเดิมนะคะ!"

พวกเราร้องกรี๊ดกรี๊าดกันอย่างยินดี สงสัยนี่จะเป็นอานิสงส์จากการไปสรงน้ำพระ!? 

"แต่ก็อดอยู่ห้องเดียวกับพวกท่านคาบุรากิเลยนะคะ~" 
 
เซริกะจังกระซิบอย่างเสียดมเสียดาย ทั้งคาบุรากิ เอ็นโจ ฉัน แล้วก็นายตัวสำรอง แต่ละคนอยู่กันคนละห้องหมดเลย นี่อาจเป็นความคิดในการแบ่งห้องเพื่อถ่วงดุลอำนาจจากทางฝั่งโรงเรียนก็ได้นะ แต่ถ้าไปทัศนศึกษาแล้วต้องอยู่ห้องเดียวกับคาบุรากิ เอ็นโจละก็ลำบากน่าดู สำหรับฉันแล้วถือว่าโชคดีสุดๆ หรือว่านี่ก็เป็นอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธองค์เหมือนกัน?! 

ฉันต้องเป็นกรรมการห้องอีกแล้ว ยังไงก็เป็นซะจนเบื่อ ยอมรับเงียบๆ ก็ได้ แล้วคนที่เป็นคู่กันก็คือซาโตมิคุง ที่เคยอยู่ห้องเดียวกับฉันสมัยม.4  ซาโตมิคุงกับฉันก็รู้ใจกันดีอยู่แล้ว สบายใจจัง  

"ฝากตัวด้วยนะ คุณคิโชวอิน"
"ทางนี้ก็เช่นกันค่ะ" 

ฉันทักทายซาโตมิคุงในฐานะที่เป็นกรรมการห้องคู่กัน
ยังมีอีกคนที่ได้มาอยู่ห้องเดียวกัน พอเห็นพวกเราในห้องเรียน ทาคากิคุงก็ทำหน้าราวกับโลกนี้ถึงจุดจบ
สุดท้ายแล้วทาคากิคุงก็หวาดผวาฉันไปตลอดปิดเทอมนั้น สงสัยตรงนี้ต้องทักทายอย่างนุ่มนวลเสียหน่อย ฉันกับเซริกะจังและคิคุโนะจังเลยยกขบวนกันไปล้อมรอบที่นั่งของทาคากิคุง  

"ทาคากิคุง ปีนี้ฉันก็เป็นกรรมการห้องอีกแล้วละค่ะ ยังไงก็ขอความร่วมมือด้วยนะคะ" 

อ้าว? ที่ส่งเสียงทักนี่ก็เพราะกะจะแสดงความสนิทสนมหรอกนะ ฟังดูเป็นคำขู่กรรโชกหรือไงกันหว่า สีหน้าทาคากิคุงเปลี่ยนจากขาวซีดไปเป็นสีดำคล้ำเหมือนดินแล้วนะ เซริกะจัง คิคุโนะจัง อย่าไปตอกย้ำเขาสิว่า "คงเข้าใจอยู่แล้วนะ" ทาคากิคุง อย่าร้องไห้สิคะ 

หลังพิธิเปิดภาคเรียน ฉันก็มุ่งหน้าไปห้องสโมสร Pivoine นอกจากจะไปทักทายเปิดเทอมใหม่แล้ว คาบุรากิยังส่งเมล์มาหาตั้งแต่เมื่อวาน
"วันนี้ไปห้องสมุดด้วยกันมาแล้ว แต่เจอปัญหา ไว้พรุ่งนี้จะเล่ารายละเอียดให้ฟัง มาที่สโมสรซะ!" 

เฮ้อ~ ต้องมานั่งรับฟังปัญหาความรักอีกแล้วเหรอ... แต่คาบุรากินี่แนะนำอะไรไปก็เอาไปปฎิบัติต่อทันทีมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้วนะ จะว่าซื่อหรือบื้อดี 

ที่ห้องสโมสร คาบุรากินั่งรออยู่แล้วอย่างกระวนกระวาย 
 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
ขออภัยที่เคยเรียกคนอื่นว่าเป็นจอมมาร บอสใหญ่ แต่ผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารของเรื่องนี้คงเป็นท่านพี่ไม่ผิดแน่ //ก้มกราบบบบ

ตามธรรมเนียมญี่ปุ่นจะถือเอาวันที่ 8 เมษายนเป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้า ในวัดจะมีการจัดเทศกาลบุปผาหรือ 「花まつり」พร้อมกับจัดสรงน้ำพระพุทธรูปด้วยชาหวานเป็นพุทธบูชา  

 
ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET