[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 207 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.207 - ตอนที่ 207



207.


พวกท่านพ่อดูเหมือนจะคิดว่า เมื่อปีที่แล้วฉันยังไปร่วมงานชมซากุระบ้านคาบุรากิ ปีนี้ก็คงไปอีกแหงๆ ถามกันก่อนสิเฮ้ย! บอกกล่าวกันมั่ง! นี่จงใจเงียบไว้ใช่มะ! 
ไม่อยากไปเลย แต่ฉันก็ไม่กล้ากินของเน่าเสียจะได้เกิดอาการอาหารเป็นพิษเหมือนปีที่แล้ว ชาตินี้คงไม่มีอีกเป็นครั้งที่สองล่ะ นึกว่าจะไม่รอดแล้วจริงๆ นะ มองเห็นอีกฝั่งของปรโลกเลย
ปีนี้ท่านแม่เกิดคึกจะจับฉันใส่กิโมโนฟุริโซเดะให้ได้ ฟุริโซเดะกับซากุระราตรีเนี่ยนะ ไม่ไหวอ่ะ... น่ากลัวจะตาย ถ้าฝนตกลงมาโครมๆ ชะดอกซากุระให้ร่วงหล่นไปให้หมดต้น งานจะยกเลิกมั้ยน้า 


ฟ้าอย่างแจ่มอะค่ะ  
ท่านพี่งานยุ่งก็เลยจะตามมาร่วมงานทีหลัง พักหลังๆ มานี่ท่านพี่สงสัยจะยุ่งจริงๆ ยังไม่พาน้องไปทานข้าวตอบแทนวันไวท์เดย์ตามที่สัญญาไว้เลยนะคะ  

"แหม คุณเรย์กะ! อุตส่าห์มาร่วมงาน!"

พอพวกเราไปทักทายมาดามคาบุรากิ มาดามก็ผายมือทั้งสองออกร้องทักทายฉัน ยังเป็นท่านที่สง่างามเฉิดฉายเหมือนเคย แล้วท่านประธานคาบุรากิก็เท่เหมือนเดิมเลยนะคะ! ขายาวผิดกับท่านพ่อของฉันเป็นกอง! ไม่มีพุงเลย! ฮ้า ชักเคลิ้มแล้วไง   
มาดามคาบุรากิกล่าวชมชุดกิโมโนฟุริโซเดะของฉันอย่างเว่อร์วัง จากนั้นจึงเปลี่ยนประเด็นไปเป็นเรื่องลูกชาย

"ได้ยินว่าเด็กคนนั้นขึ้นเป็นประธาน Pivoine ไม่ใช่เหรอจ๊ะ เด็กหน้าตายไม่เอาใครอย่างนั้นจะทำหน้าที่ได้ไหมนะ"
"ท่านมาซายะมีคนศรัทธาอยู่มากนะคะ คิดว่าไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ"
"จริงเหรอจ๊ะ ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้คุณเรย์กะใช่ไหม"
"ไม่แม้แต่น้อยค่ะ ท่านมาซายะออกจะเอางานเอาการ คะแนนก็ติดอันดับท็อปอยู่เสมอ..."

ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันนักหนาอ่ะนะ จะให่ไปหาเรื่องอะไรมาชมล่ะ อื~ม ข้อดีของคาบุรากิ ข้อดี... น่าเสียดาย หาไม่ยักเจอ

"ถ้าเจ้าลูกชายงี่เง่าของบ้านเราไปรบกวนคุณเรย์กะ ให้มาบอกผมได้ทุกเมื่อนะ ผมจะดุด่าสั่งสอนให้เอง"
"แหม... โฮะโฮะโฮะ" 

คือ ณ ปัจจุบันนี้ก็โดนรบกวนอยู่แล้วอะค่ะ  

"ยังไงจากนี้ไปก็ขอฝากมาซายะด้วยนะจ้ะ"
"ทางนี้ก็เช่นกันค่ะ..." 

ฉันข่มความรู้สึกไม่อยากรับฝากลงไปจนได้ อุ รอยยิ้มค้างตึงสุดๆ อ่ะ มาดามคาบุรากิส่งรอยยิ้มแพรวพราวทิ้งท้ายแล้วขอตัวไปทักทายแขกท่านอื่นๆ ต่อ จากนั้นฉันก็ต้องติดตามพวกท่านพ่อไปทักทายทั่วๆ งาน หน้ากากแมวรับแขกอันเบ่อเริ่มนี่หนักจัง... 

หลังจากทักทายท่านทั้งหลายที่มีความสัมพันธ์กับท่านพ่อท่านแม่เสร็จเรียบร้อยไปรอบหนึ่ง ในที่สุดฉันก็ถูกปล่อยตัวเสียที ช่วงนี้เริ่มมีหลายคนมายัดเยียดขายลูกชายตัวเองให้ฉันซึ่งๆ หน้า กว่าจะหลบเลี่ยงหาทางหนีมาได้นี่แทบตาย ขนาดเห็นอาหารอร่อยๆ อยู่ตรงหน้ายังหมดอารมณ์กิน ขอจิบๆ เยลลี่ซากุระแล้วพักก่อนดีกว่า อ๊ะ อร่อยจัง 

"สวัสดีครับ คุณคิโชวอิน"
"...สวัสดีค่ะ ท่านเอ็นโจ" 

เจอตัวซวยเข้าแล้วไง   

"วันนี้ใส่กิโมโนฟุริโซเดะเหรอ นี่เรียกว่าสีโคคิอาเคะ (สีแดงเข้ม) ใช่ไหมนะ สวยจริงๆ เหมาะมากเลยล่ะ"
"ขอบคุณค่ะ..." 

อ๋า หน้าตายิ้มแย้มนี่ดูมีเลศนัยสุดๆ... สงสัยจะยังแค้นที่ฉันเอาเรื่องเดทวันไวท์เดย์ไปตีแผ่อยู่สิท่า อยากเผ่นหนีไปให้ไกลๆ ชะมัด... 

"คุณคิโชวอินไม่ไปดูซากุระเหรอ"
"เมื่อครู่นี้ไปดูใกล้ๆ มาแล้วค่ะ แล้วฉันก็ชอบชมซากุระราตรีแบบเว้นระยะห่างหน่อยมากกว่า" 

ชิดาเระซากุระปีนี้ก็บานได้งามจับตาอีกเช่นเคย แขกที่ได้รับเชิญมาส่งเสียงชื่นชมกันใหญ่ ส่วนซากุระโซเมอิโยชิโนะบานสะพรั่งภายใต้แสงไลท์อัพดูราวกับภาพมายาจนน่ากลัว 

"ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกนะ ซากุระตอนกลางคืนนี่ออกจะน่ากลัวอยู่หน่อยๆ เนอะ เหมือนกับว่าจะดูดเอาปราณของผู้คนไปเบ่งบานอย่างภาคภูมิ เอ้า อย่างที่เขาว่าไว้ ใต้ต้นซากุระมี..."
"ศพฝังอยู่!" 

ใช่แล้ว! ใช่แล้วล่ะ! ซากุระราตรีน่ะน่ากลัวออก!? ฉันชอบซากุระนะ เห็นว่าซากุระราตรีสวยดีด้วย แต่มันสวยเกินไปจนน่ากลัวน่ะ ทำไมผู้คนถึงกล้าจัดงานสังสรรค์ใต้ต้นซากุระราตรีกันนะ
ดีใจจังที่ได้เจอคนที่มีความคิดเหมือนกับฉันด้วย 

"ตอนได้อ่านงานของคาจิอิ โมโตจิโร ผมก็รู้สึกเข้าอกเข้าใจเลยล่ะ ความวิตกกังวลอย่างพูดไม่ถูกเมื่อได้เห็นซากุระราตรีนั่น"  

อื้อๆ ฉันก็เข้าใจนะ! 

"แต่ซากุระตอนกลางวันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรขนาดนั้นนะคะ"
"คงเพราะตอนกลางคืนมันเลือนรางขึ้นมากลางความมืด ให้ความรู้สึกเหมือนจะถูกดึงดูดเข้าไปละมั้ง"
"นั่นสินะคะ" 
"ชิดาเระซากุระที่นี่อายุประมาณ 50 กว่าปีก็ยังดีนะ ต้นที่อายุร้อยปีขึ้นไปน่ะไม่รู้ว่าสูบเลือดสดๆ ไปเท่าไหร่แล้ว..." 
"หยุดเถอะค่ะ มันน่ากลัวนะคะ!" 

เผลอนึกภาพตามเลยไหมล่ะ

"ถึงจะเป็นงานชมดอกไม้เหมือนกัน แต่อย่างดอกบ๊วยหรือดอกโมโมะถึงจะเป็นตอนกลางคืนก็ไม่ได้รู้สึกน่ากลัวอะไรนะคะ"
"ชี่ ถ้าพูดแบบนั้นให้คุณแม่ของมาซายะได้ยิน เดี๋ยวก็ได้ไอเดียทำโปรเจคต์ใหม่ๆ อีกหรอก คุณเรย์กะชอบดอกบ๊วยกับดอกโมโมะเหรอคะ ถ้างั้นก็..ทำนองนั้นน่ะ"  

โอ๊ะ ไม่ได้การล่ะ ถ้าเป็นมาดามคาบุรากิผู้ชอบงานรื่นเริงต่างๆ อาจจะทำจริงก็ได้ ฉับรีบหุบปากสนิท เห็นแบบนั้นแล้ว เอ็นโจก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน 

"แต่ถึงจะกลัวซากุระก็ชอบขนมที่ทำจากซากุระใช่ไหมนะ พวกซากุระโมจิ" 

ทำไมถึงรู้ล่ะ พวกขนมฝรั่งที่ใช้ดอกไม้เป็นส่วนประกอบอย่างแยมกุหลาบน่ะออกจะทะแม่งๆ หลายอย่างอยู่นะ แต่ขนมญี่ปุ่นน่ะอร่อยจัง ซากุระโมจิ อุเมกาเอะโมจิ... อ้าว ไหงมีแต่โมจิทั้งนั้น 
 

"ค่ะ พอได้รับประทานขนมซากุระแล้ว ความรู้สึกก็เบิกบานเหมือนฤดูใบไม้ผลิไปด้วยนะคะ ในความหมายเช่นนี้ การได้รับประทานขนมตามฤดูกาลก็ให้สัมผัสถึงฤดูนั้น ฉันถึงได้ชอบน่ะค่ะ" 

ขอย้ำเลยนะว่าคาแรคเตอร์ฉันไม่ใช่ตัวกินจุนะ ถึงตอนอยู่ที่บ้านจะซดชาเขียวอั้กๆ เคี้ยวซากุระโมจิหยับๆ ก็เหอะ! 

"งี้นี่เอง คุณคิโชวอินนี่เข้าใจเสพสุนทรีย์นะ"  

ใช่แล้ว เพราะฉันเป็นคนสุนทรีย์ไงล่ะ ไม่ใช่ว่าตะกละนะ  เอ็นโจ ตานายงี้หัวเราะใหญ่เลยนะ ไม่เชื่อกันซักนิดเลยใช่มั้ยฮะ ทำเป็นพูดว่า "สมเป็นคุณคิโชวอินจริงๆ เมื่อกี้ก็ยังกินเยลลี่ซากุระอย่างเอร็ดอร่อยอยู่เลยนี่เนอะ" หนอย ชักยัวะแล้วนะ ต้องหาทางเอาคืนมั่งล่ะ 

"จะว่าไป มาซายะก็ตามหาคุณคิโชวอินอยู่ด้วยนะ"
"งั้นหรือคะ" 

นี่คาบุรากิคิดจะปรึกษาปัญหาความรักท่ามกลางแขกที่เชิญมามหาศาลแบบนี้จริงๆ น่ะเรอะ  

"วันนี้ท่านเอ็นโจไม่ได้มากับท่านคาบุรากิหรือคะ แปลกจังนะคะ"
"รู้สึกว่าคุณคิโชวอินจะชอบจับผมเป็นเซ็ทคู่กับมาซายะจังนะ"
"ก็ทั้งสองท่านมักจะอิงแอบแนบชิดกันอยู่อย่างสนิทสนมเป็นที่เลื่องลือเสมอนี่คะ..."
"ไม่ได้อิงแอบแนบชิดกันอยู่ซักหน่อยนะ ไม่ใช่แน่ๆ นี่คุณคิโชวอินจงใจพูดใช่ไหมน่ะ" 

อ๊ะ สงสัยจะหยอกหนักมือไปหน่อยแฮะ ตาเจ้าเล่ห์นี่คิดจะแผลงฤทธิ์บ้างแล้วสิ ซวยล่ะ จะเล่นคืนแล้วเหรอเฮ้ย!? 
ฉันตั้งท่าเตรียมรับมือ แล้วเธอคนนั้นก็ปรากฎตัวออกมา 

"ชู มาอยู่ที่นี่เองเหรอ" 

มือขาวผ่องเอื้อมมาจากด้านหลังเฉียงๆ เข้าควงแขนเอ็นโจ คุณยุยโกะนั่นเอง
เธอคนนี้มาด้วยเหรอเนี่ย... 

"ยุยโกะ"
"ชูลับสายตาหายไปไหนก็ไม่รู้ ฉันเป็นห่วงนะ" 

คุณยุยโกะเอนตัวเข้าซบบ่าเอ็นโจ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง 
ส่วนเหล่าชายหนุ่มในบริเวณนั้นจ้องมองคุณยุยโกะที่งดงามอ้อนแอ้นอย่างไม่วางตา ท่าทางดูอาลัยอาวรณ์เหลือเกิน

"เห็นเธอเพลิดเพลินกับพวกเขาดีอยู่นี่นา ก็เลยนึกว่าไม่เป็นไรน่ะสิ" 
"อ้าว หึงเหรอ"
"ยังไงกันนะ" 

ดูท่าทางคุณยุยโกะจะถูกผู้ชายพวกนี้ล้อมรอบเอาอกเอาใจอยู่ถึงเมื่อครู่ พวกผู้ชายบางคนทำหน้าขุ่นเคืองเมื่อเห็นคุณยุยโกะพูดคุยกับเอ็นโจ แต่เมื่ออีกฝ่ายเป็นเอ็นโจก็คงไม่กล้าทำอะไรหักหาญหรอก ก็สองคนนี้สวยหล่อสมกันอย่างกับภาพวาด 

"ยุยโกะ ทางนี้คุณคิโชวอิน เรย์กะ เพื่อนร่วมชั้นปีของผมเอง"

เอ็นโจตีมือคุณยุยโกะที่คล้องแขนตัวเองอยู่เบาๆ แล้วแนะนำฉัน 

"คุณคิโชวอิน เรย์กะ?" 

คุณยุยโกะส่งสายตามาทางฉันอย่างเชื่องช้า ดวงตาดำกลมโตจับที่ฉัน ขนลุกเกรียวเลย 

"คุณคิโชวอินรู้จักยุยโกะอยู่แล้วใช่ไหม อุริว ยุยโกะ ญาติของผมเอง"
"สวัสดีค่ะ คิโชวอิน เรย์กะค่ะ"  

ฉันทักทายด้วยรอยยิ้มที่ตั้งใจจะให้ดูสบายๆ ที่สุดเท่าที่ทำได้

"อุริว ยุยโกะค่ะ เราเคยพบกันมาก่อนแล้วใช่ไหมคะ"
"ค่ะ ในงานเทศกาลโรงเรียนของซุยรัน" 

คุณยุยโกะจับจ้องมองฉันด้วยนัยน์ตาไหวระริกแล้วยิ้มจางๆ 

"จริงด้วย ที่ใส่ชุดจีนน่ารักๆ ใช่ไหมคะ เนอะ ใช่ไหมเอ่ย"
"ค่ะ" 

คุณยุยโกะหัวเราะหุหุ ถูกด้วยล่ะอย่างรื่นเริง พอเห็นดังนั้น รอบข้างก็พลอยทำหน้าชื่นมื่นไปด้วย  

"นี่ ชู คอแห้งจังเลยล่ะ"
"งั้นผมจะไปหยิบเครื่องดื่มอะไรให้นะ แล้วคุณคิโชวอิน..."
"ฉันจะขอไปดูซากุระอีกซักหน่อยค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ ท่านเอ็นโจ คุณยุยโกะ" 

เอ็นโจขมวดคิ้วเล็กน้อย คุณยุยโกะยังแย้มยิ้มมองฉันด้วยแววตาที่ไม่รู้ว่ามองไปทางไหน อย่ามาล้อเล่นนะ ใครจะไปอยากอยู่ด้วยยะ น่าสยองจะตาย
ฉันอยากเผ่นออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด ความจริงก็อยากเดินจ้ำพรวดๆ ไปให้พ้นๆ หรอกนะ แต่เพราะใส่ฟุริโซเดะเลยก้าวยาวๆ ไม่ได้! หน้าจะคว่ำแล้ว!
เพนกวิน! ตอนนี้ตัวฉันต้องกลายเป็นเพนกวิน!
อา รู้สึกถึงสายตาคุณยุยโกะจับจ้องมาจากด้านหลัง... อย่ามาจองเวรจองกรรมกันเล้ย 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
เพื่อให้ได้บรรยากาศงานชมซากุระราตรี ภาพประกอบวันนี้จะจัดหนักจัดเต็มหน่อยนะครับ ขออภัยที่อาจทำให้เปลืองทรัพยากร 3G 
.
.


กิโมโนฟุริโซเดะ หรือกิโมโนแขนเสื้อยาวสำหรับสาวๆ สีโคคิอาเคะหรือสีแดงเข้ม 

 

ซากุระจูเล่ หรือเยลลี่ซากุระ


ชิดาเระซากุระ

 

ซากุระโซเมอิโยชิโนะ

 

ซากุระโมจิ

 

อุเมกาเอะโมจิ  梅が枝餅 (ขนมท้องถิ่นที่มีขายอยู่ในศาลเจ้าดาไซฟุในคิวชู) 

ส่วนประโยค "ใต้ต้นซากุระมีศพฝังอยู่" ที่เลื่องลือนั้น มาจากความเรียงสั้นๆ ของนักเขียนยุคเมจินามว่า คาจิอิ โมโตจิโร ถ้าใครอยากลองอ่าน มีฉบับภาษาอังกฤษแปลไว้ ลองเสิร์ชหาในชื่อ "Beneath the Cherry Trees" ดูนะครับ 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

.

 




NEKOPOST.NET