[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 205 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.205 - ตอนที่ 205


205.


ในห้องเรียนทำอาหารของคุณอาคิมิวันนี้ มีมาโอะจังเข้าร่วมด้วยตามที่สัญญาไว้ตั้งแต่ก่อนปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ 
พอได้ทานอาหารฝีมือคุณอาคิมิ ฉันก็คิดว่าอยากจำลองรสชาติของคุณแม่ในชาติก่อนขึ้นมาด้วยฝีมือตัวเอง ที่ฉันขอให้คุณอาคิมิสอนให้ โดยมากจึงมักจะเป็นอาหารญี่ปุ่นในครัวเรือนเป็นหลัก 
แต่สำหรับมาโอะจังตัวน้อยๆ อุตส่าห์มาเรียนทั้งทีกลับมีแต่อาหารสีน้ำตาลตุ่นๆ อาจจะน่าเบื่อก็ได้ ฉันเลยปรึกษากับคุณอาคิมิ เป็นอันว่าครั้งนี้เราจะทำกราแตงกัน 

"ว้าว! หนูชอบกราแตงมากเลยค่ะ!"

พอใส่ผ้ากันเปื้อนน่ารักที่นำมาเอง ได้ฟังเมนูวันนี้แล้ว มาโอะจังก็ทำท่าดีอกดีใจ ว่าแล้วว่าเด็กๆ ก็ต้องอาหารฝรั่งน่ะเนอะ 
ผสมแป้งสาลีกับนมเข้าด้วยกัน คนให้ดีอย่าให้จับตัวเป็นก้อน ฉันได้เรียนรู้จากการทำขนมกับวาคาบะจังแล้วว่าการผสมแป้งให้เนื้อเนียนห้ามมีก้อนๆ เหลืออยู่สำคัญแค่ไหน 

คุณอาคิมิบอกว่าถ้ารู้วิธีทำไวท์ซอสแล้ว จะเอาไปประยุกต์ใช้กับอาหารอื่นๆ นอกเหนือจากกราแตงอีกก็ได้ สะดวกมากเลย  โฮ่~ รู้สึกว่าคุณแม่ในชาติก่อนตอนทำสตูว์ก็ใช้ก้อนแกงสำเร็จรูปนี่นะ เล่นง่ายหรือเปล่าน่ะเหรอ ไม่นะๆ ก็มันอร่อยดีนา!  
นอกจากกราแตงแล้วก็ทำซุปมิเนสโตรเน่ ทางนี้มีต้องหั่นผักด้วย ฉันเลยใจเต้นนิดหน่อย จะให้ไปหั่นผักงกๆ เงิ่นๆ ต่อหน้ามาโอะจังก็ไม่ได้ ถ้าแค่หั่นแครอทน่ะฉันซ้อมอยู่ที่บ้านหลายรอบแล้ว คงพอเอาตัวรอดไปได้ ใช้ที่ปอกปอกเปลือกออกก่อน จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้นๆ ขนาดประมาณ 1 ซม. 

พอคิดถึงฐานะของฉัน คุณอาคิมิก็ช่วยรับหน้าที่ที่ฉันไม่ถนัดไปทำแทนแบบเนียนๆ ฉันเลยเอาตัวรอดไปได้ไม่ต้องขายหน้าต่อหน้ามาโอะจัง
ระหว่างนั้น คุณอาคิมิก็เอ่ยชมสร้อยคอที่ฉันสวมอยู่ขึ้นมา "สร้อยไข่มุกของคุณเรย์กะสวยจังนะคะ"  พอบอกไปว่าเป็นของขวัญจากท่านอิมาริ ทั้งสองคนก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่
ทั้งสองคนเคลิบเคลิ้มไปกับเรื่องราวของท่านอิมาริที่ฉันเล่าให้ฟัง มาโอะจังที่มียูริคุงอยู่แล้วยังพอว่า แต่คุณอาคิมิห้ามถลำตัวไปกับท่านอิมาริเชียวนะคะ ท่านพี่เองก็ทำหน้าขื่นๆ คอยย้ำกับฉันว่า "มีแค่อิมาริเท่านั้นที่ห้ามเด็ดขาด"  รู้สึกว่านอกจากเรื่องมีดๆ ไม้ๆ ที่ได้ยินไปคราวก่อน ก็ยังมีเหตุหน้าสิ่วหน้าขวานซ่อนอยู่อีกเยอะ ท่านอิมาริคะ...  

เมนูมื้อเที่ยงวันนี้เป็นกราแตงและซุปมิเนสโตรเน่ แล้วก็ขนมปังบาแกตต์ที่คุณอาคิมิเป็นคนอบมา ขนมปังฝีมือคุณอาคิมิอร่อยจัง! ฉันก็ชอบขนมปังมากเลยนะ เช็คร้านขนมปังอร่อยๆ อยู่เรื่อยๆ แต่อบเองก็ดูน่าจะสนุกเนอะ มาโอะจังเล่าให้ฟังว่าบางทีคุณแม่ก็อบขนมปังเองเหมือนกัน งั้นเหรอ ครั้งหน้าลองขอให้สอนอบขนมปังดูน่าจะดีนะ 

พอถามๆ เรื่องนี้ คุณอาคิมิก็บอกว่าบาแกตต์มันยาก ครั้งแรกลองเอาเป็นเบเกิลดูก่อนดีกว่า เบเกิล! เบเกิลเนี่ยอร่อยจังเนอะ แซนด์วิชขนมปังเบเกิลนี่ของโปรดฉันเลยล่ะ
รู้สึกว่าวันนี้ทั้งวันมาโอะจังจะติดคุณอาคิมิแจ ก็คุณอาคิมินิ่มนวลใจเย็น รูปร่างท้วมๆ อยู่ด้วยแล้วสบายใจนี่เนอะ มาโอะจังถามว่าครั้งหน้าถ้ามีเรียนอบขนมปังจะมาขอเรียนด้วยได้ไหม แน่นอนอยู่แล้วจ้า  

วันนี้ท่านพี่ออกไปข้างนอกไม่อยู่บ้าน ฉันเลยบอกว่าขากลับจะให้รถบ้านคุณคิโชวอินไปส่งคุณอาคิมิที่บ้าน แต่มาโอะจังบอกว่าตัวเองจะไปส่งให้เอง สนิทกันเร็วจังน้า~ 
แล้วคนที่โผล่มารับมาโอะจังก็คือคุณอิชิโนะคุระ  

"สวัสดีครับ วันนี้ต้องรบกวนให้ดูแลมาโอะจริงๆ ขอบคุณนะครับ คุณเรย์กะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ทางนี้ต่างหากล่ะคะที่ได้ใช้เวลาสนุกๆ กับมาโอะจัง"
"ท่านพี่ฮารุโตะ ทางนี้คือคุณนารุโทมิ อาคิมิค่ะ เป็นอาจารย์สอนพวกเราทำอาหารวันนี้!"

มาโอะจังแนะนำให้คุณอิชิโนะคุระรู้จักกับคุณอาคิมิ 

"สวัสดีครับ ผม อิชิโนะคุระ ฮารุโตะ เป็นอาของมาโอะครับ" 
"อ๊ะ นารุโทมิ อาคิมิค่ะ..." 

คุณอาคิมิที่เป็นคนขี้อายทักทายคุณอิชิโนะคุระที่ได้พบเป็นครั้งแรกด้วยท่าทางตื่นๆ เล็กน้อย  

"นี่ ท่านพี่ฮารุโตะ ไปส่งคุณอาคิมิด้วยนะคะ นะ ได้ใช่ไหมคะ"
"เอ่อ มาโอะจัง พี่กลับแท็กซี่ก็ได้..."
"แน่นอน ได้อยู่แล้ว คุณอาคิมิ ผมขออนุญาตไปส่งที่บ้านนะครับ" 

ดูเหมือนจะคิดว่าคนขับรถของบ้านซาวาราบิจะเป็นคนมารับ พอปรากฎว่าที่มาคือคุณอาหนุ่ม คุณอาคิมิก็ทำท่าไม่ค่อยสะดวกใจ แต่ต้านทานการยืนกรานอย่างแข็งขันของมาโอะจังไม่ได้ สุดท้ายก็เลยขึ้นรถของคุณอิชิโนะคุระกลับไปด้วยกัน 
อื~ม มาโอะจัง วางแผนอะไรไว้หรือเปล่าจ๊ะ ทำตัวอย่างกับคุณป้าแม่สื่อแม่ชักเลยนะ  


อุตส่าห์ปิดเทอมทั้งที ฉันเลยอยากไปเที่ยวกับวาคาบะจังมั่ง
แต่จะให้ชวนสบายๆ ว่า "ไปเที่ยวกันมั้ย" ก็พูดไม่ออก ฉันเลยส่งเมล์ไปหาว่า "อยากทานเค้กบ้านคุณทาคามิจิจัง ขอไปซื้อได้ไหมคะ" แล้วก็ได้คำตอบกลับมาว่า "แวะมาเที่ยวได้เลย!" ที่บ้านวาคาบะจังเป็นร้านเค้กเนี่ยก็ใช้เป็นข้ออ้างในเวลาแบบนี้ได้ดีเลยเนอะ! 

วันนี้วาคาบะจังก็มารับฉันถึงหน้าสถานีเหมือนเคย  

"พวกคันตะนะ ชอบถามเรื่อยเลยว่าคุณคิโชวอินไม่มาเที่ยวบ้านเหรอ~" 
"'โคโรเน่ไม่มาเที่ยวบ้านเหรอ' มากกว่ามั้งคะ"
"อะฮะฮะ~ ดุไปกี่รอบก็ไม่รู้จักฟังเลย ขอโทษนะ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ โคโรเน่ก็โคโรเน่" 

เรียกโคโระจังมันฟังดูสนิทสนมกันง่ายกว่าคุณคิโชวอินนี่นะ 

"จากนั้นมาเป็นไงบ้าง เรื่องกลั่นแกล้งกันน่ะค่ะ"
"อื้อ ตั้งแต่คดีล็อกเกอร์นั้นมาก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะ คงกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด ทุกคนก็คอยเฝ้าระวังกันอยู่ คงไม่กล้าทำอะไรแปลกๆ แล้วล่ะ"
"เหรอ ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเรียนจบก็ดีนะคะ"
"นั่นสิเนอะ"   

ในกรณีของวาคาบะจัง ฉันว่าท่าทางที่เต็มไปด้วยจุดอ่อนเปิดโล่งแบบนั้นทำให้โดนกลั่นแกล้งได้ง่ายนะ ถ้าวางท่าเนี้ยบเฉียบขาดในฐานะสาวน้อยอัจฉริยะของโรงเรียนได้ต้องเป็นที่จับตามองของทุกคนแน่นอน 
เห็นไหมน่ะ ขนาดพูดๆ "อากาศเริ่มอุ่นขึ้นแล้วเน้อ~" ตอนนี้ ปากก็ยังอ้าค้างอยู่เลย หน้าตาออกมาเอ๋อเชียว 

"เอ่อ คุณทาคามิจิ ปากเผยออยู่นะคะ"
"หวาๆ!"
 
พอฉันอดไม่ได้เตือนออกไป วาคาบะจังก็รีบหุบปากดังกั่บ

"คุณทาคามิจินี่ บางทีก็ปากอ้าเผยอบ่อยๆ นะคะ..." 

แม้จะรู้ว่าเสียมารยาท ฉันก็ตัดสินใจพูดออกไป บางทีเจ้าตัวอาจจะไม่รู้ถึงนิสัยติดตัวตรงนี้ก็ได้ นี่เป็นก้าวแรกไปสู่การแปลงโฉมเป็นวาคาบะจังสุดเนี้ยบ

"อ้อ อื้อ ตรงนี้น่ะนะ ความจริงแล้วเป็นมาตรการป้องกันการกัดฟันน่ะค่ะ" 

คำตอบที่กลับมาจากวาคาบะจังเกินกว่าที่คาดไว้  

"ป้องกันการกัดฟัน?"
"อื้อ ฉันมีนิสัยชอบกัดฟันกรอดๆ ตอนนอนหรือตอนเผลอน่ะ ก็เลยเกิดรอยกัดฟันขึ้นในกระพุ้งแก้มด้านใน ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปจะทำให้เหงือกต้องรับภาระหนัก แล้วก็ทำให้ฟันกร่อนด้วย คุณหมอทันตแพทย์ก็เลยเตือนว่าให้รีบแก้นิสัยนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ดีกว่า จากนั้นมา พอนึกขึ้นได้ฉันก็จะทำปากให้อ้าไว้ จะได้ไม่เผลอกัดฟันไปน่ะ"   

อะไรกันเนี่ย! หน้าตาเอ๋อๆ ของวาคาบะจังมีที่มาเป็นเรื่องเป็นราวอย่างงี้เองเหรอ!

"ความจริงไม่ต้องเปิดปากก็ได้ ปิดริมฝีปากไว้แล้วยกแค่ฟันบนฟันล่างให้เผยอห่างกันหน่อยก็ได้แล้วล่ะ แต่ก็เผลอเปิดปากไปด้วยทุกทีเลย~" 

วาคาบะจังหัวเราะอะฮะฮะ ถ้าเป็นแบบนี้ก็หักใจพูดว่าให้แก้ซะไม่ออกหรอกนะ 
 
"เส้นกัดฟันเหรอคะ"
"ไปส่องกระจกดูก็จะเห็นชัดเลยล่ะ ที่กระพุ้งแก้มจะมีเส้นขาวๆ พาดเป็นแนวนอนอยู่ ใช้ลิ้นแตะๆ ดูก็เจอนะ" 

งั้นเหรอ ฉันเลยทดลองเอาลิ้นแตะๆ กระพุ้งแก้มตัวเองดูบ้าง ข้างๆ มีอะไรนูนๆ ออกมาในแนวนอนจริงๆ ด้วย เอ๋! นี่ฉันก็นอนกัดฟันเหมือนกันเหรอ!?
คงเพราะเครียดหลายเรื่องละมั้ง...  คงไม่ใช่ว่ารอยนูนนี่เป็นเพราะเนื้อแก้มเยอะหรอกนะ บางทีเวลาเคี้ยวๆ อะไรอยู่ ฉันก็เผลอเคี้ยวเอาแก้มตัวเองไปด้วยบ่อยเหมือนกัน... 

พอมาถึงบ้าน คันตะคุงก็ออกมารับ พอฉันรายงานไปว่าทำตามสูตรแล้วก็ทำฟองดองต์ช็อกโกล่าสำหรับวาเลนไทน์ออกมาได้อย่างงดงาม คันตะคุงก็ตอบอย่างกร่างๆ ว่าแหงอยู่แล้ว 
พอเล่าต่อว่าครั้งหน้าอยากลองอบขนมปัง คันตะคุงก็ร่ายข้อควรระวังออกมายาวเหยียด รู้สึกว่าอบขนมปังกับทำขนมจะคล้ายๆ กันนะ คันตะคุงย้ำแล้วย้ำอีกว่ายังไงก็ต้องทำตามสูตร  รู้แล้วละน่า
พวกเราสามคนคุยกันอย่างสนุกสนาน แล้วเรื่องก็กลายเป็นว่าไหนๆ ได้เจอกันทั้งที ทำอะไรกินกันดีกว่า ระหว่างที่กำลังกรี๊ดกร๊าดว่าทำอะไรดีน้า คุณแม่ของวาคาบะจังก็โผล่ออกมาจากร้าน 

"วาคาบะ คาบุรากิคุงมาหาที่ร้านแน่ะ"

กรี๊ดดดดดดดดด!!

 

-------------------------

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

กราแตง  (Au Gratin) อาหารอิตาเลียนประกอบด้วยนม เนย ชีส ใส่มันฝรั่งหรือซีฟู้ดตามชอบ

ซุปมิเนสโตรเน่ (Minestrone soup) หรือซุปผักรวม

เบเกิล (ขนมปังกลมๆ มีรูตรงกลาง) แซนด์วิช อันนี้เป็นไส้สโมคแซลมอน 

ในที่สุดก็รถไฟชนกัน! ปกติคงมีต่อยกันแย่งนางเอก แต่ถ้าเป็นคู่นี้อาจตีกันแย่งเค้ก...




NEKOPOST.NET