[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 199 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.199 - ตอนที่ 199


199.


หัวหน้าห้องกับอิวามุโระคุงมาปรึกษาฉันเรื่องของขวัญที่จะให้ตอบแทนมิฮารุจังกับคุณโนโนเสะในวันไวท์เดย์ ฉันเลยแนะนำลูกอมน้ำผึ้งที่เพิ่งได้มาจากท่านอิมาริ หวานอร่อยแล้วยังช่วยให้ชุ่มคอด้วยนะคะ

"เห! งั้นผมเอาเป็นลูกอมนั่นดีกว่า"
"แต่สองคนจะให้ของเหมือนกันไม่ได้นะ"
"ถ้าเป็นอย่างอื่น คาราเมลก็ดีเหมือนกันนะคะ"  

ฉันขยายข้อมูลคาราเมลที่รับมาจากท่านอิมาริเมื่อตอนฤดูร้อน 

"คาราเมลเหรอ"
"มีหลายแบบให้เลือก รสชาติก็ชุ่มฉ่ำอร่อยมากเลยค่ะ"
"งั้นเอาเป็นอันนั้นดีไหมน้า..." 

 Guimauve ที่ได้จากรุ่นพี่โทโมเอะกับท่านคาซึมิเมื่อปีที่แล้วก็อร่อยนะ ขนาดคาบุรากิยังรับรองเลย แชร์ข้อมูลนี้ด้วยดีกว่า

"นั่นก็ดีนะ"
"งั้นหาของขวัญเล็กๆ น้อยๆ แนบไปกับขนมด้วยน่าจะดีนะ คุณฮนดะชอบถุงมือที่ให้ไปในวันวาเลนไทน์มากเลย เอาไปสวมแล้วด้วยนะ ...ผมเองก็ไปซื้อถุงมือเข้าคู่กันคนละสีมาเหมือนกัน แต่ไม่กล้าบอก... ตอนนี้ก็แอบๆ ใช้อยู่นะ" 

หัวหน้าห้องนี่ยังคงความเป็นสาวน้อยไม่สั่นคลอนเลยนะ "ช็อกโกแลตทำเองที่ได้รับจากคุณฮนดะ ทั้งหวานทั้งอร่อยกว่าช็อกโกแลตไหนๆ ที่เคยกินมาจนถึงตอนนี้ทั้งหมดเลยล่ะ" หัวหน้าห้องว่าหน้าแดงซ่าน หัวใจรักที่หัวหน้าห้องมีต่อคุณฮนดะคงจะหวานอมเปรี้ยวเหมือนรักแรกของชิมาซากะ โทซน (นักกวีญี่ปุ่น) ฟังแล้วทางนี้พลอยเขินไปด้วย 

ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ น่ารักๆ เหรอ...  

"จากประสบการณ์ของฉัน ออร์เกลบอล สร้อยคอ ถุงบุหงากับเซ็ทชาสมุนไพร... แล้วก็บ็อกซ์ฟลาวเวอร์ ของพวกนี้ไม่กินที่ แล้วก็เอากลับบ้านได้ง่ายด้วยนะคะ" 

ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นของขวัญจากท่านอิมาริ ผู้ใหญ่บ้านคาสโนว่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งนั้น

"บ็อกซ์ฟลาวเวอร์ที่ว่านี่อะไรเหรอ"
"พอเปิดกล่องออกมาก็จะเจอดอกไม้สดอัดแน่นกันอยู่ในกล่องค่ะ"
"เห~"
"น่ารักจังเลยนะครับ..." 

ก็อิวามุโระคุงชอบของน่ารักนี่นา ฉันว่าดูน่าจะเป็นฝ่ายที่อยากได้ดอกไม้มากกว่าให้คนอื่นซะเองนะ 
แต่ความจริงของขวัญเนี่ยไม่ต้องเป็นข้าวของก็ได้นี่นา

"หรือไม่ก็ลองชวนดูว่าตอนปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกันไหม แล้วก็ส่งตั๋วไปให้..."
"ท่านอาจารย์ ช่างเป็นข้อเสนอที่ห้าวหาญอะไรอย่างนี้!"
"เรื่องนั้น..! แต่ว่า อาจจะเป็นการรบกวนก็ได้..."
"ในซุยรันมีธรรมเนียมว่าของขวัญวาเลนไทน์ควรให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป แต่พวกคุณสนิทสนมกันขนาดให้ช็อกโกแลตทำเองแล้วนะคะ ถ้าลองชวนดูเขาคงไม่ปฎิเสธหรอกค่ะ"
"คุณคิโชวอิน! กรุณามอบความกล้าให้ผมด้วย!"
"ท่านอาจารย์!" 

หัวหน้าห้องกับอิวามุโระพนมมือไหว้ฉันประหลกๆ พลางภาวนาว่า "ขอให้สมปรารถนา~ ขอให้สมปรารถนา~ " ช่วยไม่ได้นะ เพื่อพวกลูกศิษย์ลูกหาที่น่ารักแล้ว จะแบ่งดวงความรักที่มีอยู่อย่างกระเบียดกระเสียรของฉันให้ก็ได้นะ
ขอให้โชคดีนะคะ 

 

อา... รู้สึกวิงเวียน
หัวชาด้านทึมทึบ คลื่นเหียนแล้วก็วิงเวียน หนาว... อึดอัด คลื่นไส้ หน้ามืดไปหมดมองอะไรไม่เห็นเลย

"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ท่านเรย์กะ ตายแล้ว หน้าซีดไปหมดเลย!"
"ท่านเรย์กะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"

จู่ๆ อาการป่วยก็เข้าจู่โจมอย่างเฉียบพลัน ฉันอาการไม่ดีจนพูดอะไรตอบไปไม่ออก แย่ล่ะ รู้สึกไม่ดีขึ้นมาจริงๆ แล้วไง... 
 
"ท่านเรย์กะ! ไปห้องพยาบาลกันเถอะค่ะ"
"จริงด้วย ยืนไหวไหมคะ"
"มือเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็งเลยค่ะ ท่านเรย์กะ ไหวไหมคะ"  

พอจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ สติก็ขาดวูบไปพักหนึ่ง อา~ ไม่ไหวแล้ว ได้ยินเสียงกริ่งในหูด้วย กลบเสียงพูดของคนอื่นๆ ไปหมดเลย
มีคนมาช่วยพยุงกระหนาบข้างฉันไว้ แล้วก็ช่วยประคองไปถึงห้องพยาบาลทั้งที่ฉันยังสติเลือนราง 

"อาจารย์คะ ท่านเรย์กะไม่สบายค่ะ"
"แหม! เลือดจางหรือเปล่าคะ ลงไปนอนบนเตียงก่อนนะ"  

เพื่อนๆ ค่อยๆ พยุงฉันให้ลงนอนบนเตียง เฮ้อ ขนาดหลับตาโลกก็ยังหมุนติ้วเลย 

"ที่เหลือให้อาจารย์ดูแลเถอะค่ะ เดี๋ยวทุกคนจะไปไม่ทันเรียนคาบต่อไป กลับห้องกันไปก่อนนะคะ"
"ค่ะ"
"ท่านเรย์กะ ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ"  

ฉันพยายามเค้นเสียงตอบพวกเด็กๆ ที่ประคองมาถึงนี่ว่า "ขอบคุณ..." อาจารย์ห้องพยาบาลซักถามอาการอยู่ครู่หนึ่งก็วินิจฉัยออกมาว่าคงเป็นเพราะโลหิตในสมองจางจากอาการนอนไม่พอ ความจริงแล้วช่วงสามวันที่ผ่านมา ฉันติดนิยายขนาดยาวเป็นซีรี่ส์ตาค้างอ่านอยู่จนดึกดื่น ลดเวลานอนทุกคืนจนเหลือไม่ถึงห้าชั่วโมง แถมวันนี้เรื่องราวกำลังเข้าขั้นไคลแมกซ์ เลยเผลออ่านยาวจนโต้รุ่งเลยอ่ะนะ... 

อาจารย์ดึงหมอนออกจากใต้ศีรษะ นำมาหนุนใต้ข้อเท้าเพื่อให้เลือดกลับขึ้นมาเลี้ยงศีรษะ 

"พักซักหน่อย ถ้าอาการไม่ดีขึ้น วันนี้ก็กลับบ้านเร็วหน่อยนะคะ"

ฉันทำตามคำพูดนั้นด้วยการหลับตาลง แล้วก็หลับปุ๋ยไปอย่างรวดเร็ว 

พอตื่นมาอีกที หัวก็โล่งปลอดโปร่งเลย การนอนเนี่ยสำคัญจริงๆ นะคะ! 

"อาจารย์คะ รู้สึกจะหายดีแล้วค่ะ"

ฉันลงจากเตียง ส่งเสียงเรียกอาจารย์ห้องพยาบาลที่หันหน้าเข้าหาโต๊ะเขียนเอกสารอะไรอยู่ 

"ไม่เป็นไรแล้วเหรอจ๊ะ"
"ค่ะ กลับมาแข็งแรงแล้วค่ะ"  

แค่หลับไปหน่อยเดียวเอง อาการไม่ค่อยดีเมื่อครู่ก็หายเป็นปลิดทิ้งเลย 

"สีหน้าดูดีขึ้นแล้วนะ อย่าโต้รุ่งให้มากนักล่ะ"
"ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวน"  

จริงด้วยน้า ต้องสำนึกผิดแล้ว สำนึกผิด

"อีกเดี๋ยวคาบเรียนตอนนี้ก็จะจบพอดี จะนั่งอยู่ในห้องพยาบาลก่อนจนกว่ากริ่งจะดังไหมคะ"
"ไม่ละค่ะ มีของอยากไปเอาที่ล็อกเกอร์ก่อน" 

ฉันขอบคุณอาจารย์แล้วออกจากห้องพยาบาลมา
ยังอยู่ระหว่างชั่วโมงเรียน ที่ทางเดินก็เลยว่างเปล่า ได้ยินแต่เสียงอาจารย์กับเสียงนักเรียนแว่วมาเป็นพักๆ จากห้องเรียนที่ปิดสนิท ในทางเดินที่เงียบงันมีเพียงเสียงฝีเท้าของฉันดังขึ้นเบาๆ ฉันเดินไปที่ล็อกเกอร์เพื่อไปหยิบหนังสือเรียนของวิชาถัดไป 

พอเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นของม.5 ก็ได้ยินเสียงอะไรหล่นดังกลุก ตามด้วยเสียงฝีเท้าของใครบางคนวิ่งห่างออกไป  อื๋อ? รู้สึกเหมือนมีคน แต่อยู่ระหว่างชั่วโมงเรียนใช่ไหมนะ..?
มีห้องไหนปล่อยก่อนเวลาหรือเปล่าน้า ฉันคิดพลางเดินไปตามทางเดิน แล้วก็พบปากกาเมจิกสีดำหล่นกลิ้งอยู่ เสียงของหล่นเมื่อกี้คือนี่น่ะเหรอ  ฉันหยิบปากกาเมจิกขึ้น เหลียวมองไปรอบๆ หาเจ้าของที่ทำตก แต่ไม่เห็นมีใครเลย ไว้เดี๋ยวค่อยเอาไปส่งคณะกรรมการนักเรียนทีหลังก็ได้มั้ง

พอเดินต่อไปยังล็อกเกอร์ หัวใจก็กระชากอย่างรุนแรง

"ลาออกไปซะ!" 

อะไรเนี่ย... ป้ายชื่อบนล็อกเกอร์เขียนว่า "ทาคามิจิ วาคาบะ" นี่ล็อกเกอร์ของวาคาบะจังนี่นา
เสียงฝีเท้าที่ฉันได้ยินตอนขึ้นบันไดมา เป็นเสียงฝีเท้าของคนร้ายที่รู้ตัวแล้ววิ่งหนีไปสินะ!
ในวินาทีต่อมา เสียงกริ่งบ่งบอกคาบเรียนสิ้นสุดก็ดังขึ้น
ห้องที่ปล่อยเร็ว นักเรียนก็ทยอยกันออกจากประตูพร้อมเสียงกริ่งสัญญาณ พวกนักเรียนที่เดินออกมาสังเกตเห็นฉันที่อยู่ตรงทางเดิน แล้วก็มองไปที่คำขีดเขียนบนล็อกเกอร์

"เอ๋..." 
 
เอ๋..? อ๊ะ! หรือว่า อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ฉันจะถูกมองว่าเป็นคนร้ายหรือเปล่าน่ะ!?

"เปล่านะ ไม่ใช่นะคะ! ฉันก็เพิ่งมาเจอเข้าเหมือนกัน"

พอรีบร้อนแก้ตัว พวกนักเรียนที่ออกมาที่ทางเดินก็กรูกันเข้ามาห้อมล้อมฉันในพริบตา เสียงเอะอะ  "อะไรกันน่ะ" "ล็อกเกอร์ของคุณทาคามิไม่ใช่เหรอ" ดังแซ่ดลั่นทางเดิน

"อะไรน่ะ มีอะไรกันเหรอ เอ๋~ อะไรเนี่ย!" 

ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่ห้องที่ปล่อยเร็วที่สุดดันเป็นห้องของคุณซึรุฮานะ... ซวยสุดๆ 
คุณซึรุฮานะมองฉัน มองล็อกเกอร์ มองปากกาในมือฉัน ร้อง "เห..." ผุดรอยยิ้มยียวนที่ดูสนุกสนานเพลิดเพลินจากใจออกมา

"อะไรกั๊น ต่อหน้าทำเป็นพูดสวยๆ สุดท้ายท่านเรย์กะเองก็ทำอะไรสกปรกอยู่เบื้องหลังเหมือนกันนี่นา" 

คุณซึรุฮานะลั่นวาจาอย่างภาคภูมิในชัยชนะ 

"ไม่ใช่ฉันนะ!"
"แต่ที่อยู่ตรงนี้ก็มีแต่ท่านเรย์กะคนเดียวนะคะ แล้วอยู่ระหว่างคาบเรียน มาทำอะไรอยู่ตรงนี้กันเอ่ย"
"ฉันไม่ค่อยสบายก็เลยไปนอนพักที่ห้องพยาบาล พอกลับมาก็..."
"ถือปากกาเมจิกอยู่คามือ แก้ตัวได้แค่นี้น่ะเหรอคะ"
"ฉันแค่เก็บปากกาที่ตกอยู่ขึ้นมาเท่านั้นนะคะ" 
"พูดอะไรเอาสะดวกเข้าว่าจังเลยนะคะ" 
"ไม่ได้โกหกนะคะ!"
"ความจริงแล้วคุณเองก็ไม่ได้ถูกใจทาคามิจิ วาคาบะนักหรอกใช่ไหมล่ะ ก็เลยคอยกลั่นแกล้งอยู่ลับๆ" 
"ไม่ใช่นะ!" 

แต่ก็เป็นความจริงไม่ผิดแน่ว่าฉันมันดูน่าสงสัยที่สุดล่ะตรงนี้ พวกนักเรียนคนอื่นๆ มีพยานหลักฐานยืนยันอยู่ในคาบเรียนนี่นา 
ระหว่างที่เถียงกันอยู่ คนก็เริ่มทยอยมาชุมนุมกัน คนที่มองฉันด้วยสายตาเคลือบแคลงยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทำไงดีล่ะ...!  
บรรดาอาจารย์ที่เสร็จสิ้นการสอนพยายามปรามพวกนักเรียนที่ส่งเสียงเอะอะเซ็งแซ่ แต่ทุกคนกำลังติดพันได้ที่ไม่มีใครยอมฟังใครเลย 

"ท่านเรย์กะ!"

พวกเซริกะจังวิ่งมาหาฉันตามเสียงเอะอะ

"อะไรกันน่ะ พวกเธอ! ท่านเรย์กะไม่มีทางทำอะไรแบบนี้หรอก!"
"แต่หลักฐานครบครันขนาดนี้เชียวนะ"
"หลักฐานอะไรกัน! นี่พวกเธอจงใจจัดฉากขึ้นมาเพื่อใส่ความท่านเรย์กะหรือเปล่า!?"
"เดี๋ยวเถอะ อย่ามาใส่ร้ายคนอื่นเขานะ!" 
"พวกเธอต่างหากที่ใส่ร้ายท่านเรย์กะน่ะ!" 

แล้วคาบุรากิก็โผล่มาในจังหวะเลวร้ายที่สุด---

"นี่มันอะไรกันน่ะ..."

มองล็อกเกอร์ของวาคาบะจังเพียบแวบเดียว สายตานั่นก็ปรากฎประกายโกรธเกรี้ยว 

"ก่อเรื่องแบบนี้อีกแล้ว...!" 
"คนร้ายคือท่านเรย์กะที่อยู่ตรงนั้นไงคะ"

คุณซึรุฮานะแจ้งคาบุรากิทันทีราวกับรอคอยจังหวะอยู่แล้ว 

"คิโชวอิน..?"

คาบุรากิขมวดคิ้วมุ่นลึกจับจ้องมองฉันนิ่ง  ซวยล่ะ! สถานการณ์ตอนนี้ซวยสุดๆ!  

"ไม่ใช่นะคะ! ไม่ใช่ฉัน!"
"แต่ที่อยู่ตรงนี้ก็มีแต่ท่านเรย์กะคนเดียวนะคะ ปากกายังคามืออยู่เลย"
"ไม่สิ แต่ทำไมคิโชวอินต้อง..." 

คาบุรากิท่าทางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง 

"เบื้องหน้าก็ทำเป็นคนดี แต่เบื้องหลังคงรังเกียจคุณทาคามิจิยิ่งกว่าใครล่ะมั้งคะ การกลั่นแกล้งที่มีต่อคุณทาคามิจิที่ผ่านมาทั้งหมด อาจจะเป็นฝีมือคนๆ นี้ก็ได้นะคะ"  
"แต่ว่า... คิโชวอิน..."
"พวกเราแค่ไม่รู้เท่านั้นแหละค่ะ เบื้องหลังคงจะคอยสืบพฤติกรรมของคุณทาคามิจิ แล้วก็คอยกลั่นแกล้งเรื่อยมาอย่างลับๆ ไม่ให้ใครจับได้ แล้วให้เด็กที่อยู่ห้องเดียวกันมารายงานความเสียหาย คอยรับฟังอย่างรื่นเริงใจ ไม่ผิดแน่" 

นั่นมันหล่อนแล้วย่ะ! ความคิดอันตรายนั่นมันอะไรกันน่ะ!
พอตั้งท่าจะเถียงกลับไป ลูกศรก็แล่นมาจากทิศทางไม่คาดฝัน 

"จะว่าไป ก่อนหน้านี้ที่โรงเรียนสอนพิเศษ คุณคิโชวอินเคยถามถึงท่าทางในห้องของคุณทาคามิจิด้วย..."

เด็กผู้ชายคนหนึ่งพึมพำขึ้นมา ใครน่ะ! พอเหลียวกลับไป ก็เจอทาคากิคุงที่ไปเรียนพิเศษที่เดียวกัน! 
เอ๋---! ทาคากิคุง ตอนนี้มันใช่เวลามาพูดเรื่องนี้มั้ย!?  ถึงจะถามจริงๆ ก็เหอะ! แต่ฉันไม่ได้มีเจตนาเป็นอื่นเลยนะ!
คำพูดของทาคากิคุงยิ่งทำให้สถานะของฉันตกต่ำลงฮวบฮาบ 

"คิโชวอิน นี่หรือว่าเธอจะ..." 

คาบุรากิมองฉันด้วยสีหน้าอึ้งๆ โกหกน่า! คาบุรากิก็คิดว่าฉันเป็นคนร้ายด้วยเหรอ!? คิดว่าฉันเป็นศัตรูที่คอยเหยียบย่ำวาคาบะจังเหรอ!?
กรี๊ดดดด! ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงจริงๆ! อันตรายล่มสลายยกตระกูล! บริษัทโดนยึดโดนทำลายยับเยิน มองเห็นภาพอนาคตที่ต้องไปเร่ร่อนบนท้องถนนลอยมาเลย! 
อา ต้องแก้ตัวแล้ว... ยังไงดีล่ะ...!? 

"ไม่ใช่ท่านเรย์กะนะคะ!" 

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงราวกับจะกรีดร้องของเด็กผู้หญิงดังขึ้นจากฝูงคน เอ๋ ใครน่ะ? 

"ท่านเรย์กะไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนั้นหรอก!"

ฝูงคนแหวกออก คนที่ก้าวออกมาข้างหน้าด้วยแข้งขาสั่นเทาคือคุณโมชิดะ
คุณโมชิดะคือเด็กที่เคยโดนพวกคุณซึรุฮานะแกล้งอยู่พักหนึ่งสมัยม.ต้นด้วยเหตุผลไร้สาระ จากนั้นมาเวลาเจอกันเราก็แค่ทักทายเล็กๆ น้อยๆ  คนสงบเสงี่ยมอย่างคุณโมชิดะเกิดอะไรขึ้นมาน่ะ 

"อะไรของเธอน่ะ"

พอโดนคุณซึรุฮานะตวัดสายตาใส่ คุณโมชิดะก็สะดุ้งเฮือก แต่ก็ยังตะโกนว่า "ท่านเรย์กะไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนั้น!" อีกครั้ง ทั้งที่ตัวยังสั่นงั่กๆ 

"ท่านเรย์กะไม่ใช่คนที่จะเหยียบย่ำคนอื่นได้หรอก! ท่านเรย์กะ ท่านเรย์กะน่ะ เคยช่วยฉันไว้ตอนฉันทุกข์ใจที่สุด!"  

คุณโมชิดะน้ำตาคลอ หน้าแดงแจ๋ กำหมัดแน่น  

"สมัยก่อน ตอนฉันถูกพวกคุณซึรุฮานะกลั่นแกล้ง ฉันทุกข์ทรมานใจที่สุด ทุกวันที่ไปโรงเรียนก็มีแต่ความทุกข์!" 

พวกคุณซึรุฮานะหน้าเจื่อนไปนิดหน่อยกับสายตาจากรอบข้าง 

"ไม่มีใครคอยช่วยฉันเลย! ฉันคิดขนาดว่าอยากลาออกจากโรงเรียน! แต่ตอนนั้น มีแต่ท่านเรย์กะเท่านั้นที่ยื่นมือมาช่วยเหลือฉัน! พูดคุยกับฉัน! คอยปลอบใจฉันทุกวัน! เป็นกำลังให้ฉัน!"

คุณโมชิดะน้ำตาไหลพราก ส่งเสียงสะอึกสะอื้นซ้ำไปมาว่า "ไม่ใช่ท่านเรย์กะ! ไม่ใช่ท่านเรย์กะ!"  

"คะ คุณโมชิดะ?"   

เหมือนอะไรบางอย่างของคุณโมชิดะจะขาดผึงไปในที่สุด เธอร้อง "อุ..อู~~ว์!" ตาขาวเหลือกขึ้นบนครึ่งๆ ร่างเริ่มสั่นกระตุกริกๆ  
อุหวา---! คุณโมชิดะอย่างกับถูกผีเข้าแน่ะ! จะให้พูดแบบนี้ทั้งที่เจ้าตัวอุตส่าห์ปกป้องฉันสุดแรงเกิดก็กระไรอยู่ แต่ขอโทษนะ น่ากลัวอ่ะ! 

"พูดได้ดีมาก! คุณโมชิดะ!"
"ต้องมองเธอใหม่เลยนะ! คุณโมชิดะ!" 

พวกเซริกะจังเข้ามาพยุงร่างของคุณโมชิดะไว้ ชมเชยในความกล้าหาญนั้นยกใหญ่ คุณโมชิดะหอบแฮ่กๆ ตาดำกลับมาในที่สุด ดีจัง... ได้สติแล้วสินะ... ขอบคุณนะ ขอบคุณ ถ้าไม่บีบเค้นความกล้าออกมาจนเส้นประสาทขาดผึง นักเรียนหญิงที่สงบเสงี่ยมแบบคุณโมชิดะคงไม่กล้าออกมาประกาศก้องดังๆ ท่ามกลางสายตาผู้คนแบบนี้แน่ 


"ฉันเองก็คิดว่าไม่ใช่ค่ะ"  

วาคาบะจังที่ได้เอ็นโจที่มาจากห้องเดียวกันนำทาง โผล่มาข้างๆ คาบุรากิไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ 

"ทาคามิจิ..."
"คุณคิโชวอินไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องอะไรแบบนี้เด็ดขาด! เรื่องนี้แน่นอนค่ะ  ปากกานั่นก็คงจะแค่เก็บมาเฉยๆ ใช่ไหมล่ะคะ" 

วะ วาคาบะจัง! เชื่อในตัวฉันด้วยเหรอ!? ทั้งที่หลักฐานสภาพแวดล้อมมัดตัวขนาดนี้เนี่ยนะ 

"หา? พูดอะไรไม่เข้าเรื่องไปได้ นี่คิดจะประจบเอาใจผู้มีอำนาจแห่งซุยรันเอาคะแนนเข้าตัวหรือไงยะ หรือว่าอย่างที่ท่านโยโกะว่าไว้ ทุกอย่างเป็นการเล่นเองชงเองของเธอทั้งหมด?" 
"เฮ้ย ซึรุฮานะ!"
"แค่ความเห็นอย่างเป็นกลางเท่านั้นเองค่ะ ก่อนอื่น คุณคิโชวอินไม่ใช่คนประเภทที่จะกลั่นแกล้งแบบลอบกัดอย่างนี้ แล้วถ้าไม่ถูกใจฉันขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย แค่พูดมาคำเดียวว่าไม่ชอบขี้หน้าก็ไล่ต้อนกดดันฉันได้ถึงไหนๆ แล้ว คุณคิโชวอินเป็นคนมีอิทธิพลแบบนั้นล่ะค่ะ" 

อะ อื้อ รู้สึกเหมือนดีใจ เสียใจยังไงชอบกล... 

"ก็จริงที่คิโชวอินเป็นคนที่กำจัดศัตรูให้สิ้นลมซึ่งๆ หน้านี่นะ" 
"อา แถมยังเป็นผู้หญิงที่ซัดทีเดียวตายคาที่ด้วย" 
"พิฆาตในกระบวนท่าเดียวเหรอ สมเป็นฝีมือระดับโยโคซึนะ"

พวกที่พูดอะไรพิลึกๆ อยู่ข้างหลังนี่ใครน่ะ หัวหน้าชมรมฟุตบอล นี่นายอีกแล้วเรอะ! อะไร ทำหน้าแบบนั้นทำไม แค่สบตากันอย่าทำเป็นกลัวตัวสั่นน่า เดี๋ยวภาพพจน์ฉันก็ย่ำแย่หนักกว่าเดิมหรอก! แล้วนายคนที่เรียกฉันว่าโยโคซึนะ (ตำแหน่งสูงสุดของนักซูโม่) น่ะ ใช้คำศัพท์นี้ในความหมายยังไงยะ ไว้มีโอกาสเดี๋ยวได้ไล่หาตัวทีหลังแน่! 

"ยังไงซะ ฉันก็เชื่อว่าไม่ใช่คุณคิโชวอินค่ะ"

วาคาบะจัง ผู้เสียหายพูดเช่นนั้น เรื่องก็เลยคลี่คลายลงไปในระดับหนึ่ง
อาจารย์มาซักถามเรื่องราวด้วย ข้อเท็จจริงที่ว่าฉันนอนอยู่ที่ห้องพยาบาลจนถึงก่อนเกิดเรื่อง และความเป็นสมาชิก Pivoine ของฉันคงช่วยทำให้อาจารย์เกรงใจ สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปลงมาว่าคนร้ายไม่ใช่ฉัน ถึงจะยังมีข้อสงสัยหลงเหลืออยู่ก็เถอะ... 

"โชคไม่ดีเลยนะคะ! ท่านเรย์กะ"
"จริงด้วย ท่านเรย์กะไม่มีทางทำอะไรแบบนี้หรอก!" 

พวกเซริกะจังช่วยปลอบใจฉัน ขอบคุณนะ 

"แต่ก็ต้องมองคุณทาคามิจิใหม่นิดหน่อยเหมือนกันนะคะ"
"นั่นสิเนอะ..." 

ได้วาคาบะจังช่วยปกป้องฉัน ดูเหมือนจะทำให้ความรู้สึกของพวกเซริกะจังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเล็กน้อย
แต่ฉันก็อยากพูดจากับวาคาบะจังให้ชัดเจนไปเหมือนกันนะ แล้วก็อยากถามด้วยว่าทำไมถึงยังเชื่อในตัวฉันอยู่
ฉันส่งเมล์ไปหาวาคาบะจังว่าอยากขอเจอหลังเลิกเรียนวันนี้ 
 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
ต่อไปเป็นช่วงนักแปล (เถื่อน)'s talk 
.
.
.
โอยยยยยยยยยยย มาถึงจุดนี้จนได้~~~! พอปล่อยตอนที่เป็นไคลแมกซ์ตอนนี้ไปได้แล้วน้ำตาเกือบไหล รู้สึกเหมือนปูพรมแดงให้ท่านเรย์กะเธอเดินมาถึงครึ่งทางได้ในที่สุด ถ้าเป็นไปได้ก็อยากพาเดินไปส่งถึงปลายทางที่มีพระเอกในจินตนาการของคุณเธอรออยู่  ขอขอบคุณท่านฮิโยโกะอย่างสูงที่แต่งเรื่องสนุกๆ แบบนี้มาให้พวกเราอ่านกัน หวังว่าซักวันหนึ่งเราจะได้มีโอกาสเห็นท่านเรย์กะออกมาเป็นรูปเล่มด้วยนะครับ  。・゚・(ノ∀`)・゚・。
 
 

 




NEKOPOST.NET