[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 194 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.194 - ตอนที่ 194 ทาคามิจิ คันตะ


 194 .  ทาคามิจิ คันตะ  


เรามีพี่สาวที่อายุมากกว่า 4 ปีอยู่คนหนึ่ง
ตอนอยู่ม.3 จู่ๆ พี่ก็พูดออกมาว่าจะสอบเข้าซุยรันที่ขึ้นชื่อในความเป็นโรงเรียนลูกเศรษฐี เล่นเอาวุ่นวายกันไปหมด  
ทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งพ่อแม่ต่างก็คิดว่าพี่คงจะสอบเข้าเรียนต่อโรงเรียนรัฐบาล ไหงเป็นซุยรันล่ะ!? 

อาจารย์ว่า "คะแนนระดับทาคามิจิก็คงเข้าเป็นนักเรียนพิเศษได้ แต่โรงเรียนนั้นไม่ใช่ธรรมดา ไหวแน่นะ"  ทั้งคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นห่วงว่า "อาจจะไม่เหมาะกับวาคาบะก็ได้นะ"  แต่พี่ว่า "ถ้าได้เป็นนักเรียนพิเศษก็ได้รับยกเว้นทุนการศึกษา แถมถ้าผลการเรียนดีก็ยังได้รับทุนการศึกษาที่ไม่ต้องใช้คืนด้วยนะ คอร์สการเรียนก็เข้มข้นกว่าโรงเรียนอื่่นๆ ตั้งเยอะ หนูอยากลองไปเรียนดู" 

พอได้ยินแบบนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ดูจะห้ามไว้ว่า "ถ้าเป็นห่วงเรื่องค่าเล่าเรียนละก็ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องฝืนตัวเองหรอกลูก ไปโรงเรียนที่เหมาะกับตัวเองดีกว่านะ"  ค่าเล่าเรียนเหรอ ก็บ้านเราพี่น้องเยอะนี่น้า  

แต่พี่ก็ว่า "ไม่ใช่แค่เรื่องค่าเล่าเรียนนะ หนูอยากลองไปเห็น ไปดูโลกที่ไม่เคยรู้จัก" แล้วยังให้เหตุผลน่ารักๆ แบบลูกผู้หญิงว่า "แล้วชุดเครื่องแบบก็น่ารักด้วยนะ"  พอพวกคุณพ่อได้ยินแบบนั้นก็เลยว่า "ถ้าเจ้าตัวพูดถึงขนาดนั้นก็ช่วยไม่ได้นะ" แล้วอนุญาตให้สอบเข้า เลือกโรงเรียนที่เรียนต่อเพราะชุดเครื่องแบบน่ารักเนี่ยนะ พวกผู้หญิงนี่เข้าใจยากชะมัด  

เท่าที่ฟังคุณแม่เล่า รู้สึกว่าพี่จะเป็นเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูงมาแต่ไหนแต่ไร
วิ่งไล่ตามผีเสื้อจนหลุดไปถึงเมืองข้างๆ กลับบ้านไม่ถูกจนตำรวจต้องติดต่อกลับมาที่บ้าน  ถือสมุดภาพกับแว่นขยายเที่ยวเดินท่อมๆ ดูหญ้าดูแมลงทั้งวันจนจับไข้นอนซม พี่นี่ชอบสารานุกรมสมุดภาพจริงๆ นะ
เพราะงั้นคุณแม่ก็เลยว่า "แมลงช่างสงสัยออกอาละวาดอีกแล้วสิ"  แล้วปล่อยให้พี่ทำตามใจชอบ  

พอพี่สอบผ่านเข้าซุยรันแล้ว ก็แต่ง "ชุดเครื่องแบบน่ารัก" ที่ว่ามายืนส่องหน้ากระจกอยู่หลายรอบ ถามย้ำอยู่นั่นแล้วว่า "เหมาะไหม? พี่เหมือนเจ้าหญิงหรือเปล่า"  ไม่ยอมเลิกจนกว่าพวกเราจะบอกว่า "น่ารัก เหมาะมาก"  แล้วยังบอกว่า "ที่ซุยรันเขาทักทายกันว่า "โกะคิงเก็งโย่" ด้วยล่ะ คันตะ "โกะคิงเก็งโย่"" น่ารำคาญชะมัด แต่คุณแม่ว่า "พี่เขาอุตส่าห์ผ่านการสอบที่ยากเข็ญมาได้ ใจกว้างหน่อยนะ"  เราก็เลยใจกว้างทำมองผ่านๆ ไป  

พอพี่หลั่นล้าไปซุยรันเข้าจริงๆ ก็กลับมาบอกว่า "โรงเรียนนั่นสุดยอดกว่าที่คิดอีกนะ" พอถามกลับว่า "ยังไงล่ะ" ก็พูดอะไรที่เข้าใจอยู่คนเดียวว่า "อื~ม ก็หลายๆ อย่าง ในโลกเรานี่ก็มีสังคมระดับนั้นอยู่ด้วยนะ" แล้วตกลงมันยังไงกันเล่า!  

"แหม "โกะคิเก็งโย่" ของจริงน่ะไม่เหมือนที่พี่พูดหรอกนะ แบบว่าไม่รู้สึกแปลกปลอมผิดประหลาดเลยล่ะ อย่างพี่น่ะเวลาพูด "โกะคิเก็งโย่" ก็จะรู้สึกเขินๆ ว่าเราเนี่ยทำหน้าตาจริงจังพูดอะไรแบบนี้ออกไปได้เน้อ แต่สำหรับที่โน่นถือเป็นเรื่องธรรมดาน่ะ แล้วทุกคนก็คุยกันแต่เรื่องไฮโซๆ ตามไม่ทันเลย คุยกันคนละภาษาจริงๆ" 
"วาคาบะ ไหวแน่หรือเปล่าลูก"
"ไปโรงเรียนธรรมดาๆ ดีกว่ามั้ง" 
 
พอได้ฟังเรื่องที่พี่เล่าแล้วพวกเราก็ออกจะกังวลกันอยู่ แต่พี่ว่า "เดี๋ยวหนูก็ชินเองแหละ ชินเมื่อไหร่หนูก็จะกลายเป็นคุณหนูที่สง่างามคนหนึ่ง!"  พอพูดไปว่า "หน้าอย่างงี้อ่ะนะคุณหนู" ก็โดนซัดผัวะเข้าทันที เจ็บนะ! 

"โรงเรียนสุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอ"
"อื้อ เมนูในโรงอาหารก็มีแต่ของที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนทั้งนั้น พอลองสั่งซุปไปก็เป็นซุปเย็นล่ะ เผลอคิดว่า อ๊ะ! ลืมอุ่นมาให้เหรอ! แต่เขาเรียกว่าซุป Vichyssoise ล่ะ เป็นซุปมันฝรั่งเย็น Vichyssoise ห้ามออกเสียงว่า "บิ" นะ ต้องเป็น "วิ" ลองพูดดูซิ คันตะ "วิ"" 
"หนวกหูน่า~!"
"ไม่นึกเลยว่าอาหารในโรงเรียนจะอร่อยขนาดนั้น แต่ก็แพงเอาการเลยล่ะ คงกินทุกวันไม่ไหว แต่เงินเข้ามาเมื่อไหร่ก็อยากลองทานไปทีละหน่อยนะ"
"พี่จ๋า หนูอยากทานด้วย!"
"เราด้วย!" 

น้องแฝดสองคนติดกับเรื่องของพี่ทันที พี่เลยสัญญาว่า "ไว้ครั้งหน้ามาลองทำที่บ้านดูนะ!"  ซุปเย็นๆ เนี่ยมันจะอร่อยเร้อ 
จากนั้นมาพี่ก็ยังเอาดอกไม้ที่บอกว่าได้จากการเรียนจัดดอกไม้ที่ซุยรันกลับมาประดับไว้ที่ทางเข้าบ้าน เรียนพิธีชงชาแล้วก็กลับมาหมุนถ้วยข้าวที่บ้าน 

"ตอนนี้ที่หนูเรียนอยู่เรียกว่า "โมริบานะ" เวลาปักก้านดอกไม้บนลงฐาน ก่อนอื่นต้องเลือกเอาก้านที่เด่นที่สุดปักลงตรงกลาง~ นี่คือใจกลาง แล้วต่อมาก็ปักรอบๆ แบบนี้~"
"เวลาดื่มชาให้หมุนเอาด้านที่เป็นภาพวาดออกข้างนอกแล้วค่อยดื่มนะ"
"เวลาจับตะเกียบให้หยิบขึ้นมาด้วยมือขวา ใช้มือซ้ายประคองจากข้างล่าง แล้วค่อยใช้มือขวาหยิบให้เข้าที่" 

พอพี่เล่าเรื่องที่เรียนมาที่ซุยรันให้พวกเราในครอบครัวฟัง พวกคุณแม่ก็ประทับใจว่าในชั้นเรียนม.ปลายสอนเรื่องแบบนี้ด้วย สมเป็นซุยรันจริงๆ ส่วนพี่ก็หัวเราะ บอกว่างี้แหละ 

"แม่ล่ะเป็นห่วงว่าพอเข้าโรงเรียนแบบซุยรันไปแล้วจะลำบากหรือเปล่า แต่ดูท่าทางสนุกแบบนี้ก็ดีไป"
"มีแต่เรื่องคัลเจอร์ช็อคทั้งนั้น กฎระเบียบก็เยอะ ลำบากเหมือนกันแหละ  แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง สนุกดีนะ"
"พี่มีเพื่อนในโรงเรียนบ้างป่าวน่ะ"
"รอบข้างมีแต่คุณหนูคุณชายซะส่วนใหญ่ เพื่อนก็เลยไม่ได้เยอะอะไรแต่ก็มีอยู่นะ สบายมาก" 

งั้นก็ดีไป 
พอเข้าเรียนม.ปลายแล้วพี่ก็เริ่มทำงานพิเศษ เห็นบอกว่าจะเก็บทุนการศึกษาไว้สำหรับอนาคต พี่ว่า "ค่าเรียนมหาลัยของคันตะน่ะพี่เรียนจบออกมาทำงานเมื่อไหร่จะออกให้เองนะ!"  แต่เข้าม.ปลายเมื่อไหร่ เราก็จะทำงานพิเศษเหมือนกันล่ะน่า

พี่ทั้งเรียนทั้งทำงานทุกวันดูยุ่งสุดๆ แต่พี่ไปเที่ยวกับเพื่อนสมัยม.ต้นแถวบ้านก็จริง แต่ไม่เคยไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่ซุยรัน แม่ก็เลยแอบเป็นห่วงอยู่ เรารู้นะ  

 

อยู่มาวันหนึ่ง พี่ก็โดนรถชนตอนปิดเทอมฤดูร้อน  คู่กรณีเป็นนักเรียนซุยรันด้วยกันนี่แหละ
รถจักรยานที่พี่ขี่อยู่โดนทับเละ แต่พอไปตรวจที่โรงพยาบาลที่เด็กซุยรันคนนั้นพาไป ก็เห็นว่าพี่ไม่ได้เป็นอะไรมากนอกจากมีแผลกระแทกกับถลอกนิดหน่อย 

เด็กซุยรันคนนั้นกับทนายความหอบช่อดอกไม้ใหญ่เบ่อเริ่มมาขอโทษถึงบ้านในวันนั้น พี่ล่กๆ ลนลานมาบอกว่า "ที่หน้าบ้านมีรถคันเบ่อเริ่มหยั่งกับรถขนศพมาจอดแน่ะ!"   

"ทำให้คุณหนูคนสำคัญได้รับบาดเจ็บ ต้องขอประทานอภัยเป็นอย่างยิ่ง"

ในห้องนั่งเล่นมีเด็กซุยรันที่ก้มหัวลงต่ำ และคุณพ่อคุณแม่ที่ได้ยินว่าพี่โดนรถชน แม้จะเจ็บแค่นิดหน่อยแต่ก็น่าจะเป็นห่วงต้องมานั่งตัวลีบอยู่ ส่วนพี่ร้อง "หวาๆๆๆ" สติแตกสุดๆ   

"ทะ ท่านคาบุรากิคะ! กรุณาเงยหน้าขึ้นเถอะค่ะ! ฉันสบายดีอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ!" 
"ใช่แล้วค่ะ อุตส่าห์พาไปโรงพยาบาล  มาแสดงความจริงใจให้ทางนี้เห็นแล้วด้วย" 
"แผลก็นิดเดียว เป็นเพื่อนร่วมชั้นของลูกสาวเราด้วย ทางเราไม่คิดจะฟ้องร้องอะไรหรอกครับ" 

ในที่สุดหนุ่มซุยรันคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาตามคำพูดของพวกพี่  หมอนี่โคตรหล่อเลย 

ทนายว่า "งั้นขอปรึกษาเรื่องค่าชดเชย" แต่พวกคุณพ่อปฎิเสธไป แต่ทางหนุ่มซุยรันก็ยังว่า "ถ้างั้นทางนี้คงรับไม่ได้"  ในที่สุดก็จำใจยอมรับซองเงินค่าเยี่ยมไข้หนาปึ้กมาในที่สุด  

"แล้วก็จะขอชดใช้จักรยานกับค่ารักษาตัวจากนี้ต่อไปด้วยนะครับ"
"เอ๋! เงินค่าเยี่ยมเท่านี้ก็พอแล้วละค่ะ!"
"ไม่ได้หรอกครับ มันคนละเรื่องกัน"
"ท่านคาบุรากิคะ เอ่อ ค่ารักษาตัวน่ะ ค่าหมอวันนี้ก็จ่ายไปหมดแล้ว กระดูกก็ไม่ได้หัก คงไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้วละค่ะ..."
"ไม่ได้ ต้องไปจนกว่าหมอจะยืนยันว่าหายโดยสมบูรณ์ ไม่แน่ว่าจะไม่เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นนี่" 

หนุ่มซุยรันพูดกับพี่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พี่ทำตัวลีบบอกว่า "ทราบแล้วค่ะ..." หมอนี่น่ากลัวแฮะ เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันแท้ๆ ต้องใช้คำสุภาพด้วยเหรอ
ตอนขากลับ หนุ่มซุยรันคนนั้นบอกว่าจะขอซื้อเค้กในร้านกลับไปหมด พี่ต้องคัดค้านสุดแรงเกิดว่า "จะไม่ดีกับลูกค้าท่านอื่นๆ ที่มาซื้อเค้กน่ะค่ะ แค่ความรู้สึกก็พอแล้ว~" 

"เป็นเด็กม.ปลายแท้ๆ แต่เอางานเอาการจังนะ..."
"นั่นสินะ..." 

พอหนุ่มซุยรันกับทนายกลับไป นอกจากคุณพ่อที่กลับไปดูร้านแล้ว สมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ก็อยู่ที่ห้องนั่งเล่นกันหมด

"แม่ยกชามุงิไปเสริ์ฟเขานี่จะเสียมารยาทหรือเปล่านะ"
"ป่านนี้แล้วนะ"
"พี่ชายคนนั้นเท่จังเลย~"
"รถก็เท่!"
"นั่นมันรถที่แล่นชนพี่เรานะ"
"อื๋อ รถที่ชนพี่ไม่ใช่คันนั้นหรอก แต่หรูพอๆ กันเลยล่ะ คิดว่าคงไปเปลี่ยนคันมาน่ะ" 
"จริงดิ่!?"

มีรถแบบนั้นตั้งหลายคันเลยเรอะ?! 

"ตอนชนกับจักรยานรถก็ถลอกหน่อยๆ ด้วยสิ ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าเขาเรียกร้องค่าเสียหายจะทำไงดี"
"โชคดีจังนะที่คู่กรณีเป็นคนดี"
"เออพี่ อีกฝ่ายก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นแท้ๆ ทำไมต้องพูดสุภาพนักล่ะ ไหงต้องเรียกว่า "ท่าน" ด้วย"
"พี่จ๋า คนนั้นเขาไม่ใช่เพื่อนพี่เหรอ"
"ไม่มีทางๆ! คนนั้นน่ะขนาดในซุยรันก็ยังเป็นคนพิเศษเลยนะ! ถ้าไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พี่คงไม่มีโอกาสพูดด้วยยันเรียนจบน่ะแหละ!"
"หืม ง้านเองเรอะ" 
"ก็ใช่น่ะสิ ในชั้นปีของพวกเรามีซัก 2 หรือ 3 คนละมั้งที่จะเป็นที่จับตามองจากทั้งโรงเรียนเป็นพิเศษแบบนั้น ท่านคาบุรากิก็คือหนึ่งในนั้นแหละ" 

ชายผู้ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษคนนั้นมารับส่งพาพี่ไปโรงพยาบาลหลายรอบระหว่างปิดเทอม จักรยานก็ไปซื้อแบรนด์ไฮโซของอิตาลีมาชดเชย พี่ยังเอาไปแก้เป็นจักรยานแม่บ้านอีก โคตรเสียของ
แต่นักเรียนของซุยรันนี่บรรยากาศผิดกับนักเรียนม.ปลายทั่วไปจริงๆ แฮะ~ 

 

พอกลับมาบ้าน ในห้องนั่งเล่นก็มีอะไรที่สุดยอดมากๆ อยู่ 
ผู้หญิงม้วนผมเป็นเกลียวๆ เหมือนขนมปังช็อกโกโคโรเน่ติดริบบิ้น ดูเหมือนพวกคุณหนูหรือเจ้าหญิงที่ออกมาในการ์ตูนหรือละคร ไม่รู้ทำไมถึงใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นของพี่อยู่  โคตรไม่เข้ากันเลย 

พี่ทำยากิโซบะให้พวกเราที่กลับมาบ้านทาน แล้วก็ถามช็อกโกโคโรเน่ด้วยว่า "จะเติมไหม" รู้สึกว่าช็อกโกโคโรเน่จะกินไปก่อนแล้ว ช็อกโกโคโรเน่ตอบว่า "ไม่ล่ะค่ะ ดิฉันพอ... งั้นหรือ ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอแค่คำเดียวนะคะ" แล้วก็นั่งกินด้วยกันไป

"สาหร่ายติดปากแน่ะ"
"ว้าย ตายแล้ว" 

พอเราทัก ช็อกโกโคโรเน่ก็หัวเราะโอะโฮะโฮะแล้วเช็ดปาก โอะโฮะโฮะเลยนะ คนที่หัวเราะโอะโฮะโฮะนี่มีอยู่จริงๆ ด้วยแฮะ...  นี่มันโคโรเน่โอะโฮะโฮะนี่นา 

จากนั้น โคโรเน่ก็แวะมาเที่ยวบ้านบ่อยๆ มาทีไรก็มานั่งกินอะไรไปเรื่อย 
"คำเดียวนะคะ" ของโคโรเน่นี่ปริมาณเยอะจริงๆ โคโรเน่ชอบพูดว่า "งั้นขอแค่คำเดียวนะคะ" บ่อยๆ แต่สุดท้ายก็กวาดเกลี้ยงทั้งจาน พอพี่ถามว่า "เติมไหม" ก็ตอบว่า "ไม่หรอกค่ะ พอแล้ว แต่ถ้าพูดถึงขนาดนั้น ก็ขออีกแค่คำเดียว..." แล้วก็กินเอาๆ 

"นี่พี่ สุดท้ายโคโรเน่ก็กินจนหมดทุกที ไหงต้องปฎิเสธไว้ก่อนด้วยล่ะ"
"อืม~ มารยาทงามแบบคุณหนูมั้ง?" 

ไม่เห็นเข้าใจเลย 
ก่อนหน้านี้พอยกโมจิออกมาก็กินเอาๆ เห็นกินได้กินดีขนาดนั้นเลยชักจะสงสัยว่าหิวมากเหรอ ทำอุด้งจอมพลังให้เอาไหม แต่งวดนี้โดนปฎิเสธเอาจริงๆ บอกว่า "ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะคะ" เห็นกระซิบแว่วๆ มาว่า "ข้าวต้มอุด้งก็อร่อยนะคะ..." แปลว่าหลังอุด้งจอมพลังแล้วยังจะกินข้าวต้มต่ออีกเหรอ โคโรเน่นี่ไม่ไหวเลยจริงๆ น้า 

"นี่พี่ โคโรเน่เป็นเพื่อนพี่เหรอ"
"ไม่ใช่โคโรเน่ เรียกว่าคุณคิโชวอินสิ!  เพื่อนเหรอ พี่คิดว่าเป็นเพื่อนนะ แต่เขาเป็นคนสุดยอดพอๆ กับท่านคาบุรากิเลยนะ แต่พี่ได้คุณคิโชวอินคอยช่วยไว้เสมอเลยล่ะ คุณคิโชวอินเป็นคนที่เชื่อถือได้ที่สุดในซุยรันเลยละมั้ง"
"เห งั้นไว้ครั้งหน้าโคโรเน่มาจะต้อนรับดีๆ เลยนะ!"
"ทำเป็นพูดดี แล้วก็ให้เรียกว่าคุณคิโชวอิน!" 

"โคโระจังเป็นเด็กดีมารยาทงามมากๆ นะ เห็นวาคาบะได้เพื่อนอย่างโคโระจัง แม่ค่อยโล่งใจหน่อย"
"แม่ก็เป็นไปกับเขาอีกคน... อื้อ ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง หนูมีเพื่อน โรงเรียนก็สนุกด้วยนะ"
"งั้นก็ดีไป แล้วตอนอยู่ที่โรงเรียนโคโระจังเป็นคนยังไงเหรอ"
"คุณคิโชวอินน่ะเป็นเด็กซุยรันสายเลือดแท้~ ประมาณว่ากุลสตรีซุยรันต้องเป็นแบบนี้ เป็นที่หลงใหลใฝ่ฝันของใครๆ น่ะ"
"ปุฮ่า โคโรเน่เนี่ยนะ!? โคโรเน่ที่มากินยากิโซบะ แกงกะหรี่ โมจิที่บ้านเราเนี่ยนะ!? เพราะหัวเราะโอะโฮะโฮะหรือป่ะ โคโรเน่โอะโฮะโฮะเนี่ยนะ!" 
"คันตะ! แหม แต่พี่ก็ไม่คิดเหมือนกันนะว่าคุณคิโชวอินจะเป็นคนที่สนิทสนมด้วยง่ายแบบนี้... ถ้าเป็นไปได้ก็อยากสนิทกันต่อไปแบบนี้นะ"  
"หืม ง้านเรอะ" 
"นี่ แล้วคาบุรากิคุงล่ะเป็นไง ใช่แฟนวาคาบะหรือเปล่า"
"หา!? ไม่ใช่นะ! แม่อย่าพูดอะไรประหลาดๆ เชียวนะ!"
"เอ๋ แต่อุตส่าห์มาหาวาคาบะตั้งหลายหน ตอนคริสต์มาสก็อุตส่าห์หอบของขวัญมาให้เชียวนะ"
"เดี๋ยวเถอะ อย่าพูดอะไรประหลาดๆ ไปเชียวนะ! ขืนคนในซุยรันมาได้ยินเข้าละก็..."
"อ้าว เรื่องนี้ห้ามไม่ให้โคโระจังรู้ด้วยเหรอ"
"เล่าให้คุณคิโชวอินฟังไปแล้วล่ะ... แต่ห้ามเที่ยวพูดไปล่ะ! เราไม่รู้ว่าใครจะฟังอยู่หรือเปล่า! เข้าใจแล้วนะทุกคน! ห้ามเชียวนะ!"
 
 พี่ย้ำแล้วย้ำอีกด้วยใบหน้าซีเรียสสุดๆ พวกเราเลยรับคำไปแบบยอมๆ 

"วาคาบะ ถ้างั้นเด็กผู้ชายที่ไปไหว้พระปีใหม่ด้วยกันล่ะ ที่เอารูปที่ถ่ายด้วยกันมาให้ดูน่ะ"
"เป็นแค่เพื่อนที่ทำคณะกรรมการนักเรียนด้วยกันเฉยๆ! แล้วก็มีเพื่อนๆ คนอื่นอยู่ในรูปด้วยนะ!"
"แต่เด็กคนนั้นเท่ออกนี่นา~"
"ก็~บอก~แล้ว~ว่าไม่ใช่! เรื่องนี้จบแค่นี้นะ! จบแค่นี้!"
"พ่อเขาก็เป็นห่วงนะลูก ว่าวาคาบะจะมีแฟนแล้วหรือเปล่า"
"พี่จะได้เป็นหนูตกถังข้าวสารเหรอ"
"ไม่ใช่~!!"

แต่ว่านะ คุณคาบุรากิดูท่าจะชอบพี่แน่ๆ ล่ะ ก็นั่นมันวันคริสต์มาสอีฟนะ ใครที่ไหนเขาจะแวะมาหาเพื่อนธรรมดาๆ กันเล่า
ตอนนั้นขำๆ ไปว่าอยู่ม.ปลายแล้วยังเอาตุ๊กตาหมีมาเป็นของขวัญอีก แต่พอได้ยินจากโคโรเน่ว่าเป็นตุ๊กตาหมีราคาแพงชั้นสูง เรากับพี่ก็ตกใจอึ้งไปเลย ตุ๊กตาหมีเนี่ยนะหลายหมื่นเยน!? ไม่เข้าใจสุดๆ 
ตุ๊กตาหมีสวมชุดคริสต์มาส ที่คอห้อยสร้อยรูปหัวใจ น้องเห็นสร้อยคอนั่นน่ารักก็เลยอยากได้ พี่ว่า "นี่มันของตุ๊กตานะ แต่เด็กประถมคงไม่เป็นไรมั้ง" เลยปลดสร้อยคอออกสวมให้น้อง ทั้งที่เป็นของเล่นแท้ๆ แต่กลับวิบวับสุดๆ กลายเป็นไอเท็มชิ้นโปรดของน้องไปเลย สมเป็นตุ๊กตาหมีของแพง ขนาดเครื่องประดับยังทำมาดีเลย!  
ตุ๊กตาหมีถูกตั้งประดับไว้ที่ร้านจนถึงสิ้นปี ตอนนี้มันตั้งอยู่ในห้องพี่

ปีนี้พี่จะให้ช็อกโกแลตวาเลนไทน์กับคุณคาบุรากิหรือเปล่านะ มีหวังเขาคงรอคอยอยู่แหงๆ 
จะว่าไป พูดถึงวาเลนไทน์ สูตรละเลงเองของโคโรเน่นี่น่ากลัวชะมัด... ยัยนั่นจะไหวแน่หรือเปล่าเนี่ย ต้องทำตามสูตรที่ให้ไปนะ! 


 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

 ซุปมันฝรั่งเย็น Vichyssoise  

อุด้งจอมพลัง (力うどん) เป็นอุด้งที่ใส่โมจิลงไปด้วย เป็นการปะทะกันระหว่างคาร์ปกับคาร์ป

ข้าวต้มอุด้งหรือ (うどん雑炊)  นึกว่าเป็นของกินในจินตนาการท่านเรย์กะ อ้าว ดันมีจริงเว้ยเฮ้ย 
หน้าตาก็ประมาณนี้แหละ.... 

 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 

 




NEKOPOST.NET