[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 193 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.193 - ตอนที่ 193


 193.

 

หิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาตั้งแต่คืนวันเสาร์ เมื่อเข้าวันอาทิตย์ก็เริ่มตกหนัก แม้จะหยุดตกไปเมื่อถึงวันจันทร์เช้า พอมองจากหน้าต่างรถไปยังด้านนอกก็เห็นว่าถนนที่ไม่ได้ผ่านการกวาดยังมีหิมะเกาะตัวแข็งเป็นจุดๆ  อ๊ะ คุณพนักงานคนนั้นลื่นพรืดแล้ว อันตรายจังน้า 
ตกลงมาขนาดนี้ ปีนี้เอ็นโจกับคาบุรากิจะยังปั้นตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่ให้ยูกิโนะคุงหรือเปล่านะ  
พอนึกถึงสภาพบนท้องถนนแล้วฉันเลยออกจากบ้านเร็วหน่อย แต่ปรากฎว่าหัวหน้าห้องมาถึงโรงเรียนก่อนแล้ว  

"อรุณสวัสดิ์ คุณคิโชวอิน"
"สวัสดีค่ะ หัวหน้าห้อง มาเร็วจังเลยนะคะ"
"อื้อ ก็หิมะตกนี่นา ใกล้จะสอบแล้วด้วย ก็เลยกะว่าจะมาดูหนังสือสอบที่โรงเรียนน่ะ"
"แหม ขยันตั้งแต่เช้าเลยนะคะ ฉันต้องเอาอย่างเริ่มอ่านหนังสือสอบบ้างแล้วล่ะ" 

สอบปลายภาครอบนี้ฉันก็ต้องกลับเข้าไปเสนอหน้าในตำแหน่งไม่เกินที่ 30 บ้างล่ะ ต้องเอาจริงแล้วไง 

"จริงด้วย ก่อนหน้านี้คุณคิโชวอินเคยบอกว่าให้ผมลองให้ช็อกโกแลตคุณฮนดะในวันวาเลนไทน์ใช่ไหม"
"ฉันเคยพูดด้วยเหรอคะ"
"พูดน่ะสิ แล้วพวกคุณฮนดะก็บอกว่าจะช็อกโกแลตทำเองเป็นของขวัญ ผมก็เลยกะว่าจะให้ช็อกโกแลตทำเองเป็นของขวัญกลับคืนเหมือนกัน" 
"เอ๋? ทำเอง!?" 

ฉันตกใจ ส่วนหัวหน้าห้องพูดอย่างขวยเขินว่า "ไหนๆ ก็ไหนๆ ว่าจะลองท้าทายดูซักหน่อย..." 

"ก็ลังเลอยู่เหมือนกันว่าจะทำอะไรดี แต่ก็คิดว่าจะเอาเป็นเค้ก Sachertorte นี่แหละ"
"เค้ก Sachertorte !?"
 
มือสมัครเล่นจู่ๆ ก็เลือกเอาของยากเลยนะ! 
ฉันตั้งท่าจะค้านว่า "จะยากไปหน่อยหรือเปล่าคะ..." แต่หัวหน้าห้องกลับยื่นมือถือให้ดูรูปถ่ายเสียก่อน ในรูปปรากฎเค้ก Sachertorte สมบูรณ์แบบเงางามเป็นประกาย 

"เพิ่งเคยทำเค้กเป็นครั้งแรก ผมว่าผมก็ทำได้เก่งเหมือนกันนะ"
"เห..."  

รู้สึกว่าสาวน้อยจะมีทักษะการทำขนมติดตัวมาเป็นค่ามาตรฐานด้วยนะ ฉันเองทำมาตั้งหลายปี เพิ่งจะเห็นแสงสว่างเมื่อเร็วๆ นี้เอง น่าอิจฉาน่าแค้นเคืองชะมัด 
ว่าแต่ ไม่รู้ว่ามิฮารุจังมีฝีมือทำขนมขนาดไหน แต่มีผู้ชายทำขนมเค้กหน้าตาดีกว่าของตัวเองมาให้เป็นของขวัญ ความรู้สึกคงซับซ้อนพิลึก อย่างน้อยถ้าเป็นฉันคงรู้สึกเป็นปมด้อยแหงๆ  

"วาเเลนไทน์ของซุยรันมักจะเน้นของในท้องตลาด ครั้งนี้ยั้งมือเรื่องของทำเองไว้ก่อนไม่ดีกว่าเหรอคะ แล้วแลกเปลี่ยนของทำมือกันเองเนี่ย พลาดไปนิดเดียวมีสิทธิเข้าโซนเพื่อนสาวได้เลยนะคะ"
"เอ๋ เพื่อนสาว!? แบบนั้นก็แย่น่ะสิ..."

หัวหน้าห้องร้อนใจขึ้นมาทันที 

"หรือจะสารภาพรักกับคุณฮนดะด้วยช็อกโกแลตทำเองกันล่ะคะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ห้ามนะคะ"
"เอ๋! ไม่ใช่นะ! ยังไม่คิดเรื่องสารภาพรักซักหน่อย!"

หัวหน้าห้องปฎิเสธหน้าแดงซ่าน "แค่ตั้งใจจะขอบคุณเฉยๆ !"  ขอบคุณนะ...

"ถ้างั้นก็เอาเป็นช็อกโกแลตชั้นสูงที่มีขายเฉพาะเทศกาล กับของเล็กๆ น้อยๆ อย่างผ้าเช็ดหน้าหรือถุงมือแนบไปด้วยน่าจะได้ผลกว่านะคะ แหม แต่ก็ได้ยินมาเหมือนกันว่ามีทฤษฎีว่าให้ผ้าเช็ดหน้าเป็นของขวัญหมายความถึงการอำลา ถ้าไม่สบายใจจะเอาเป็นอย่างอื่นไปก็ได้นะคะ"
"แบบนี้นี่เอง สมเป็นท่านปรมาจารย์ด้านความรักจริงๆ ต้องบอกอิชิมุโระคุงแล้วล่ะ!" 
"พวกกำนัลเล็กๆ น้อยๆ ที่ฉันได้รับ พวกช่อดอกไม้เล็กๆ ก็ดีใจอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าจะเอามาโรงเรียน ถ้าไม่รักษาให้ดีกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียนมันจะเหี่ยวซะก่อนนะคะ ครั้งนี้น่าจะเลี่ยงไปก่อนดีกว่า" 
"นั่นสินะ ว่าแต่คุณคิโชวอินไปเรียนรู้เรื่องเคล็ดลับความรักแบบนั้นมาจากไหนกันนะ"

พวกของขวัญได้มาจากท่านอิมาริ นอกเหนือจากนั้นก็มาจากการ์ตูนผู้หญิงที่อ่านในชาติก่อนและมโนเอาเองน่ะค่ะ

"ผมคุยกับอิวามุโระคุงอยู่เรื่อยๆ เลย  พอได้แตะผมม้วนกลับด้านของคุณคิโชวอินแล้วรู้สึกว่าโชคความรักพุ่งขึ้นยังไงไม่รู้ ขอบคุณที่อวยชัยให้พรนะครับ!" 

รู้สึกว่าในสายตาหัวหน้าห้องจะเห็นฉันเป็นรูปปั้นวัวศักดิ์สิทธิ์ที่เอามือไปลูบๆ ก็จะสัมฤทธิ์ผลได้ตามความปรารถนา แหม อย่างที่เขาว่าถ้าจะศรัทธาซะอย่างหัวปลาอิวาชิก็ยังดูศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้นี่เนอะ แต่ผมม้วนกลับด้านนั่นฉันให้ช่างเขาแก้ให้ตอนไปดัดผมที่ร้านเสริมสวยแล้วล่ะ ตอนนี้ไม่มีแล้วนะ แต่ที่หน้าผากมีอุณาโลมขึ้นมาแทนล่ะ! 

"นี่ หัวหน้าห้อง ถ้าจู่ๆ มีเด็กผู้หญิงแปลกหน้าไม่เคยพูดจากันมาก่อนเอาช็อกโกแลตวาเลนไทน์มายื่นให้จะรู้สึกยังไงเหรอคะ"
"เอ๋ เด็กผู้หญิงแปลกหน้า?!  อืม~ ดีใจก็จริง แต่เป็นคนไม่รู้จัก อาจจะงงๆ อยู่บ้างล่ะมั้ง..." 
"นั่นสินะคะ" 
 
ฉันอยากลองเกาะกระแสวาเลนไทน์แสนสนุก กะจะกล้าๆ มอบช็อกโกแลตให้นารุคุงที่ห้องสมุดอยู่แว้บหนึ่ง แต่แล้วก็คิดได้ว่าขืนทำลงไปจริงๆ ก็มีหวังโดนเขาหวาดระแวงเอาพอดี  
ปีนี้ผู้ใหญ่บ้านก็ต้องผ่านวันวาเลนไทน์อย่างแห้งแล้งอีกแล้วสิ มีใครอยากสมัครเข้าเป็นลูกบ้านมั่งไหม ลองมาจอยหาประสบการณ์กันก่อนก็ได้นะคะ  

พวกรุเนะจังมาโรงเรียนพอดี ฉันเลยขอโทษหัวหน้าห้องที่มากวนเวลาดูหนังสือแล้วเดินออกมา

"ท่านเรย์กะ สวัสดีค่ะ หนาวจังเลยนะคะ"  
"สวัสดีค่ะ หนาวจริงๆ นะคะ ลุกจากเตียงตอนเช้านี่ลำบากมากเลยล่ะค่ะ"
"ฉันด้วย~"  

แต่ทุกคนก็ยังขึ้นรถมาโรงเรียน แค่รู้สึกหนาวๆ จากที่จอดรถมาถึงอาคารเรียนเองล่ะนะ 

"กลุ่มที่เดินมาโรงเรียนคงลำบากแย่เลยนะคะ"
"นั่นสินะคะ ฉันเห็นจากในรถ พอเจอพื้นหิมะไปก็เท้าลื่นพรืดเดินลำบากน่าดูเลยล่ะค่ะ"
"แหม อันตรายจัง" 

 ระหว่างนั้น เซริกะจังกับคิคุโนะจังก็มารวมตัวกันที่ห้องฉัน คุยเรื่องหิมะกรี๊ดกร๊าดกันอย่างสนุกสนาน
แล้วจู่ๆ เด็กในกลุ่มฉันคนหนึ่งก็ถลาเข้ามาร้องว่า "แย่แล้วค่ะ ท่านเรย์กะ! คุณทาคามิจิขึ้นรถท่านคาบุรากิมาอีกแล้วล่ะค่ะ!" 

"เอ๋"
"ท่านคาบุรากิน่ะเหรอ!?"

เด็กที่มารายงานพวกเราเล่าให้ฟังว่า พอแยกกับท่านคาบุรากิที่หน้าห้องเรียน วาคาบะจังก็โดนทุกคนล้อมหน้าล้อมหลังซักถามความเป็นมาทันที ตามคำพูดของวาคาบะจังก็คือ ท่านคาบุรากิเห็นว่าเดินกลางหิมะกับขึ้นรถไฟมาโรงเรียนดูท่าจะลำบาก พอผ่านไปจึงมีน้ำใจให้ติดรถมาด้วย 

 "นี่ครั้งที่เท่าไหร่กันแล้วน่ะ ที่ยัยนั่นขึ้นรถมากับท่านคาบุรากิน่ะ"

 คิคุโนะจังขมวดคิ้ว คนอื่นๆ ก็พากันผสมโรงโกรธเคืองว่า "หน้าด้านจริงๆ เลยเนอะ" 

แต่ฉันติดใจคำพูดเมื่อกี้มากกว่า แค่เดินยังไม่เท่าไหร่ แต่ที่บอกว่าขึ้นรถไฟมามันลำบากเนี่ย แสดงว่าไปพาขึ้นรถมาตั้งแต่ก่อนขึ้นรถไฟอีกเหรอ หรือว่าไปดักซุ่มรอรับตั้งแต่ใกล้ๆ บ้านเลยเหรอ... หวาย! สตอล์กเกอร์ น่ากลัวชะมัด!  

"คุณคิโชวอิน พอมีเวลาไหม" 

 เสียงร้องกรี๊ดของสาวๆ ดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงผู้ชายเรียกชื่อฉัน เอ็นโจยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องเรียน 

"มีอะไรหรือเปล่าคะ"

 ฉันโดนเอ็นโจเรียกออกไปที่ทางเดิน พอถามไปขณะระแวดระวังกับสายตาอยากรู้อยากเห็นจากรอบข้าง เอ็นโจก็ยิ้มอย่างลำบากใจพลางว่า "ความจริง ยูกิโนะเข้าโรงพยาบาลไปตั้งแต่เมื่อวาน" 

"เอ๋ ยูกิโนะคุงน่ะเหรอคะ!?"
"อ๊ะ แต่เข้าเผื่อๆ ไว้เท่านั้นแหละนะ ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก"
 "ที่ไหนล่ะค่ะ แค่ต้องเข้าโรงพยาบาลก็ลำบากแย่แล้วล่ะค่ะ"
"อา~ อื้อ คือว่านะ ต้องขอโทษด้วย ก่อนเลิกเรียนช่วยเขียนข้อความให้กำลังใจยูกิโนะให้หน่อยได้ไหม"
"ข้อความเหรอคะ" 
"อื้อ คราวนี้เจ้าตัวงอแงไม่อยากเข้าโรงพยาบาลเพราะอาการกำเริบแค่นิดเดียว แล้วก็อารมณ์บูดมาตลอดเลย อยากให้คุณคิโชวอินเขียนจดหมายให้กำลังใจให้หน่อย เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้นบ้าง"
"แหม..."  

สำหรับเด็กๆ แล้วการเข้าโรงพยาบาลคงเป็นเรื่องน่าเบื่อเหลือทนมากแน่เลยเนอะ
 
"ถ้าจดหมายของฉันจะช่วยให้ยูกิโนคุงอารมณ์ดีขึ้นได้บ้าง จะให้เขียนกี่ฉบับก็ได้ค่ะ!"
"ขอโทษจริงๆ ขอบคุณนะ ไว้จะหาโอกาสตอบแทนให้ได้"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันอยากทำเพื่อนยูกิโนะคุงเอง ไม่ต้องตอบแทนอะไรหรอกค่ะ" 
 
ฉันหยิบเอากระดาษเขียนจดหมายออกมาจากล็อกเกอร์ แล้วรีบเขียนจดหมายทันที 


หลังเลิกเรียน พอส่งจดหมายให้เอ็นโจ เขาก็ขอบคุณอย่างจริงจังอีกรอบ เห็นว่าวันนี้จะไม่แวะไปห้องสโมสร แต่จะตรงไปโรงพยาบาลเลย 
ฉันรับฟังเรื่องอาการของยูกิโนะพลางเดินไปด้วยกัน จนไปส่งเอ็นโจถึงที่จอดรถ 

"งั้นไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้นะ ขอบคุณสำหรับจดหมาย"
"ไม่เป็นไรค่ะ โชคดีนะคะ ท่านเอ็นโจ"  

เอ็นโจโบกมือให้ฉัน ก่อนขึ้นรถที่มารับไป เอ๋...?
คนที่นั่งอยู่ในรถคันเมื่อกี้ดูคลับคล้ายคลับคลาใช่คุณยุยโกะหรือเปล่านะ 
 

 ---------------------------------------
 
สวัสดีครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษแอดมินและท่านผู้อ่านทุกท่านที่ทำให้ตกอกตกใจกันไปในตอนก่อน พอดีช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีอะไรหลายๆ อย่างประเดประดังกันเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพและการงาน ทำให้ผมอยากเททุกอย่างวิ่งหนีเข้าถ้ำไป แต่เมื่อทุกท่านยืนยันว่ารอได้ ผมก็อยากจะกลับมาแปลท่านเรย์กะให้อ่านกันต่อ แต่คงไม่ได้ลงอย่างสม่ำเสมอเท่าเดิม เพราะรู้สึกมันจะเป็นการกดดันตัวเองเกินไป ขอลงแบบสบายๆ ตามใจตัวเองบ้างนะครับ แต่จะไม่ให้ขาดหายกันไปนานนัก ขอบคุณสำหรับข้อความจากทุกท่านมากด้วยนะครับ พอคลิกเข้ามาแล้วตกใจมาก เฮ้ย มาจากไหนกัน! แต่ขอบคุณมากนะครับ ผมอ่านทุกตัวอักษรเลย ; w ; รู้สึกว่าท่านเรย์กะช่างเป็นผลงานที่ได้รับความรักจากคนมากมายจริงๆ อยากสื่อความรู้สึกนี้ให้ท่านฮิโยโกะผู้เขียนได้รับทราบมากๆ หวังว่าเราจะได้มีโอกาสอ่านผลงานเรื่องนี้ในแบบ official กันนะครับ 
.
.
.
ปิดท้ายด้วยของกินประจำตอน  (สงสารพิซซ่าโมจิคราวที่แล้วมาก โดนแย่งซีนหมดเลย โฮววว ขอโทษนะโมจิพิซซ่า เราผิดกับนายจริงๆ  ; w;) 

Sachertorte หรือเค้กช็อคโกแลตไส้แยมแอปริคอต

 




NEKOPOST.NET