[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 192 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.192 - ตอนที่ 192


192.


"นี่ คันตะคุง ถ้าเอาโยเกิร์ตราดโมจิจะเป็นยังไงบ้างนะ"
"อย่าดีกว่า เอ้านี่ โคโรเน่ กินโมจิชีสเม็นไทซะ"
"ขอบใจจ้ะ! ว้าย อร่อยจังเลย! นี่ คันตะคุง ถ้าเอาแยมทาโมจิจะเป็นยังไงบ้างนะ"
"ท่าจะห่วย เอ้านี่ โคโรเน่ พิซซ่าโมจิ"
"อุหวา เพิ่งเคยกินพิซซ่าโมจินี่แหละ! อร่อยจังนะ!"

ไอเดียของฉันโดนคันตะคุงปัดตกอย่างไม่ปราณี แต่โมจิที่คันตะคุงทำมาให้ก็อร่อยไปหมดเลย เอ๊า ช่างเถอะ
สงสัยว่าเอาโมจิมาทำเป็นของหวานนี่จะยากนะ ถ้าเป็นชิราทามะจะได้ไหมนะ อื~ม 

"นี่โคโรเน่ ทำไมไม่คิดจะกินอะไรแบบปกติธรรมดามั่งล่ะ"
"ปกติก็กินแบบธรรมดา แต่ก็อยากสร้างสรรค์วิธีกินที่เป็นเอกลักษณ์บ้างนี่นา..."
"งั้นขอถามหน่อย โคโรเน่คิดว่าจะกินโมจิทาโยเกิร์ตทาแยมได้อร่อยจากใจจริงๆ น่ะเหรอ"
"อุ..."
"ห้ามเอาของกินมาเล่นนะ"
"อึ่ก..."  

พอพูดแบบนี้แล้ว...

"ที่สำคัญ ตั้งแต่เค้กครั้งก่อนแล้ว ทำไมถึงอยากจะดัดแปลงอะไรประหลาดๆ นักล่ะ"

อุ แบบว่า...

"...เพราะ... ว่าจะ...."
"ว่าไงนะ?"
"...ไม่มีอะไร"

...คนที่งานพิเศษยังทำไม่เป็นอย่างฉัน กะว่าจะโกยเงินล้านจากสูตรลับเฉพาะน่ะ
แล้วฉันก็มีฝันอันยิ่งใหญ่ 

คนทำอาหารมือสมัครเล่นที่เอาสูตรแสนวิเศษไปลงในเวบทำอาหาร เกิดเป็นกระแสฮิตจนได้ออกหนังสือทำอาหาร มีสื่อมาติดต่อขอทำข่าว ฉันกลายเป็นคนดังไปในชั่วพริบตา ในยามนั้นเอง ก็มีข้อเสนอให้ทำรายการร่วมกับนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่สุดหล่อที่มีงานอดิเรกเป็นการทำอาหาร! เราสองคนใจตรงกันในทันที แล้วความรู้สึกก็แปรเปลี่ยนเป็นความรัก  
 
ทว่ารอบข้างไม่ยอมรับความรักชวนวาบหวามระหว่างนักแสดงหนุ่มและคุณหนูดาวเด่นแห่งญี่ปุ่น คู่รักหนุ่มสาวทั้งสองถูกพรากออกจากกัน ฉันได้แต่นอนสะอึกสะอื้นอยู่ในบ้านที่ถูกกักขังไว้ แล้วก็ถูกกำหนดให้แต่งงานทางการเมือง! อยากเจอเหลือเกิน แต่ก็เจอไม่ได้ ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจว่าจะหนีออกจากบ้าน! 

แต่นี่ไม่ใช่แค่ฉันเท่านั้น นี่เป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ที่อาจทำลายอนาคตในฐานะนักแสดงของเขา แต่กระนั้นฉันก็ไม่อาจตัดใจจึงลอบหนีออกจากบ้านกลางดึก ฉันกระโดดออกไปกลางถนนเพื่อหนีการจับกุมของคนที่ไล่ตามมา แล้วก็โดนรถบรรทุกชน! 
 
ฉันจำเป็นต้องได้รับการให้เลือดในการผ่าตัดฉุกเฉิน แต่ปรากฎว่ากรุ๊ปเลือดของฉันเป็นกรุ๊ปที่หาได้ยากในโลก! หาคนบริจาคเลือดให้ฉันไม่ได้จนกระทั่งในยามที่คิดว่าถึงที่สุดแล้ว ทันใดนั้นก็พบว่านักแสดงหนุ่มที่เป็นคนรักของฉันคนนั้นมีเลือดกรุ๊ปเดียวกัน! เพื่อฉันผู้เป็นที่รักแล้วเขายอมสละเลือดถึงขีดจำกัดร่างกายตัวเอง ครอบครัวของฉันหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ "ไม่หรอกครับ เพื่อเธอแล้ว จะให้ผมสละชีวิตก็ย่อมได้!"   

ฉันยื้อชีวิตไว้ได้อย่างอ่อนแรงเต็มที แล้วก็ได้เห็นงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเฉพาะกิจของเขาทางโทรทัศน์ในห้องผู้ป่วย VIP  "ผมมีผู้หญิงที่ผมรักอยู่ ก่อนจะเป็นดารา ผมก็คือผู้ชายที่มีความรักคนหนึ่ง!" อา! น้ำตากบตาจนมองหน้าเขาไม่เห็นแล้ว! 

ครอบครัวของฉันพ่ายแพ้แก่ผู้มีพระคุณแก่ชีวิตในที่สุด สำนักงานของเขาก็ยอมอนุญาตเพราะเห็นแก่ความมุ่งมั่นของเขา ทั้งญี่ปุ่นร่วมกันอวยพรในความรักบริสุทธ์ระหว่างเราสอง งานแต่งงานจัดขึ้นในปราสาทเก่าแก่ของยุโรป เราสองปฎิญาณรักนิรันดร์กันภายใต้สายรุ้งสองชั้นที่พาดผ่าน อา ฟีนาเล่แห่งความประทับใจ!!

---ฉันมีความเพ้อเจ้ออันยิ่งใหญ่ในชื่อความฝันประมาณเนี้ยอ่ะค่ะ 

"โคโรเน่ เป็นอะไรน่ะ นั่งยิ้มแหะๆ น่าขนลุกนะ"
"เอ๋" 

คันตะคุงมองฉันด้วยสายตาหวาดระแวง ดูท่าทางฉันจะเผลอนึกถึงมหากาพย์แห่งรักกับคนรักในจินตนาการจนเผลอหลุดยิ้มออกมา
ต้องระวังไม่ให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงต่อหน้าคนอื่นแล้วล่ะ... 

แต่สมัยก่อนน่ะฉันแอบปลื้มพวกกรุ๊ปเลือดแปลกๆ นะ ประเภท RH-AB อะไรที่ชอบออกมาในการ์ตูนไง ความรู้สึกประมาณว่าฉันพิเศษกว่าคนอื่นนะจ้ะน่ะ แต่ตอนนี้ไม่ขนาดนั้นแล้วล่ะ ส่วนกรุ๊ปเลือดจริงๆ ของฉันเป็นกรุ๊ปเลือดดาดๆ ที่มีมากเป็นอันดับสองของคนญี่ปุ่นน่ะ 

"ยังไงซะ! โคเรน่ก็ต้องทำขนมกับอาหารตามสูตร!"
"ค่ะ..."

คันตะคุงแค่อยู่ม.1 แต่ชอบพูดจาอวดดีก็จริงอยู่ แต่ดูจะคอยช่วยงานวาคาบะจังที่คอยดูแลบ้านช่องแทนพ่อแม่ที่ทำงานทั้งคู่ ทำอาหารได้ด้วย เก่งมาก คันตะคุง ซอสโชยุน้ำตาลที่ทาอิโซเบะยากิมานี่ก็เข้าท่าสุดๆ เลยล่ะค่ะ! 


หลังทานโมจิอร่อยๆ แล้ว ก็เป็นคลาสฟองดองต์ช็อกโกล่าโดยอาจารย์วาคาบะ 
วันนี้นอกจากคันตะคุงแล้วยังมีน้องแฝดสองคนคอยมองอยู่อีก เลยตื่นเต้นนิดหน่อย ฉันรู้น่า ต้องทำตามสูตรใช่ไหมล่า สายตาจับผิดของคันตะคุงน่ะเข้มงวดสุดๆ 

"ก่อนอื่นต้องเอาแป้งเค้กร่อนผ่านกระชอนก่อนนะ"
"ค่ะ"
"โคโรเน่ ตรงนี้อย่าทำชุ่ยๆ เชียวนะ"
"ค่ะ..."
"โคโรจัง สู้เขาน้า~" 

"เอาล่ะ ต่อไปให้เอาน้ำตั้งไฟให้ร้อน เอาหม้ออังน้ำร้อนแล้วก็ละลายช็อกโกแลตกับเนยให้เข้ากัน"
"ค่ะ" 

อังน้ำร้อนเหรอ

"เมื่อก่อนนะ ฉันไม่เคยรู้ถึงความสำคัญของการอังน้ำร้อน คิดแค่ว่าทำให้ละลายแล้วทำให้แข็งตัวใหม่ก็พอแล้ว ก็เลยใส่ช็อกโกแลตลงไปในหม้อตั้งไฟตรงๆ"
"เอ๋!" 
"ทำอะไรของเธอน่ะ!"?

พี่น้องทาคามิจิมองฉันด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ 

"แล้วเป็นยังไงเหรอ..."
"หม้อไหม้เลย แล้วช็อกโกแลตที่แข็งตัวก็ร่วนๆ ไม่อร่อยเลย แย่ที่สุดเลยล่ะ อังน้ำร้อนเนี่ยสำคัญเนอะ" 
"รู้แล้วน่า..." 

ฉันเล่าความผิดพลาดของตัวเองจะได้คลายความตึงเครียดลงบ้าง แต่สายตาจับผิดของคันตะคุงกับยิ่งเคร่งเครียดกว่าเดิม รู้งี้ไม่พูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไปก็ดีหรอก... พออยู่บ้านนี้แล้วเผลอตัวทำอะไรตามสบายทุกทีเลย สงสัยเพราะบรรยากาศแบบสามัญชนทำให้นึกถึงครอบครัวในชาติก่อนละมั้ง

"เสร็จแล้ว!" 

ฟองดองต์ช็อกโกล่าที่ข้างนอกกรอบ ข้างในเนื้อนุ่ม~ ไหลเยิ้ม สำเร็จแล้ว! 
ไม่ได้ใช้เวลานานเลยด้วย ทำไมอร่อยจังเลย! สูตรของวาคาบะจังนี่ยอดจริงๆ!

"น้ำตาลไอซิ่งนี่เหมือนหิมะ ดูเพลินตาดีจังเลยนะคะ"  

ช็อกโกแลตชีสเค้กที่สอนไปก่อนหน้านั้นก็อร่อยดี แต่ฟองดองต์ช็อกโกล่าวันนี้ยิ่งอร่อยกว่าอีกนะ! วาเลนไทน์ปีนี้เอาเป็นนี่แหละ! ครั้งหน้าไว้จะบอกสูตรนี้ให้ซากุระจังกับอาโออิจังด้วย 

"นะ! พอโคโรเน่ไม่ใส่อะไรนอกลู่นอกทางก็ทำออกมาได้อร่อยขนาดนี้เลยเห็นมะ"
"คันตะ!"

จะจำใส่ใจไว้เลยค่ะ... 


ในทางกลับตอนกลางคืนที่เริ่มมืดลง พอเงยหน้ามองฟ้าก็เห็นปุยหิมะร่วงปลิวลงมา

"ไหวไหมคะ ให้ยืมร่มเอาไหม"
"อื๋อ ไม่เป็นไร พอไปถึงสถานีใกล้บ้านแล้วจะเรียกรถมารับ" 

ฉันปิดเรื่องมาบ้านวาคาบะจังไว้เป็นความลับ จะเรียกมารับที่นี่ไม่ได้ แล้วหิมะตกแค่นี้ก็ไม่ต้องใช้ร่มหรอก 

"วันนี้ขอบคุณนะ ฉันเอาแต่ใจตัวเองจนทำให้คุณทาคามิจิต้องลำบากเลย"
"ไม่เลย! คุณคิโชวอินต่างหากที่สร้างบุญคุณไว้จนฉันตอบแทนไม่หมด!"
"หมายถึงเรื่องชุดเครื่องแบบกับรองเท้าเหรอ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ไม่ต้องซีเรียสนะ"
"ไม่ได้หรอก ของแพงแบบนั้น ตอนนี้ฉันยังกลุ้มอยู่เลยว่าควรจะจ่ายเงินหรือเปล่า นิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี"
"เอ๋!" 

ไม่ยักกะรู้เลยนะว่าวาคาบะจังคิดจะจ่ายเงินให้ด้วย! นั่นเป็นเครื่องแบบที่เลอะอึนก ฉันไม่ใส่แล้วนะ ไม่เห็นเป็นไรเลย

"ถึงจะว่าแพง ก็แค่ประมาณแสนเยนเองนะคะ..."
"เอ๋ แพงกว่านั้นอีกนะ คุณคิโชวอิน ไม่รู้ราคาเครื่องแบบที่ตัวเองใส่อยู่เหรอ แล้วต่อให้ราคาแสนเยน ตามความรู้สึกของฉันก็ยังเป็นเงินก้อนใหญ่อยู่ดีนะ"  

ก็จริงนะ ฉันก็รู้สึกเหมือนกันว่าแสนเยนมันเงินก้อนใหญ่อยู่น่ะ
วาคาบะจังทำหน้าซีเรียส

"เอ่อ ฉันก็เป็นคนได้รับของมา พูดแบบนี้อาจจะไม่ดี  แต่คุณคิโชวอินน่าจะหัดถนอมของที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อให้มากกว่านี้หน่อยนะ"
"เอ๋..."
"ชุดเครื่องแบบนั่นก็เป็นของที่คุณพ่อคุณคิโชวอินซื้อให้จากการทำงานนะ ฉันว่าน่าจะดูแลให้ดีกว่านี้หน่อย..."
"......."
"ขอโทษนะที่พูดจาเสียมารยาท แต่ฉันรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ของตัวเองต้องทำงานอย่างเต็มกำลัง ก็เลยพยายามจะรักษาของที่ทั้งสองคนซื้อมาให้ดี  คือว่า กว่าคนเราจะหาเงินแสนเยนมาได้มันลำบากนะ"
"นั่นสิเนอะ..." 
 
ทั้งที่เมื่อชาติก่อนฉันก็เข้าใจความสำคัญของเงินทองดีแท้ๆ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่กันที่เซนส์ด้านเงินๆ ทองๆ ของฉันมันด้านชาไป  ท่านพ่อของฉันผิดกับคุณพ่อของวาคาบะจัง ทำงานอยู่ในบริษัทของตัวเองก็เลยไม่เคยได้เห็นตอนทำงาน ความรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณก็พลอยลางเลือนไปด้วย 

แม้แต่ชุดเครื่องแบบที่พ่อแม่ซื้อให้ก็ไม่เคยถามราคา รับมาอย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่เป็นเงินที่พวกคุณพ่อทำงานเก็บออมมาแท้ๆ
ฉันนี่มัวทำอะไรอยู่นะ ไม่ได้หนักแน่นเลยซักนิด

"คุณคิโชวอิน เป็นอะไรหรือเปล่า"
"อื้อ ไม่เป็นไรค่ะ"
 
ฉันนิ่งเงียบไป วาคาบะจังเลยดูจะเป็นห่วง

"ขอโทษนะที่พูดอะไรแปลกๆ มันเผลอไป..." 
"ไม่หรอกค่ะ ฉันต่างหากที่ไม่ดีเอง ขอบคุณนะ ตาสว่างเลยล่ะ แต่ยังไงก็ช่วยรับชุดเครื่องแบบนั่นไปเถอะนะคะ อย่างเกรงใจเลย ฉันยังมีชุดสำรองอีกเยอะ" 

ในรถไฟฉันก็นั่งคิดถึงเรี่องที่วาคาบะจังพูดอยู่ตลอดเวลา

พอกลับมาถึง ท่านพ่อก็นั่งทอดหุ่ยบนโซฟาอยู่พอดี

"ท่านพ่อ!"
"อ้าว กลับมาแล้วเหรอ เรย์กะ"
"กลับมาแล้วค่ะ"

ฉันนั่งลงข้างๆ ท่านพ่อแล้วเอนตัวลงซบ

"อ้าวๆ เป็นอะไรไปล่ะ วันนี้เรย์กะขี้อ้อนจังนะ"
"...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเสมอมานะคะ ท่านพ่อ"
"เป็นอะไรไปน่ะ เรย์กะ"

ท่านพ่อทำหน้าประหลาดใจ 

"หนูได้คิดอีกครั้งแล้วค่ะว่าเพราะท่านพ่อตั้งใจทำงานในทุกๆ วัน หนูถึงได้ใช้ชีวิตได้อย่างหรูหราสะดวกสบาย  ทั้งค่าเรียน ค่าเสื้อผ้าที่หนูใส่อยู่ก็เป็นของที่ได้มาจากเงินที่ท่านพ่อทำงานมาซื้อให้ เพราะงั้นขอบคุณนะคะ หนูไม่เคยรู้ถึงความลำบากของท่านพ่อเลย เอาแต่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอยู่เสมอ ขอโทษนะคะ..."
"เรย์กะ ช่างเป็นลูกที่แสนดีเป็นห่วงเป็นใยพ่อจริงๆ! เรย์กะ อยากได้อะไรซื้อไปเลยลูก! พ่อจะซื้อให้ลูกทุกอย่างเลยนะ! พรุ่งนี้ออกไปซื้อของด้วยกันดีกว่านะ!"

เอ๊ะ เดี๋ยว ไม่ใช่นะ ต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ... แต่ทานุกิหลงระเริงไปแล้วไม่ยอมฟังฉันเลย นี่คิดจะซื้อใจลูกสาวด้วยวัตถุเหรอ ทานุกิเอ๊ย  ไม่ได้ๆ ต้องสำนึกในพระคุณท่านพ่อสิ สำนึกในพระคุณๆ 

"ท่านพ่อคะ วันนี้หนูไปเรียนทำขนมเค้กวาเลนไทน์มา ไว้พอถึงวันจริงจะให้ท่านพ่อได้ทานช็อกโกแลตทำมืออร่อยๆ ต้องรอนะคะ!"

ที่ผ่านมาฉันให้ท่านพี่เป็นที่หนึ่ง ส่วนวาเลนไทน์ของท่านพ่อเป็นของแถมตลอด แต่ปีนี้จะตั้งใจทำของท่านพ่ออย่างดีเลยนะคะ! 

"แหม ตรวจร่างกายครั้งก่อนผลตรวจพ่อไม่ค่อยดี..."
"แหม! แบบนี้ก็แย่น่ะสิคะ! งั้นหนูจะทำอาหารเพื่อสุขภาพให้ท่านพ่อทุกวันเลยนะคะ!"

ให้คุณอาคิมิสอนทำอาหารเพื่อสุขภาพให้ดีกว่า อาหารเพื่อสุขภาพนี่เป็นแบบไหนนะ พวกแฮมเบอเกอร์เต้าหู้หรือเปล่านะ?  ท่าจะยากแต่จะพยายามนะ เพื่อท่านพ่อเชียวนะคะ! 

"เรย์กะเอ๊ย แค่ความรู้สึกก็พอแล้ว..."
"ไม่ต้องเกรงใจนะคะ ท่านพ่อ นี่เป็นการแสดงความกตัญญูในทุกๆ วันของหนูค่ะ ให้หนูจัดการดูแลสุขภาพเองนะคะ ท่านพ่อจะได้ไปทำงานอย่างแข็งขันตลอดไป!" 

ตายแล้ว ท่านพ่อเนี่ย ถึงกับน้ำตาซึมในความใส่ใจของลูกสาวผู้เป็นที่รักเลยเหรอคะ
จริงด้วย ในอนาคตเป็นนักโภชนาการอาจจะดีก็ได้นะ
คิโชวอิน เรย์กะ นักโภชนาการสาวสวยผู้เป็นที่จับตามองจากการสร้างแผนการดูแลโภชนาการที่ก้าวล้ำนำหน้าออกมาอย่างต่อเนื่อง  แล้วก็มีข้อเสนอให้ฉันไปดูแลโภชนาการของนักกีฬาชั้นแนวหน้า เขาสร้างสถิติใหม่อย่างเหลือเชื่อจากการดูแลโภชนาการอันรอบคอบของฉัน และแล้วความขอบคุณก็แปรเปลี่ยนเป็นความรัก... to be continued

 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

โมจิชีสเม็นไทโกะ

โมจิพิซซ่า 

และต้องขอใช้พื้นที่ตรงนี้เรียนให้ทราบว่าผมขอถอนตัวจากโปรเจคต์แปลนี้แล้วนะครับ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้อยู่ร่วมกันจนจบ ขออนุญาตแจ้งแอดมินไว้ตรงนี้เลย ถ้าท่านใดจะรับทำต่อก็ติดต่อแอดมิน Nekopost ตามช่องทางปกติได้เลยนะครับ ขอบพระคุณมาก :) 

---------------------

Edit เพิ่ม : ขออภัยที่ทำอะไรหุนหันไปครับ กำลังจะกลับมาแปลต่อแล้วครับ 
 
 

 




NEKOPOST.NET