NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.191 - ตอนที่ 191


191.

 

ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ฉันแวะไปรบกวนบ้านวาคาบะจังอีกครั้งเพื่อขอเรียนวิธีทำฟองดองต์ช็อกโกล่า 

"หนาวจังเลยเนอะ! อีกเดี๋ยวหิมะอาจจะตกก็ได้นะ! คุณคิโชวอิน ปลายจมูกแดงหมดแล้ว ไม่เป็นไรแน่นะ"
"ค่ะ ฟ้ามัวเชียว อาจจะตกจริงๆ ก็ได้นะคะ" 

วันนี้วาคาบะจังก็มารับถึงหน้าสถานีอีกแล้ว 

"คุณทาคามิจิก็มีธุระยุ่งวันหยุดแท้ๆ ขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวนหลายรอบ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่า ธุระของฉันก็มีแค่งานพิเศษเองนะ!" 

วาคาบะจังไปทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านแฟมิลี่เรสเตอรองค์เฉพาะในช่วงกลางวันวันหยุด 

"วันนี้ก็เพิ่งกลับจากงานพิเศษใช่ไหม กลายเป็นเร่งให้ต้องเตรียมตัวกลับเร็วๆ หรือเปล่าคะ"
"ไม่เลย ปกติพองานเสร็จก็เปลี่ยนเสื้อกลับเลยอยู่แล้ว ไม่ซีเรียสนะ คุณคิโชวอินนั่นแหละน่าจะยุ่งไม่ใช่เหรอ"
"ก็ไม่นี่คะ..." 

ตอนนี้ธุระวันหยุดฉันก็แค่ไปเรียนวัฒนธรรมสัปดาห์เว้นสัปดาห์ แล้วก็เรียนทำอาหารกับคุณอาคิมิแค่นั้นเอง
พอเสร็จงานปาร์ตี้วันเกิดยูกิโนะคุง ฉันก็โทรไปหาคุณอาคิมิ รายงานผลตอบรับของจิราชิซูชิทันที คุณอาคิมิท่าทางจะเป็นห่วงมาตลอด ถึงกับร้องว่า "ค่อยโล่งหน่อย..." ท่าทางโล่งอกจากใจจริง รู้สึกว่าเพราะคนกินอาหารฝีมือตัวเองคือท่านๆ ตระกูลเอ็นโจเหล่านั้น และพวกเด็กๆ จากตระกูลใหญ่ที่ได้รับเชิญมา แล้วยังมีแรงกดดันจากพ่อแม่ของฉันอีกว่า "ชื่อเสียงในอนาคตของลูกสาวขึ้นอยู่กับเธอแล้ว" รู้สึกว่าแรงกดดันจะหนักหนาสาหัสพอดู ต้องขอโทษจริงๆ ถ้าเขาเห็นว่าเป็นนักเรียนจอมวุ่นวายแล้วขอถอนตัวจากการสอนทำอาหารล่ะจะทำยังไง อย่าเพิ่งทอดทิ้งกันนะคะ คุณอาคิมิ  

"คุณทาคามิจิทำงานพิเศษทุกสัปดาห์คงเหนื่อยแย่ ไม่มีวันหยุดบ้างเหรอคะ"
"ก่อนสอบเขาก็ให้หยุดนะ"
"ระวังอย่าให้รู้ไปถึงฝั่งโรงเรียนนะคะ" 
"อ้อ เรื่องนั้นน่ะ ไปขออนุญาตมาแล้วล่ะ!"
"ขออนุญาต? งานพิเศษน่ะเหรอคะ" 
"ใช่! เมื่อก่อนคุณคิโชวอินเคยบอกว่ากฎโรงเรียนห้ามทำงานพิเศษใช่ไหมคะ  ความจริงฉันทำอยู่ในครัว คิดว่าคงความไม่แตกง่ายๆ หรอก แต่ยังไงก็เผื่อไว้ก่อน ก็เลยลองไปปรึกษามิซึซากิคุงดูน่ะ"
"มิซึซากิคุงเหรอคะ"
"อื้อ คิดว่าเรื่องแบบนี้ไปปรึกษาประธานสภานักเรียนน่าจะดีที่สุดน่ะนะ เล่าให้ฟังว่าความจริงแล้วแอบทำงานพิเศษอยู่ แล้วเขาก็โกรธใหญ่เลยล่ะว่า "นี่ทำอะไรของเธอน่ะหา! ถ้าความแตกล่ะก็โดนพักการเรียนเชียวนะ ถ้านักเรียนทุนพิเศษโดนพักการเรียนจะเป็นยังไงบ้างรู้หรือเปล่า!" ก็จริงของเขานะ สำนึกผิดสุดๆ เลยล่ะค่ะ"  

วาคาบะจังคอตก แสดงท่าทีสำนึกผิด 

"แล้วมิซึซากิคุงก็ช่วยไปเดินเรื่องขออนุญาตจากฝั่งโรงเรียนให้ บอกว่าเป็นค่าเดินทางเป็นค่าอุปกรณ์การเรียนอื่นๆ ตอนแรกก็เป็นห่วงเหมือนกันว่าได้ทุนการศึกษาแล้วจะอ้างแบบนี้ได้อีกเหรอ แต่ก็ตกลงอนุญาตนะ!"
"แหม งั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อยนะคะ"
"อื้อ! ต้องขอบคุณมิซึซากิคุงสุดๆ เลยล่ะ!"

วาคาบะจังว่าแล้วก็หัวเราะ
ดูท่าทางระดับความชื่นชมที่วาคาบะจังมีต่อนายตัวสำรองจะสูงน่าดู ที่สำคัญคือไปปรึกษาได้ก็แสดงว่าต้องเชื่อใจกันใช่มะ  นายตัวสำรองที่น่าเชื่อถือผิดกับจักรพรรดิที่เอาแต่เรื่องวุ่นวายมาให้ ซวยล่ะ คาบุรากิเอ๋ย

"เท่านี้ถึงจะมีใครมาเจอก็ไม่เป็นไรแล้ว! ต้องขอบคุณคุณคิโชวอินด้วยนะ"
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ"
"อื๋อ ถ้าคุณคิโชวอินไม่พูดก็ไม่รู้สึกหรอก เพื่อนๆ สมัยม.ต้นหลายคนก็แอบทำงานพิเศษกันอยู่ ที่ทำงานพิเศษก็มีเด็กม.ปลายหลายคน ฉันก็เลยคิดเอาเองว่าคงไม่เป็นไรมั้งน้า"
"เหรอ เหมือนพอขึ้นม.ปลายแล้วก็มีคนเริ่มทำงานพิเศษกันเยอะเลยนะคะ"
"อื้อ ใช่แล้วล่ะ อ๊ะ ว่าแต่ตกใจเหมือนกันนะที่คุณคิโชวอินรู้เรื่องเด็กม.ปลายทำงานพิเศษกับเขาด้วย คิดว่าเด็กซุยรันจะไม่รู้อิโหน่อิเหน่เรื่องทำงานพิเศษเลยซะอีก"
"อ้อ~ แหม..." 

เมื่อชาติก่อนฉันก็ทำงานพิเศษหลายอย่างเหมือนกันนะ เวลามีของที่อยากได้ เบี้ยเลี้ยงน้อยนิดที่ได้จากพ่อแม่มันไม่พอหรอกน่า
แต่การที่คุณหนูซุยรันผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวโลกภายนอกจะยอมรับการทำงานพิเศษได้เหมือนเป็นเรื่องธรรมดานี่คงทะแม่งๆ สินะ ปกติคงต้องพูดประมาณ "แหม! งานพิเศษนี่อะไรกันเหรอคะ" ประมาณนี้สินะ
รีบเปลี่ยนหัวข้อก่อนความจะแตกดีกว่า 

"จะว่าไป ก่อนหน้านี้ท่านคาบุรากิมาสั่งเค้กวันเกิดที่ร้านคุณทาคามิจิหรือเปล่าคะ"
"อื้อ รู้ดีจังเลยนะ มาสั่งจริงๆ น่ะแหละ วันนั้นฉันก็ติดงานพิเศษถึงบ่ายสอง พอปิดบังเรื่องงานพิเศษ บอกไปแค่ว่าจะมาถึงบ้านตอนประมาณบ่ายสองครึ่ง ก็บอกว่าจะมารับช่วงประมาณนั้นน่ะ" 

ตานี่! มาช้าเพราะจงใจเลือกเวลามารับเค้กตอนวาคาบะจังอยู่บ้านสินะ! ใช้วันเกิดยูกิโนะคุงเป็นข้ออ้างมาหาวาคาบะจังชัดๆ! อย่างเค้กเนี่ยคาบุรากิไม่ต้องไปรับด้วยตัวเอง ให้คนอื่นไปรับก็ได้นี่นา ใช้เทวดาน้อยเป็นเหยื่อล่อเพื่อความรักของตัวเองเหรอ ร้ายกาจอะไรแบบนี้ 

"เห็นว่าเป็นเค้กวันเกิดน้องชายเอ็นโจคุงใช่ไหม เขาว่าชื่อมีตัวอักษร "ยูกิ" (หิมะ) อยู่ด้วย ก็เลยอยากได้สวิสเมอแรงก์รูปตุ๊กตาหิมะประดับมาด้วยน่ะ" 
"ค่ะ ตุ๊กตาหิมะน่ารักมากเลย"
"คุณคิโชวอินไปงานวันเกิดมาด้วยเหรอ เป็นไงบ้าง น้องชายเอ็นโจคุงชอบหรือเปล่า" 
"ตุ๊กตาหิมะน่ารักมาก เจ้าตัวอิดเอื้อนไม่อยากกินเลยค่ะ เค้กก็อร่อย เด็กๆ กินกันเรียบเลยค่ะ"
"จริงเหรอ! ค่อยยังชั่ว ความจริงก็แอบเป็นห่วงนิดหน่อยนะ ว่าพวกเด็กๆ บ้านรวยจะทานกันได้หรือเปล่า..."
 
วาคาบะจังหัวเราะเหะๆ 

"เค้กที่คุณพ่อคุณทาคามิจิทำอร่อยอยู่แล้วล่ะค่ะ มั่นใจมากกว่านี้หน่อยก็ได้นะคะ"
"ขอบคุณนะ!"
"...แล้วก็ คุณทาคามิจิ เรียกท่านเอ็นโจว่า "เอ็นโจคุง" ด้วยเหรอคะ"
"อ๊ะ!" 

วาคาบะจังทำหน้าประมาณ พลาดไปแล้ว!  อื้อ ปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ น่ะแหละ ขอโทษนะ 

"เอ่อ~ เอ็นโจคุงได้ยินฉันเรียกคาบุรากิคุง ก็เลยบอกว่าถ้างั้นก็เรียกผมว่าเอ็นโจคุงบ้างก็ได้..."
"งั้นเหรอคะ... ยังไงที่โรงเรียนก็ระวังๆ ด้วยนะคะ"
"ค่ะ..."  

ถ้าโดนเห็นว่าสนิทสนมกับเอ็นโจต่อจากคาบุรากิ วาคาบะจังคงย่ำแย่หนักกว่าเดิมแน่ๆ
แล้วก็ตกใจเหมือนกันนะที่เห็นว่าเอ็นโจไม่รู้ไปสนิทสนมกับวาคาบะจังตั้งแต่เมื่อไหร่

"วันนี้พวกน้องๆ อยู่บ้าน เอะอะกันหน่อยนะ เอ้า เข้ามาเลย!"
"ขอรบกวนหน่อยนะคะ"  

วาคาบะจังเปิดประตูหน้าออก ส่งเสียงสดใสว่า "กลับมาแล้ว~!" 

"กลับมาแล้วเหรอ~! อ๊ะ โคโรเน่ก็อยู่ด้วย!"
"พี่จ๋า กลับมาแล้วเหรอ~ ยินดีต้อนรับจ้ะ โคโรจัง"
"กลับมาแล้วเหรอ~" 

พอเข้าห้องนั่งเล่นไป คันตะคุง น้องชายคนโตและน้องชายน้องสาวฝาแฝดที่อยู่ป.5 ก็ออกมารับ

"เดี๋ยวเถอะ! บอกแล้วไงว่าไม่ใช่โคโรเน่! เรียกว่าคุณคิโชวอินสิ!"

วาคาบะจังรีบตามแก้พวกน้องชาย แต่รู้สึกว่าชื่อเล่นโคโรเน่ของฉันจะเป็นที่ติดปากในบ้านทาคามิจิไปแล้วนะ แสดงว่าตอนฉันไม่อยู่ก็เรียกโคโรเน่กันสบายใจเฉิบไปแล้วสินะ 

"ขอโทษน้า~ คุณคิโชวอิน"
"ไม่หรอกค่ะ ฉันไม่ได้คิดมากอะไร" 

แม้จะโดนวาคาบะจังโมโหใส่ คันตะคุงก็พูดหน้าตาเฉยว่า "โคโรเน่ วันนี้ห้ามทำอะไรไม่เข้าท่าเชียวนะ!" ดักคอฉันไว้ก่อน รู้แล้วล่ะค่า ครั้งที่แล้วโดนคันตะคุงโมโหใหญ่เลยนี่นา

"หนาวจังเลยนะ คุณคิโชวอิน ดื่มอะไรอุ่นๆ ก่อนไหม"
"ขอบคุณค่ะ"  

แล้วคุณแม่ก็ปรากฎตัวออกมาจากหลังร้าน

"ยินดีต้อนรับจ้า! โค...คุณคิโชวอิน"
"ขอรบกวนหน่อยนะคะ"

ฉันลุกขึ้นทักทาย 

"ตายแล้ว ยังมารยาทงามเหมือนเดิมเลยนะ สมเป็นคุณหนูของซุยรันจริงๆ"
"ก็เป็น 'โคโรเน่โอะโฮะโฮะ' นี่นา"
"คันตะ---!"

คันตะคุงโดนมะเหงกวาคาบะจังเคาะหัวแรงๆ 
'โคโรเน่โอะโฮะโฮะ'... อันนี้อาจจะเกินยอมรับก็ได้ วาคาบะจัง จัดการเลย 

"เอ่อ นี่คอมเปโตค่ะ ถ้าไม่รังเกียจ"
"ตายแล้ว!! ต้องขอบคุณเสมอเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก บ้านเราก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรขนาดต้องเอาของฝากติดมือมาหรอกจ้ะ!"
"จริงด้วย คุณคิโชวอิน ครั้งก่อนก็บอกแล้วไง ไม่ต้องเกรงใจจริงๆ นะ! ทางนี้เสียอีกต้องเป็นฝ่ายเกรงใจ!"
"ไม่หรอกค่ะ นี่แค่เอาของที่มีอยู่ในบ้านติดมือมาเท่านั้น เหมือนเอาของเหลือมาให้ กลับเป็นการเสียมารยาทเสียอีก" 
"ไม่หรอกๆ! งั้นขอรับไว้แบบไม่เกรงใจล่ะนะ แต่ครั้งหน้าต้องมามือเปล่านะ"
"ค่ะ"  

สงสัยจะเป็นนิสัยติดตัวซะล่ะมั้ง รู้สึกว่าไม่กล้ามือเปล่าไปบ้านคนอื่นอ่ะ แต่ครั้งนี้ก็สบายๆ แค่เอาของฝากจากเกียวโตตอนปีใหม่มาให้แค่นั้นเองนะ  

"จริงด้วย คุณคิโชวอิน ย่างโมจิให้เอาไหม นะ! มีคินาโกะโมจิกับอาเงะโมจิ อร่อยนะ คุณคิโชวอินชอบแบบไหนล่ะ" 

จู่ๆ คุณแม่ก็โพล่งขึ้นมาแบบนั้น

"โมจิเหรอคะ ฉันชอบอิโซเบยากิน่ะค่ะ..."
"เหรอ งั้นก็ทำอันนั้นด้วยนะ ความจริงแล้วยังมีโมจิเหลือจากปีใหม่อยู่อีกเยอะเลย วาคาบะก็ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงมาใช่ไหม กินโมจิซะนะ"
"ค่า~"
"พวกเราจะกินด้วย--!" 

คุณแม่กับพวกเด็กๆ เข้าครัวไป

"โมจิบ้านคุุณทาคามิจิเป็นแบบเหลี่ยมเหรอคะ"
"อื้อ บ้านคุณคิโชวอินไม่เหมือนกันเหรอ"
"เปล่าค่ะ ของบ้านฉันก็เป็นแบบเหลี่ยม แต่บ้านแม่อยู่ทางเกียวโต ทางโน้นเขาใช้โมจิกลมล่ะค่ะ"
"โมจิกลม? โคโรเน่ โมจิมีแบบกลมๆ ด้วยเหรอ" 
 "ค่ะ แล้วเวลาเอาไปทำซุปโอโซนิก็ไม่ย่างโมจิด้วยนะคะ ใช้วิธีต้ม  แล้วก็ไม่ใช้ซุปใสแต่เป็นมิโสะขาว"
"เอ๋~! ไม่เห็นเหมือนโอโซนิเลย!"
"นั่นสินะคะ"  

ตอนเขายกโอโซนิซุปมิโสะขาวมาให้ที่เกียวโตเป็นครั้งแรก ฉันก็ร้องเอ๋!? ในใจเหมือนกัน ในชาติก่อนก็อยู่โตเกียว โอโซนิก็เป็นแบบโมจิเหลี่ยมย่างใส่ซุปใสนี่นา อาหารนี่ช่างลึกซึ้งจริงๆ เลยนะ 

"ให้ฉันช่วยอะไรบ้างนะคะ"
"ไม่ต้องหรอก นั่งสบายๆ ก็ได้ แต่มีท็อปปิ้งที่ชอบหรือเปล่านะ"
"ท็อปปิ้ง?" 

ท็อปปิ้งของโมจิก็น่าจะมีแค่ซอสอิโซเบะกับคินาโกะกับโอชิรุโกะ (ซุปถั่วแดง) เองไม่ใช่เหรอ
ในตอนนั้น คันตะคุงก็ร้องว่า "ฉันเอาเป็นชีสเมนไท!" 

"ชีสเมนไท?"   

โมจินี่มีตัวเลือกหลากหลายขนาดนั้นเชียวเหรอ!?
นี่อาจจะเป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้แสดงความเป็นออริจินัลของตัวเองแล้วก็ได้!?

"โคโรเน่ห้ามเข้ามาในครัวนะ"

รู้สึกว่าคันตะคุงจะไม่เชื่อใจฉันเลยนะคะ 
 

 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
 

อาเงะโมจิ หรือโมจิทอดร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน

อิโซเบยากิ หรือโมจิทาซอสโชยุผสมน้ำตาลย่างห่อด้วยสาหร่าย 

โอโซนิที่ทานกันในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันออกไป
 ของเกียวโตอยู่ตรงกลาง แบบโตเกียวอยู่ขวาล่าง

 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET