[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 182 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.182 - ตอนที่ 182


182.

 

ฉันโทรศัพท์คุยกับคุณอาคิมิเรื่องการเรียนทำอาหารที่ขอคุณอาคิมิไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่าอยากเรียนทำอาหารแบบไหน 
อาหารรับรองแขกแบบโฮมปาร์ตี้ หรือว่าอาหารบ้านๆ แบบทานเองในครอบครัว ฉันเลือกอาหารครอบครัวโดยไม่ลังเล ก็ไม่มีกำหนดการจะจัดโฮมปาร์ตี้บ่อยๆ อยู่แล้ว หรือถ้าจัดก็ไปใช้บริการแคเทอริ่งก็ได้ แต่อาหารบ้านๆ น่ะถ้าในอนาคตวันหนึ่งฉันออกไปใช้ชีวิตตัวคนเดียวหรือแต่งงานไปแล้วใช้ชีวิตแบบไม่มีแม่บ้าน ทักษะแบบนี้ต้องจำเป็นมากๆ เลยล่ะ แล้วในอนาคตอันใกล้นี้ถ้าหาแฟนได้เมื่อไหร่ ฉันก็อยากทำข้าวกล่องให้เขาทานเหมือนพวกอาโออิจังบ้างนี่นา!

ส่วนอาหารญี่ปุ่นกับอาหารฝรั่ง ฉันก็เลือกอาหารญี่ปุ่น ถ้าทำอาหารพวกนิโมโนะ (ของต้ม) ได้ง่ายๆ เร็วๆ ก็จะดูเป็นแม่บ้านแม่เรือนใช่ไหมล่า แหม แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือฉันชอบอาหารญี่ปุ่นละนะ 
ว่าแล้วก็ได้มาเยือนบ้านคุณอาคิมิในที่สุด 

"ยินดีต้อนรับค่ะ คุณเรย์กะ"
"คุณอาคิมิ สวัสดีค่ะ วันนี้ฝากตัวด้วยนะคะ" 

บ้านคุณอาคิมิเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เพิ่งสร้างใหม่เมื่อเร็วๆ นี้  ท่าทางกิจการรุ่งเรืองดีตามที่เขาว่ากัน

"วันนี้ท่านพ่อไปเล่นกอล์ฟ ท่านแม่ออกไปทานกลางวันกับเพื่อนค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ"
"ขอบคุณมากค่ะ" 

ฉันส่งของฝากให้แล้วเดินตามหลังคุณอาคิมิไป 

"อย่างที่เราคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ ลองทานอาหารที่ฉันทำดูก่อน ถ้ารสชาติถูกปากคุณเรย์กะค่อยตกลงเรื่องการสอนกันนะคะ"
"ค่ะ"
"วันนี้ฉันเตรียมอาหารง่ายๆ ไว้ ลองชิมดูก่อนดีไหมคะ" 
"แหม อุตส่าห์ทำเตรียมไว้ให้ล่วงหน้าหรือคะ"
"ค่ะ แต่ก็แค่ซุปมิโสะกับกับข้าวง่ายๆ น่ะค่ะ" 

คุณอาคิมินำทางฉันไปสู่ห้องทานอาหารกว้างๆ บนโต๊ะมีอาหารจำพวกนิโมโนะวางไว้  โอ้! น่าอร่อยจัง แต่ไม่รู้ทำไมอาหารชนิดเดียวกันถึงแบ่งใส่จานเล็กไว้อย่างละ 2 จาน 

"เอ่อ ถึงเป็นอาหารในครัวเรือนเหมือนกัน แต่ฉันก็เตรียมของที่แตกต่างกันไว้นิดหน่อยน่ะค่ะ"
"แตกต่างกันยังไงเหรอคะ"
"ค่ะ คือว่า..."
"อาคิมิ มีแขกเรอะ" 

พอหันไปตามเสียงผู้ชาย ก็เห็นคนหน้าคุ้นๆ เดินเข้ามาในห้องอาหาร หน้าตาแบบนี้ รู้สึกจะเป็นอีตาปากเสียที่พูดจาว่าร้ายคุณอาคิมิแล้วฉันเอาซอสเดมิกลาส์ป้ายใส่แก้แค้นไปนี่นา! 

"ท่านพี่..."
"ท่านพี่!?" 

ตาปากเสียนั่นเป็นพี่ชายคุณอาคิมิเหรอ!? โกหกน่า!! นี่ฉันเผลอเอาเดมิกลาส์ซอสป้ายใส่โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครงั้นเรอะ! 

"นี่คุณเรย์กะของตระกูลคิโชวอินไม่ใช่เหรอครับ"
"คะ ค่ะ ขอโทษที่แนะนำตัวช้า คิโชวอิน เรย์กะค่ะ วันนี้ขอรบกวนหน่อยนะคะ"
"ทำไมคุณเรย์กะถึงมาที่นี่ล่ะครับ"
"มาขอเรียนทำอาหารจากคุณอาคิมิน่ะค่ะ"
"ทำอาหาร? จากอาคิมิน่ะเหรอครับ" 

ตาปากเสียหรือคุณพี่ชายของคุณอาคิมิขมวดคิ้วใส่อาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ 

"อาคิมิ นี่คงไม่ได้คิดจะสอนคุณเรย์กะทำอาหารพื้นๆ ดาดๆ พวกนี้หรอกนะ"

หา? 
อาหารที่คุณอาคิมิเตรียมไว้ให้ก็มีพวกจิคุเซ็นนิ ปลาบุริต้มหัวไชเท้า ผักโขมกับเต้าหู้ทอดเคล้าเต้าหู้ขาว

"ยกอาหารยาจกแบบนี้มาเสิร์ฟคุณหนูบ้านคิโชวอิน นี่เธอคิดอะไรของเธอน่ะ"
"เดี๋ยว..." 

คุณอาคิมิก้มหน้างุดท่าทางจ๋อยๆ 

"เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉันเป็นคนขอร้องคุณอาคิมิเองค่ะ พวกนี้เป็นของชอบฉันทั้งนั้น  ปลาบุริต้มหัวไชเท้าก็ดีออกนี่คะ ฉันคิดว่าการได้รับประทานอาหารตามฤดูกาลนี่แหละจึงจะเรียกได้ว่าเป็นความรุ่มรวยที่แท้จริง!" 

เออะ ว่าแต่ปลาบุรินี่ฤดูกาลนี้แน่ใช่มั้ย...เคยได้ยินคำว่า "บุริฤดูหนาว" ด้วยนี่นา... พระเจ้าคะ อย่าให้หนูพลาดเลยนะคะ 
พอฉันโต้กลับ คุณพี่ปากเสียก็ทำท่าหวาดๆ แล้วว่า "ถ้าคุณเรย์กะว่าอย่างนั้นก็..." ยอมรามือไป
"ว่าแต่อย่างอาคิมิจะเอาอะไรไปสอนคุณเรย์กะได้ อย่างเธอน่าจะให้คุณเรย์กะสอนวิธีการปฎิบัติตัวในฐานะคุณหนูผู้ดีไม่ดีกว่าเรอะ"
"ฉันว่าคุณอาคิมิในตอนนี้ก็ดีพออยู่แล้วนะคะ"  

คุณอาคิมิยิ่งหดตัวกระจิ๋วหลิวเข้าไปทุกที ตาพี่ปากเสีย นายจะไปไหนก็รีบๆ ไปเถอะไป๊ 
สงสัยว่าคำภาวนาของฉันจะส่งไปถึงสวรรค์ ตาพี่ปากเสียพูดอะไรที่อยากพูดเสร็จก็ว่า "ผมมีธุระ ขอตัวแค่นี้นะครับ คุณเรย์กะ" แล้วออกจากห้องอาหารไป

"...ขอโทษนะคะ คุณเรย์กะ ทำให้ต้องขุ่นเคืองใจ"
"ไม่เลยค่ะ! แต่คุณคนนั้นน่ะหรือคะท่านพี่ของคุณอาคิมิ..."
"ค่ะ... ดูเหมือนท่านพี่จะรังเกียจผู้หญิงอ้วนๆ ขัดสายตาอย่างฉันน่ะค่ะ" 

อ้วนเหรอ ตาพี่ปากเสียนั่นก็อวบๆ อยู่เหมือนกันนะ ท่านแม่ของคุณอาคิมิก็ท้วมๆ นี่นา บ้านนารุโทมิน่าจะเป็นตระกูลเจ้าเนื้อนะ?

"ช่างเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะเอาอาหารไปอุ่นก่อนนะคะ ถ้าถูกปากก็คงดี"
"จะรอนะคะ"  

จริงด้วย ถึงจะโดนตัวเกะกะมาขัดจังหวะ แต่งานชิมอาหารนี่สิของจริง

คุณอาคิมิยกอาหารที่ไปอุ่นมาแล้วมาเรียงรายต่อหน้าฉัน

"คือว่าแบบนี้นะคะ ถึงจะเป็นอาหารในครัวเรือนเหมือนกัน แต่ก็มีจานที่บรรจงเลือกสรรวัตถุดิบอย่างดีปรุงรสตามพื้นฐานเป๊ะๆ กับจานที่ปรุงรสชาติแบบบ้านๆ อย่างที่ฉันชอบ เตรียมมาทั้งสองแบบค่ะ จะได้รู้ว่าคุณเรย์กะชอบแบบไหน"
"งั้นหรือคะ ขอชิมเลยได้ไหมคะ"
"เชิญค่ะ เชิญทานเลยค่ะ" 

ฉันลองยกถ้วยซุปมิโสะเต้าหู้กับต้นหอมขึ้นจิบก่อน อื้อ อร่อย! ทางนี้เป็นสูตรพื้นฐานเป๊ะๆ สินะ ต่อไปก็สูตรบ้านๆ ล่ะ

อ๊ะ....

"คุณเรย์กะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" 

นี่ รสชาติเหมือนรสมือคุณแม่ในชาติก่อน... 

"คุณเรย์กะ?" 

แย่ล่ะ น้ำตาจะไหลแล้ว
รสชาติของคุณแม่ ซุปมิโสะของคุณแม่

"คุณเรย์กะ... ไม่อร่อยหรือเปล่าคะ..."
"...เปล่าค่ะ อร่อยมาก เลยละค่ะ" 
"จริงหรือคะ ไม่ต้องฝืนทานก็ได้นะคะ ทางนี้ปริมาณคัตสึโอะบุชิที่เอามาทำน้ำซุปก็ใช้แค่นิดเดียว อาจจะไม่ค่อยอร่อย...."
"ไม่หรอกค่ะ กรุณาสอนวิธีทำซุปมิโสะทางนี้ให้กับฉันด้วยนะคะ"
"ทางนี้? จะไม่พื้นๆ บ้านๆ ไปสำหรับคุณเรย์กะหรือคะ"
"ขอร้องละค่ะ" 
 
ฉันก้มหัวให้คุณอาคิมิ
เพราะไม่ยอมให้คุณแม่สอน ก็เลยคิดว่าจะไม่ได้กินอีกเป็นครั้งที่สอง ซุปมิโสะของคุณแม่ ของที่รสชาติเหมือนกันมาตั้งอยู่ตรงหน้าแล้ว เพราะงั้นครั้งนี้ฉันจะต้องจำลองรสชาติของแม่ขึ้นมาอีกครั้งให้ได้ 

"ขอร้องนะคะ"
"ถ้าคุณเรย์กะพูดแบบนั้น..." 

กับข้าวพวกนิโมโนะก็อร่อยไปหมด แล้วสูตรแบบบ้านๆ ก็มีรสชาติที่น่าโหยหาอย่างบอกไม่ถูก อื้อ จะเรียนอันนี้แหละ
พอฉันขอร้องว่าอยากเรียนสูตรแบบบ้านๆ คุณอาคิมิก็ทำท่าแปลกใจนิดหน่อย

"ไม่นึกเลยว่าคุณเรย์กะจะถูกใจทางนี้ แต่ก็ดีใจนะคะ"
"ปรกติทำสูตรนี้หรือเปล่าคะ"
"เปล่าหรอกค่ะ เวลาทำให้คนที่บ้านทานก็ใช้สูตรหรูหรานี่แหละค่ะ"  

คุณอาคิมิว่าแล้วหัวเราะ 

"ออกจะน่าอายอยู่บ้าง แต่ทราบหรือเปล่าคะว่าบ้านฉันเป็นพวกเศรษฐีใหม่"

อ้อ ที่ว่าท่านพ่อก่อร่างสร้างตัวมาด้วยอสังหาริมทรัพย์อะไรซักอย่าง....

"จนถึงรุ่นปู่ย่า บ้านเราก็เป็นครอบครัวสามัญชนที่ทำการเกษตรอยู่ที่ชานเมือง มีที่ดินเรียบๆ ที่มีแต่ภูเขาท้องนา แต่พอเกิดโครงการบ้านจัดสรรก็ทำให้ราคาที่ดินที่มีแต่ภูเขาท้องนาพุ่งสูงขึ้นมา ทำให้พ่อตั้งต้นสร้างกิจการขึ้นมาจากตรงนั้นแหละค่ะ" 
"งั้นหรือคะ"
"ตอนที่ท่านพี่และฉันเกิดมา บ้านเราก็มีเงินทองแล้ว อาหารที่เสิร์ฟในบ้านก็มีแต่ของหรูหราทั้งนั้น แต่คุณปู่คุณย่ายังติดนิสัยเดิมๆ จะว่านิสัยยาจก หรือว่าช่างกระเหม็ดกระแหม่ดีละคะ ประมาณนั้นน่ะค่ะ"
"ค่ะ" 
"ตัวฉันเองก็โดนพี่ชายว่าเอาบ่อยๆ ฉันเป็นคนหัวช้ามาแต่เด็กแล้ว มักจะโดนเด็กๆ รอบข้างล้อเรื่องเป็นเศรษฐีใหม่อยู่บ่อยๆ พอเจอเรื่องแบบนั้นเข้า ฉันก็มักจะหนีไปร้องไห้ที่บ้านคุณปู่คุณย่า" 
"แหม...."
"ระหว่างนั้นฉันก็คอยช่วยคุณย่าทำอาหารไปด้วย แล้วก็เกิดรักการทำอาหารขึ้นมา อย่างที่บอกไปน่ะค่ะ คือฉันก็พลอยได้นิสัยแบบเก่าๆ ของคุณย่ามาด้วย เวลาทำอาหารก็เลยพลอยเขียมไปด้วย"
"เขียม?" 
"ค่ะ เขียมปริมาณคัตสึโอะบุชิที่้ใช้ทำน้ำซุป แล้วก็ยังเก็บไปต้มน้ำสองน้ำสามต่ออีกนะคะ"
"งั้นหรือคะ

น้ำสองน้ำสามที่ว่านั่นมันอะไรกันคะ... แต่ตรงนี้เอาเป็นว่าพยักหน้าเนียนๆ ทำเป็นรู้ดีไปก่อนแล้วกัน

"ท่านเรย์กะอาจจะไม่เชื่อ แต่ฉันเก็บคัตสึโอะบุชิที่้ต้มซุปแล้วมาทำฟุริคาเคะ (ผงราดข้าว) ต่อ แล้วก็ยังทานใบหัวไชเท้าหรือคาบุ แล้วยังเอามาเพาะต่อด้วยนะคะ"
"เพาะต่อหรือคะ"
"ค่ะ ตัดเอาหัวมาแช่น้ำในจานทิ้งไว้แล้วจะมีใบใหม่งอกออกมาน่ะค่ะ" 

อ๊ะ คุณแม่เมื่อชาติก่อนของฉันก็ทำแบบนั้นในครัวเหมือนกัน! ตอนแรกที่เห็นยังนึกอยู่เลยว่าเอาใบเขียวๆ มาประดับครัวแบบอิเคบานะเหรอ 

 "แต่สำหรับฉันแล้ว นี่เป็นรสชาติแห่งความคิดถึงที่ได้ทานข้าวกับคุณย่า ปกติเวลาทำอาหารให้ใครทานถึงจะใช้วัตถุดิบดีๆ แต่ก็อยากจะรักษารสชาติอาหารราคาประหยัดตรงนี้ไว้ต่อไป คิดว่านี่น่าจะเป็นรสชาติปกติของครอบครัวทั่วไปนะคะ" 
"ค่ะ" 

จะว่าไปตอนไปชะโงกดูในครัวบ้านคิโชวอิน ก็เคยเห็นคุณพ่อครัวเอาคัตสึโอะบุชิใส่เต็มหม้อเลยนี่นา แต่คุณแม่ในชาติก่อนของฉันไม่เคยทำแบบนั้นเลยนะ พอมาคิดๆ ดูแล้ว คุณแม่นี่ก็งกเหมือนกันนะ แต่กับข้าวก็อร่อยดีนี่นา 

"ฮุฮุ แต่คุณหนูขนานแท้อย่างคุณเรย์กะอุตส่าห์เลือกทางนี้ ถ้าคุณย่าได้ยินต้องดีใจแน่ๆ เลย"
"จากนี้ไปต้องขอฝากตัวด้วยนะคะ อาจารย์"
"ตายแล้ว อาจารย์อะไรกันคะ"

คุณอาคิมิเป็นคนดีไม่มีจริต  ถ้าเป็นฉันคงไม่กล้าบอกคนอื่นหรอกว่าบ้านตัวเองเป็นเศรษฐีใหม่ ถ้าเป็นคนคนนี้ต้องไม่หัวเราะเยาะฉันที่งุ่มง่ามจับมีดยังไม่ถูกแน่ๆ

"คุณอาคิมิคะ ความจริงแล้ว ฉันยังจับมีดหั่นผักไม่เป็นเลยค่ะ..."

ก่อนอื่นช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่าน้ำสองน้ำสามที่ฉันทำเป็นรู้ดีไปเมื่อกี้คืออะไร 
 
--------------------------------

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  

จากนี้ไปเป็นสูตรอาหารประจำตอน
.
.
.
การต้มน้ำซุปหรือดาชิ 
น้ำซุปที่ใช้ในการทำอาหารญี่ปุ่นมักได้จากการนำคัตสึโอะบุชิ (ปลาคัตสึโอะตากแห้งขูดฝอย) มาต้มกับสาหร่ายคมบุเพื่อให้ได้รสอุมามิ นัวๆ เอร็ดอร่อย (แต่สมัยนี้ก็มีผงสำเร็จรูปใช้กันทั่วไปอ่ะนะ) บางครั้งแม่บ้านญี่ปุ่นที่ประหยัดๆ หน่อยก็จะเก็บคัตสึโอะบุชิ + สาหร่ายคมบุที่ต้มน้ำแรกไปแล้วไว้ต้มน้ำซุปอีกรอบแล้วก็เติมรสเข้าไปหน่อย เรียกว่าเป็นน้ำสอง (二番だし) เหมาะกับอาหารที่ต้องปรุงรสเพิ่มเช่น เนื้อต้มมัน เป็นต้น 

นิโมโนะ (煮物) อาหารจำพวกผักและเนื้อสัตว์ต้มเคี่ยวรวมกัน ปรุงรสแบบง่ายๆ ด้วยโชยุ มิริน สาเก เรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำครัวเรือนสูตรบ้านใครบ้านมัน ส่วนจิคุเซ็นนิก็คล้ายๆ ต้มรวมมิตรอ่ะครับ 

ปลาบุริต้มหัวไชเท้า (ぶり大根)

ผักโขมกับเต้าหู้ทอดเคล้าเต้าหู้ขาว (ほうれんそうと油揚げの白あえ)

จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง...

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET