[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 175 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.175 - ตอนที่ 175


175.


หนังสือกดจุดที่ได้รับจากคาบุรากินี่สนุกดีใช้ได้เหมือนกันนะ ร่างกายคนเรานี่มีจุดอะไรๆ เต็มไปหมดเลยน้า~
อาการบวมน้ำนี่ต้องกดจุดเหนือสะดือ ไหนลองใช้นิ้วกดดูซิ  อืม~ ยังไงกันนะ ส่วนอาการขาล้าและบวมให้กดจุดนูนตรงกลางน่องนี่นะ โอ้ว เจ็บแฮะ! รู้สึกได้ผลยังไงไม่รู้! 
ฉันคว้าปากกาลูกลี่นแท่งกลมใกล้มือ มากดๆ จี้ๆ จุดตรงฝ่าเท้า โอ๊ยๆๆ... 
 
ฉันเพลิดเพลินกับการกดจุดจนหยุดไม่อยู่ วันถัดมาเลยไปซื้อสติกเกอร์รมยาแบบลอกแปะ  (* ดูคำอธิบายท้ายเรื่อง)  มาใช้ด้วย ฉันสนใจการรมยานี่มาตั้งนานแล้วล่า~
แต่กลัวมันจะเป็นรอยช้ำขึ้นมาเลยลองแปะที่ฝ่าเท้าก่อน ตรงจุดยูเซ็นนี่เลย โอ้ว! ทั้งร้อนทั้งแสบ! แต่ร้อนๆ แสบๆ แบบนี้น่าจะแปลว่าได้ผลนะ! จริงป่าวเนี่ย!? 
 
ตรงจุดที่แปะสติกเกอร์รมยาไปแดงแจ๋ขึ้นมา แบบนี้อย่าแปะตรงผิวหนังอ่อนๆ หรือตรงที่สะดุดตาดีกว่านะ แต่ตรงฝ่าเท้านี่ต้องฟุบอยู่เฉยๆ รอจนกว่าควันจะมอดลอกสติกเกอร์ทิ้งได้ ก็เลยอึดอัดนิดหน่อย เอาเป็นว่าลองตรงฝ่ามือดูดีกว่า ตรงกลางฝ่ามือเป็นจุดโรคิวสินะ แปะ ตรงเนินอุ้งมือโคนนิ้วโป้งนี่เอานิ้วจิ้มๆ ก็เพลินดีนะ~ แปะตรงนี้ด้วย แปะปลายนิ้วทุกนิ้วด้วยเลยดีกว่า.. 

ฉันหงายฝ่ามือกางนิ้วรอจนกว่าควันจะมอด และพร้อมกันนั้นก็เหยียบๆ ท่อนไม้ไผ่เพื่อสุขภาพที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ไปด้วย เหยียบด้วยเท้าเปล่าแล้วเจ็บจังเลย~! แต่ความเจ็บปวดนี่คือหนทางไปสู่สุขภาพที่ยั่งยืน! 
 

"เรย์กะ สะดวกไหม"

ได้ยินเสียงเคาะประตูกับเสียงท่านพี่แว่วมา ฉันเลยบอกไปว่าเชิญเข้ามาได้ ก็ตอนนี้นิ้วแปะสติกเกอร์รมยาอยู่ทั้งสิบนิ้วนี่นา ไม่สะดวกเปิดประตูให้อ่ะค่ะ
เมื่อท่านพี่เข้าห้องมา ก็เบิกตากว้างท่าทางตกตะลึงไปกับสภาพของฉัน  

"ขอโทษที่อยู่ในสภาพแบบนี้นะคะ ท่านพี่ ท่านพี่จะมาลองเหยียบด้วยกันไหมคะ" 

ฉันเชื้อเชิญขณะเหยียบๆ ท่อนไม้ไผ่เป็นจังหวะดนตรี 

"เรย์กะ ไว้งานเสร็จเมื่อไหร่ไปกินข้าวกับพี่ไหม ถ้าน้องมีอะไรทุกข์ใจ พี่จะช่วยเป็นที่ปรึกษาให้เองนะ..."
"ว้าย ดีใจจังเลยค่า" 

ไปกินข้าวกับท่านพี่เหรอ งั้นต้องตั้งอกตั้งใจเตรียมกดจุดกระเพาะแล้วสิเนี่ย ตอนแรกๆ ก็คิดอยู่ว่านี่มันอะไรว้า แต่แหม ได้หนังสือดีๆ มาเหมือนกันน้า~ อื้อ~ ได้ผลแล้วๆ! 

 

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง งานเลี้ยงน้ำชาหารือกำหนดตัวประธาน Pivoine รุ่นต่อไปโดยมีสมาชิกม.5 ม.6 เข้าร่วมเป็นแกนหลัก
ถึงจะว่าเป็นการหารือ แต่จริงๆ แล้วทุกปีก็จะมีการเจรจาอ้อมๆ ไว้ล่วงหน้า พอถึงวันจริงก็แทบจะตกลงกันไว้แล้วว่าใครจะได้เป็นประธานรุ่นต่อไป 

เฮ้อ~ สุดท้ายฉันก็ไม่กล้าปฎิเสธไปให้ชัดๆ... ท้องหนักอึ้งเหมือนเอาหินมาถ่วงเลย ไม่เอาน้า ปีหน้าจะได้ใช้ชีวิตอย่างราบรื่นสงบสุขหรือเปล่าน้า คงไม่ไหวละน้า 
คิดๆ อยู่เหมือนกันว่าจะจะลองไปขอร้องเอ็นโจดูดีไหม แต่ยังไงก็คงโดนปฎิเสธอยู่แล้ว คงเฉไฉนอกเรื่องไปด้วยรอยยิ้มสบายๆ นั่นแหละ  ต่อให้ยอมรับจริงๆ ก็เถอะ อนาคตคงน่ากลัวพิลึก ถ้าไปสร้างหนี้ไว้กับหมอนั่น คงโดนตามทวงหนี้อย่างโหดเหี้ยมพอๆ กับแก๊งเงินกู้นอกระบบเลยมั้ง 

ช่วยไม่ได้ ถ้าเกิดปัญหาหนักหนาสาหัสขึ้นขนาดแก้ไขด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ ค่อยไว้ไปซบอกท่านพี่ร้องไห้ก็แล้วกัน บางทีท่านอิมาริอาจจะมาช่วยอีกแรง ท่านพี่คงใช้สติปัญญา ท่านอิมาริคงใช้บ่วงเสน่ห์จัดการอะไรไปได้แน่ๆ  ฉันแอบกดจุดที่มือแรงๆ ช่วยให้ใจสงบลง 

"ถ้าเช่นนั้น เรื่องตำแหน่งประธาน Pivoine รุ่นถัดไปน่ะค่ะ ไม่ทราบว่ามีใครจะเสนอตัวไหมคะ" 

เมื่อคุยเรื่องราวทั่วไปสัพเพเหระจบลง ท่านโยโกะ ประธานคนปัจจุบันก็ตัดเข้าเรื่อง จ้างให้ฉันก็ไม่ยกมือหรอก ให้ยกมือเสนอชื่อตัวเองเนี่ยมันออกจะ...

"ถ้าหากว่าไม่มีใครเสนอตัว ฉันมีคนที่อยากแนะนำ..."
"ผมทำเอง" 

คนที่ยกมือขึ้นขัดจังหวะการพูดของท่านโยโกะ คือคาบุรากิ มาซายะ คนที่ไม่อยากเชื่อคนนั้น 

"เอ๋..."
"ท่านคาบุรากิ...?"

ทุกคนตกตะลึงกันไปหมด แน่นอนว่าฉันเองก็ตกใจ 
คาบุรากิเสนอตัวเป็นประธานเองเนี่ยนะ!? บ้าน่า คาบุรากิที่ไม่มีท่าทีสนอกสนใจตำแหน่งประธานเลยเนี่ยนะ!? โกหกน่า ลมอะไรพัดมาเนี่ย!? เป็นไปไม่ได้ 

"ถ้าเป็นผม จะมีอะไรไม่พอใจหรือครับ" 

คาบุรากิกวาดสายตาข่มขวัญมายังพวกเราที่แข็งทื่ออยู่ แล้วทุกคนก็ได้สติรีบกลบเกลื่อน 

"ถ้าท่านคาบุรากิกรุณารับสานต่อละก็เนอะ"
"ค่ะ เกินคาดจริงๆ นะคะ..."
"พวกเราว่าไม่มีใครจะเหมาะสมกับตำแหน่งประธาน Pivoine ยิ่งไปกว่าท่านคาบุรากิอีกแล้วละครับ..." 

แต่จริงๆ น่ะเหรอ ทุกคนยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แน่นอนว่าทุกคนโดยเฉพาะท่านโยโกะเป็นหัวหอกอยากให้คาบุรากิรับตำแหน่งประธานเป็นที่สุด แต่เพราะทุกคนคิดว่ายังไงเจ้าตัวก็ไม่มีทางยอมรับ ถึงได้ตัดใจแต่แรกไง

"งั้นประธานรุ่นต่อไปคือผม คาบุรากิ มาซายะ ไม่มีใครคัดค้านนะครับ"

ทุกคนพยักหน้า 

"งั้นหรือครับ งั้นก็ตามนั้น"

คาบุรากิพูดเช่นนั้นเป็นการสรุปจบ จากนั้นก็เอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่าเผย รื่นรมย์กับกลิ่นหอมของน้ำชา 

เมื่อเจรจาเสร็จสิ้นลง ท่านโยโกะก็ทำหน้าขอโทษขอโพยเดินมาหาฉัน

"ท่านเรย์กะ วันนี้ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ ไม่นึกเลยว่าท่านคาบุรากิจะมาเสนอตัวแทนแบบนี้..."
"ไม่หรอกค่ะ เรื่องในวันนี้ฉันเองก็ตกใจเหมือนกัน แต่ว่าถ้าท่านคาบุรากิผู้เปรียบเสมือนหน้าตาของ Pivoine จะกรุณาเป็นประธาน ก็คงไม่มีอะไรน่าอุ่นใจยิ่งไปกว่านี้อีกแล้วละค่ะ" 
"นั่นสินะคะไม่เพียงแต่ Pivoine  ท่านคาบุรากิยังเป็นท่านที่เรียกได้ว่าเป็นหน้าตาของซุยรันอีกด้วย หากท่านคาบุรากิคนนั้นเป็นประธาน สภานักเรียนที่มิซึซากิ อาริมะคุมอยู่ก็คงไม่กล้ากำแหงหรอกค่ะ"
"ค่ะ" 
"Pivoine รุ่นต่อไปที่มีท่านคาบุรากิเป็นประธานอยู่ตรงกลาง มีท่านเอ็นโจและท่านเรย์กะอยู่เคียงข้าง ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้ นะคะ ท่านเรย์กะ" 
 
โฮะโฮะโฮะ ท่านโยโกะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี 
อะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่รู้สึกว่าฉันจะหนีรอดจากสถานการณ์สุดเลวร้ายต้องขึ้นเป็นประธาน Pivoine มาได้แล้ว เท่านี้ก็รอดพ้นจากชะตากรรมผมขาวโพลนทั้งหัวล่ะ 

ไชโย---! เมื่อวันเวลาที่ฝนจางหาย ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ! เออะ ใช้ผิดหรือเปล่านะ? บุญเก่าจากชาติที่แล้วเกื้อหนุน? ก็ไม่ใช่อีกละมั้ง?  เอ๊า จะยังไงก็ช่างเหอะ อุโฮ่ย~! 
ฉันกำลังจะออกจากห้องสโมสรไปด้วยความดีใจจนกลั้นไม่อยู่แทบจะกระโดดโลดเต้น แต่โดนคาบุรากิดึงตัวไว้เสียก่อน เอ๋ อะไรน่ะ คงไม่ใช่ว่าเปลี่ยนใจไม่เอาดีกว่าหรอกนะ? เรื่องนั้นฉันไม่ยอมฟังเด็ดขาดเลยนะ! 

"ไม่ทราบมีอะไรคะ..."
"นี่เธอ ตั้งใจจะเป็นประธานเรอะ"
"เอ๋?" 

ไหงคาบุรากิพูดแบบนั้นล่ะ  อ้อ ได้ยินที่ฉันคุยกับท่านโยโกะสินะ

"ก็มีคุยกันไว้ว่าหากไม่มีใครขันอาสา ตำแหน่งก็จะมาตกกับฉันน่ะค่ะ แต่ฉันคิดว่าตำแหน่งประธานหนักเกินตัวอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้มีท่านอื่นรับไป" 
"งั้นหรือ งั้นก็ดีแล้ว" 

ขณะที่ยังงงๆ อยู่ว่าเรื่องอะไร เอ็นโจที่อยู่ข้างๆ คาาบุรากิก็ช่วยอธิบายว่า "มาซายะเป็นห่วงว่าตัวเองไปแย่งตำแหน่งมาจากคุณคิโชวอินหรือเปล่าน่ะ" อ้อ อย่างงั้นเองเหรอ 

"ฉันไม่มีความทะเยอทะยานที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งประธานจากใจจริงค่ะ อย่าใส่ใจเลยนะคะ ตำแหน่งประธานรุ่นถัดไป พยายามเข้านะคะ" 
"อา" 

อ๊ะ จริงด้วย เกือบลืมเลย

"ท่านคาบุรากิ หนังสือที่ได้รับมา ฉันอ่านแล้ว น่าสนใจมากเลยค่ะ ต้องขอบคุณมากนะคะ ถ้าเช่นนั้นขอลาก่อน"

เอาล่ะ ปัญหาก็หมดไปแล้ว วันนี้จะรมยาอบสมุนไพรอีกดีไหมน้า 
ว่าแต่คาบุรากิคิดยังไงจู่ๆ ถึงเกิดอยากเป็นประธานขึ้นมานะ  เอ๊อะ ช่างเหอะ 


ตื่นเช้ามาฉันก็ลงแช่น้ำร้อนให้ตื่นตามปกติ  เฮ้อ อุ่นดีจัง ถ้าไม่ทำให้ผมหมาดๆ เสียก่อน ผมจะชี้ไปชี้มา ม้วนได้ไม่เป๊ะนะ
พอขึ้นจากอ่างน้ำร้อนก็มาบำรุงผิวหน้ากระจก ใช้โทนเน่อร์เยอะๆ ไม่ต้องเสียดาย เยอะๆ...

"หวาาาาาาาาาาาา!!" 

หาย! ขนคิ้วหาย!!
ฉันผวาเข้าจับกระจกไว้ด้วยสองมือ จ้องเขม็งไปยังขนคิ้วตัวเอง ไม่มี...
ขนคิ้วขวาเหลือไว้แต่หัวคิ้วกับหางคิ้ว ตรงกลางหายลับไปอย่างไม่มีร่องรอย คิ้วที่ไม่มีตรงกลางนี่มัน...
แค่ขนคิ้วหายไปข้างหนึ่ง แถมยังหายไปแค่ส่วนเดียว ทำไมหน้าตาถึงประหลาดแบบนี้... ไม่นะ นี่ไม่ใช่เวลามาประทับใจอยู่นะ ทำไมขนคิ้วขวาถึงหายอ่ะ!? หายไปเมื่อไหร่!? 
ยังไงซะก็ต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว เวลาแบบนี้คนที่เป็นที่พึ่งได้ดีที่สุด... 

"ท่านแม่ค๊า~!" 

ฉันยกมือหนึ่งขึ้นบังคิ้วไว้ วิ่งถลาไปหาท่านแม่เป็นการด่วน

พอเห็นคิ้วฉัน ท่านแม่ก็กรีดร้อง 

"คุณเรย์กะ ไปทำอะไรมาน่ะลูก!?"
"ไม่ทราบค่ะ ท่านแม่! เมื่อกี้พอส่องกระจกก็กลายเป็นแบบนี้ไปแล้วค่ะ"
"กันคิ้วเองแล้วพลาดหรือเปล่าลูก"
"ไม่นะคะ! หนูไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาด แถมโกนทิ้งแต่ตรงกลางเนี่ยนะคะ เป็นไปไม่ได้!"
"นั่นสินะ... แล้วทำไมกันนะ... คุณเรย์กะ ละเมอลุกขึ้นมาถอนเองตอนหลับหรือเปล่า"
"หนูจะไปมีปัญญาทำอะไรเก่งกาจแบบนั้นได้ยังไงล่ะคะ  ไม่น่านะ" 
"นั่นสินะ"
"ทำไงดีล่ะคะ ท่านแม่~!" 
"เอาเป็นว่า วันนี้ลาโรงเรียนก่อน แล้วไปโรงพยาบาลกับแม่เดี๋ยวนี้เลย"

อื้ออื้อ ฉันพยักหน้า ใกล้สะอึกสะอื้นเต็มที
โอ้~ว! หน้าตาเด๋อด๋าแบบนี้จะออกไปพบหน้าผู้คนได้ยังไงเล่า! เป็นอะไรไปน่ะ ขนคิ้วของฉัน! โดนแมลงแทะเหรอ!? 
ท่านพี่กับท่านพ่อแห่กันมาตามเสียงเอะอะของพวกเรา  อย่าดูนะคะ! โดยเฉพาะท่านพี่ ห้ามดูใบหน้าประหลาดๆ ของน้องตอนนี้เด็ดขาดเลย!


ผลการวินิจฉัยพบว่าเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อม
ดูเหมือนโรคผมร่วงเป็นหย่อมจะไม่ได้เกิดขึ้นกับผมตรงศีรษะเท่านั้น ฉันประมาทไปจริงๆ

"เกิดขึ้นบ่อยๆ ครับ ในหมู่ผู้ชายยังมีอาการผมร่วงเป็นหย่อมเกิดขึ้นที่หนวดได้ด้วย" 

งี้เองเหรอ สภาพจิตใจฉันเนี่ยยวบยาบเหยาะแหยะเหมือนบรามันเจะ (พุดดิ้งน้ำเต้าหู้) เลยนะ  คงทนความเครียดที่มาเป็นระลอกช่วงนี้ไม่ได้แน่ๆ...
คุณหมอให้ยาทามา แล้วท่านแม่ก็ประคองฉันกลับบ้าน ถ้าขนคิ้วไม่งอกขึ้นมาอีกชั่วชีวิตล่ะจะทำไงดี... แต่จะกลุ้มใจไปไม่ได้นะ เดี๋ยวผมก็ร่วงเพิ่มอีกหรอก

ฉันส่องกระจกพลางใช้คอตตอนบัดทายาอย่างระมัดระวัง ไม่รู้ว่าจะได้ผลสักแค่ไหน แต่ถ้าใช้นิ้วทาถูๆ แบบขอไปที แล้วขนคิ้วขึ้นหนาพรึ่บเฉพาะด้านขวาก็ยิ่งแย่หนักเข้าไปอีก ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปใช้ดินสอเขียนคิ้วกับผมหน้าม้าช่วยอำพรางไปก่อนได้ไหมนะ... 

"เฮ้อ~..."

วันปีใหม่ไปศาลเจ้าขอให้ปัดเป่าโชคร้ายหน่อยดีกว่า
ส่วนตอนนี้ลองกดจุดขนดกดูก่อน

-------------------------

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

ตัวอย่างวิธีใช้สติกเกอร์รมยาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ


 

ลองเอามาแปะที่นิ้ว....(โอ้ คุณพระ...)


 

ท่อนไม้ไผ่สำหรับเหยียบเพื่อสุขภาพ 


 

และถ้าท่านใดนึกภาพคิ้วที่ไม่มีตรงกลางไม่ออก... ผมไม่กล้าแปะภาพไว้ตรงนี้จริงๆ....โคตรสงสารนาง
เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะไปแปะลิงค์ไว้ในคอมเมนต์แล้วกัน ภาพจะได้ไม่โผล่มาบาดตามากนัก... //ไล่กลับขึ้นไปดูภาพข้างบนแล้วกุมขมับ

 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET