[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 171 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.171 - ตอนที่ 171


171.

 

แต่การเข้าร่วมงานปาร์ตี้ในครั้งนี้ก็ทำให้ได้รู้ว่า ตอนนี้ยังไม่มีปัจจัยที่ทำให้ตระกูลคิโชวอินล่มสลายอยู่ที่ตรงไหน
พวกพนักงานผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดงานก็มีแต่คนให้ความรู้สึกว่า หัวกะทิ! ทำงานเก่ง! ทั้งนั้นเลย หน้าตาก็สดชื่นแจ่มใสดี ผลกำไรก็ไม่น่าเลวร้ายนะ
ฉันย้ำแล้วย้ำอีกอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เด็กว่า "ห้ามทุจริต!" ท่านพ่อก็เลยไม่มีวี่แววจะไปเกลือกกลั้วกับเรื่องชั่วร้าย เหนือสิ่งอื่นใด ท่านพี่ผู้เก่งกาจก็ยังอยู่! ถ้าเป็นท่านพี่ต้องคอยป้องกันการทุจริตจากภายในหรือการเข้ายึดครองจากบริษัทอื่นได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แน่นอน แล้วคุณซาซาจิมะ เลขาท่านพ่อก็ยังอยู่ทั้งคน

ถึงท่านแม่จะเป็นคนมือเติบ แต่ก็ไม่ถึงขั้นล้างผลาญสมบัติของตระกูล ฉันเองก็ตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างนอบน้อมสำรวม 
กับคาบุรากิที่เป็นคนทำให้ตระกูลคิโชวอินล่มสลายใน KimiDolce ความสัมพันธ์ตอนนี้ของพวกเราก็ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้แย่ อย่างน้อยก็ไม่ได้ทำอะไรให้ขุ่นเคืองขนาดต้องมาล้างแค้นกันทั้งตระกูล คิดว่างั้นนะ 
แบบนี้ไม่ต้องฝืนสอบเข้ามหาลัยรัฐฯ ไปมหาลัยซุยรันก็ได้มั้งนะ ความจริงถ้าไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเล่าเรียน ฉันก็อยากเรียนต่อที่มหาลัยซุนรันเหมือนกันน้า~ 

หลังทานข้าวเย็นอาบน้ำเสร็จ ฉันก็มานั่งกอดหมอนงึมงำไปมาอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ท่านพี่กลับจากงานมาเห็นเข้าเลยถามว่าเป็นอะไร

"อื~ม กลุ้มใจเรื่องเส้นทางเรียนต่อน่ะค่ะ"
"เรียนต่อ? จะไปต่อมหาลัยซุยรันไม่ใช่เหรอ"
"ก็อยากทำอย่างงั้นนะคะ~" 
  
ท่านพี่คลายเนคไทออกพลางนั่งลงข้างๆ ฉัน

"แล้วติดปัญหาอะไรล่ะ คะแนนไม่ถึงคณะที่อยากเข้าเหรอ"
"เปล่าค่ะ น้องยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกคณะ แค่สงสัยว่าเรื่องค่าเล่าเรียนจะเป็นไงบ้างน้า~"
"ค่าเล่าเรียน?"

ท่านพี่ทำหน้าแบบว่า นี่เธอพูดอะไรน่ะ  แหม แต่ก็งั้นล่ะนะ บุตรสาวตระกูลคิโชวอินจะมากังวลเรื่องค่าเล่าเรียนเนี่ยนะ 

"อย่างเช่นว่า จู่ๆ ตระกูลคิโชวอินจะตกต่ำเป็นสนธยาลาลับฟ้า.... ถ้าเกิดเรื่องอะไรแบบนั้น  จะจ่ายค่าเล่าเรียนแสนแพงของซุยรันได้หรือเปล่าน้า~ อะไรทำนองนี้..."
"สนธยาลาลับฟ้า?  จินตนาการติดลบของเรย์กะอีกแล้วสินะ  เรย์กะนี่เอาแต่กังวลเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วนี่ มีเหตุผลอะไรหรือเปล่า"
"ก็ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ..." 

จะให้พูดอะไรบ้าๆ บอๆ แบบว่าอ่านมาจากการ์ตูนเมื่อชาติก่อนอ่ะค่า ออกไปได้ไงเล่า
ท่านพี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้ววางมือลงบนหัวฉันที่นิ่งเงียบไป 

"นี่นะ เรย์กะ พี่ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมต้องต้องกังวลขนาดนั้น แต่ทั้งบ้านทั้งบริษัทเราก็มั่นคงดีอยู่ สบายใจได้เลย แล้วก็นะ ต่อให้ทางบ้านเราขาดเงินจริงๆ พี่ก็ยังมีเงินเก็บพอจะส่งน้องสาวเรียนมหาลัยได้  อยากเรียนมหาลัยไหนก็ไปเถอะ" 

นะ ท่านพี่ยิ้มชวนให้ฉันเบาใจลง ความกังวลอันคลุมเครือของฉันก็คลายไปด้วย นั่นสินะ ท่านพี่ก็ยังอยู่ทั้งคน ฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวซักหน่อย ต้องไม่เป็นไรแน่ๆ 

"เรย์กะหัดพึ่งพาครอบครัวให้มากกว่านี้หน่อยเถอะ"

อื้อ ขอบคุณค่ะ  


 
คาบุรากิยังเทียวไปเทียวมาที่ห้องวาคาบะจังทุกวัน เวลาไม่ได้อยู่ต่อหน้าคาบุรากิ วาคาบะจังก็จะเรียกขานว่า "ท่านคาบุรากิ" เหมือนกับทุกคน มีแต่เฉพาะเวลาที่พูดคุยกับคาบุรากิเท่านั้นที่เรียกว่า "คาบุรากิคุง" ตามที่เจ้าตัวบอก ทั้งที่ต้องเรียกแบบนี้เพราะคาบุรากิว่ากึ่งบังคับเท่านั้น แต่รอบข้างนี่หางตาชี้เชียวล่ะ 

ในห้องสโมสร ท่านปรธานก็รับฟังรายงาน "ทาคามิจิ วาคาบะประจำวัน" ด้วยสีหน้าเย็นชา พวกกลุ่มประธานลัทธิเชิดชู Pivoine ดูเหมือนจะรับไม่ได้ที่นักเรียนธรรมดาอย่างวาคาบะจังจะเรียกจักรพรรดิคนนั้นอย่างสนิทสนมว่า "คาบุรากิคุง"  แม้จะเตือนวาคาบะจังอย่างลับๆ ว่า "หัดสำรวมฐานะเสียบ้าง" แต่ถ้าบอกว่านี่เป็นความปรารถนาของคาบุรากิก็พูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ ยิ่งทำให้ความหงุดหงิดที่มีต่อวาคาบะจังเพิ่มมากขึ้น
วันนี้พวกประธานก็ยังจับกลุ่มกันซุบซิบอะไรอยู่เช่นเคย  

ต้องกลับไปดูหนังสือสอบอีก วันนี้ฉันเลยออกมาจากห้องสโมรสรเร็วหน่อย พอมุ่งหน้าไปยังที่จอดรถ ก็พบกับคาบุรากิเข้าโดยบังเอิญ

"สวัสดีค่ะ ท่านคาบุรากิ กลับแล้วหรือคะ"
"อา"

คาบุรากิก็ต้องตั้งใจท่องหนังสืออยู่ในเงามืดเพื่อรักษาคะแนนท็อปเหมือนกันสินะ

"วันก่อน อุตส่าห์สละเวลามาเข้าร่วมงานปาร์ตี้ทั้งที่ยุ่งๆ ต้องขอบคุณมากค่ะ"
"ไม่หรอก ทางนี้ต่างหาก สนุกมาก" 

โอ้! คาบุรากิพูดชมตามมารยาทได้ด้วย! ประหลาดแฮะ
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ คาบุรากิก็ส่งสายตาไปไกลๆ ที่ปลายสายตานั้นมีร่างที่ดูจะเป็นวาคาบะจังอยู่ คาบุรากิยืนนิ่งไม่ขยับจนร่างวาคาบะจังลับหายไปจากสายตา

"ท่านคาบุรากิ..."
"อื๋อ?"

สายตาคาบุรากิยังไล่ตามวาคาบะจังที่หายลับไป ราวกับพยายามจะค้นหาร่างนั้น 

"ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณทาคามิจิโดนคนมากมายรุมริษยา จากการที่ท่านคาบุรากิไปวุ่นวายกับเธอน่ะค่ะ"
"เอ๋"

คาบุรากิเหลียวกลับมา แต่ฉันกล่าวอำลาขึ้นรถไปเสียก่อน  

 

ฉันพอจะเอาตัวรอดมาจากสอบปลายภาคได้ ปลายภาคเนี่ยตำราเพิ่มขึ้นจากกลางภาคเพียบเลย เหนื่อยหนักชะมัด สงสัยว่าพื้นที่ความทรงจำฉันจะมีน้อย พอท่องอะไรไป ไอ้ที่จำได้ไปก่อนหน้าจะก็ค่อยๆ ถูกลบเลือน ต้องทำไงถึงจะเพิ่มเมโมรี่ในสมองได้น้า  

ในสอบครั้งนี้ ดูเหมือนโต๊ะตัวที่วาคาบะจังนั่งอยู่จะมีเขียนโพยอะไรเกี่ยวกับข้อสอบเอาไว้ แต่นับว่าโชคดีที่ตัววาคาบะจังเองสังเกตเห็นก่อนจะเริ่มการสอบ แล้วแจ้งให้อาจารย์ทราบก่อน แต่ถ้าไม่ทันสังเกตเห็นแล้วนั่งสอบต่อไปก็คงถูกตั้งข้อสงสัยว่าโกงข้อสอบ กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ  ถ้าวาคาบะจังไม่สะเทือนใจกับเรื่องนี้จนส่งผลกับผลสอบก็ดีหรอก...  

"เอ่อ ท่านเรย์กะ วันนี้ชมรมกลับมาทำกิจกรรมได้แล้วนะคะ จะแวะไปที่ห้องชมรมก่อนไหมคะ"  

คุณอาซาอิ รองหัวหน้าชมรมงานฝีมือมาที่ห้องของฉัน อุตส่าห์แวะมาชวนเหรอ  ดีใจมากเลยล่ะ แต่วันนี้ฉันมีกำหนดการอยู่ก่อนแล้ว 
 
"ขอโทษนะคะ ฉันต้องไปที่ห้องสโมสร Pivoine น่ะค่ะ แต่ถ้าธุระทางโน้นเสร็จแล้วยังมีเวลา ก็อยากแวะไปนะคะ..." 

ใช่ ประธานเรียกฉันไว้ บอกว่าหลังสอบเสร็จวันสุดท้ายให้ช่วยแวะมาที่ห้องสโมสรด้วย สังหรณ์ใจเลวร้ายสุดๆ ไม่อยากไปเลยอ่า... 

"งั้นเหรอคะ คิดว่าสมาชิกคนอื่นๆ ก็คงเหนื่อยล้าจากการสอบ คงขาดชมรมกันเกือบหมดน่ะแหละค่ะ ท่านเรย์กะก็ไม่ต้องฝืนร่างกาย กลับไปได้เลยนะคะ" 
"อื้อ ขอบคุณนะ"  

ฉันเองก็อยากไปชมรม ไปทำงานฝีมือสนุกๆ จะแย่ เดี๋ยวก็จะเข้าฤดูหนาวยาวนานแล้ว ฉันอยากถักผ้าพันท้องสำหรับตัวเองน่ะ 
แต่ใครจะไปกล้าปฎิเสธคำเรียกหาของท่านประธานเล่า ฉันเดินไปห้องสโมสรด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง แล้วก็พบว่าท่านประธานและพรรคพวกรอคอยอยู่แล้วด้วยรอยยิ้ม 

"ขอโทษนะคะ ท่านเรย์กะ เพิ่งสอบเสร็จแท้ๆ"
"ไม่หรอกค่ะ ไม่เลยซักนิด ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันหรือคะ"
"ค่ะ ใช่แล้วล่ะ นะคะทุกคน" 

สมาชิกรอบข้างท่านประธานพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน  

"ความจริงแล้ว อยากให้ท่านเรย์กะรับตำแหน่งประธาน Pivoine รุ่นถัดไปน่ะค่ะ"
"เอ๋ ! ฉันเนี่ยนะคะ!?"

ให้ฉันเป็นประธาน Pivoine รุ่นถัดไปเนี่ย... ไม่ไหวหรอก! 
ที่สำคัญทำไมฉันต้องเป็นประธาน Pivoine ด้วยล่ะ?! คนเป็นประธานต้องมีความสามารถในการรวบรวมสั่งการสมาชิกไม่ใช่เหรอ ! แต่ฉันไม่มีความสามารถพอจะสั่งให้คาบุรากิกับเอ็นโจทำตามหรอกนะ โดยเฉพาะคาบุรากิคนนั้นยิ่งไม่มีทางทำตามคำสั่งของฉันเด็ดขาด ถ้ามีคนที่ทำตามใจตัวเองไปเรื่อยไม่สนใจคำพูดของประธาน ความสามารถในการปกครองก็จะเป็นที่สงสัย จากนั้นอีกไม่นานสมาชิกคนอื่นๆ ก็คงจะหมดความนับถือไม่ฟังคำพูดของฉันไปด้วยแหงๆ 

จากนั้นพวกนักเรียนทั่วไปก็จะดูถูกเห็นว่าฉันมันอ่อนคุมใครก็ไม่อยู่ สุดท้ายแล้ว สภานักเรียนก็จะลุกฮือขึ้นก่อการปฎิวัติ! อ๋า แล้วฉันก็ถูกส่งตัวไปยังแท่นประหารกิโยตินอย่างน่าเวทนา...
ถ้าฉันเป็นราชินีโรโคโค่ นายตัวสำรองก็ต้องเป็นโรเบสต์ปิแอร์! ถ้างั้นวาคาบะจังก็คงเป็นแซงต์จุสต์?  ม่าย--- น้า---! ช่วยฉันด้วย เฟอร์เซน! 

"ท่านเรย์กะ?"

อ๊ะ เผลอหนีความจริงไป! 

"ฉันคงไม่สามารถ..." 
"ไม่เป็นไรหรอก! ฉันจะอธิบายกับพวกเด็กๆ ใน Pivoine ให้ทุกคนยอมรับเองค่ะ พวกเราไม่มีวันพ่ายแพ้ให้พวกสภานักเรียนหรอก"
 
เปล่าๆ คือฉันไม่คิดจะไปหาญสู้กับสภานักเรียนน่ะค่ะ หรือว่าที่ให้ฉันขึ้นเป็นประธานรุ่นต่อไปนี่คือประธานจะย้ายไปชักใยฉันอยู่เบื้องหลังหรือเปล่าคะ 

"คิดเสียว่าเพื่อ Pivoine ขอร้องนะคะ ท่านเรย์กะ" 

ไม่ไหวหรอก... ฉันจินตนาการได้แต่ภาพตัวเองว้าเหว่ไร้คนค้ำจุนเท่านั้น เพชฌฆาตแซมซั่นกวักมือเรียกฉันให้มาไวๆ แล้วล่ะ  
อา เครียดจนผมจะขาวโพลนทั้งหัวแล้ว...  


อาโออิจังส่งเมล์มาชวนว่าสอบเสร็จแล้วสุดสัปดาห์นี้ไปเที่ยวกันไหม ต้องไปแน่ๆ ละจ้า--! ช่วยรับฟังความทุกข์ของฉันที่บ่นให้นักเรียนซุยรันรับฟังไม่ได้ด้วยเถ้อ~! 

---------------------------------

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
เพื่อให้เข้าใจความมโนอันเตลิดเปิดเปิงของท่านเรย์กะ ขอเชิญผู้สนใจติดตามรายละเอียดการปฎิวัติฝรั่งเศสได้จากการ์ตูนเรื่องกุหลาบแวร์ซายส์  


ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET