[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 167 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.167 - ตอนที่ 167


167. 

 

ปลายสัปดาห์ถัดมา ฉันลองแวะไปบ้านวาคาบะจังโดยหาข้ออ้างบังหน้าว่าจะไปซื้อเค้ก
พอเข้าไปในร้าน คุณแม่ของวาคาบะจังที่จำฉันได้ก็ส่งยิ้มให้

"แหมๆ ยินดีต้อนรับจ้ะ!" 
"สวัสดีค่ะ ครั้งก่อนต้องขอบคุณมากนะคะ"
"ไม่เลยจ้ะ! ทางนี้ต่างหาก ต้องขอบคุณนะที่อุตส่าห์ส่งชาอร่อยๆ กับกาแฟมาให้ วันนี้แวะมาหาวาคาบะจังเหรอจ๊ะ" 
"ค่ะ แต่จริงๆ ก็อยากมาซื้อเค้กน่ะค่ะ เค้กที่ซื้อไปเมื่อวันก่อนอร่อยมากเลย" 
"จริงเหรอ ป้าอุตส่าห์เป็นห่วงกลัวว่าจะไม่ถูกปากคุณหนูของซุยรันเสียอีก" 
"ไม่เลยค่ะ หวานอ่อนๆ ไม่เลี่ยน ทำท่าจะกินได้หลายชิ้นเลยละค่ะ" 

ความจริง พอกลับไปบ้านฉันก็กินรวดเดียวเกลี้ยงไปสองก้อน เว้นระยะไว้ซักพักแล้วก็ฟาดที่เหลือเรียบ อร่อยจังเลยน้า... วันนี้จะซื้อเค้กอะไรกลับไปดีน้า 
 
"ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจแล้วล่ะ วาคาบะยังไม่กลับจากทำงานพิเศษ  แต่อีกเดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วล่ะ เข้าไปรอข้างในก่อนนะ"
"เอ๋ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูกลับก่อนดีกว่า หนูผิดเองที่แวะมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้าด้วย แล้ววันนี้จริงๆ ก็มาซื้อเค้กเป็นหลักนะคะ" 
"อ้าว เค้กน่ะไว้ทีหลังก็ได้จ้ะ หรือว่าเดี๋ยวมีธุระไปต่อเหรอ"
"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร..." 

ผู้ใหญ่บ้านคานทองอย่างฉัน ถึงเป็นวันหยุดก็ไม่มีนัดหมายอะไรหรอกค่ะ

"งั้นก็เข้ามาสิจ้ะ! อุตส่าห์แวะมาเที่ยวทั้งที ไม่ต้องเกรงใจหรอก เดี๋ยววาคาบะก็กลับมาแล้วล่ะ นะ!"
"แต่ว่า..." 
"เอาน่า เอาน่า "  

คุณแม่ของวาคาบะจังเดินออกมาจากอีกฟากของตู้โชว์ สั่งคนที่ทำงานอยู่ด้วยกันอีกคนที่เคานเตอร์ว่า "ฝากหน่อยน้า~" แล้วจับมือฉันลากเข้าไปในบ้าน
สิ่งที่ปรากฎอยู่ทางหางตาคือช่อดอกไม้เบ่อเริ่มเทิ่มตั้งเป็นสง่าอยู่ที่มุมร้าน ชักสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล 

"คุณคิโชวอินใช่ไหมจ๊ะ เชิญเลยๆ นั่งตรงนี้นะ"

คุณแม่ของวาคาบะจังดันให้ฉันนั่งลงที่โซฟา แล้วก็อุตส่าห์ไปชงชาฝรั่งมาเสิร์ฟ 

"ขอโทษนะคะ จู่ๆ ก็มารบกวนโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า" 
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เพื่อนที่โรงเรียนวาคาบะอุตส่าห์มาเยี่ยมทั้งที จริงด้วย! เดี๋ยวป้าเมล์ไปหาวาคาบะก่อนนะ ต้องเตือนว่าอย่าไปเถลไถลนอกทาง"  
"ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ" 
 
ฉันก้มหัวปลกๆ 
คนอื่นเขาไม่ได้ใช้ชีวิตในวันหยุดอย่างว่างวายเหมือนฉันซักหน่อย คนที่จู่ๆ ก็โผล่พรวดมาโดยไม่ได้นัดหมายอย่างฉันนี่แหละไม่ดีเอง แต่ครั้งนี้ฉันตั้งใจจะมากินเค้กบ้านวาคาบะจัง แล้วก็คิดว่าถ้ามาซื้อเค้กแล้วได้เจอวาคาบะจังเป็นของแถมด้วยก็ดีน้า อะไรทำนองนั้น 
 
"เอ่อ นี่ ถ้าไม่รังเกียจ"

ฉันยื่นกล่องขนมคารินโต (ขนมแป้งทอดเคลือบน้ำตาล) คละรสในมือให้  

"เอ๋ อะไรเอ่ย ตายแล้ว ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย แต่ก็ขอบใจนะจ๊ะ แหม ขนมคารินโตเหรอ น่ารักจังเลยนะ"

ขนมคารินโตร้านนี้มีหลายรส ทั้งรสบ๊วย รสพริก แล้วก็ยังแบ่งใส่ถุงขนมญี่ปุ่นเล็กๆ น่ารัก หน้าตาก็ดีด้วย ฉันชอบมากเลยล่ะ แล้วถ้าเป็นขนมญี่ปุ่น จะถือติดมือมาเป็นของฝากให้ที่บ้านวาคาบะจังที่เป็นร้านเค้กก็คงไม่เป็นการเสียมารยาทด้วยล่ะนะ 

"ถ้าพวกเด็กๆ จอมตะกละของบ้านเรามาเจอเข้าละก็มีหวังแป๊บเดียวเกลี้ยงหมด ป้าต้องเอาไปซ่อนไว้แล้วล่ะ"
"ฮุฮุ"  

คุณแม่ของวาคาบะจังกอดถุงกระดาษอย่างหวงแหน ดีจังเลยน้า คึกคักแบบนี้ นึกถึงคุณแม่ในชาติก่อนของฉันเลย 

"วาคาบะทำงานพิเศษถึงบ่ายสองแน่ะ คิดว่าอีกเดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วล่ะ" 
"งั้นหรือคะ"

พอเหลือบดูนาฬิกาก็เห็นว่าบ่ายสองครึ่งแล้ว

"ที่โรงเรียนวาคาบะเป็นไงบ้างจ๊ะ เด็กคนนั้นจะอยู่ในโรงเรียนอย่างซุยรันไหวไหมนะ"

 อุ ถามได้ตรงเป้าเผงจริงๆ คุณแม่คงไม่รู้แน่เลยว่าวาคาบะจังกำลังเจอเรื่องร้ายๆ อยู่ที่ซุยรัน

"ค่ะ คุณทาคามิจิสอบได้คะแนนดี คราวนี้ก็เข้าเป็นสมาชิกสภานักเรียนแล้ว ดูท่าทางจะสนิทสนมกับทุกคนในสภานักเรียนดีนะคะ"
"งั้นเหรอ ถ้าเข้ากับทุกคนได้ก็ค่อยยังชั่วหน่อย"

พอเห็นคุณแม่ยิ้มอย่างโล่งอก ฉันก็รู้สึกปวดแปลบใจ
ตอนนั้นเอง เสียงวาคาบะจัง "กลับมาแล้ว--!" ก็ดังขึ้น 

"คุณคิโชวอินมาด้วยเหรอ"

มีเสียงฝีเท้าดังทั่กๆ  แล้ววาคาบะจังก็โผล่เข้ามาในห้องนั่งเล่น มองดูฉันที่นั่งอยู่บนโซฟา ยิ้มให้พลางว่า "ยินดีต้อนรับ" พลางถอดผ้าพันคอออก

"กลับมาแล้วเหรอ วาคาบะ"
"กลับมาแล้วเหรอคะ ขอโทษนะคะที่มารบกวนระหว่างไม่อยู่บ้าน"
"กลับมาแล้วค่า"

คุณแม่ของวาคาบะจังว่า "งั้นแม่กลับไปที่ร้านก่อนนะ" แล้วลุกขึ้นจากที่นั่ง ฉันเลยขอบคุณไปอีกรอบ

"คุณคิโชวอิน วันนี้มีอะไรเหรอ มีธุระอะไรหรือเปล่า"
"เปล่าค่ะ... พอดีเค้กที่ซื้อไปครั้งก่อนอร่อยมาก ก็เลยอยากกินอีก แล้วก็คิดว่าไหนๆ มาซื้อแล้ว ถ้าได้เจอคุณทาคามิจิด้วยก็ดีน้า~ อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ"
"งั้นเหรอ ขอโทษด้วยนะที่ให้รอ"
"ไม่เลยค่ะ ทางนี้ต่างหาก ที่ขึ้นบ้านมาโดยไม่ได้รับอนุญาต... แต่คุณทาคามิจิ ทำงานพิเศษอยู่ด้วยเหรอคะ"
"เอ๋ อ่า อื้อ ทำแค่ช่วงกลางวันของวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่แฟมิลี่เรสเตอรองค์น่ะ ครั้งก่อนตอนเจอคุณคิโชวอิน ก็ตอนกลับจากงานพิเศษนี่แหละ"
"งั้นเหรอคะ"  
 
ตอนที่ฉันขม้ำปลาหมึกปิ้งอยู่นั่นเองสินะ 

"เฮ้อ~ ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงเลย หิวแล้วน้า เดี๋ยวฉันขอกินข้าวแกงกระหรี่หน่อย คุณคิโชวอิน ถ้ายังไม่ได้ทานข้าวเที่ยง มาทานด้วยกันไหมคะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเรียบร้อยไปแล้ว"
"จริงเหรอ" 
 
วาคาบะจังเข้าครัวไปอุ่นหม้อแกง กลิ่นหอมชวนหิวของแกงกระหรี่ลอยอวลมา อุ...ท้องมัน...
วาคาบะจังถือจานมาตักข้าวจากในหม้อหุงข้าว แล้วราดแกงลงไป ฮ้า น่ากินจัง

"คุณคิโชวอินจะทานซักคำไหมคะ"  

ซักคำ... ถ้าซักคำคงไม่เป็นไรมั้งนะ

"อุตส่าห์ชวน ขอแค่คำเดียวนะคะ..."
"โอเค"  

วาคาบะจังยกข้าวแกงกระหรี่สองที่มาวางบนโต๊ะอาหาร

"ทานเลยนะค้า~"
"ทานเลยนะคะ" 

แกงกระหรี่บ้านๆ ที่มีแต่มันฝรั่งกับแครอท ใช้ก้อนแกงกระหรี่ในท้องตลาด ช่างน่าคิดถึงจริงๆ ลองใช้ช้อนตักทาน อร่อยจังเลย!

"อร่อยจังเลยนะคะ"
"ก็ปล่อยให้เข้าเนื้อมาทั้งคืนแล้วนี่นา ฮ้า~ ข้าวหลังใช้แรงงานนี่อร่อยจริงๆ!" 

พวกเรายิ้มแย้มพลางทานข้าวแกงกระหรี่้ด้วยกัน 

"แต่ที่ซุยรันเขาห้ามทำงานพิเศษนะคะ เรื่องนี้อย่าพูดมากไปจะดีกว่าค่ะ"
"อ๊ะ จริงด้วยเนอะ จะระวังนะ!" 
 
ต้องระวังให้มากๆ เลยนะ ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูศัตรูละก็ลำบากแน่

"จะว่าไป ต้องขอขอบคุณเรื่องรองเท้าอีกครั้งนะ ช่วยได้มากเลยล่ะ รองเท้าที่เลอะไปนั่น ถึงซักก็ล้างคราบไม่ออกจริงๆ ด้วย" 
"งั้นเหรอคะ อย่าไปคิดมากเลยค่ะ ยังไงฉันก็คงไม่ได้ใส่รองเท้าคู่นั้นอีกแล้ว" 

จะทิ้งก็เสียดาย แต่ก็ไม่อยากใส่แล้วอ่ะ มีคนรับไปได้นี่ต้องขอบคุณเลยล่ะ

"ว่าแต่คุณทาคามิจิ เมื่อวันก่อนน่ะค่ะ..." 
 
เรื่องนี้พูดยากสุดๆ แต่ฉันก็ตัดเข้าเรื่องเสื้อวอร์มในวันฝนตกจนได้

"นั่นน่ะ โดนพวกคุณซึรุฮานะทำอะไรมาใช่ไหมคะ"
"เอ๋ อื~ม...." 

วาคาบะจังทำหน้ายุ่งยากใจ 
วันนั้น ขากลับวาคาบะจังเปลี่ยนชุดกลับเป็นชุดเครื่องแบบนักเรียน ก็เลยคิดว่าคงจะแค่เปียกอย่างที่พูดในโรงอาหารจริงๆ แต่พวกคุณซึรุฮานะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แน่ แต่ถึงจะลองถามรอบข้างยังไง ความจริงก็มาไม่ถึงฉันเสียที 

"คุณทาคามิจิ?" 
"เอ่อ ตอนพักกลางวัน ฉันถูกเรียกไปที่ทางออกฉุกเฉินชั้นหนึ่ง แล้วก็โดนว่าหลายๆ อย่าง จากนั้นก็โดนล็อกไว้ข้างนอกน่ะ ประตูฉุกเฉินมันล็อกอัตโนมัติ ก็เลยต้องวิ่งอ้อมไปถึงประตูใหญ่ แต่ฝนตกหนักมาก ก็เลยเปียกโชกเลย~"
"งั้นเหรอคะ..." 

ตอนแรกคิดว่าอย่างมากก็คงโดนเอาน้ำในถังสาดใส่ แต่ล็อกประตูปล่อยทิ้งไว้ข้างนอกท่ามกลางสายฝนเย็นเยียบของเดือนพฤศจิกายนนี่โหดร้ายที่สุดเลย

"เรื่องนี้ไม่ได้พูดกับใครเลยน่ะ ความลับนะ"
"ความลับ... ส่งเรื่องร้องเรียนให้ชัดเจนไปเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ หรือไม่ก็ไปปรึกษากับประธานนักเรียนมิซึซากิคุงก็ได้"
"มิซึซากิคุงเหรอ ความจริงเขาก็มาซักโน่นซักนี่เยอะแยะเหมือนกันนะ~ แต่ฉันไม่อยากทำให้เรื่องมันใหญ่โตน่ะ"
"แต่ว่า..."
"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้เสียหายอะไรมากด้วย" 

เอ่อ ฉันว่านี่ก็เสียหายเยอะแล้วนะ

"คือว่านะ คุณทาคามิจิ"
"อะไรเหรอ"
"ถ้าคุณทาคามิจิไม่ไหวกับสถานการณ์ตอนนี้จริงๆ จะให้ฉันช่วยพูดกับพวกคุณซึรุฮานะให้ก็ได้นะคะ" 

ความจริงแล้ว สถานการณ์ตอนนี้ต่างกับตอนมัธยมต้น ฉันจะเอาชนะพวกคุณซึรุฮานะที่ขยายฐานอิทธิพลกว้างขวางยิ่งไปกว่าเดิมได้แน่หรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่างที่เขาว่า คลื่นลูกใหม่ก็มาแรงกว่าคลื่นลูกเก่าน่ะนะ

"เอ๋! ไม่เป็นไรหรอก ไปรบกวนคุณคิโชวอินขนาดนั้นไม่ได้หรอก สบายๆ น่า"
"แต่ว่า..."
"อุตส่าห์เป็นห่วงเหรอ ขอบคุณมากนะ"

วาคาบะจังยิ้มให้ฉันอย่างสดใส 

"ท่านคาบุรากิก็น่าจะหัดไตร่ตรองก่อนทำอะไรบ้างซักนิด..."
"อะฮะฮะ คาบุรากิคุงก็ตลกดีเนอะ"
"คาบุรากิ 'คุง' ?"

อ๊ะ วาคาบะจังรีบยกมือขึ้นมาปิดปาก

"เอ่อ ท่านคาบุรากิบอกว่า 'ถ้าเรียกมิซึซากิด้วยคำลงท้ายว่า 'คุง' ก็เรียกฉันอย่างเดียวกันบ้าง' ก็เลย..."

คาบุรากิ... นายนี่มันเด็กจริงๆ เล้ย
เหมือนจะเข้าใจผิดที่เห็นฉันทำหน้าเบ้ วาคาบะจังเลยรีบร้องว่า "ขอโทษค่ะ" 

"เรื่องท่านคาบุรากิ คงทำให้ไม่พอใจสินะคะ"
"เอ๋ เปล่านี่คะ แค่คิดว่าคุณทาคามิจิคงลำบากแย่เลยแค่นั้น"
"อ้าว...? แต่ว่า เอ่อ ไม่ใช่ว่า ชอบหรือคะ"
"หา? ใครชอบใครคะ? ฉันกับท่านคาบุรากิเนี่ยนะคะ? ไม่มีทางค่ะ" 
"จริงเหรอคะ"
"ไม่มีทาง!" 
 
อะไรที่สำคัญก็ต้องย้ำให้หนักแน่นเข้าไว้
 
"งั้นเหรอเนี่ย แต่ในข่าวลือที่ได้ยินมา..."
"ข่าวลือน่ะจะไปเชื่อมากไม่ได้หรอกค่ะ"
"งั้นหรอกเหรอ~" 

วาคาบะจังพยักเพยิดอย่างประทับใจ 

"ว่าแต่ ช่อดอกไม้อลังการที่วางอยู่ในร้านนั่น หรือว่า..." 
"อ๊ะ! สังเกตเห็นด้วยเหรอ อื้อ นั่นได้มาจากคาบุรากิคุงน่ะ ก่อนหน้านี้ตอนมาซื้อเค้ก..."
"แหม!" 

ตานั่นแวะเวียนมาซื้อเค้กร้านวาคาบะจังอยู่เรื่อยๆ จริงๆ ด้วย! น่าแค้นจริงๆ ที่บังอาจมาพิชิตเค้กหมดทุกชนิดตัดหน้าฉันไปได้! 

"แล้วเคยขึ้นมาบนบ้านไหมคะ"
"อื๋อ ไม่หรอก แต่ตอนเกิดอุบัติเหตุจักรยานก็เข้ามาคุยหลายทีแล้วล่ะ" 

หึ ฉันชนะแล้ว ฉันยังได้รับเลี้ยงข้าวแกงกระหรี่ด้วยนะยะ 

"เอ่อ ไว้ฉันขอมาซื้อเค้กอีกได้ไหมคะ"
"แน่นอน! ยินดีต้อนรับเลยล่ะ!"
"แล้วก็ช่วยปิดเรื่องของฉันเป็นความลับอย่าให้ท่านคาบุรากิรู้..."
"อะฮะฮะ เป็นความลับของเราสองคนอีกแล้วนะ โอเค"

ฉันเลยแลกเมล์กับวาคาบะจัง แล้วถือเค้กที่ซื้อติดมือกลับไปเป็นของฝากเดินฮัมเพลงกลับบ้านไป  


มีสัญญาณเมล์เข้าฉันเลยเปิดมือถือออกดู แล้วก็เจอภาพเบียทริชใส่ชุดกิโมโนสีแดงฉลองวันรับขวัญเด็ก 7-5-3 ขวบส่งมา
ข้างๆ เบียทริชที่ใส่ชุดสวยมีถุงลูกกวาดพันปีวางอยู่ด้วย เป็นงานฉลองวันรับขวัญอย่างเต็มสมบูรณ์ เขามีชุดกิโมโนสำหรับน้องหมาขายกันด้วยเนอะ  อ๊ะ หรือว่านายบ้าหมาจะตัดเอง!?  แหม คงไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง 

"ฉลองวันเกิดครบรอบสามขวบของเบียทันล่ะ! สวยมั้ยล่า!"  อื้ออื้อ สวยจ้ะสวย 
 
ภาพอีกใบที่ส่งมาเป็นตุ๊กตาเบียทันที่ฉันให้ไปสวมชุดกิโมโนแบบเดียวกันปรากฎอยู่ 
ดูเหมือนอุเมวากะคุงจะให้ความสำคัญกับลูกแท้ๆ และลูกบุญธรรมอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่ลำเอียง ช่างเป็นผู้มีคุณธรรมล้ำเลิศจริงๆ

ว่าแต่ งานฉลองวันรับขวัญเด็ก 7-5-3 ขวบเหรอ แบบนี้พอถึงเทศกาลฉลองวันเด็กผู้หญิง เบียทริชก็คงมีตุ๊กตาฮินะเป็นของตัวเองด้วยสินะ 
ขอความสุขจงมีแด่นายบ้าหมาและเบียทริช!

----------------------------------------


หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

เบียทริชในชุดกิโมโน (ภาพในจินตนาการ) 

ลูกกวาดพันปีหรือชิโตะเสะอาเมะ (千歳飴) เป็นลูกกวาดมงคลที่ผู้ใหญ่มักจะให้เด็กๆ ทานในวันฉลอง 3-5-7 ขวบ

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET