[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 165 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.165 - ตอนที่ 165


165.


อาโออิจังส่งเมล์มาแล้ว เมล์ที่ตอบกลับมาเมื่อสองสามวันก่อนบอกว่าไม่รู้จักชื่อนารุคุงที่ฉันส่งไป แต่ก็รับคำว่าจะลองไปสืบหามาให้ วันนี้เป็นเมล์แจ้งว่ามีคนชื่อนั้นเรียนอยู่ม.6  อาโออิจัง ขอบคุณนะที่อุตส่าห์ไปสืบมาให้!

ม.6 เหรอ ข้อมูลที่ฉันเหลือบดูด้วยหางตาอย่างเอาเป็นเอาตายหามาได้แค่ชื่อโรงเรียนกับชื่อตัว แต่ไม่รู้ชั้นปีกับห้อง อุฮุฮุ เท่านี้ก็คืบหน้าไปก้าวหนึ่งล่ะ 
นอกจากข้อมูลเรื่องนารุคุงแล้ว เมล์ของอาโออิจังยังเขียนไว้ว่า "ความจริงแล้ว ฉันก็มีเรื่องอยากปรึกษาเรย์กะจังเหมือนกัน"  ปรึกษาเหรอ  อาโออิจังปรึกษาฉันเนี่ยนะ? เรื่องอะไรกันนะ 
 อาโออิจังที่เอางานเอาการกว่าฉันมากมายไม่ค่อยจะมีเรื่องอะไรมาปรึกษาฉันนัก แบบนี้ในฐานะเพื่อนแล้วต้องรับฟังคำปรึกษานั่นให้ดีเลยล่ะ! 
ไหนๆ ก็ไหนๆ คุยกันต่อหน้าน่าจะดีกว่า ฉันเลยขอนัดเจอกันช่วงเวลาว่างหลังเลิกเรียน


พอใกล้ถึงคาเฟ่ที่นัดหมาย ฉันก็ลงจากรถ เดินเป็นระยะทางใกล้ๆ ไปถึงร้าน พอเข้าสู่กลางหน้าหนาวมาแล้วก็หนาวขึ้นชัดๆ เลยแฮะ ฉันนั่งรถมาโรงเรียนก็เลยไม่ค่อยเดือดร้อนกับความร้อนหนาวเท่าไหร่ แต่พวกเด็กๆ ที่ขึ้นรถไฟมาโรงเรียนอย่างวาคาบะจังคงลำบากแย่เลย ตัวฉันในชาติก่อน พอถึงกลางฤดูหนาวทีไรก็ใส่ถุงน่องซ้อนสองชั้นแถมแปะถุงร้อนไว้กลางหลังเวลาไปโรงเรียนด้วยนะ 

ถุงน่องเนี่ยพอใส่ซ้อนกันสองชั้นแล้ว เส้นใยผ้ามันจะสีกันออกมาเป็นลายตาไม้วงๆ พิลึกเชียว แต่ใส่กระโปรงกลางฤดูหนาวมันหนาวนี่นา จะมากจะน้อยก็ต้องยอมเสียสละกันบ้างล่ะ
ตอนโน้นพอหนาวแล้วต้องหามาตรการมาป้องกันความหนาวเยอะแยะไปหมด ปีนี้ถ้าหิมะตกลงมาวาคาบะจังจะทำยังไงกันน้า ห้ามใส่บู๊ทมาโรงเรียนแล้วด้วยสิ...  
ฉันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยขณะเดินจนมาถึงคาเฟ่ที่นัดหมาย พอลองส่องดูในร้านก็เห็นอาโออิจังมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว 

"อาโออิจัง รอนานไหม!"
"เรย์กะจัง!"  

พอฉันส่งเสียงเรียก อาโออิจังที่นั่งเล่นมือถืออยู่ก็เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ฉัน อา เยียวยาดีจริงๆ... ฉันสั่งชาแอบเปิลซินนามอน 

"มีอะไรเหรอ อาโออิจัง ที่ว่าอยากปรึกษาน่ะ"
"อื้อ คือว่านะ มีนักเรียนชายม.5 ที่เรียนอยู่ซุยรันคนหนึ่ง..." 

ว่าแล้ว อาโออิจังก็ออกชื่อนักเรียนชายคนนั้นมา

"เรย์กะจัง รู้จักหรือเปล่า"
"ขอโทษนะ ฉันไม่ค่อยรู้จักชื่อพวกผู้ชายหรอก แต่ถ้าเคยอยู่ห้องเดียวกันมา น่าจะจำได้น้า..."

อื~ม ชื่อนี้ไม่คุ้นเลยอ่ะ คงไม่เคยอยู่ห้องเดียวกันมาก่อนละมั้ง

"แล้วนักเรียนชายคนนั้นทำไมเหรอ" 
"อื้อ ความจริงแล้ว... เขามาตื๊อๆ น่ะ..."
"เอ๋"  

เห็นว่านักเรียนชายของซุยรันคนนั้นเรียนอยู่ที่โรงเรียนสอนพิเศษที่เดียวกับอาโออิจัง  ตั้งแต่ช่วงภาคเรียนฤดูร้อนพอได้เรียนด้วยกัน เขาก็มาขอให้มาคบหากันอยู่หลายครั้ง แม้จะปฎิเสธไปก็ยังมาตามตื๊อจนลำบากใจ...

"เกิดเรื่องแบบนั้น..." 
"อื้อ ก็บอกแล้วนะว่าลำบากใจ แต่ขากลับเขาก็ยังมาดักรอ..."
"ดักรอ! ชักจะน่ากลัวนะ"
"อื้อ..." 

แต่ก็น้า จะว่าเป็นการกระทำอันเกิดจากความรักคับอกก็ได้นะ... คนที่ฝากอาโออิจังค้นข้อมูลส่วนบุคคลของนารุคุงอย่างฉันก็ไม่กล้าไปว่าคนอื่นหรอก ผู้ชายที่ทำอะไรตรงๆ ชัดเจนอาจจะผ่าเผยกว่าฉันอีกก็ได้ 

"อาโออิจังไม่คิดจะคบหากับเขาคนนั้นดูเหรอ"
"คงไม่ละมั้ง ก็ฉันมีแฟนที่คบหากันอยู่แล้วนี่นา"
"เอ๋!!" 

เมื่อกี้พูดเรื่องใหญ่โตออกมาแบบเนียนๆ หรือเปล่านะ อาโออิจัง! 

"อาโออิจังมีแฟนแล้วเหรอ!?"
"อื้อ มีแล้ว" 
"เอ๋!"

ไม่เห็นรู้เลย! เรื่องนั้นฉันไม่เห็นได้ยินเลยนะ! อาโออิจัง!

"ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!"
"เอ๋ ก็ตั้งแต่ก่อนปิดเทอมฤดูร้อนละมั้ง"
"เอ๋!"

ตอนปิดเทอมหน้าร้อนเราก็ยังเจอกันอยู่ใช่มั้ย?! เรื่องใหญ่ขนาดนั้นทำไมถึงไม่บอกกันบ้างล่ะ! ช็อก! ช็อกสุดๆ!

"ฉันไม่เห็นรู้เรื่องรู้ราวเลย..."
"อ่า~ พอดีคิดว่าไม่จำเป็นต้องเล่าให้ฟังก็ได้มั้ง~ ก็เรย์กะจังดูไม่ค่อยสนใจเรื่องความรักเท่าไหร่นี่นา"

สนสิ! ในหัวฉันน่ะมีแต่คำถามเรื่องความรักเต็มไปหมดน่ะแหละ! ถึงขนาดเกือบไปเป็นสตอล์กเกอร์เล็กๆ ตามเด็กผู้ชายไม่รู้จักที่แค่เคยเห็นหน้ากันในห้องสมุดเองนะ! แต่คริสมาสต์ปีนี้ก็คงครองตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านคานทองเหมือนเคยน่ะ!

"ว่าแต่! แฟนอาโออิจังเป็นคนยังไงเหรอ"
"เราอยู่ชมรมเทนนิสด้วยกัน พอขึ้นม.5 ก็กลับบ้านด้วยกันบ่อยๆ เขามาสารภาพรัก เราก็เลยคบกันน่ะ"
"เห--"
 
นี่มันเดทในชุดเครื่องแบบที่ฉันใฝ่ฝันมาตั้งแต่ชาติก่อนนี่นา ตั้งใจเรียนในโรงเรียนรัฐบาล เรียกเหงื่ออย่างสนุกสนานในชมรมเทนนิส หนำซ้ำยังมีแฟนอีก อาโออิจังใช้ชีวิตวัยรุ่นม.ปลายได้อย่างคุ้มค่าจริงๆ  
ส่วนฉันอยู่ในชมรมงานฝีมือที่สมาชิกทุกคนยกเว้นมินามิคุงเป็นผู้หญิง ส่วนพวกผู้ชายที่สนิทกันก็ล้วนแล้วแต่ผูกพันกันด้วยความเป็นสาวน้อยมุ้งมิ้งทั้งนั้น อย่าว่าแต่แฟนเลย กระทั่งสารภาพรักก็ยังไม่เคย ได้แต่ใช้ชีวิตอย่างหนาวเหน็บเหมือนลมพัดผ่านต้นไม้แห้งเหี่ยวฮิ้ว~ฮิ้ว~ ไปวันๆ อ่ะนะคะ 

"เอ่อ เรย์กะจัง หน้าตากลายเป็นหน้ากากละครโนห์ไปแล้วนะ..."
"คิดมากไปน่ะ อาโออิจัง" 

ใช่แล้ว เพื่อนมีความสุขก็เป็นสิ่งที่ดีแล้วนี่ ใจกว้างหน่อยซี่ ตัวฉัน! 

"เอาเป็นว่าตอนนี้อาโออิจังเดือดร้อนเรื่องผู้ชายคนนั้นอยู่สินะคะ"
"อื้อ ขนาบอกว่ามีแฟนแล้วยังไม่ยอมเลิกราเลย..."
"เห--"

งั้นก็ให้คุณแฟนคนนั้นออกหน้ามาปกป้องสิคะ ไม่ได้นะ จะคิดพาลๆ แบบนั้นไม่ได้นะ ตัวฉัน! อาโออิจังเป็นเพื่อนคนสำคัญนะ!

"เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะลองหาทางจัดการกับเขาคนนั้นดู"
"เอ๋ จริงเหรอ?! แต่เรย์กะจังจะไหวเหรอ" 

อาโออิจังที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เรื่องฐานะของฉันในซุยรันแสดงความเป็นห่วง แต่สบายมากค่ะ 
ยังไงก็ต้องเริ่มจากการรู้จักตัวตนของอีกฝ่ายก่อนล่ะนะ จะได้ไม่พลั้งมือทำร้ายจิตใจหนุ่มน้อยผู้มีจิตใจรักบริสุทธิ์ไป
 

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่เด็กผู้ชายที่วุ่นวายกับอาโออิจังอยู่นั้น เป็นหนึ่งในขาประจำกลุ่มพวกผู้ชายที่ชอบเล่นงานวาคาบะจังแรงๆ 
คนที่รังแกวาคาบะจังไม่ได้มีแต่เด็กผู้หญิงเท่านั้น เด็กผู้ชายส่วนหนึ่งก็ยังอิจฉาคะแนนท็อปของวาคาบะจังถึงขั้นกลั่นแกล้ง 
แบบนี้ก็เป็นอันว่ามีความผิดจริงล่ะนะคะ
กำลังคิดว่าหลังเลิกเรียนจะไปหาเด็กผู้ชายตัวปัญหาคนนั้นซักหน่อย ข้างนอกก็เกิดเอะอะกันขึ้น 

"ท่านเรย์กะ ท่านคาบุรากิมาโรงเรียนกับคุณทาคามิจิละค่ะ!"
"แหม อีกแล้วเหรอคะ?"

ขณะพูดคุยกับพวกเด็กๆ ที่สนิทกันอยู่ในห้องเรียน คนในกลุ่มฉันก็พุ่งเข้ามารายงาน

"เมื่อก่อนก็เคยบังเอิญเจอกันตรงหน้าประตูใหญ่แล้วก็เดินเข้าโรงเรียนมาพร้อมกันนี่คะ ไม่เห็นต้องเอะอะแบบนั้นเลย..."
"ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน! คุณทาคามิจิขึ้นรถท่านคาบุรากิมาด้วยกันเลยนะคะ!"
"เอ๋!" 

งั้นก็น่าตกใจจริงๆ น่ะแหละ ทำไมวาคาบะจังไปอยู่บนรถคาบุรากิได้ล่ะ?!

"หมายความว่ายังไงกันคะ?!"
"เอ..." 

คงไม่ได้ให้รถไปรับถึงบ้านแต่เช้าหรอกนะ?  แต่ถ้าเป็นคาบุรากิคนนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้...
พอไปส่องๆ ดูที่ทางเดินกับคนอื่นๆ คาบุรากิที่ท่าทางอารมณ์ดีกับวาคาบะจังที่ทำหน้าลำบากใจก็เดินเข้ามา
ถ้าสายตาคนเป็นแสงเลเซอร์ละก็ ป่านนี้วาคาบะจังไหม้เป็นจุณไปแล้ว 

"มาซายะ"

เอ็นโจที่มาถึงโรงเรียนก่อนปรากฎตัวขึ้นมา 

"โอ้ ชูสุเกะ อรุณสวัสดิ์! มาแล้วเรอะ"
"อรุณสวัสดิ์ มาซายะ อรุณสวัสดิ์ คุณทาคามิจิ"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ"
"แล้วไหงมาด้วยกันสองคนได้ล่ะ" 

เอ็นโจเอ่ยปากถามสิ่งที่ทุกคนในที่นั้นอยากรู้ที่สุด

"อ้อ พอดีเห็นทาคามิจิเดินอยู่ข้างนอก ฝนตกหนักก็เลยบอกให้ขึ้นรถมาด้วยกัน"
"เห แบบนี้นี่เอง" 

วาคาบะจังหัวเราะอะฮะฮะเป็นเชิงกลบเกลื่อน แต่ดูท่าทางแล้วสงสัยจะโดนลากขึ้นรถมาแหงๆ
สายตาพวกคุณซึรุฮานะที่ออกมาที่ทางเดินนั่นสายตานักฆ่าชัดๆ ---
ตาสัตว์เซลล์เดียวเอ๊ย!! 

พอช่วงพักเที่ยง พวกนักฆ่าก็ออกปฎิบัติการณ์  




NEKOPOST.NET