[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 164 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.164 - ตอนที่ 164


 164.


เท่าที่เห็นจากเมล์ของท่านไอระ คาบุรากิดูจะแสดงความสนใจในตัวเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง คงเป็นวาคาบะจังไม่ผิดแน่ 
ฉันไม่รู้จะตอบยังไงเลยปล่อยไว้ก่อน แล้วส่งเมล์ชื่อนารุคุงที่เพิ่งได้มาไปถามอาโออิจังว่ารู้จักคนนี้ไหม
ส่วนนารุคุงยังดูหนังสืออย่างคร่ำเคร่งต่อไปโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าฉันกำลังตามสืบเรื่องของเขา ตอนชาติก่อนฉันไม่เคยเห็นนารุคุงตอนกำลังท่องหนังสือเลย แต่ก็คงตั้งใจอ่านแบบนี้อยู่ตรงที่ฉันไม่เห็นละมั้ง 
อาโออิจังยังไม่ตอบกลับมา ฉันเลยเริ่มตั้งใจอ่านหนังสือเหมือนกัน แต่ขอขยับเก้าอี้เข้าใกล้นารุคุงอีกนี้ดนึงนะ 

พอกลับมาบ้านก็พิมพ์ข้อความตอบกลับท่านไอระ ฉันพยายามไม่แพร่ข่าวลือเรื่องวาคาบะจังไปจากตัวเอง เลยทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวตอบกลับไปว่า "งั้นเหรอคะ อีกฝ่ายเป็นใครกันน้อ" 
อีกไม่นานโทรศัพท์จากท่านไอระก็ดังขึ้น 

"เรย์กะจัง ไม่ได้เจอกันนานนะ สบายดีหรือเปล่า"
"ไม่ได้เจอกันนานนะคะ ท่านไอระ!" 

พอเข้ามหาลัยไป ท่านไอระก็เหมือนจะยุ่งๆ เราก็เลยไม่ได้โทรคุยกันแบบนี้ตั้งนาน ดีใจจัง ปีนี้ทั้งท่านยูริเอะ ท่านไอระต่างก็ติดธุระมาเที่ยวงานเทศกาลโรงเรียนไม่ได้ ฉันเลยเล่าเรื่องงานออกร้านของห้องแล้วก็เรื่องชมรมงานฝีมือให้ฟัง 

"ว่าแต่ เรื่องความรักครั้งใหม่ของมาซายะที่พูดถึงในเมล์น่ะนะ"
"ค่ะ" 

เห็นว่าคนที่สังเกตเห็นเป็นคนแรกก็คือท่านยูริเอะ ว่าท่าทีของคาบุรากิแปลกไปตั้งแต่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน

"ก่อนหน้านี้ตอนมาซายะมาหายูริเอะที่บ้าน ก็ถือเค้กหน้าตาบ้านๆ ที่ปรกติมาซายะไม่น่าจะกินติดมือมาด้วย พอถามดูก็เห็นว่าเป็นเค้กของบ้านเด็กผู้หญิงที่เรียนอยู่ซุยรันด้วยกัน  มาซายะภูมิใจนำเสนอมากเลยนะ บอกว่าลองกินมาหมดทุกอย่างแล้ว เลือกเฟ้นที่อร่อยที่สุดมาเลย แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ชอบแต่เค้กร้านนั้นอย่างเดียวหรอกนะ เอาแต่คุยเรื่องเด็กคนนั้นไม่ขาดปากว่ายัยนั่นตลกดี บนจักรยานก็มีสติกเกอร์ประหลาดๆ แปะไว้ด้วย พิลึกชะมัด อะไรทำนองนั้น"

คาบุรากิไปหาวาคาบะจังถึงที่บ้านเลยเหรอ!? ความเป็นสตอล์กเกอร์ยังกระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิมเลยนะ
แล้วนี่นายพิชิตเค้กบ้านวาคาบะจังมาหมดทุกชนิดแล้วเหรอ! ขี้โกงนี่นา! ฉันเองก็อยากไปซื้อเค้กบ้านวาคาบะจังเหมือนกันนะ! อยากกินเอแคลร์อ่ะ!

"ลองคิดดูแล้ว ที่ตัดใจจากยูริเอะได้ ก็คงเป็นเพราะมีรักใหม่เบ่งบานอยู่ในใจมาซายะละนะ แต่ยูริเอะก็ดูสนุกสนานดี เห็นเล่าว่า "มาซายะระรื่นใหญ่เลย"" 
"งั้นเหรอคะ" 
"ฉันอุตส่าห์แอบหนุนเรย์กะจังอยู่ลับๆ เชียวนา"
"พูดอะไรกันคะ ท่านไอระ" 

ช่วยอย่าพูดอะไรไม่เป็นมงคลได้ไหมคะ นั่นมันเส้นทางสู่หายนะของฉันชัดๆ 

"เรย์กะจังไม่มีคนที่ชอบบ้างเหรอ" 
"เอ๋!" 

คนที่ชอบ? เอ่อ ตอนนี้ที่คาใจที่สุดก็นารุคุงที่ห้องสมุดน่ะค่ะ...

"ก็ไม่มีเป็นพิเศษนี่คะ"
"อ้าว~ เหงาจังเลย"
"แล้วท่านไอระมีหรือเปล่าคะ"
"ยังไงกันน้า~" 

ฮะฮืม พูดแบบนี้น่าสงสัยนา แต่ถ้ามีโอกาสหนึ่งในหมื่นที่คนแสนวิเศษอย่างท่านไอระไปชอบคนพิลึกๆ เข้า ฉันคงเสียใจตาย
นอกจากนั้น ท่านไอระก็เล่าเรื่องเส้นทางหลังเรียนจบของพวกรุ่นพี่ผู้หญิงที่จบจากมหาวิทยาลัยซุยรันให้ฟัง ดูเหมือนท่านไอระตั้งใจจะทำงาน แต่รู้สึกว่าส่วนมากเรียนจบปุ๊บก็เตรียมแต่งงานปั๊บ เข้าคอร์สฝึกการเป็นเจ้าสาวอยู่โดยไม่ได้ทำงาน 
แล้วก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครไปทำงานเป็นข้าราชการท้องถิ่นด้วย... 


เพราะคาบุรากิทำให้กระแสต่อต้านวาคาบะจังรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน นายตัวสำรองที่อยู่สภานักเรียนเหมือนกันจึงตามประกบข้างๆ วาคาบะด้วยความเป็นห่วงบ่อยครั้ง ภาพที่ปรากฎออกมาเลยยิ่งค้านสายตาสาวๆ หนักเข้าไปใหญ่ 
 
ที่ซุยรัน ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายขึ้นไปจะมีวิชาเลือกเป็นจัดดอกไม้ ชงชา เขียนพู่กัน เคนโด้ ยิงธนู ให้เลือกเรียนอย่างใดอย่างหนึ่งสัปดาห์ละครั้ง  
ความจริงแล้ววิชาเลือกตรงนี้ก็มีไว้สำหรับนักเรียนจากครอบครัวธรรมดาที่สอบเข้าซุยรันจากชั้นม.ปลายเป็นหลัก
ในวิชาเลือกพวกนั้น พวกผู้หญิงส่วนมากก็มักจะเลือกเรียนจัดดอกไม้หรือชงชา ส่วนฉันเลือกเรียนชงชามาตั้งแต่ชั้นม.4 แล้ว ที่ไม่เลือกลงจัดดอกไม้ ไม่ใช่เพราะไม่มั่นใจในเซนส์การจัดดอกไม้ของตัวเองหรอกนะ เป็นเพราะแนวทางการจัดดอกไม้ของสำนักที่สอนอยู่ที่โรงเรียนแตกต่างกับสำนักที่ฉันเรียนมาตั้งแต่เด็กต่างหากล่ะ ใช่แล้วล่ะ 
กรรไกรตัดดอกไม้ที่ฉันใช้ก็ต้องเป็นแบบวาราบิเทะเท่านั้น ค่ะ ใช่แล้วละค่ะ ไม่ใช่ว่าจะหาเรื่องหนีหรอกนะคะ 
อย่างฉัน ถ้าตั้งใจทำก็ทำได้ค่ะ 

วาคาบะจังคงอยากใช้โอกาสนี้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงได้เปลี่ยนวิชาเลือกที่ลงทุกปี ปีที่แล้วเป็นจัดดอกไม้ ปีนี้เป็นชงชา
แต่ว่าน้า อย่างงั้นก็น่าจะลงเรียนชงชาตอนม.4 จัดดอกไม้ตอนม.5 จะดีกว่านะ... เนื้อหาเรียนชงชาน่ะมันจะต่างกันทุกปี อย่างปีที่แล้วเรียนพื้นฐานตั้งแต่การพับผ้าเช็ดมือไปจนถึงการจัดถาด ถ้าเป็นการจัดถาด เครื่องมือที่ใช้ก็ยังไม่มากเท่าไหร่  เปอร์เซนต์จะพลาดก็น้อยลงไปด้วย แต่พอขึ้นม.5 ก็เริ่มเรียนการชงชาหน้าเตากันล่ะ ขั้นตอนก็ซับซ้อนขึ้นยากมากขึ้นไปด้วย ไม่ใช่อะไรที่จะโดดข้ามพื้นฐานมาเรียนได้เลยนะ ถึงจะอ่านหนังสือท่องจำขั้นตอนได้ก็เหอะ พอลองทำจริงๆ ธรรมเนียมมันก็ไม่เหมือนกับที่อ่านมา
ขั้นตอนของพิธีชงชามันวุ่นวายจริงๆ  ละเอียดยิบย่อยไปหมด กำหนดไว้กระทั่งจำนวนก้าวที่ต้องเดินบนเสื่อ ไม่ใช่ว่าเรียนเช้าแล้วเย็นก็จะทำได้เลยหรอกนะ  

ในแง่นี้แล้ว จัดดอกไม้ยังง่ายกว่ามาก ขอแค่จำพื้นฐานอิเคบานะได้ ที่เหลือก็แล้วแต่เซนส์ของตัวเองล่ะ แล้วถ้าเลือกเรียนจัดดอกไม้ ก็เอาดอกไม้ที่จัดได้ในวิชาเรียนกลับบ้านได้ด้วยนะ คุ้มค่าสุดๆ  ที่ซุยรันนี่ใช้ดอกไม้แพงๆ หรูหรากันไม่ขาดมือ ต่อให้พลาดพลั้งยังไงก็ไม่มีดอกไม้ช้ำๆ อย่างดอกไม้ที่วางคาหิ้งพระออกมาแน่นอน 

แต่วันนี้ถึงตาวาคาบะจังเป็นเจ้าภาพชงชา ขอร้องล่ะ อย่าพลาดเลยนะ 
ทั้งที่คิดแบบนั้น 

"....!?" 

กระบวยเจ้ากรรมที่วาคาบะจังวางไว้บนหม้อก็ดันกลิ้งตกลงมาบนพื้น! 
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังแว่วมาจากตรงนั้นตรงนี้  วาคาบะจังหน้าแดงรีบผงกหัวขอโทษปลกๆ  แล้วอาจารย์ก็สั่งให้หยิบกระบวยขึ้นมาเช็ดใหม่  

อ๋า ฉันเข้าใจนะ วาคาบะจัง! ฉันน่ะสุดแสนจะเข้าใจความรู้สึกทุกข์ทรมานของวาคาบะจังในตอนนี้เลยล่ะ! เมื่อก่อนฉันก็เคยทำขนมที่วางมาบนกระดาษญี่ปุ่นในพิธีชงชาร่วงแล้วก็กลิ้งกลุกๆๆๆ ไปบนเสื่อทาทามิ! แหม  ตอนนั้นมันกลิ้งไกลดีจริงๆ กลมดีก็เลยกลิ้งไกลหรือเปล่านะ กลิ้งแบบข้าวปั้นร่วงในนิทานเลยล่ะ พอจะเอื้อมมือไปหยิบก็ดันกลิ้งไปไกลเกินเอื้อมเสียอีก แม้แต่ตอนนี้ฉันก็ยังความลืมความอับอายจนอยากหนีความจริงสูญเสียความทรงจำไปเลยไม่ลง ลังเลจริงๆ จังๆ เลยนะว่าจะแกล้งหน้ามืดหมดสติไปตรงนั้นเลยดีหรือเปล่า อุ... แค่คิดถึง กระเพาะก็! 
ตั้งแต่นั้นมา พอมีขนมกลมๆ มาเสิร์ฟเมื่อไหร่ ฉันใจเต้นทุกที ว่าแต่ทำไมต้องให้กินบนกระดาษญี่ปุ่นที่มันยวบๆ ยาบๆ ด้วยเล่า ไปเอาจานมาซะ! ไปเอาจานมา! 

"ก็พื้นเพน่ะนะคะ..."
"เนอะ รับไม่ได้..."   

มีเสียงเยาะหยันวาคาบะจังดังขึ้นทันทีราวกับรอจังหวะอยู่แล้ว อ๊ะ ทำไงดีล่ะ...

"อ๊ะ เอ่อ ขนมนี่ ใช่ดอกซาซังกะหรือเปล่าคะ"  

เมื่อเค้นถ้อยคำออกมาอย่างยากเย็น อาจารย์ก็ติดเบ็ดทันที 

"แหม คุณคิโชวอิน เก่งมากค่ะที่มองออก มักจะถูกมองผิดเป็นดอกสึบากิบ่อยๆ แต่ขนมในวันนี้ทำขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากดอกซาซังกะนะคะ"  

 ทุกคนเบนความสนใจมาที่ขนมแล้ว! ตอนนี้แหละ วาคาบะจัง! รีบๆ ทำต่อไปเลย! อ้าวเฮ้ย ไหงวาคาบะจังก็มัวมาพยักหน้าหงึกๆ อย่างประทับใจไปด้วยอีกคนเล่า!!

แม้จะดำเนินไปอย่างทุลักทุเลโดนอาจารย์ตักเตือนไปหลายรอบ แต่การชงชาของวาคาบะจังก็สิ้นสุดลงอย่างปลอดภัยในที่สุด ฉันมองๆ ดูเพราะกลัวว่าโดนหัวเราะเยาะต่อหน้าทุกคนจะทำให้วาคาบะจังซึมๆ ไปหรือเปล่า แต่วาคาบะจังได้รับขนมที่เหลืออยู่จากอาจารย์เป็นรางวัลในฐานะที่พยายามได้ดี ก็เลยดีใจใหญ่ อื้อ สมแล้วล่ะนะ... 


วันนี้ฉันมาวิ่งรอบพระราชวังกับคุณมิฮาระหลังจากที่ไม่ได้มานาน รวบผมเป็นทรงโพนี่เทลล์ด้วยนะ ฮึดสุดๆ เลย! พยายามเข้า!
ตัวเองพูดเองก็กระไรอยู่ แต่ฉันว่าฉันฟิตขึ้นจากตอนปิดเทอมฤดูร้อนขึ้นเยอะเลยนะ เรี่ยวแรงก็เพิ่มขึ้นด้วย
แฮ่กแฮ่ก เฮือกเฮือก  

จู่ๆ รถสีขาวทรงพลังประดับรูปหล่อฟลายอิ้งเลดี้คันหนึ่งก็ก็หยุดลงข้างพวกเราที่กำลังวิ่งเลียบพระราชฐาน 
ก่อนจะทันได้คิดอะไร คุณมิฮาระก็ก้าวออกมาข้างหน้าบังฉันไว้ราวกับจะคุ้มกัน จะว่าไป งานที่แท้จริงของคุณมิฮาระคือเป็นบอดี้การ์ดของฉันนี่นา 
อะไรน่ะ หรือว่าฉันจะโดนพวกคนน่ากลัวหมายหัวเข้าซะแล้ว ต้องเรียกกำลังเสริมมาไหมนะ
แล้วหน้าต่างด้านหลังก็เลื่อนลง คนที่ยื่นหน้าออกมาก็คือคาบุรากิ

"ใช่เธอจริงๆ ด้วย"
"ท่านคาบุรากิ!" 

เจ้าของรถทรงพลังคันนั้นก็คือจักรพรรดิคาบุรากิ 
หรือว่าจะขับรถคันนี้ชนวาคาบะจังที่ขี่จักรยานอยู่เหรอ  วาคาบะจังนี่เก่งจริงๆ นะที่เจ็บแค่แผลถลอก แต่ถ้าคู่กรณีขับรถน่าเกรงขามขนาดนี้ ก็น่าอยู่หรอกที่ผู้คนบ้านทาคามิจิจะปฎิเสธไม่ขอรับเงินค่าชดใช้น่ะ นี่ไม่ใช่รถที่คนธรรมดาจะนั่งได้เลยนะ... 

"ทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ"
"ทำอะไร ก็อย่างที่เห็น จ๊อกกิ้งไงคะ" 

ฉันหายใจไม่ทันเพราะวิ่งมา อย่าให้พูดยาวน่า มันเหนื่อย
แล้วยังจะมาถามว่าทำอะไร ดูก็รู้นี่นา นายนี่งี่เง่าเสียของจริงๆ น้า คาบุรากิ 

"จ๊อกกิ้ง?  ดูยังไงก็เหมือนย่ำเท้าอยู่กับที่ชัดๆ คนเดินถนนเขาเดินแซงเธอไปแล้วเห็นไหมน่ะ มองๆ อยู่เพราะเห็นตัวอะไรประหลาด ที่แท้ก็เธอนี่เอง" 

ว่าไงน้า----! 
ย่ำเท้าอยู่กับที่อะไรกันย้า! ฉันก้าวไปข้างหน้าด้วยนะเฮ้ย! ยัวะแล้วนะ! ยัวะแล้วนะ! ยัวะแล้วนะ!
นายนี่มันขาดความคิด ความใส่ใจ และความละเอียดอ่อนที่สุด! 

"อุตส่าห์ทำผมสไตล์จาไมก้า น่าเสียดายจริงๆ เอ้า ยังไงก็พยายามเข้าล่ะ ไปละนะ" 

พูดอะไรที่อยากพูดเสร็จ วิหารพาร์เธนอนเคลื่อนที่ก็แล่นจากไป ทิ้งฉันที่ตัวสั่นระริกไว้

"...คุณหนู ค่อยๆ วิ่งไปตามจังหวะของตัวเองก็ได้นะครับ"

อกหักไปซะ คาบุรากิ อกหักไปซ้า! กลับไปเป็นนักเดินทางเลยไป๊!
ฉันสาปแช่งตามหลังรถที่วิ่งหายลับไป 


---------------------------------

 

หมายเหตุ :  
รถที่มี Flying Lady ของคาบุรากิ

 




NEKOPOST.NET