[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 163 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.163 - ตอนที่ 163


163.


ทั้งที่วาคาบะจังโดนกลั่นแกล้งเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุแท้ๆ คาบุรากิที่จิบชาอยู่ในห้องสโมสรกลับทำท่าสบายใจเฉิบ ได้ยินข่าวมาว่าวันนี้ก็ไปชวนวาคาบะจังคุยอีกแล้ว ตาบ้าเอ๊ย
ฉันนั่งกินเค้กโรลชาเชียวอยู่ที่โซฟาตัวโปรดอยู่ดีๆ เอ็นโจก็เดินเข้ามาหา

"คุณคิโชวอิน ขอบคุณนะที่ช่วยมาเล่นกับยูกิโนะคุงในงานเทศกาลโรงเรียนครั้งก่อน"
"ทางนี้ต่างหากล่ะคะ ดีใจมากเลยที่ยูกิโนะคุงอุตส่าห์แวะมาหา"

ตั้งแต่งานโรงเรียนจบลงก็ยังไม่ได้แวะไปที่ห้องเปอติต์อีกเลย ยูกิโนะคุงจะสบายดีหรือเปล่านะ
ฉันเลยพลอยคุยเรื่อยเปื่อยกับเอ็นโจเรื่องยูกิโนะคุง เรื่องงานเทศกาลโรงเรียนต่อ

"ช่วงนี้ยูกิโนะหมกมุ่นกับลาเต้อาร์ทใหญ่เลย บอกว่าตัวเองก็อยากทำบ้าง"
"แหม ยูกิโนะคุงน่ะเหรอคะ"
"แต่ผมนี่สิต้องเป็นคนดื่ม ตอนนี้ยูกิโนะยังวาดได้แต่รูปหัวใจที่ง่ายที่สุด ผมก็เลยต้องดื่มกาแฟที่มีรูปหัวใจใหญ่ๆ ลอยฟ่องที่น้องชายแท้ๆ เป็นคนวาดให้  รู้สึกพิลึกจริงๆ" 

เอ็นโจทำหน้าลำบากใจ แต่แค่จินตนาการภาพยูกิโนะคุงตัวน้อยตั้งใจวาดลาเต้อาร์ทรูปหัวใจอย่างขมักเขม้น ฉันก็ลงไปนอนดิ้นๆ อยู่ในใจแล้ว 
แต่พูดถึงลาเต้อาร์ท เอ็นโจก็บอกว่าจะวาดให้อะไรให้คุณยุยโกะด้วยนี่นา~ อาศัยจังหวะนี้ถามเรื่องคุณยุยโกะไปเลยดีไหมน้า 

"จะว่าไป คาซึรางิคุงของชั้นม.ต้นก็มาเที่ยวในงานเทศกาลด้วยนี่คะ มากับผู้หญิงน่ะค่ะ"
"อ้อ..." 

พอฉันเบนหัวเรื่อง เอ็นโจก็ทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ แล้วทำหน้าขำๆ 

"รู้สึกว่าเรื่องผมกับยุยโกะจะกลายเป็นข่าวลือกันไปนะ"
"ดูเหมือนจะเป็นอย่างงั้นนะคะ"
"แล้วคุณคิโชวอินสนใจด้วยเหรอ"
"เปล่า~นะคะ ฉันก็ไม่ได้อะไร" 

ไม่อยากให้ใครเห็นว่าฉันเป็นพวกชอบข่าวซุบซิบนินทา  แหม แต่จริงๆ ก็สนอยู่อ่ะนะ 

"ก็มีคนมาถามผมหลายคนเหมือนกัน แต่ยุยโกะเป็นญาติน่ะ"
"งั้นเหรอคะ" 

เรื่องนั้นฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่คนส่วนมากรวมฉันด้วยก็ยังมองว่า จะว่าเป็นญาติมันก็น้า~ อยู่ดีน่ะแหละ

"แต่เหมือนจะยังมีคนพูดว่ายุยโกะเป็นแฟนผมอยู่นะ"
"นั่นสินะคะ ฉันเองก็ได้ยินมาแบบนั้น"
"ยุยโกะไม่ใช่แฟนผมนะ" 

เอ๋ งั้นเหรอ แต่ตาไก่โง่คาซึรางิบอกว่าคุณยุยโกะเป็นคนรักของนายนะ

"อ้าว เกินคาดเหรอ"
"อา ก็นะคะ คาซึรางิคุงพูดอะไรทำนองนั้นไว้น่ะค่ะ..." 

แอบฟ้องเรื่องตาไก่โง่ไปด้วยเลย 

"อ้อ หมอนั่นหลงคุณยุยโกะจนโงหัวไม่ขึ้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ..."

ว่าแล้วเอ็นโจก็ยิ้มขื่นๆ  โงหัวไม่ขึ้น อื้อ ก็ดูจะเป็นงั้นจริงๆ ล่ะนะ 

"แต่ไม่ใช่แฟนหรอกนะ"
"ค่ะ"
"เป็นคู่หมั้นต่างหาก"
"ค๊าาา!?" 

คู่หมั้น?! ของเอ็นโจเนี่ยนะ!? 
ฉันเผลอเบิกตาค้างแสดงอาการตกใจอย่างเก็บไม่มิด แล้วเอ็นโจก็หัวเราะพรืด

""ค๊าาา!?" เหรอ คุณคิโชวอิน เมื่อกี้ทำหน้าได้สุดๆ ไปเลยนะ แอบเชื่อไปแล้วล่ะสิ" 
"ห๊ะ?"

โกหกเหรอ!? หรือไงกันแน่!? ตานิสัยเสียนี่กำลังหลอกฉันเล่นอยู่สินะ! 

"พูดให้ถูกคือว่า "ว่าที่" คู่หมั้นน่ะ"
"ว่าที่?"
"ใช่ พอดีเราอายุใกล้ๆ กันน่ะ เรื่องนี้ก็คุยกันมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ตกลงกันเป็นทางการ ก็นับเป็นว่าที่" 
"เห...." 

คู่หมั้น...

 

"อื~ม..."

กลับมาบ้านแล้วจิตใจก็ยังขุ่นมัวอยู่เลย อะไรกันนะ ความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลังนี่
พวกเรายังเป็นแค่นักเรียนม.ปลาย แต่ก็มีเพื่อนร่วมชั้นปีที่คิดถึงการแต่งงานอย่างจริงจังแล้ว เรื่องนี้ทำให้ฉันหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเอ็นโจก็เห็นกันมาตั้งแต่ชั้นประถม รู้สึกซับซ้อนแฮะ 
สำหรับฉัน เรื่องแต่งงานยังเป็นแค่เรื่องราวในอนาคตไกลแสนไกลเท่านั้น 

"อนาคตเหรอ"

ฉันนอนกลิ้งเกลือกไปมาบนเตียง
เอาแต่คิดถึงเรื่องตรงหน้า ไม่เคยคิดถึงเรื่องอนาคตอย่างจริงจังมาก่อนเลยน้า  ถ้าท่านพ่อกับท่านพี่พยายามแบบนี้จนหลีกเลี่ยงวิกฤติตกต่ำมาได้ บริษัทเจริญรุ่งเรืองต่อไป ฉันก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเลี้ยงดูครอบครัว ทำอะไรที่อยากทำได้ 
แต่ตรงนี้แหละปัญหา คือฉันไม่มีอะไรที่อยากทำไง ช่างเป็นเรื่องไร้ความฝันอะไรแบบนี้! 
แต่นี่อาจเป็นนิสัยที่บ่มเพาะมาแต่เด็ก ความคิดอยากทำงานในอาชีพที่มั่นคงยังรุนแรงอยู่  ให้ก้าวพลาดยังไงก็จะไม่ฝันว่าหนูจะเป็นไอดอล! เด็ดขาด  ข้าราชการนี่อาชีพในอุดมคติเลยล่ะ แต่ดูท่าคุณหนูบ้านคิโชวอินคงไม่ได้รับอนุญาตให้ไปทำงานเป็นข้าราชการท้องถิ่นหรอก... คราวหน้าลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่มั่นคงหลายๆ อย่างดูดีกว่า 

อนาคตเหรอ... 
เชอะ เพราะเอ็นโจเลยทำให้ฉันหนักใจไปด้วยเลย 


วันรุ่งขึ้น พอไปโรงเรียน ก็เห็นคาบุรากิชวนวาคาบะจังคุยอยู่ตรงเข้า หัดสนใจสายตารอบข้างบ้างซี่ คาบุรากิ!
พอวาคาบะจังหันมาเห็นฉัน ก็ยื่นเท้าออกมาเคาะพื้นเบาๆ ดังก๊อกๆ เหมือนจะอวดรองเท้าที่ให้ไป พอเห็นดังนั้น คาบุรากิก็ว่า "อะไรน่ะ ทาคามิจิ ซ้อมเต้นแท็ปหรือไง"
ตานี่บ้าไม่เปลี่ยนชวนให้อุ่นใจดีแท้ๆ 

สุดสัปดาห์นี้ฉันแวะไปห้องสมุดหลังหายไปนาน ไม่ได้มาเพราะมัวแต่ยุ่งกับการทำเบียทันนั่นแหละ นารุคุงยังอยู่ไหมน้า~ อ๊ะ อยู่ด้วย! 
ฉันหยิบหนังสือสอบคุณวุฒิไว้ในมือ นั่งลงที่นั่งข้างๆ นารุคุงที่โชคดีว่างอยู่พอดี
นารุคุงตั้งใจแก้โจทย์อยู่ ไม่ได้สนใจสายตาร้อนแรงของฉันเลย เฮ้อ ไม่มีอะไรพอให้ระบุข้อมูลส่วนบุคคลได้บ้างเหรอ
แต่จะหันไปจ้องตรงๆ ก็ไม่ได้ ฉันเลยแกล้งทำเป็นอ่านหนังสือขณะเหล่จนสุดสายตา เวลาแบบนี้ถ้ามีหน้าคนผุดขึ้นมาข้างหัวก็ดีน่ะสิ ตอนนี้แหละ ออกมาเลย สิวหน้าคน!  
หรือจะลองแกล้งๆ ทำปากกากลิ้งไปทางโน้นดีน้า ในการ์ตูนผู้หญิงชอบเล่นมุกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความรักเรื่อยเลยนี่นา
ไม่สิ นี่ฉันทำอะไรอยู่น่ะ ไม่ปฎิเสธหรอกนะว่าฉันมาห้องสมุดนี่ก็หวังจะเจอนารุคุง แต่ก็มาเพื่อค้นข้อมูลเพื่อจะได้คิดถึงอนาคตด้วยนะ 
เพื่ออนาคตที่มั่นคงในวันข้างหน้า น่าจะสอบให้ได้คุณวุฒิอะไรไว้ดีกว่านะ วุฒินักภาษี นักบัญชี ทนาย... อืม ฉันคงไม่ไหวแหงๆ ฉันชอบนั่งดูสมุดบัญชีธนาคารก็จริง แต่ก็อ่อนเลข ไม่มีความมั่นใจว่าแบกรับชะตาชีวิตคนทั้งคนได้ด้วย เอ งั้นจะเอาไงดีน้า ถ้าได้เป็นข้าราชการที่มีสวัสดิการเพียบพร้อมก็จะดีที่สุดละน้า 

แล้วในตอนนั้น นารุคุงที่นั่งข้างๆ ก็หยิบพวกชีทจากแฟ้มใสออกมาวางบนโต๊ะ หรือจะเป็นโอกาสได้ข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว!?
บนชีทที่ดูจะเป็นโจทย์ข้อสอบจากโรงเรียนที่ฉันแอบจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย มีชื่อโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งอยู่ นี่มันโรงเรียนเดียวกับอาโออิจังนี่นา! หรือว่านี่คือบุพเพ!?

ฉันหยิบมือถือออกมาเตรียมติดต่อหาอาโออิจังทันที แต่ก็เจอเมล์จากท่านไอระส่งมาว่า "ความรักครั้งใหม่ของมาซายะ!?" เข้าเสียก่อน  
 
---------------------------------

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
แรกๆ เหมือนจะสลด หลังๆ มานั่งเหล่หนุ่ม ท่านเรย์ก่า!

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET