[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 161 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.161 - ตอนที่ 161


161.


"มีอะไรหรือเปล่าคะ มิซึซากิคุง" 

ในหัวฉันควานหาเหตุผลที่ไปทำให้นายตัวสำรองขุ่นเคือง คงเป็นอะไรเกี่ยวข้องกับ Pivoine ละมั้ง
พอออกมาที่ทางเดินกับฉันแล้ว นายตัวสำรองก็ส่งสายตาเข้มงวดไปทางห้องนิทรรศการงานฝีมือ เลื่อนตัวเหมือนจะมาบังฉันไว้ แล้วถามว่า "เป็นอะไรหรือเปล่า"  เป็นอะไร? อะไรล่ะคะ?

"พูดเรื่องอะไรคะ"
"...โดนพวกนั้นขู่เข็ญอะไรหรือเปล่า"
"ห๊ะ?" 

ขู่เข็ญ? ฉันเนี่ยนะโดนพวกอุเมวากะคุงขู่เข็ญ? 
 
"เอ่อ ทำไมถึงคิดแบบนั้น..."
"ฉันเห็นกลุ่มนั้นใช้คูปองที่มีตราประทับของ Pivoine ก็เลยนึกสงสัยนิดหน่อย คราวนี้พอมาลองตรวจตราแถวนี้ก็เห็นเธอโดนพวกนั้นเซ้าซี้ขออะไรอยู่ เห็นท่าไม่ค่อยดีเลยเข้าไปขวางไว้ก่อน"
"อ้อ...."  

แบบนี้นี่เอง ไม่ใช่แค่ตั๋วเข้างาน ตราโบตั๋นแดงบนคูปองมันเด่นสะดุดตาสินะ พวกนร.ม.ปลายชายผมสีน้ำตาลเจาะหูนี่ดูยังไงก็ไม่น่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับ Pivoine นี่นะ  

"คิโชวอิน ถ้าเธอโดนพวกนั้นขู่เข็ญแล้วปฎิเสธไปไม่ได้ ฉันจะเป็นคนพูดให้เอง"
"เอ่อ มิซึซากิคุง ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรผิดอยู่นะคะ พวกนั้นทุกคนเป็นเพื่อนของฉันเองค่ะ"
"เพื่อน? พวกนั้นน่ะเหรอเป็นเพื่อนคิโชวอิน?" 

นายตัวสำรองทำหน้าสงสัยแบบออกหน้าออกตา 
อื้อ เพื่อน จริงอยู่ที่ช่วงที่เจอกันแรกๆ ในคอร์สเรียนพิเศษหน้าร้อนเมื่อปีที่แล้ว ฉันรู้สึกว่าหนวกหูน่ารำคาญวุ่นวายชะมัด แต่ถึงจะทำเมินเฉยไปเรื่อยๆ พวกอุเมวากะคุงก็ยังชวนฉันคุยด้วยรอยยิ้ม เห็นฉันเป็นพวกเดียวกัน ตอนนี้ฉันคิดว่าพวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ นะ 

"คิโชวอิน นี่เธอโดนหลอกอยู่หรือเปล่า นักเรียนซุยรันโตมาแบบไข่ในหินกันทั้งนั้น เลยตกเป็นเหยื่อพวกกุ๊ยได้ง่าย เธออาจจะแค่ไม่รู้ตัว..."
"เดี๋ยวก่อน มิซึซากิคุง" 

พวกอุเมวากะคุงกลายเป็นแก๊งเหลือขอไปแล้วโดยสมบูรณ์ในสายตานายตัวสำรอง แต่ดูให้ดีสิ ตุ้มหูเงินแบบจิ๊กโก๋นั่นความจริงแล้วเป็นรูปอุ้งตีนหมานะ แล้วพวกอุเมวากะคุงก็ไม่ได้แต่งตัวโทรมๆ ซักหน่อย ฉันว่าก็ดูดีออก หรือว่าพอมีอคติฝังใจไปแล้วเลยมองเห็นแต่ด้านลบหรือเปล่านะ 

"ดูเหมือนจะทำให้เป็นห่วงไปแล้ว แต่ฉันไม่ได้โดนขู่เข็ญอะไรเลยจริงๆ นะคะ ฉันเรียนพิเศษที่เดียวกับพวกเขาก็เลยสนิทสนมกัน แต่ที่ผ่านมาฉันก็ไม่เคยเลี้ยงอะไรพวกเขาเลย เป็นความสัมพันธ์แบบเท่าเทียมกัน แถมพวกเขายังอุตส่าห์รวมตัวกันมาชมนิทรรศการชมรมงานฝีมือของฉันทั้งที่อยู่ในช่วงปิดเทอมหน้าร้อนแบบนี้ ไม่รู้ว่ามิซึซากิคุงมองพวกเขายังไง แต่พวกเขาน่ะคะแนนดีเรียนเก่งกว่าฉันอีกนะคะ" 

ใช่แล้ว พวกอุเมวากะคุงรู้ว่าฉันเป็นคุณหนูของซุยรัน แต่ก็ไม่เคยมาขอให้เลี้ยงอะไร ส่วนอุเมวากะคุงถึงกับเลี้ยงขนมหวานชื่อดังของร้านสะดวกซื้อตอบแทนสำหรับกระเป๋าของเบียทริชในวันต่อมาด้วยนะ 

"แล้วที่เขาเซ้าซี้อยากได้เมื่อกี้ เป็นตุ๊กตาสุนัขที่ฉันทำขึ้นน่ะค่ะ พอดีว่าใช้สุนัขแสนรักของเขาเป็นต้นแบบ แล้วทำออกมาได้เหมือนมากเขาก็เลยอยากได้ คงทำให้มิซึซากิคุงเข้าใจผิดสินะคะ"
"ตุ๊กตา...?" 
"ใช่ค่ะ เขาบอกว่าอยากเห็นตุ๊กตาที่ทำขึ้น ฉันก็เลยเชิญพวกเขามางานเทศกาลโรงเรียนวันนี้ อย่างที่รู้กัน คูปองที่สมาชิก Pivoine ได้รับน่ะมีปริมาณเยอะแยะจนใช้คนเดียวไม่หมด ฉันก็เลยแบ่งให้พวกเขาแค่นั้นเองค่ะ" 

ฉันกลับเข้าไปใกล้ๆ ห้องนิทรรศการลองส่องดูข้างใน อุเมวากะคุงยังซุกหน้าลงไปในตัวเบียทันแม้จะโดนพวกคิตะซาวะคุงห้ามไว้  อื~ม ลงอีแบบนี้ ถ้าไม่ยกให้คงไม่ยอมขยับไปไหนละมั้ง
นายตัวสำรองมองดูท่าทีของพวกอุเมวากะคุงจากด้านหลังของฉัน เห็นแบบนั้นแล้วดูเหมือนเขาจะยอมเข้าใจได้
อ๊ะ นายตัวสำรอง นี่ตกใจกับท่าทีของนายบ้าหมาเหรอ แต่แค่นี้ยังกระจอกนะ เดี๋ยวเอาเมล์ที่เบียทันส่งมาหาให้ดูมั้ย แต่ถ้าเอาให้อ่าน เขาอาจรู้สึกถึงภยันตรายใกล้ตัวในความหมายที่ต่างออกไป เข้ามากีดกันไม่ให้พวกเราคบหาเป็นเพื่อนกันก็ได้
 
"เท่านี้พอจะคลายความเข้าใจผิดได้หรือยังคะ"
"...ขอโทษทีนะ ที่เข้าใจผิดเกิดสงสัยในตัวเพื่อนคิโชวอิน  แต่ฉันมีหน้าที่ต้องปกป้องนักเรียนซุยรันในฐานะที่เป็นประธานนักเรียน" 
"นั่นสินะคะ ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ก็เกินคาดเหมือนกันนะคะ ที่ประธานนักเรียนอุตส่าห์เป็นห่วงสมาชิก Pivoine อย่างฉันด้วย"
"จะเป็น Pivoine หรืออะไรก็ไม่เกี่ยว ถ้านักเรียนซุยรันลำบาก ประธานก็ต้องช่วยเหลือ" 
"...แม้อีกฝ่ายจะเป็นประธาน Pivoine น่ะหรือคะ"
"แน่นอนอยู่แล้ว"  

นายตัวสำรองพยักหน้าด้วยดวงตาปราศจากความลังเล
หื~ม ทั้งที่โดนท่านประธานว่าเจ็บๆ ไปซะขนาดนั้น แถมยังโดนฝั่งโรงเรียนตักเตือนอย่างเข้มงวด ตัวเองก็คงรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมมากๆ  ถ้าฉันอยู่ในจุดเดียวกับนายตัวสำรองละก็รับรองว่าไม่มีทางยื่นมือมาช่วยเด็ดขาด
พอคิดแบบนี้แล้ว ก็รู้สึกว่านายตัวสำรองนี่ยิ่งใหญ่สมกับเป็นประธานนักเรียนเหมือนกันนะ ต้องมองใหม่แล้วล่ะ 

"ความเข้าใจผิดก็คลี่คลายแล้ว ฉันกลับไปทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์นะคะ"
"เข้าใจแล้ว  ถ้าท่าทางของฉันทำให้พวกเขาเกิดความไม่พอใจก็ฝากขอโทษด้วย"
"ทราบแล้วค่ะ"
"แล้วก็นะ คิโชวอิน ครั้งก่อนฉันปล่อยไป แต่ห้ามเอาพัดนั่นมาโรงเรียนแล้วนะ นั่นมันอาวุธพิฆาตชัดๆ"  
 
เอ๋~! ก็แค่พร็อบประจำตัวโรโคโค่เองน้า
พอกลับมาที่ห้องนิทรรศการ พวกคุณโมริยามะก็ว่า "คนเมื่อกี้ก็เท๊ห์เท่ห์! ใครน่ะ คนรู้จักหรือเปล่า ซุยรันนี่มีแต่หนุ่มหล่อๆ เต็มไปหมดเลยนะ"  คุณโมริยามะ แล้วอุเมวากะคุงล่ะ... 

อุเมวากะคุงคนนั้นยังกอดตุ๊กตาแน่นหันมาทางฉันร้องว่า "จะทำให้เด็กคนนี้มีความสุขเองนะ!" ยังเว้าวอนขอรับไปเป็นบุตรบุญธรรมเหมือนตะกี้เปี๊ยบ ฉันเลยยอมๆ ให้ บอกว่า "งั้นรอจบงานเทศกาลโรงเรียนก่อนนะ" 
อุเมวากะคุงดีใจสุดขีด จูบตุ๊กตาเป็นการอำลาชั่วคราวก่อนจะยอมปล่อยมือในที่สุด เห็นว่าเดี๋ยวจะไปต่อกันที่พลาเนทาเรี่ยมของชมรมวิทยาศาสตร์ รู้สึกคุณโมริยามะจะเลิกสนใจอุเมวากะคุงแล้วโดยสิ้นเชิง ก็ช่วยไม่ได้นะ... สาวม.ปลายที่จะยอมรับผู้ชายที่ถวายความรักทั้งมวลให้ตุ๊กตาที่เหมือนหมาแสนรักนี่คงหาไม่ได้ง่ายๆ หรอก 
พอพวกอุเมวากะคุงออกไปแล้ว มินามิคุงก็พึมพำอยู่ในห้องนิทรรศการที่เงียบงันว่า "คนพวกนั้นสุดยอดยังไม่รู้นะครับ..."  ขอโทษนะจ๊ะ
 

ได้เวลาเปลี่ยนผลัดประชาสัมพันธ์ของชมรมงานฝีมือแล้ว ฉันเลยไปรวมกลุ่มเดินเที่ยวงานเทศกาลโรงเรียนกับพวกเซริกะจัง 

"ท่านเรย์กะ วันนี้ท่านคาบุรากิก็ไปคาเฟ่ห้องท่านเอ็นโจ ไปทานคุกกี้ฝีมือคุณทาคามิจิอีกแล้วนะคะ..."
"แหม งั้นเหรอคะ" 

คาบุรากิคนนั้นน่ะเหรอ... ถ้างั้นก็เป็นอันแน่นอนแล้วสินะ งานเทศกาลโรงเรียนจบเมื่อไหร่คงไม่แคล้วเกิดเรื่องวุ่นวายอีก...
 แต่ยังไงตอนนี้ก็เพลิดเพลินกับงานเทศกาลก่อนดีกว่า พวกนายอุเมวากะบอกว่า Piadina อร่อยคุ้มค่าเข้าคิวไม่ใช่เหรอ ลองไปดูดีกว่า ฉันเลยชวนพวกเซริกะจังไปงานออกร้านของชมรมฟุตบอลนอกอาคาร พอหัวหน้าชมรมเห็นฉันเข้าก็ร้องว่า "ไม่เอาเงินครับ!" แล้วยัดเยียดของขายให้ พอไปร้านของชมรมเบสบอลกับชมรมบาสฯ ก็เจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน  
เอ๋ งี้ก็เหมือนฉันเป็นเจ้าถิ่นมารีดไถค่าคุ้มครองเลยน่ะสิ 
เก็บพัดไว้ก่อนตามที่นายตัวสำรองว่าดีกว่า ... 
 
พอกลับมาที่ห้อง ฉันก็เปลี่ยนชุดกลับเป็นชุดจีนออกรับแขกที่คาเฟ่ "สูฝู"  เอ้า! เวลาที่เหลือมาขายๆ กันให้หมดไปเลย! อ้าว พวกอุเมวากะคุงไม่ยอมแวะมาอุดหนุนคาเฟ่"สูฝู" เลยเหรอ  เชอะ พวกนี้นี่ไม่รู้จักช่วยเหลือเพื่อนฝูงมั่งเลย 

"กรี๊ด! ท่านคาบุรากิกับท่านเอ็นโจละค่ะ!"

พอพวกคาบุรากิเข้าร้านมา พวกสาวๆ ก็วี้ดว้ายกันใหญ่ มาทำอะไรยะ อ้อ ก็ต้องมาดื่มชาสิเนอะ 
ในร้านเอะอะขึ้นทันที แต่เพราะสองคนนั้น ลูกค้าสาวๆ เลยเพิ่มขึ้นพรวดพราด อืม  ควรจะขอบคุณสินะ
ตอนแรกนึกว่ามากันแค่สองคน แต่ยูกิโนะคุงโผล่หน้าแพลมออกมาจากข้างหลังเอ็นโจ ฉันเลยคึกคักขึ้นทันตาเห็น 

"สวัสดี คุณคิโชวอิน ยูกิโนะบอกอยากมาเลยพามาหาแน่ะ วันนี้เป็นโกวเนี้ยน้อยน่ารักเชียวนะ" 
"สวัสดีฮะ คุณพี่เรย์กะ!"
"สวัสดีจ้า~ ยูกิโนะคุง ดีใจจังที่แวะมา! ยินดีต้อนรับค่ะ ท่านคาบุรากิ ท่านเอ็นโจ แล้วนี่ท่านเอ็นโจไม่ไปดูแลคาเฟ่ห้องตัวเองจะดีเหรอคะ"
"วันนี้ห้องผมคนเต็มตั้งแต่เช้าก็เลยขายของหมดแล้วล่ะ ปิดร้านเรียบร้อยไปแล้ว"
"แหม มันช่าง..."

เชอะ อิทธิฤทธิ์เอ็นโจสินะ ร้านเรายังของเหลืออยู่เลยนะ แต่ถ้าขายเหลือเดี๋ยวคนในห้องก็แบ่งกันเอากลับไปเอง

"อะไรน่ะ คิโชวอิน ข้างหลังไม่มีลายมังกรเรอะ ระวังจะเก็บไม่ครบซีรี่ส์นะ"
"ฉันไม่มีความทะเยอทะยานพิสดารแบบนั้นหรอกค่ะ..." 

เดี๋ยวเหอะ! อย่ามาพูดอะไรประหลาดๆ ต่อหน้ายูกิโนะคุงนะ! อย่าทำเป็นแอบหัวเราะจนไหล่สั่นนะเอ็นโจ! ตกลงกระต่ายเมื่อวานนี่แซวกันเล่นจริงๆ สินะ 

คาบุรากิสั่งชาทิกวนอิม เอ็นโจสั่งชาเก๊กฮวย ยูกิโนะคุงสั่งชาบุปผาคลี่ ขนาดชาที่เลือกดื่มยังบอกนิสัยเลย ถึงจะแกล้งกัน แต่เมื่อวานฉันก็ได้บริการพิเศษเป็นคาปูชิโน่ลาเต้อาร์ทที่ความจริงต้องมีตั๋วคิวถึงจะได้ ก็เลยแถมขนมเปี๊ยะไปกับน้ำชา แต่คาบุรากิบอกว่า "วันนี้ไม่เอาของหวานแล้ว..." แล้วก็ไม่แตะต้องเลย  คาบุรากิ นี่คงทานคุกกี้ที่ร้านวาคาบะจังมาเต็มที่สินะ แต่ก็ยังไม่ยอมให้ขนมเปี๊ยะที่ฉันยกมาเสิร์ฟเสียเปล่า เอาเก็บใส่ลงในกระเป๋าเครื่องแบบด้วย สงสัยจะเอากลับไปทานทีหลัง หมอนี่ก็เคร่งระเบียบเกินคาดเหมือนกันนะ 

ยูกิโนะคุงยิ้มแป้นมองดูดอกไม้บานในน้ำร้อน ฉันพลอยยิ้มแย้มไปด้วย ยูกิโนะคุง จะทานเต้าฮวยด้วยไหมจ๊ะ
ฉันพูดคุยกับยูกิโนะคุงเป็นหลักจนเวลาผ่านไป พอดื่มชาเสร็จก็ได้เวลาที่ทั้งสามจะกลับ ฉันออกไปส่งถึงตรงทางเดิน 

"วันนี้ได้มาเที่ยวสนุกจังฮะ คุณพี่เรย์กะ"
"พี่ก็ดีใจที่ได้เจอยูกิโนะคุงนะจ๊ะ" 

เอะเฮะเฮะ เราสองคนยิ้มให้กัน ทำไมเทวดาน้อยน่ารักแบบนี้ถึงโตมากับเอ็นโจจอมเจ้าเล่ห์ได้นะ 
 คาบุรากิบอกว่ามีงานเลี้ยงปิดงานของห้อง เลยต้องกลับไปที่บ้านผีสิงก่อน  นายนี่ก็ช่างเอาใจใส่เกินคาดเหมือนกันนะ
ความจริงฉันแค่ออกมาส่ง แต่มัวคุยกับยูกิโนะคุงเพลิน ก็เด็กมันน่ารักนี่นา เอ็นโจก็ยิ้มๆ คอยฟังบทสนทนาของพวกเราไปด้วย
แล้วเสียงผู้หญิงก็ดังขึ้น

"ชู" 

ชู ?  
 
พอเหลียวไปตามปฎิกริยาตอบรับ ก็เห็นตาไก่โง่คาซึรางิกับผู้หญิงผมดำยาวประบ่าร่างอ้อนแอ้นยืนอยู่ เอ๋ ใครน่ะ  

"ยุยโกะ" 

เอ็นโจที่ถูกเรียกชื่อว่าชูทำหน้าสะดุ้งหน่อยๆ  คนรู้จักของเอ็นโจเหรอ  
เอ็นโจยิ้มให้เธอคนนั้นอย่างอ่อนโยนแล้วเดินเข้าไปหาทั้งคู่ ส่วนยูกิโนะคุงที่ยืนอยู่ข้างๆ บีบมือฉันแน่น อื๋อ? มีอะไรเหรอ ยูกิโนะคุง

"ทำไมยุยโกะถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ"
"ได้ยินว่าชูทำลาเต้อาร์ทในงานเทศกาลโรงเรียน ก็เลยให้ฮารุพามาน่ะ แต่สงสัยจะมาช้าไปละมั้ง"

เธอคนนั้นเอียงคอบางๆ ผิวขาวผ่องและดวงตากลมโตหยาดเยิ้มไหวระริก เป็นผู้หญิงที่เห็นแล้วยากจะลืม
ผู้คนที่ยังเอะอะกันอยู่ที่ทางเดินเมื่อครู่เงียบกริบ มองคุณยุยโกะเป็นตาเดียวกัน กระทั่งหนุ่มน้อยคาซึรางิที่ชอบร้องกระโต๊กกระต๊ากยังสงบเสงี่ยมผิดกันเป็นคนละคน 

"ร้านของห้องเราปิดไปก่อนหน้านี้ซักพักแล้วล่ะ แต่แค่ลาเต้อาร์ท ไม่เห็นต้องมาถึงงานโรงเรียนเลยนี่นา ที่บ้านก็วาดอะไรที่ยุยโกะชอบให้ได้ทุกอย่างเลยนะ"
"จริงเหรอ งั้นครั้งหน้าช่วยทำให้หน่อยนะ"
"รับทราบ" 
 
เอ็นโจกับคุณยุยโกะเปล่งบรรยากาศสนิทสนมเป็นส่วนตัว นี่มันอะไร...

"ยูกิโนะ จะกลับกันหรือยัง ยุยโกะจะเอายังไงเหรอ"
"นั่นสินะ... ฉันกลับด้วยกันกับชูดีกว่า ถ้าชูไม่อยู่ก็ไม่สนุกน่ะสิ" 

เมื่อถูกเรียกชื่อ ยูกิโนะคุงก็ปล่อยมือฉัน เดินไปหาพี่ชายด้วยสีหน้าแข็งขืนอย่างบอกไม่ถูก 

"คุณคิโชวอิน งั้นวันนี้ขอบคุณมากนะ"
"ขอบคุณค่ะ ท่านเอ็นโจ ลาก่อนนะ ยูกิโนะคุง"
"ลาก่อนฮะ คุณพี่เรย์กะ" 

คุณยุยโกะเหลือบมองฉัน ยิ้มบางๆ แล้วคล้องแขนตัวเองเข้ากับแขนเอ็นโจอย่างเป็นธรรมชาติ เดินไปตามทางเดิน
ฉันเหม่อมองตาม หนุ่มน้อยคาซึรางิผู้สงบเสงี่ยมผิดกันเป็นคนละคนพุ่งเข้ามาหา แล้วกระซิบข้างหูฉันว่า "คุณยุยโกะเป็นคนรักของคุณเอ็นโจนะ" ก่อนจะไล่ตามสามคนนั้นไป
เมื่อทั้งสี่คนหายลับไปจากสายตา  ทุกคนในที่นั้นก็เริ่มเอะอะราวกับระเบิดลง 

"คนนั้นใครกันน่ะ!" 
"หรือว่าจะเป็นแฟนของท่านเอ็นโจ!?"
"แต่ไม่เคยยินเรื่องแบบนั้นเลยนะ!"
"สวยเป็นบ้าเลย คุณยุยโกะเหรอ... จะได้เจออีกมั้ยน้า..."
 
แล้วพวกอุเมวากะคุงที่ไปเพลิดเพลินกับพลาเนทาเรี่ยมก็หลั่นล้ากลับกันมาพอดีโดยไม่ได้ดูบรรยากาศเลย

"อ๊ะ! คุณคิโชวอิน! แต่งชุดจีนด้วยล่ะ! ขอถ่ายหน่อยๆ!"
"ชุดจีนกับผมม้วนนี่ก็แหวกแนวดีนะ"  
 
พวกอุเมวากะคุงเฮฮาถ่ายรูปฉันกันสบายใจเฉิบ ฉันชักรู้สึกหมดอาลัยตายอยากเลยโพสต์ท่าให้ถ่ายไปเรื่อยๆ ตามแต่จะสั่ง 

"คราวหน้าลองให้เบียทริชของฉันแต่งชุดนี้ดูมั่งดีไหมน้า..."

ก็เชิญตามสบายสิคะ 


 ---------------------------------

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
เสริ์ฟชาใบบัวบกให้ลูกเรือเอ็นโจ พักนี้บอบช้ำกันเหลือเกิน... สู้มั้ย! 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET