[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 158 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.158 - ตอนที่ 158


158.

คาบุรากิผู้ไม่แตะต้องช็อกโกแลตวาเลนไทน์ทำเองมาตั้งแต่สมัยประถม ไม่ยอมรับขนมหรืออาหารที่ทำในชั่วโมงคหกรรม กลับทานคุกกี้ทำเองที่ยกมาเสิร์ฟในงานออกร้านในงานเทศกาลของโรงเรียน หนำซ้ำยังอุตส่าห์เรียกคนทำออกมาชมต่อหน้าว่า "อร่อยดี" เผยให้เห็นรอยยิ้มที่พวกผู้หญิงแทบไม่ได้เห็น 
เหตุการณ์นี้สั่นคลอนซุยรันยิ่งกว่าตอนที่สองคนนั้นมาโรงเรียนพร้อมกันตอนพิธีเปิดภาคเรียนในเทอมนี้เสียอีก  
ที่ผ่านมา ข้อยกเว้นสำหรับจักรพรรดิผู้เกลียดของทำมือมีเพียงของที่่ท่านยูริเอะเป็นคนทำ หนำซ้ำพอสาวๆ ที่เปิดร้านอยู่ที่อื่นนึกว่าจักรพรรดิอาจจะเปลี่ยนรสนิยมแล้วก็ได้!? จึงแห่แหนกันเอาของที่ตัวเองทำมาให้จักรพรรดิลองทานจนมืดฟ้ามัวดิน แต่จักรพรรดิก็ตอบห้วนๆ เพียง "ฉันไม่กินของทำมือ" เหมือนเดิม ถ้างั้นคุกกี้นั่นมันอะไรกันล่ะ!? ข่าวลือแพร่ลุกลามอย่างรวดเร็วเป็นไฟไหม้ฟาง เมื่อไม่กล้าถามเจ้าตัว สาวๆ หลายคนจึงหันไปพึ่งหมอดูแทน
 
วาคาบะจังเลยพลอยซวยตกเป็นเป้าสายตาอาฆาตแค้น กลายเป็นศัตรูของพวกผู้หญิงไปอีกรอบ แม้ทุกคนจะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่ก็คงคาดการณ์ไว้ในใจเหมือนกับฉันว่า หรือว่าจักรพรรดิจะ... แฟนๆ ของคาบุรากิคงเริ่มร้อนรนกันขึ้นมาแล้วล่ะ   
พวกสาวๆ แห่กันมาลองทานคุกกี้ที่จักพรรดิทานที่คาเฟ่ของวาคาบะจัง แล้วก็ตำหนิวาคาบะจังว่า "ไม่เห็นอร่อยอะไรนักหนา" "คุกกี้รสชาติแค่นี้ ถึงจะมีคนชมก็อย่าเหลิงไปเชียวนะ" ก่อนจากไป แต่ฉันว่าอร่อยดีออกนะ เอาเถอะ สำหรับเด็กพวกนั้นแล้ว รสชาติจะเป็นไงคงไม่เกี่ยวละมั้ง 

นอกจากคดีคุกกี้ของวาคาบะจังกับจักรพรรดิแล้ว ในงานเทศกาลโรงเรียนยังฮือฮากันด้วยเรื่องเล็กๆ อีกเรื่อง เรื่องที่เอ็นโจทำลาเต้อาร์ทให้ฉันน่ะ  

"ได้ยินว่าท่านเอ็นโจบริการลาเต้อาร์ทพิเศษให้ท่านเรย์กะคนเดียวล่ะ ความจริงถ้าไม่มีบัตรคิวก็ไม่ได้หรอกนะ!"
"แหม หรือว่าท่านเอ็นโจจะคิดอะไรกับท่านเรย์กะ!?" 

ข่าวลือทำนองนั้นแว่วมาเข้าหู รบกวนกันชัดๆ 
พวกรุเนะจังที่ไปคาเฟ่ด้วยกันก็พากันกรี๊ดกร๊าดว่า "บริการให้ท่านเรย์กะคนเดียว น่าอิจฉาจังค่ะ!" "แถมเป็นภาพกระต่ายน่ารักด้วยนะคะ"

"ท่านเอ็นโจคงอยากหยอกเล่นเท่านั้นกระมังคะ"
"ไม่จริงหรอกค่ะ เป็นความอ่อนโยนของท่านเอ็นโจต่างหาก"

อ่อนโยนบ้าอะไรกันเล่า ฉันว่าเอ็นโจใช้ฉันเป็นตัวล่อดึงความสนใจจากคนอื่นๆ ที่กำลังจับตามองสองคนนั้นเป็นตาเดียวจากพฤติกรรมเกินคาดของคาบุรากิต่างหาก  
แล้วลาเต้อาร์ทนั่นก็วาดขำๆ เพราะได้ยินเรื่องซีรี่ส์นักษัตรจากคาบุรากิละสิท่า ต้องใช่แหงๆ หมอนั่นเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว รอยยิ้มนั่นก็เป็นรอยยิ้มแบบนั้นแหละ 

ลาเต้อาร์ทรูปกระต่ายวาดมาน่ารักเชียวนะ มือสมัครเล่นเป็นคนทำแท้ๆ  ฉันหมั่นไส้จัด เลยเอาช้อนคนๆ ให้เละไปเลยโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของใครๆ  ฉันไม่มีความทะเยอะทะยานบ้าบอคอแตกแบบเก็บซีรี่ส์นักษัตรอะไรนั่นให้ครบหรอกนะ! 
ให้ตายสิ... งานเทศกาลที่น่าจะสนุกสนานป่นปี้ตั้งแต่วันแรกเพราะฝีมือตาพวกนั้นแท้ๆ 
 

งานเทศกาลโรงเรียนวันที่สอง เป็นวันเปิดให้คนนอกเข้าชมด้วยระบบตั๋ว 
ปีที่แล้วอุเมวากะคุงก็ว่าอยากมาเที่ยวงานเทศกาลโรงเรียนเหมือนกัน แต่ฉันติดหูแกะ แถมถ้าหมอนั่นมาพูดอย่างไม่มีเจตนาร้ายว่าฉันเหมือนหมาแสนรักที่ซุยรันจะลำบากเปล่าๆ ก็เลยปฎิเสธไปอย่างสุภาพ แค่ปีนี้เขาอุตส่าห์ให้ความร่วมมือกับการทำตุ๊กตาเบียทัน แถมทำท่าจะรอลุ้นของจริงเอามากๆ ฉันก็เลยให้ตั๋วไป แล้วกำชับไปด้วยว่าห้ามพูดว่าฉันเหมือนหมาแสนรักที่ซุยรันเด็ดขาด 
 
นอกจากตั๋วเข้างานแล้ว ฉันยังส่งคูปองที่ใช้ในงานให้พวกอุเมวากะคุงไปอีกหลายใบ  ในงานเทศกาลโรงเรียนซุยรันไม่มีการใช้เงินสด จึงต้องซื้อคูปองที่ทำเป็นแบงค์ปลอมไว้ล่วงหน้า ส่วนใน Pivoine ทุกปีจะมีการซื้อคูปองปริมาณมากมายไว้อยู่แล้วเพื่อเป็นการบริจาคเงินให้แก่โรงเรียน จากนั้นก็จะนำคูปองที่ซื้อมาแจกจ่ายให้กับสมาชิก แต่จำนวนมันก็มากเกินกว่าจะใช้คนเดียวหมด ของฉันนี่เหลือทิ้งแทบทุกครั้ง คราวนี้พวกอุเมวากะคุงจะมาเที่ยวด้วย ฉันก็เลยแบ่งให้พวกเขาห้าคนอย่างเท่าเทียมกัน 

พวกอุเมวากะคุงดีอกดีใจกับคูปองที่ได้รับ แต่ก็เป็นห่วงว่าแล้วฉันจะมีพอใช้หรือเปล่า สบายมาก นอกจากส่วนที่ได้รับแจกจาก Pivoine แล้ว ยังมีส่วนคูปองส่วนที่ได้รับตอบแทนเงินบริจาคจากผู้ปกครองอีกต่างหาก ฉันงี้มีเหลือเฟือเลยล่ะ ไม่พอเมื่อไหร่ก็มาบอกได้นะคะ
อุตส่าห์ได้มาเที่ยวทั้งที เชิญสนุกสนานกันให้เต็มที่ไปเลยนะ 
 
เนื่องจากมีแขกจากข้างนอกมากันเต็ม วันที่สองของงานเทศกาลนี่จะยุ่งกว่ามากๆ เลยล่ะ คาเฟ่ชาจีน "สูฝู” ก็มีลูกค้าที่เดินเที่ยวงานจนเหนื่อยเข้ามาแวะพักอยู่เรื่อยๆ ขายดิบขายดี
แล้วมาโอะจังก็พาคุณอิชิโนะคุระกับยูริคุงมาเที่ยวด้วย 

"ท่านพี่เรย์กะ"
"ยินดีต้อนรับจ้ะ มาโอะจัง ยูริคุงกับคุณอิชิโนะคุระด้วย"  

บนศีรษะมาโอะจังที่แต่งตัวสวยเช้งมีเครื่องประดับทำจากแก้วที่ท่านอิมาริซื้อให้ตอนหน้าร้อนสั่นไหวดังกรุ๊งกริ๊ง สวมเครื่องประดับที่ได้เป็นของขวัญจากชายอื่นมาเดทกับแฟนตัวจริงเนี่ย มาโอะจังนี่ก็ร้ายเหมือนกันนะ! 

"ท่านพี่เรย์กะ ชุดจีนน่ารักจังเลยค่ะ เนอะ ยูริคุง ท่านอาฮารุโตะ" 
"อื้อ"
"จริงด้วยเนอะ มาโอะ เหมาะมากเลยละครับ คุณเรย์กะ"
"แหม ขอบคุณค่ะ" 

มาโอะจัง ยังเรียกคุณอิชิโนะคุระว่าท่านอาอยู่จริงๆ ด้วย สงสัยว่าจะเผลอเรียกจนติดปากไปแล้วล่ะมั้ง
นั่งโต๊ะแล้ว มาโอะจังกับยูริคุงก็แบ่งเต้าฮวยกับพุดดิ้งงาดำกินกันอย่างสนิทสนม มุ้งมิ้งดีจริงๆ  

"ก่อนหน้านี้คุณอิชิโนะคุระพาไปเที่ยวไต้หวัน ฉันก็เลยได้ไอเดียที่พอจะเป็นประโยชน์กับคาเฟ่ชาจีนในครั้งนี้ด้วย ต้องขอบคุณมากเลยนะคะ" 
"อ้อ ไต้หวันเหรอ คิดถึงจังเลยนะ เสี่ยวหลงเปาตอนนั้นอร่อยดีเนอะ เดี๋ยวนี้ทั้งมาโอะทั้งคุณเรย์กะไม่ยอมไปกินข้าวด้วยกันเลย ผมเหงานะ" 
 "ก็ท่านอาฮารุโตะมีคุณเอริกะอยู่แล้วทั้งคนนี่นา" 

ว่าแล้วมาโอะจังก็งอนบุ่ยหันหน้าไปอีกทาง ทิ้งให้คุณอิชิโนะคุระยิ้มแห้งๆ อย่างลำบากใจ 

"น่านะ มาโอะจัง เลิกเรียนว่าท่านอาเถอะน้า คุณอิชิโนะคุระช็อกแทบแย่เลยนะที่โดนมาโอะจังเรียกว่าท่านอาน่ะ"
"ก็แหม..." 
 
มาโอะจังทำแก้มพองด้วยความโมโห ฉันเลยเผลอหัวเราะคิกในความน่ารักน่าเอ็นดู

"มา~ โอะ~ จัง~" 
"........"
"ความจริงมาโอะจังก็ชอบ "ท่านพี่ฮารุโตะ" มากเลยใช่ม้า"
"....ก็ได้ หนูจะยกโทษให้ก็ได้ ยกให้เป็นพิเศษเพราะท่านพี่เรย์กะช่วยพูดให้หรอกนะคะ ท่านพี่ฮารุโตะ!" 

น่ารักอะไรอย่างงี้้น้า มาโอะจัง! ยูริคุงก็ลูบหัวมาโอะจังเป็นเชิงชมเชยด้วย คุณอิชิโนะคุระทำหน้าปลื้มสุดขีดที่หลานสาวสุดที่รักยอมกลับมาเรียกว่าท่านพี่อีกครั้ง 

"ขอบคุณนะ คุณเรย์กะ วันนี้ดีจริงๆ ที่มา"
"จริงเหรอคะ อ๊ะ มาโอะจัง ไว้มีเวลาแวะมาเที่ยวบ้านพี่บ้างนะ ท่านพี่ก็บอกว่าอยากเจอมาโอะจังด้วยล่ะจ้ะ"
"ว้าว! หนูก็อยากเจอท่านพี่ทาคาเทรุเหมือนกันค่ะ! ท่านพี่ฮารุโตะ ที่หนูเคยเล่าให้ฟังไงละคะ ท่านพี่ทาคาเทรุน่ะวิเศษมากๆ เลยละค่ะ!"
"เห งั้นเหรอ..." 

รอยยิ้มของคุณอิชิโนะคุระแข็งค้างไปนิดหน่อย อุเคะเคะ  อ๊ะ ยูริคุงพลอยทำหน้าเบี้ยวไปด้วยเลย พลาดไปหน่อย ขอโทษนะ ยูริคุง 
พวกมาโอะจังบอกว่าเดี๋ยวจะไปดูงานออกร้านห้องริรินะต่อ ยัยริรินะมีหวังคว้าตัวมาโอะจังไปอวดใครๆ ว่านี่น้องสาวชั้นเองไปทั่วแหงๆ  


รายต่อไปที่แวะมาเที่ยวคือซากุระจังกับอาคิสะวะคุง
ก่อนหน้านี้ซากุระจังเคยพูดไว้ว่าจะมาสังเกตการณ์ศัตรูหัวใจในชมรมกรีฑา แล้วก็จะไปตระเวณดูงานออกร้านสำคัญๆ ของเด็กม.4 ให้ทั่วจะได้รู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร แต่ซากุระจังในวันนี้เล่นบทสาวงามชาวญี่ปุ่นผู้ใสซื่อบริสุทธ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ส่อแววให้ความคิดน่าสะพรึงกลัวในใจหลุดรอดออกมาได้แม้แต่นิด

"คุณเรย์กะ สวัสดีค่ะ"
"ยินดีต้อนรับค่ะ ซากุระจัง อาคิสะวะคุง"

พวกนักเรียนที่รู้จักอาคิสะวะคุงพากันมองๆ ด้วยความสนใจอย่างออกนอกหน้าที่อาคิสะวะคุงควงสาวต่างโรงเรียนมา ทั้งที่รู้สึกถึงสายตาเหล่านั้นอยู่ชัดๆ แต่ซากุระจังก็ยังถามน่ารักๆ ว่า "สั่งอะไรดีนะ ทาคุมิ"  

"คุณเรย์กะแนะนำชาอะไรคะ"
"นั่นสินะคะ ไหนๆ ก็ไหน ลองเป็นชาปุบผาคลี่ไหมคะ"
"ชาปุบผาคลี่?"
"ค่ะ เป็นชาดอกไม้ที่จะคลี่บานในกาน้ำร้อน..."
"คุณซากุระ!" 
 
จู่ๆ ก็มีคนโผล่เข้ามาแทรกบทสนทนาระหว่างฉันและซากุระจัง เป็นนักดนตรีจากตะวันตกไกล ดิเทนั่นเอง

"คุณซากุระ! ไม่นึกเลยว่าจะได้พบกันที่นี่! หรือว่าจะมาฟังไวโอลินของผมเหรอ!?"

ดิเทสะบัดผมแอฟโฟร่ไปมาขณะรุกเข้าหาซากุระจัง ส่วนซากุระจังที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็เอนๆ ตัวไปทางอาคิสะวะคุงเหมือนพยายามจะหลบดิเท

"เอ๋ ซากุระจัง รู้จักดิเทด้วยเหรอ"
"...เคยเจอกันหลายหนที่งานแสดงไวโอลินน่ะ" 

 ฉันกระซิบถามซากุะระจังไป แล้วซากุระจังก็โอดครวญเสียงเบากลับมาแบบนั้น จะว่าไป ซากุระจังก็เรียนไวโอลินมาตั้งแต่เด็กๆ นี่นา ไม่นึกเลยว่าจะมีสายสัมพันธ์กันแบบนี้ หนำซ้ำดูท่าทีของดิเทแล้ว... 

แม้จะยกชามาเสิร์ฟแล้ว ดิเทก็ยังไม่ยอมไปไกลห่างซากุระโกะ เอาแต่ชวนคุยอยู่ตลอด ถึงจะสั่งให้นักดนตรีกลับไปที่เวทีก็ไม่ยอมฟังเลย อื~ม แบบนี้ให้ใครดูก็เห็นกันชัดๆ แล้วละมั้ง... 

อาคิสะวะคุงที่ตอนแรกยังดื่มชาอยู่ดีๆ เริ่มออกอาการมึนตึงขึ้นทุกที  อ้าว ?  อาคิสะวะคุงคนอารมณ์ดีเกิดทำคิ้วขมวดขึ้นมาซะงั้น รู้สึกว่าซากุระจังก็จะสังเกตเห็นแล้วนะ  

"ซากุระโกะ จะไปกันหรือยัง"
"ทาคุมิ?"   

อาคิสะวะคุงซดชาอึกเดียวเกลี้ยงแล้วลุกพรวดพราดขึ้นจากเก้าอี้ ดึงมือซากุระจังไป 

"อ๊ะ ผมยังคุยกับคุณซากุระโกะไม่จบนะ"
"คุณคิโชวอิน ขอบคุณนะ ไปกันเถอะ ซากุระโกะ"
"อะ อื้อ งั้นไว้เจอกันใหม่นะ คุณเรย์กะ" 

ซากุระจังถูกอาคิสะวะคุงดึงออกจากร้านไป อ้าวๆ หรือว่านี่หึงกันเหรอคะ ? 
ใบหน้าของซากุระจังที่ผลุบออกจากร้านไปกลายเป็นใบหน้าแสยะยิ้มไปชั่วพริบตาหนึ่ง 

"คิโชวอินคุง คุณซากุระโกะกับนายอาคิสะวะคุงคนนั้นมีความสัมพันธ์กันยังไงน่ะ!" 

ดิเทซักฉันรัวๆ ก็ความสัมพันธ์แบบมากกว่าเพื่อนสมัยเด็กแต่ไม่ถึงขั้นคนรักยังไงล่ะคะ จนถึงวันนี้น่ะนะ ด้วยพระคุณของดิเท ก็อาจจะทำให้อะไรๆ มันเปลี่ยนไปแล้วก็ได้นะคะ 
นายนี่ตัวสำรองชัดๆ เลยนะ ดิเท หรือว่าดิเทก็จะเป็นผู้สมัครเข้าหมู่บ้านคานทองด้วยเหมือนกัน ? 
แต่ไม่เอาอ่า เค้าไม่อยากได้ลูกบ้านที่เหมือนตั๊กแตนสีไวโอลินทั้งเช้าทั้งเย็นนะ... 

ดิเทกลับไปยังเวที แล้วเริ่มทุ่มเทความรู้สึกใส่ไวโอลิน 

 ---------------------------------

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
คู่รักเพื่อนสมัยเด็กจงเจริญ!! 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET