[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 154 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.154 - ตอนที่ 154


154.


ฉันโกรธฟอดแฟดที่โดนคาบุรากิหาว่าตุ๊กตาเบียทันที่ทำมาสายตัวแทบขาดเป็นหมาเฝ้านรก

เซอร์บิรุสงั้นเรอะ!? จะหาว่าฉันแอบทำความผิดบาปตะกละตะกลามอยู่ในความมืดเรอะ! เป็นนรกของผู้หิวโหยเรอะ! ไม่ใช่นะเฟ้ย! เด็กคนนี้ชื่อเบียทริช! เป็นคนรักชั่วนิรันดร์ใน Divine comedy ของดันเต้! จงไปขอโทษดันเต้อุเมวากะที่บังอาจเรียกว่าเด็กคนนี้ว่าเซอร์บิรุสซะ! Pape Satàn, pape Satàn aleppe! (* บทสวดเรียกซาตาน จาก Divine Comedy ของดันเต้) หนอย คาบุรากิ ลงนรกไปซะ!
ฉันแช่งด่าอยู่ในใจแล้วฉวยเอาถุงที่ใส่เบียทริชกระโดดออกไปนอกห้องสโมสร ทุกคนในชมรมงานฝีมือคะ ช่วยรับฟังความอาฆาตแค้นของฉันด้วยค่ะ!

พอมาถึงชมรมงานฝีมือ ฉันก็เอาเบียทันสามหัวกับตัวตุ๊กตาออกมาโชว์ พลางร้องอุทธรณ์ขอความเห็นใจจากสมาชิกอย่างโศกเศร้า เหมือนหรือไม่เหมือนไว้ว่ากันอีกที แต่อุตส่าห์ทำออกมาน่ารักขนาดนี้เชียวนะ! 
ทุกคนในชมรมงานฝีมือพยายามปลอบฉันอย่างเกรงๆ ว่า "ที่มี 3 หัวนี่คงดูไม่ดีมั้งคะ~" แหม ก็อาจจะใช่อ่ะนะ แต่มันน่ารักขนาดนี้เชียวนะ ถึงจะมีสามหัวพอดี แต่เรียกว่าเป็นเซอร์บิรุสเนี่ยจะไม่ร้ายกาจไปหน่อยเหรอ! 

"เอาน่านะคะ ท่านเรย์กะ ทำผลงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วออกมาให้น่ารักขนาดที่ท่านคาบุรากจะตกใจก็พอแล้วไม่ใช่หรือคะ ฉันจะช่วยอีกแรง อยากให้หน้าตาออกมาเหมือนในรูปนี้ใช่ไหมคะ"

 หัวหน้าชมรมรุ่นก่อนปลอบใจฉันอย่างอ่อนโยน จริงด้วย! นี่ไม่ใช่เวลามาหัวเสียกับคำพูดของตาบ้างานกีฬาอยู่นะ ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉันตอนนี้คือจะทำหัวตุ๊กตาเบียทันออกมายังไงให้เหมือนตัวจริงมากที่สุดต่างหาก! ก่อนอื่นต้องขอให้เลือกก่อนว่าจากสามหัวตัวเลือกนี้ หัวไหนเหมือนที่สุด! 

"ท่านเรย์กะ ดิฉันคิดว่ากระเตงหัวสัตว์ไปไหนมาไหนมันดูไม่ค่อยงามนะคะ..." 

อ้าวเหรอ?  
 หัวหน้าชมรมรุ่นก่อนช่วยให้คำแนะนำกับฉันในการแก้ไขส่วนใบหน้าของเบียทัน 

"ว่าแต่ท่านเรย์กะ พรุ่งนี้มีประชุมงานเทศกาลโรงเรียนที่แต่ละชมรมจะส่งหัวหน้าเป็นตัวแทนไปประชุมนะคะ"

จะว่าไปก็ได้ยินมาเหมือนกัน เห็นว่าจะลงมติเรื่องกิจกรรมของแต่ละชมรมในงานเทศกาลโรงเรียนใช่ไหมนะ ฉันเพิ่งไปประชุมครั้งแรก ต้องทำอะไรบ้างล่ะ 

"มีข้อควรระวังอะไรบ้างไหมคะ"
"ไม่ค่ะ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก โดยมากก็คุยกันเรื่องห้องเรียนที่จะใช้นี่แหละค่ะ แต่รูปแบบการแบ่งพื้นที่ก็คงเหมือนปีก่อนๆ งบประมาณก็กำหนดตายตัวแล้ว แค่เออออไปตามน้ำเรื่อยๆ ก็พอค่ะ"
"งั้นเหรอคะ" 

ประชุมพอเป็นพิธีงั้นสิ แต่ว่านี่เป็นศึกเปิดตัวฉันในฐานะหัวหน้าชมรมงานฝีมือก็ว่าได้  ต้องฮึดเข้าไว้ลุยไปเลย เพื่อชมรมงานฝีมือด้วย! 

"จะพยายามเต็มที่ ไม่ให้ชมรมงานฝีมือต้องเสียเปรียบนะคะ"

ฉันยิ้มแย้ม 
 


ในหลังเลิกเรียนของวันถัดมา เหล่าหัวหน้าชมรมแต่ละแห่งก็มาชุมนุมกันในห้องประชุมใหญ่ ผู้ดำเนินการประชุมคือสภานักเรียน

ที่ผ่านมาฉันไม่ค่อยจะสนใจกิจกรรมชมรมเท่าไหร่ ก็เพิ่งจะเคยเห็นหน้าเหล่าหัวหน้าชมรมอื่นๆ นี่แหละ หัวหน้าห้องเป็นหัวหน้าชมรมวรรณศิลป์ด้วยเหรอเนี่ย 
ตรงข้ามกับชมรมวัฒนธรรมที่นั่งอย่างเรียบร้อยอยู่ในที่ที่กำหนด ชมรมกีฬานี่เอะอะชะมัดเลย ดูขี้โม้ๆ ยังไงไม่รู้ แต่เป็นชมรมที่ออกไปลงแข่งข้างนอกสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนนี่นา ช่วยไม่ได้นะ 

การประชุมดำเนินไปตามกำหนดการอย่างราบรื่น หัวข้อต่อไปคือสถานที่ที่แต่ละชมรมจะใช้จัดงานอย่างห้องเรียน การแบ่งสรรปันส่วนก็แทบจะเป็นไปตามงานเทศกาลปีก่อนตามที่หัวหน้าชมรมรุ่นก่อนว่าไว้ ฉันดูเอกสารในมือไปพลางพยักหน้ารับฟังไปเรื่อยๆ 
ทว่าจู่ๆ ชมรมกีฬาที่ออกร้านขายของนอกตัวอาคารทุกปีก็เริ่มบ่น 

"เดี๋ยวนะ ถ้าจัดข้างนอกก็ต้องระวังดินฟ้าอากาศอีก ปีนี้พวกเราขอจัดข้างในดีกว่า"
"อ๊ะ ชมรมเราก็เหมือนกัน ไม่มีห้องเรียนว่างๆ เหลือมั่งเหรอ อ๊ะ ขอเป็นห้องกว้างๆ นะ ชมรมเราขายดีทุกปีแหละ ขอแค่นี้คงได้ใช่มะ"
"ชมรมพวกเราสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนมาก็มาก รู้จักยืดหยุ่นบ้างสิน่า" 
"พวกชมรมร้างแขกก็มีอยู่ไม่ใช่เรอะ ให้พวกนั้นไปจัดรวมๆ กันในห้องเดียวก็พอแล้ว จะได้มีห้องเหลือ"
"ไอเดียดีนี่! พวกชมรมถ่ายภาพ ชมรมวรรณศิลป์ ชมรมชีวะฯ น่ะ"
"แล้วก็ชมรมโกะด้วยหรือเปล่านะ พวกนั้นวันๆ ในงานเทศกาลทำอะไรกันบ้างน่ะ"
"ไม่รู้สิ พวกงานนิทรรศการหรือเปล่า"

พวกหัวหน้าชมรมที่โดนออกชื่อมาตัวแข็งทื่อกันหมดเลย นายตัวสำรองก็ปรามๆ ว่า "เฮ้" บ้างแล้ว แต่พวกนั้นไม่เห็นสนใจ พูดนั่นพูดนี่กันไปเรื่อยตามใจชอบ พวกนี้นี่...
ฉันเปิดกระเป๋า หยิบมันออกมาปลดผนึกเตรียมไว้

"ไหนๆ ก็มีคนมาดูน้อยอยู่แล้ว ไปโชว์รวมๆ อยู่ห้องเดียวกันก็ได้นี่นา ยกที่ให้พวกเรายังจะเรียกแขกได้ดีกว่าเยอะ"
"พวกชมรมนิทรรศการอื่นๆ นี่มีอะไรบ้างนะ~ ชมรมศิลปะ ชมรมเขียนพู่กัน.."
"ที่เหลือก็นั่นไง! พวกชมรมงานฝีมือ!"

พอคำนั้นโผล่มาปั๊บ ฉันก็ลุกขึ้นยืน สะบัดพัดเสียงพรึ่บ

"ชมรมงานฝีมือทำไมไม่ทราบคะ" 

ในพริบตานั้น ห้องประชุมที่เอะอะมะเทิ่งกันอยู่ก็เงียบกริบในพริบตาอย่างกับถูกน้ำสาดใส่
ฉันโปรยยิ้ม มองหน้าสบตาเหล่าหัวหน้าชมรมที่คิดจะแย่งห้องนิทรรศการไปจากชมรมวัฒนธรรมทีละคนๆ

"เมื่อกี้รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงเรียกชื่อชมรมงานฝีมือ ไม่ทราบมีอะไรหรือเปล่าคะ อ้อ แนะนำตัวช้าไปหน่อย ดิฉันเป็นหัวหน้าชมรมงานฝีมือค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะทุกท่าน"
"เอ๋..." 
 
รู้สึกพวกที่ขี้โม้ปากมากกันอยู่เมื่อกี้จะไม่รู้ว่าฉันเป็นหัวหน้าชมรมงานฝีมือ ทุกคนทำหน้าช็อกคาที่กันหมด ประมาทไปเพราะเห็นว่าสมาชิกผู้หญิง Pivoine จะอยู่ชมรมจัดดอกไม้ไม่ก็ชงชากันหมดละสิท่า ขนาดพูดถึงงานนิทรรศการก็ยังไม่ไปแตะต้องชมรมจัดดอกไม้เลยนี่ แสบนักนะ! 

ศัตรูหลักๆ มีชมรมฟุตบอล ชมรมเบสบอล ชมรมบาสเก็ตบอล ล้วนแล้วแต่เป็นชมรมใหญ่เชิดหน้าชูตาทำคะแนนได้ดีๆ ในการแข่งใหญ่ทั้งนั้น มิน่าพูดจาอวดดีชะมัด แต่จะสร้างผลงานมาเลิศหรูแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับฉันหรอกค่ะ สิ่งสำคัญสำหรับฉันก็คือพวกเขาเป็นศัตรูของชมรมงานฝีมือที่ต้องกำจัดเท่านั้น! 
 
ฉันเยื้องย่างไปหาพวกเขา ในห้องเรียนที่เงียบกริบมีเพียงเสียงพัดของฉันที่สะท้อนก้อง พรึ่บ พรั่บ 
ฉันเดินไปข้างหลังหัวหน้าชมรมฟุตบอลก่อน เขาทำท่าจะเหลียวกลับมา ฉันเลยใช้พัดแตะลงบนไหล่ผนึกการเคลื่อนไหวไว้ หัวหน้าชมรมฟุตบอลชะงักค้างไปทั้งที่ยังหน้าตรง ฉันเลยเอาพัดเคาะไหล่เบาๆ ต๊อก ต๊อก ต๊อก

"ชมรมฟุตบอล มีผลงานดีนี่คะ"
"ปะ...เปล่าครับ..." 
"ไม่เห็นต้องถ่อมตัวเลยนี่คะ ตัวฉันเองก็เคยได้รับฟังมาว่าคุณสร้างผลงานที่วิเศษมากในการแข่งนะคะ"
"ขอบคุณครับ..."
"แต่ว่า ทำไมกันน้า..." 

ฉันบรรจงวางพัดที่เคาะเป็นจังหวะคงที่อยู่ให้แนบชิดหลอดเลือดแดงที่ลำคอ

"จะจองที่ทั้งร้านเพื่อฉลองชัยชนะก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แต่ก็ควรจะเคารพกฎหมายในฐานะผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะบ้างนะคะ ใช่ไหมเอ่ย คุณหัวหน้าชมรม? รสชาติของเหล้าฉลองชัยเป็นไงบ้างคะ"  
"เอ๋..." 

ฉันเดินไปหาหัวหน้าชมรมเบสบอลเป็นรายต่อไป วางพัดลงบนบ่าของเขา ต๊อก ต๊อก ต๊อก...

"ได้ยินว่าการฝึกซ้อมของชมรมเบสบอลนี่เข้มงวดมากเลยนะคะ อืม ยังไงกันน้า มีข่าวลือว่าที่ชมรมเบสบอล มีการลงโทษสมาชิกที่ทำผิดด้วยการลงไม้ลงมือมาเข้าหูฉันด้วยนะคะ จริงหรือเปล่าเอ่ย ตอนนี้สังคมเข้มงวดกับการลงโทษทางร่างกายมาก บางโรงเรียนถึงขั้นสั่งห้ามลงแข่งเลยนะคะ"
 
 ฉันตีเบาๆ ที่เส้นเลือดแดงที่คอของหัวหน้าชมรมเบสบอล
สุดท้ายก็ชมรมบาสเก็ตบอล ไม่ต้องมองด้วยสายตาหวาดผวาขนาดนั้น คำเดียวก็จบแล้วค่ะ นะคะ

"ส่วนคุณ ไปวุ่นวายกับผู้หญิงของรุ่นพี่มาไม่ใช่หรือคะ"  

เห็นแผ่นหลังของทั้งสามคนแข็งทื่อเป็นหินแล้ว ฉันก็เยื้องกรายกลับไปที่ที่นั่งของตัวเอง พอนั่งลงบนเก้าอี้ ฉันก็หุบพัดตีลงบนโต๊ะ

"แล้วก็"

ฉันส่งยิ้มหวานให้หัวหน้าชมรมฟุตบอล เบสบอล บาสเก็ตบอล 

"กลับมาที่เรื่องเมื่อกี้ เรื่องห้องเรียนในงานเทศกาลนี่ว่ายังไงนะคะ  ฉันความจำไม่ค่อยดี หลงลืมไปแล้วน่ะค่ะ รบกวนช่วยพูดอีกครั้งนะคะ"
"...ชมรมฟุตบอลตั้งร้านข้างนอกได้ไม่มีปัญหาครับ"
"...ชมรมเบสบอลก็ขอข้างนอก"
"เช่นเดียวกัน..." 

ทั้งสามตอบโดยไม่ยอมสบตาฉัน

"อ้าว แต่เมื่อกี้ยังพูดชื่อชมรมวัฒนธรรม ชมรมงานฝีมืออยู่เลยไม่ใช่เหรอคะ..." 
"เปล่าครับ! พวกเราขอข้างนอกดีแล้วครับ!"
"ข้างนอกดีกว่าครับ!"
"ต่อให้ฝนตกก็ขอข้างนอกครับ!"
"แหม! ช่างเป็นสุภาพบุรุษอะไรอย่างนี้ มีใจกว้างขวางกรุณาสละพื้นที่ให้ชมรมเล็กๆ อย่างชมรมวัฒนธรรม ฉันแทบจะตัวสั่นด้วยความประทับใจเลยละค่ะ"

ฉันเอาพัดป้องปาก ส่งเสียงหัวเราะโฮะโฮะโฮะแห่งชัยชนะ 
นายตัวสำรองถอนหายใจ ส่วนวาคาบะจังอ้าปากค้าง
โอ๊~โฮะโฮะโฮะ!

---------------------------------

หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
เจ้าแม่กาลีมีอาวุธเป็นพัด ทรงประทับมาบนเซอร์บิรุส...! //ผิด! 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET